กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาอังกฤษระดับ ป.4–ป.6ป.4–ป.6

Error Identification (หาที่ผิด)

อ่านทำไม

Error Identification เป็นรูปแบบข้อสอบที่พบบ่อยในข้อสอบเข้า ม.1 — ให้ประโยคมา แล้วมีส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้ 4 ตำแหน่ง (A B C D) ให้หาว่าส่วนใดผิด ความยากไม่ได้อยู่ที่ไวยากรณ์ซับซ้อน แต่อยู่ที่ ต้องตรวจทุกส่วนให้เป็นระบบ เด็กที่อ่านแล้วตอบตาม «ความรู้สึกว่าส่วนนี้ดูแปลก» มักถูกตัวลวงหลอก เพราะส่วนที่ดูแปลกบ่อยครั้งก็ถูก และส่วนที่ดูธรรมดากลับผิด จึงต้องมีเช็กลิสต์ในหัวแล้วไล่ตรวจทีละข้อ

เรื่องย่อยที่ 1

หาที่ผิดในเรื่องกาลและรูปกริยา

องค์ความรู้

  • เริ่มจากหาคำกริยาในประโยคให้เจอก่อน แล้วตรวจตามลำดับนี้
    1. กริยาตรงกับคำบอกเวลาไหม — every day · usually → ปัจจุบันธรรมดา · now · Look! → ปัจจุบันกำลังทำ · yesterday · last week → อดีต · tomorrow · next week → อนาคต
    2. กริยาตรงกับประธานไหม — ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 ต้องเติม -s / -es (He goes) ยกเว้นมีกริยาช่วยนำหน้า
    3. กริยาช่วยกับกริยาหลักใช้คู่กันถูกไหม — can · must · will · should ต้องตามด้วยกริยาช่องหนึ่งไม่ผัน (can swim ไม่ใช่ can swims)
    4. ประโยคปฏิเสธในอดีต — ต้องเป็น did not + กริยาช่องหนึ่ง (did not go ไม่ใช่ did not went)
    5. ปัจจุบันกำลังทำ — ต้องมี is / am / are + V-ing ครบทั้งสองส่วน (is playing ไม่ใช่ is play)
    6. กริยาช่องสองของกริยาอปกติ — go → went · eat → ate · see → saw · buy → bought · catch → caught · come → came
  • เช็กลิสต์ที่ควรไล่ทุกครั้ง
จุดที่มักผิด ตัวอย่างผิด → ถูก
กริยาไม่เติม -s กับประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 My brother go → My brother goes
ใช้กริยาช่องหนึ่งกับเหตุการณ์ในอดีต Yesterday I eat → Yesterday I ate
หลังกริยาช่วยแล้วยังผันกริยา She can swims → She can swim
ปฏิเสธในอดีตแล้วใช้กริยาช่องสอง did not went → did not go
ปัจจุบันกำลังทำขาดกริยา be The boys playing → The boys are playing
ปัจจุบันกำลังทำขาด -ing It is rain → It is raining

ตัวอย่างและวิธีคิด

แบบที่ 1 — หาส่วนที่ขีดเส้นใต้แล้วผิด (ตัวเลือก A B C D)

  • My brother (A) go (B) to school (C) by bus (D) every day. — ผิดที่ A เพราะประธาน My brother เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 และมี every day บอกปัจจุบันธรรมดา จึงต้องเป็น goes
  • Yesterday, (A) Nok (B) eat (C) two sandwiches (D) for lunch. — ผิดที่ B เพราะ Yesterday บอกอดีต ต้องใช้ ate ไม่ใช่ eat
  • She (A) can (B) swims (C) very well (D) in the sea. — ผิดที่ B เพราะหลัง can ต้องใช้กริยาช่องหนึ่งไม่ผัน จึงเป็น swim
  • They (A) did not (B) went (C) to the market (D) yesterday. — ผิดที่ B เพราะ did not ต้องตามด้วยกริยาช่องหนึ่ง จึงเป็น go
  • Look! (A) The children (B) is (C) playing (D) in the yard. — ผิดที่ B เพราะ The children เป็นพหูพจน์ ต้องใช้ are playing

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านประโยคให้จบ แล้วหาคำกริยา] --> B{มีคำบอกเวลาไหม}
    B -- every day · usually --> C[ตรวจว่าปัจจุบันธรรมดา และเติม -s ตรงประธานหรือยัง]
    B -- now · Look! --> D[ตรวจว่ามี be ครบ และกริยาลงท้าย -ing]
    B -- yesterday · last week --> E[ตรวจว่ากริยาช่องสองถูกตัว และปฏิเสธใช้ did not + ช่องหนึ่ง]
    B -- tomorrow · next week --> F[ตรวจว่าใช้ will หรือ be going to]
    B -- ไม่มี --> G[ดูกริยาช่วย can must should ว่าตามด้วยช่องหนึ่งไม่ผัน]
    C --> H[ตรวจทั้งประโยคอีกครั้งก่อนเลือกคำตอบ]
    D --> H
    E --> H
    F --> H
    G --> H

