กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาอังกฤษระดับ ป.4–ป.6ต 1.1

บทอ่านและเรื่องเล่า (Passage)

สารบัญเรื่องย่อย (1 เรื่อง)

อ่านทำไม

บทอ่าน (passage) เป็นหัวข้อที่สนามสอบจัดเป็นข้อสอบตรง ๆ และเป็นส่วนที่ยาวที่สุดในข้อสอบภาษาอังกฤษ — บทอ่านหนึ่งเรื่องมักตามด้วยคำถาม 4–5 ข้อ ทั้งถามใจความสำคัญ รายละเอียด การอนุมาน และคำสรรพนาม เด็กที่ทำบทอ่านได้จะเก็บคะแนนได้ทีละหลายข้อพร้อมกัน และเมื่อเป็น ม.1 โรงเรียนแข่งขันสูง บทอ่านจะยาวขึ้นอีกหนึ่งขั้น จึงต้องมีวิธีอ่านที่มั่นคง ไม่ใช่พยายามแปลทุกคำ

เรื่องย่อยที่ 1

บทอ่านสั้นและเรื่องเล่า (Short Passage / Story)

องค์ความรู้

  • บทอ่านที่ออกสอบมี 3 แบบ และอ่านต่างกันเล็กน้อย
    • เรื่องเล่า (story) — มีตัวละคร ทำอะไรอย่างหนึ่ง แล้วจบด้วยผลลัพธ์ ให้ดูว่าใครทำอะไรกับใครและตอนจบเป็นอย่างไร
    • บทสนทนายาว (dialogue) — เป็นคำพูดโต้ตอบหลายบรรทัด คำตอบอยู่ใน «คำพูดของใครคนใดคนหนึ่ง» ต้องดูชื่อหน้าบรรทัดเสมอ
    • บทอ่านให้ข้อมูล (short article) — บอกข้อเท็จจริงเป็นข้อ ๆ เช่น เรื่องสัตว์ พืช หรือการดูแลสุขภาพ คำตอบอยู่ในประโยคตรง ๆ
  • โครงเรื่องเล่ามีสามส่วน — ตอนเปิด (ใคร อยู่ที่ไหน) → ตอนกลาง (เกิดปัญหาหรือเหตุการณ์) → ตอนจบ (แก้ปัญหาได้อย่างไร) รู้โครงนี้จะเดาได้ว่าเรื่องกำลังจะไปทางไหน
  • คำถามสี่ชนิดที่ตามบทอ่านมาเกือบทุกครั้ง
ชนิดคำถาม ถามอะไร ไปหาคำตอบที่ไหน
ใจความสำคัญ เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร ประโยคแรกหรือประโยคสุดท้าย (en-read-01)
รายละเอียด ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร กวาดสายตาหาคำสำคัญในเรื่อง (en-read-02)
อนุมาน ตัวละครรู้สึกอย่างไร จะเกิดอะไรต่อไป สิ่งที่ตัวละครทำและพูด (en-read-03)
คำสรรพนาม คำนี้แทนใคร ประโยคก่อนหน้า ดูจำนวนและเพศ (en-read-04)
  • ขั้นตอนอ่านบทอ่าน
    1. อ่านหัวเรื่องและดูว่าเป็นเรื่องเล่าหรือบทสนทนา
    2. อ่านทั้งเรื่องหนึ่งรอบโดยไม่หยุดที่คำยาก จับเรื่องรวมก่อน
    3. ขีดชื่อตัวละครทุกครั้งที่ปรากฏ และขีดคำสำคัญของคำถาม 5 ตัว (ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม)
    4. อ่านคำถามแล้วแยกชนิด
    5. ย้อนกลับไปหาประโยคที่รองรับคำตอบทุกข้อ — ถ้าตัวเลือกไม่มีประโยครองรับ ให้ตัดทิ้ง
  • คำศัพท์ที่ไม่รู้จักในบทอ่าน ให้เดาจากบริบทและเหตุการณ์ในเรื่อง (วิธีคิดอยู่ใน en-context-02) ไม่ต้องหยุดเปิดพจนานุกรม เพราะคำตอบมักไม่ได้ขึ้นกับคำนั้น

ตัวอย่างและวิธีคิด

บทอ่านที่ 1 — เรื่องเล่า (แต่งขึ้นเพื่อฝึก)

Mali's Saturday Morning

Mali went to the school fair with her father on Saturday morning. There was a big tent near the gate. Many people were selling plants inside the tent.

Mali's father bought two mango trees because he wanted to plant them in the garden at home. Mali did not buy a plant. She bought a bag of seeds for her class garden with her own money.

