กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาอังกฤษระดับ ป.4–ป.6ป.4–ป.6

ประโยคคำถามและคำแสดงคำถาม (Question Words)

สารบัญเรื่องย่อย (2 เรื่อง)

อ่านทำไม

การถามเป็นครึ่งหนึ่งของการสื่อสาร ทุกครั้งที่ต้องขอข้อมูลจากเพื่อน ครู หรือคนที่เพิ่งรู้จัก ต้องเลือกให้ถูกว่าเป็น «คำถามที่ตอบ Yes หรือ No» หรือ «คำถามที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม Wh-» แล้วจึงเรียงคำให้ถูก ประโยคคำถามออกบ่อยเพราะวัดได้หลายชั้นพร้อมกัน ทั้งการเลือกรูปกริยาช่วย การย้ายคำ และคำตอบสั้นที่ต้องยืมกริยาช่วยให้ตรงกับคำถาม เรื่องนี้เป็นฐานตรงของบทสนทนาในชีวิตประจำวันและของข้อสอบรูปแบบ Short Conversation ที่ทุกแหล่งจัดเป็นจุดเน้นอันดับต้น ๆ

เรื่องย่อยที่ 1

Wh- Questions (what · when · where · who · why · how)

องค์ความรู้

  • Wh-question คือคำถามที่ขึ้นต้นด้วย คำแสดงคำถาม (question word) คำตอบที่ได้จะเป็น ข้อมูล ไม่ใช่ Yes หรือ No
  • คำแสดงคำถามที่ต้องใช้ให้เป็น
    • what — อะไร · สิ่งของ · เหตุการณ์
    • when — เมื่อไร · เวลา
    • where — ที่ไหน · สถานที่
    • who — ใคร · คน
    • why — ทำไม · เหตุผล
    • how — อย่างไร · วิธี
  • ลำดับคำของ Wh-question คือ Wh-word + กริยาช่วย + ประธาน + V1 — Where do you live? (คุณอยู่ที่ไหน) · When does the class start? (คาบเรียนเริ่มเมื่อไร) · Why are you late? (คุณมาสายทำไม) · How do you go to school? (คุณไปโรงเรียนอย่างไร)
  • ถ้าประโยคมี be อยู่แล้ว ให้ย้าย be มาไว้หลัง Wh-word ได้เลย — What is your favorite color? (สีโปรดของคุณคือสีอะไร) · Where are my shoes? (รองเท้าของฉันอยู่ที่ไหน)
  • who หรือ what ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ไม่ต้องใช้ do/does/did — Who sings this song? (ใครร้องเพลงนี้) · What happened yesterday? (เกิดอะไรขึ้นเมื่อวาน)
  • how many / how much เป็นรูปของ how ที่ใช้ถามจำนวน — How many books do you have? (คุณมีหนังสือกี่เล่ม) · How much is this pen? (ปากกาด้ามนี้ราคาเท่าไร)
  • หลัง do/does/did กริยาหลักกลับเป็นรูปเดิม — When does the class start? ไม่ใช่ starts เพราะ do/does ทำหน้าที่แบกกาลแทนแล้ว
  • คำตอบควรเป็นข้อมูลตรงกับคำที่ถาม — ถามด้วย where คำตอบควรเป็นสถานที่ ถามด้วย when คำตอบควรเป็นเวลา

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ___ do you live? → Where — ถามสถานที่ คำตอบเป็นชื่อเมืองหรือถนน (คุณอาศัยอยู่ที่ไหน)
  • ___ does the class start? → When — ถามเวลา (คาบเรียนเริ่มเมื่อไร)
  • ___ is your favorite color? → What — ประโยคมี be อยู่แล้ว จึงย้าย be ต่อท้าย What ได้เลย (สีโปรดของคุณคือสีอะไร)
  • ___ sings this song? → Who — who เป็นประธานของประโยค จึงตามด้วยกริยา sings และไม่ต้องใช้ does (ใครร้องเพลงนี้)
  • ___ do you go to school? → How — ถามวิธีการเดินทาง (คุณไปโรงเรียนอย่างไร)
  • ___ books do you have? → How many — ถามจำนวนของนามนับได้พหูพจน์ (คุณมีหนังสือกี่เล่ม)