คำบรรยายภาพ: ผังวิธีหาที่ผิดเรื่องกาลและรูปกริยา เริ่มจากอ่านประโยคให้จบและหาคำกริยา แล้วดูว่ามีคำบอกเวลาใด ถ้าเป็น every day ให้ตรวจว่าปัจจุบันธรรมดาและเติม -s ตรงประธานหรือยัง ถ้าเป็น now หรือ Look! ให้ตรวจว่ามี be ครบและกริยาลงท้าย -ing ถ้าเป็น yesterday ให้ตรวจกริยาช่องสองและการใช้ did not กับกริยาช่องหนึ่ง ถ้าเป็นอนาคตให้ตรวจ will หรือ be going to ถ้าไม่มีคำบอกเวลาให้ดูกริยาช่วยว่าตามด้วยกริยาช่องหนึ่งไม่ผัน แล้วตรวจทั้งประโยคอีกครั้งก่อนเลือกคำตอบ

เรื่องย่อยที่ 2

หาที่ผิดในเรื่องคำและโครงสร้างประโยค

องค์ความรู้

  • ตรวจจาก «คำ» ก่อน แล้วจึงตรวจ «โครงสร้าง» — เริ่มที่คำนาม คำคุณศัพท์ คำวิเศษณ์ สรรพนาม แล้วจึงดูการเรียงคำในประโยค
  • เช็กลิสต์ที่ใช้บ่อย
จุดที่มักผิด ตัวอย่างผิด → ถูก
คำนามพหูพจน์หลังจำนวน three book → three books
คำบอกปริมาณกับคำนาม much books → many books · many water → much water
คำคุณศัพท์กับคำวิเศษณ์ He runs quick. → He runs quickly. · She is very nicely. → She is very nice.
รูปคำ (word form) She is a beauty girl. → She is a beautiful girl.
คำนำหน้านาม I have a apple. → I have an apple. · He is teacher. → He is a teacher.
บุพบทบอกเวลาและสถานที่ in Monday → on Monday · at the morning → in the morning
สรรพนามและคำแสดงความเป็นเจ้าของ That book is your. → That book is yours.
คำเชื่อมที่ให้ความหมายผิด I was tired, but I went to bed early. → I was tired, so I went to bed early.
การเรียงคำในประโยค I like very much English. → I like English very much.
ประธานซ้ำสองครั้ง My father he is a doctor. → My father is a doctor.
  • เทคนิคตัดตัวเลือก
    1. อ่านประโยคทั้งประโยคก่อน อย่าตัดสินจากส่วนที่ขีดเส้นใต้เพียงส่วนเดียว
    2. ถามทีละส่วนว่า «ส่วนนี้ทำหน้าที่อะไร» — ถ้าเป็นคำขยายกริยา ต้องเป็นคำวิเศษณ์ · ถ้าเป็นคำขยายนาม ต้องเป็นคำคุณศัพท์
    3. ถ้าส่วนไหนไม่ผิดกฎข้อใดเลย ให้เชื่อว่าส่วนนั้นถูก แล้วไปหาส่วนอื่น
    4. ตรวจทีละตัวเลือกด้วยการ «แก้ให้ถูก» ในใจ ถ้าแก้ได้ทุกตัวเลือกยกเว้นตัวเดียว ตัวนั้นคือคำตอบ

ตัวอย่างและวิธีคิด

แบบที่ 1 — หาส่วนที่ขีดเส้นใต้แล้วผิด (ตัวเลือก A B C D)

  • There (A) are (B) much (C) students (D) in the library. — ผิดที่ B เพราะ students เป็นคำนามนับได้พหูพจน์ ต้องใช้ many students
  • He (A) runs (B) quick (C) to the bus stop (D) every morning. — ผิดที่ B เพราะคำที่ขยายกริยา runs ต้องเป็นคำวิเศษณ์ จึงเป็น quickly
  • We (A) have (B) a (C) English book (D) on the desk. — ผิดที่ B เพราะ English ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ ต้องใช้ an English book
  • Nok (A) was tired, (B) but (C) she (D) went to bed early. — ผิดที่ B เพราะความสัมพันธ์ของสองส่วนเป็นเหตุและผล ไม่ได้ขัดกัน จึงต้องใช้ so
  • I (A) like (B) very much (C) English (D) songs. — ผิดที่ B เพราะส่วนขยาย very much ต้องอยู่หลังสิ่งที่ขยาย คำตอบที่ถูกคือ I like English songs very much.