  • Where did Mali and her father go on Saturday morning? — ไปงานโรงเรียน (the school fair) เพราะประโยคแรกของเรื่องบอกไว้ตรง ๆ
  • Did Mali buy a plant? — No, she didn't. เรื่องเขียนว่า Mali did not buy a plant. แล้วบอกว่าเธอซื้อเมล็ดพันธุ์แทน ต้องตอบให้ตรงประธานและกริยาของคำถาม
  • Why did Mali's father buy two mango trees? — เพราะเขาอยากปลูกไว้ที่สวนที่บ้าน คำตอบอยู่ในประโยคเดียวกันกับคำว่า because
  • What is the best title for this story? — Mali's Day at the School Fair ตัวลวงคือชื่อที่แคบเกิน (How to Grow a Mango Tree) หรือกว้างเกิน (A Saturday Morning)
  • She bought a bag of seeds with her own money. คำว่า She แทนใคร — แทน Mali เพราะเป็นคำนามผู้หญิงเอกพจน์ที่ใกล้ที่สุดในประโยคก่อนหน้า

บทอ่านที่ 2 — บทสนทนายาว (แต่งขึ้นเพื่อฝึก)

Amy: Where is your brother, Ploy?
Ploy: He is in the kitchen. He is making a sandwich for lunch.
Amy: Can he make one for me, too?
Ploy: Sure. Come and help me set the table.

  • Who is making a sandwich? — พี่ชายหรือน้องชายของ Ploy เพราะ Ploy เป็นคนบอกว่า He is making a sandwich. คำตอบอยู่ในคำพูดของ Ploy ไม่ใช่ของ Amy
  • Is Ploy's brother in the kitchen? — Yes, he is. คำตอบอยู่ในคำพูดของ Ploy ตอนต้นประโยค
  • Does Ploy say yes to Amy? — Yes, she does. เพราะคำว่า Sure. มีความหมายว่าตกลง
  • What does Ploy ask Amy to do? — ขอให้ Amy มาช่วยจัดโต๊ะ (help me set the table)
  • He is in the kitchen. คำว่า He แทนใคร — แทนพี่ชายหรือน้องชายของ Ploy เพราะ Amy ถามถึง your brother ในบรรทัดก่อนหน้า

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านหัวเรื่อง ดูว่าเป็นเรื่องเล่าหรือบทสนทนา] --> B[อ่านทั้งเรื่องหนึ่งรอบ ไม่หยุดที่คำยาก]
    B --> C[ขีดชื่อตัวละครและคำสำคัญ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม]
    C --> D[อ่านคำถาม แยกชนิด ใจความสำคัญ รายละเอียด อนุมาน สรรพนาม]
    D --> E[ย้อนไปหาประโยคที่รองรับคำตอบ]
    E --> F{มีประโยครองรับในเรื่องไหม}
    F -- มี --> G[ตอบ]
    F -- ไม่มี --> H[ตัดตัวเลือกนั้นทิ้ง]
    H --> D

คำบรรยายภาพ: ผังขั้นตอนอ่านบทอ่านและตอบคำถาม เริ่มจากดูว่าบทอ่านเป็นเรื่องเล่าหรือบทสนทนา อ่านทั้งเรื่องหนึ่งรอบโดยไม่หยุดที่คำยาก ขีดชื่อตัวละครและคำสำคัญทั้งห้าตัว อ่านคำถามแล้วแยกชนิด จากนั้นย้อนกลับไปหาประโยคที่รองรับคำตอบ ถ้ามีประโยครองรับในเรื่องจึงตอบ ถ้าไม่มีให้ตัดตัวเลือกนั้นทิ้งแล้วเลือกข้ออื่น

ข้อควรระวัง

  • อย่าแปลทุกคำ — บทอ่านมีคำที่ไม่รู้จักเสมอ ให้เดาจากบริบทและอ่านให้จบเรื่องก่อน คำตอบส่วนใหญ่ไม่ได้ขึ้นกับคำยากนั้น
  • บทสนทนายาว คำตอบอยู่ในคำพูดของตัวละครใดตัวหนึ่ง — ต้องดูชื่อหน้าบรรทัดให้ดี เพราะตัวลวงมักเอาคำพูดของอีกคนมาเป็นคำตอบ
  • อย่าสลับตัวเลข สี และคำบอกเวลาในเรื่อง — เปลี่ยนจำนวนหรือเปลี่ยน at night เป็น in the morning คำตอบกลายเป็นผิดทันที
  • คำถามทุกข้อต้องมีประโยครองรับในเรื่อง — ถ้าเลือกคำตอบแล้วหาประโยคอ้างอิงไม่ได้ ให้ย้อนกลับไปเลือกใหม่ วิธีนี้ตัดตัวลวงได้เกือบทั้งหมด
  • บทอ่าน ม.1 ยาวขึ้น แต่วิธีอ่านเหมือนเดิม — ให้ขีดชื่อตัวละครและคำสำคัญไว้เสมอ และแบ่งเวลาอ่านหนึ่งรอบกับตอบคำถามให้พอดี

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาอังกฤษ.csv (ข้อ 58) · สรุปได้ที่ ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §3.2 (แถว «Reading / Passage» — «บทอ่านยาวขึ้นเมื่อเป็น ม.1»)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ต 1.1 ป.6/4 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5a1l3eVFpUFpmM0U
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้าฮับรวมเอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?