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["อยากถามข้อมูล"] --> B{"อยากรู้เรื่องอะไร"}
    B -->|"สิ่งของ เหตุการณ์"| C["what"]
    B -->|"เวลา"| D["when"]
    B -->|"สถานที่"| E["where"]
    B -->|"คน"| F["who"]
    B -->|"เหตุผล"| G["why"]
    B -->|"วิธี จำนวน"| H["how · how many · how much"]
    C --> I["Wh-word + กริยาช่วย + ประธาน + V1<br/>Where do you live?"]
    D --> I
    E --> I
    G --> I
    H --> I
    F --> J["ถ้า who หรือ what เป็นประธานของประโยค<br/>ไม่ต้องใช้ do/does<br/>Who sings this song?"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังการเลือกคำแสดงคำถามตามสิ่งที่อยากรู้ ถามสิ่งของหรือเหตุการณ์ใช้ what ถามเวลาใช้ when ถามสถานที่ใช้ where ถามคนใช้ who ถามเหตุผลใช้ why และถามวิธีหรือจำนวนใช้ how หรือ how many กับ how much จากนั้นเรียงเป็น Wh-word ตามด้วยกริยาช่วย ประธาน และกริยาช่อง 1 ยกเว้นกรณี who หรือ what เป็นประธานของประโยคที่จะไม่ใช้ do หรือ does

ประโยคบอกเล่า คำถาม Wh- สังเกต
She goes to school by bus. How does she go to school? does + ประธาน + V1 (go)
They are in the library. Where are they? มี be อยู่แล้ว ย้าย be ต่อท้าย where
My birthday is in June. When is your birthday? ถามเวลา ตอบเป็นเดือน

คำบรรยายภาพ: ตารางเทียบประโยคบอกเล่ากับคำถาม Wh- ที่ถามจากข้อมูลชุดเดียวกัน โดยแสดงให้เห็นว่าถ้าประโยคมีกริยาช่วยหรือ be อยู่แล้วให้ย้ายคำนั้นไปต่อท้ายคำถาม Wh- ส่วนกริยาธรรมดาต้องเติม do หรือ does และกริยาหลักต้องกลับเป็นรูปเดิม