แบบที่ 2 — เลือกประโยคที่ถูกต้อง

  • My sister has two cat. · My sister has two cats. · My sister have two cats. · My sister have two cat. — ประโยคที่ถูกคือ My sister has two cats. เพราะประธานเอกพจน์ใช้ has และคำนามหลังจำนวนสองต้องเป็นพหูพจน์
  • There is many books on the desk. · There are many books on the desk. · There are much books on the desk. · There is much books on the desk. — ประโยคที่ถูกคือ There are many books on the desk. เพราะคำนามพหูพจน์ใช้ There are และใช้ many ไม่ใช่ much

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านประโยคทั้งประโยคก่อน] --> B[ตรวจคำนาม จำนวน เอกพจน์-พหูพจน์]
    B --> C[ตรวจคำคุณศัพท์กับคำวิเศษณ์ ว่าขยายคำชนิดใด]
    C --> D[ตรวจคำนำหน้านาม a / an / the และคำบอกปริมาณ]
    D --> E[ตรวจบุพบทบอกเวลาและสถานที่]
    E --> F[ตรวจสรรพนามและรูปคำแสดงความเป็นเจ้าของ]
    F --> G[ตรวจคำเชื่อม but · so · because ว่าตรงความหมายไหม]
    G --> H[ตรวจการเรียงคำในประโยค]
    H --> I{แก้ตัวเลือกไหนให้ถูกไม่ได้เลย}
    I -- เจอแล้ว --> J[ตอบตัวเลือกนั้น]
    I -- ไม่เจอ --> B

คำบรรยายภาพ: ผังวิธีไล่ตรวจที่ผิดเรื่องคำและโครงสร้างประโยค เริ่มจากอ่านประโยคทั้งประโยคก่อน แล้วตรวจคำนามกับจำนวน ตรวจคำคุณศัพท์กับคำวิเศษณ์ว่าขยายคำชนิดใด ตรวจคำนำหน้านามและคำบอกปริมาณ ตรวจบุพบทบอกเวลากับสถานที่ ตรวจสรรพนามและรูปคำแสดงความเป็นเจ้าของ ตรวจคำเชื่อมว่าตรงกับความหมายของประโยคหรือไม่ และตรวจการเรียงคำในประโยค สุดท้ายหาตัวเลือกที่แก้ให้ถูกไม่ได้เลย ตัวเลือกนั้นคือคำตอบ

ข้อควรระวัง

  • อ่านทั้งประโยคก่อนตัดสิน — ส่วนที่ดูแปลกบ่อยครั้งก็ถูก และส่วนที่ดูธรรมดากลับผิด การดูเฉพาะส่วนที่ขีดเส้นใต้ทำให้ตัดสินผิดง่ายมาก
  • อย่าเลือกจาก «ความรู้สึก» — ต้องมีกฎรองรับทุกครั้ง เช่น ถ้าเห็นคำขยายกริยาก็ต้องเป็นคำวิเศษณ์ ถ้าแก้ตัวเลือกให้ถูกได้ทุกข้อ แสดงว่ายังหาไม่เจอจริง
  • ตัวลวงที่พบบ่อยคือ «ของที่ถูก» — ข้อสอบมักวางส่วนที่ถูกต้องไว้ให้ดูน่าสงสัย เช่น คำพหูพจน์ที่ถูกแล้ว หรือบุพบทที่ถูกแล้ว ให้ตรวจทีละส่วนอย่างใจเย็น
  • ระวังคำบอกเวลาที่อยู่ท้ายประโยค — คำว่า yesterday · every day ที่อยู่ห่างจากกริยามักถูกมองข้าม ทั้งที่มันเป็นตัวตัดสินว่ากริยาต้องเป็นรูปใด
  • คำเชื่อมผิดความหมายได้ด้วยแม้ไวยากรณ์ถูก — but ใช้กับสิ่งที่ขัดกัน so ใช้กับเหตุและผล ถ้าสลับกันประโยคจะฟังขัดทันที

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาอังกฤษ.csv (ข้อ 61–62) · สรุปได้ที่ ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §3.2 (แถว «Error Identification» — «รูปแบบที่พบบ่อย»)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ต 1.1 ป.6/1 · ต 2.2 ป.6/1 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5a1l3eVFpUFpmM0U
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้าฮับรวมเอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?