เรื่องย่อยที่ 2

Yes/No Questions

องค์ความรู้

  • Yes/No question คือคำถามที่ตอบด้วย Yes หรือ No ขึ้นต้นด้วยกริยาช่วยหรือ be
  • ทำได้ 2 ทาง
    1. ประโยคมี be หรือกริยาช่วยอยู่แล้ว (am · is · are · was · were · can · will) ให้ ย้ายคำนั้นมาไว้หน้าประธาน — Are you a student? (คุณเป็นนักเรียนใช่ไหม) · Is she your sister? (เธอเป็นพี่สาวของคุณใช่ไหม) · Can he swim? (เขาว่ายน้ำได้ไหม)
    2. ประโยคไม่มีกริยาช่วย ให้ใช้ Do / Does / Did + ประธาน + V1 — Do you like ice cream? (คุณชอบไอศกรีมไหม) · Does she play the piano? (เธอเล่นเปียโนไหม) · Did they come yesterday? (พวกเขามาเมื่อวานไหม)
  • เลือก do/does/did ตามกาลและประธาน — do กับ I · you · we · they ในปัจจุบัน · does กับ he · she · it ในปัจจุบัน · did กับทุกประธานในอดีต
  • หลัง does/did กริยาหลักกลับเป็นรูปเดิม — Does she play …? (ไม่ใช่ plays) · Did they come …? (ไม่ใช่ came)
  • คำตอบสั้นต้องยืมกริยาช่วยตัวเดียวกับที่ใช้ถาม
    • Are you a student? → Yes, I am. / No, I'm not.
    • Does she play the piano? → Yes, she does. / No, she doesn't.
    • Did they come? → Yes, they did. / No, they didn't.
    • Can he swim? → Yes, he can. / No, he can't.
  • ตอบเต็มก็ได้และความหมายชัดกว่า — Yes, I like ice cream. / No, she doesn't play the piano. แต่ ห้ามใช้กริยาหลักตอบสั้น — ❌ Yes, I like. → ✅ Yes, I do.
  • ประโยคคำถามแบบนี้ใช้บ่อยในบทสนทนา ทั้งการถามข้อมูลทั่วไป การขอความช่วยเหลือ และการขออนุญาต (ดูตัวอย่างการใช้ใน en-conv.md)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ___ you like ice cream? → Do — ประธาน you ในปัจจุบันใช้ do (คุณชอบไอศกรีมไหม)
  • ___ she play the piano? → Does — ประธาน she เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 ใช้ does และกริยาหลักกลับเป็น play (เธอเล่นเปียโนไหม)
  • ___ they come to the party yesterday? → Did — อดีตใช้ did กับทุกประธาน และกริยาหลักกลับเป็น come (พวกเขามางานเลี้ยงเมื่อวานไหม)
  • Is she your sister? — Yes, ___ → she is — คำตอบสั้นยืมกริยาช่วยตัวเดิมจากคำถาม (เธอเป็นพี่สาวของคุณใช่ไหม — ใช่)
  • Does he live in Chiang Mai? — No, he ___ → doesn't — ตอบปฏิเสธใช้กริยาช่วยตัวเดิมตามด้วย not (เขาอยู่เชียงใหม่ไหม — ไม่)
  • เรียงคำเป็นคำถาม: open / you / the window / can → Can you open the window? — ย้ายกริยาช่วย can ขึ้นหน้าประธาน (คุณเปิดหน้าต่างให้หน่อยได้ไหม)

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["อยากถามคำถามที่ตอบ Yes หรือ No"] --> B{"ประโยคมี be หรือกริยาช่วยอยู่แล้วหรือไม่"}
    B -->|"มี is · am · are · was · were · can · will"| C["ย้ายคำนั้นมาไว้หน้าประธาน<br/>Are you a student?"]
    B -->|"ไม่มี"| D["ใช้ Do / Does / Did + ประธาน + V1"]
    D --> E["do → I · you · we · they<br/>does → he · she · it<br/>did → ทุกประธานในอดีต"]
    C --> F["คำตอบสั้นยืมกริยาช่วยตัวเดิม<br/>Yes, I am. / No, I'm not."]
    E --> F

คำบรรยายภาพ: แผนผังวิธีสร้างคำถามที่ตอบ Yes หรือ No เริ่มจากตรวจว่าประโยคมีกริยา be หรือกริยาช่วยอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามีให้ย้ายคำนั้นมาไว้หน้าประธาน ถ้าไม่มีให้ใช้ do does หรือ did ตามด้วยประธานและกริยาช่อง 1 และคำตอบสั้นต้องยืมกริยาช่วยตัวเดิมจากคำถาม

ประโยคบอกเล่า คำถาม Yes/No คำตอบสั้น
She is a nurse. Is she a nurse? Yes, she is. / No, she isn't.
They like music. Do they like music? Yes, they do. / No, they don't.
He plays tennis. Does he play tennis? Yes, he does. / No, he doesn't.
We watched a film. Did we watch a film? Yes, we did. / No, we didn't.

คำบรรยายภาพ: ตารางเทียบประโยคบอกเล่ากับคำถามที่ตอบ Yes หรือ No พร้อมคำตอบสั้น โดยประโยคที่มี be ย้าย be ขึ้นหน้าประธาน ประโยคที่ไม่มีกริยาช่วยเติม do does หรือ did ตามกาลและประธาน และคำตอบสั้นยืมกริยาช่วยตัวเดิมจากคำถามเสมอ

ข้อควรระวัง

  • คำตอบสั้นต้องยืมกริยาช่วยจากคำถาม — Do you like milk? ตอบ Yes, I do. ไม่ใช่ Yes, I like. (ถ้าตอบเต็มจึงพูดว่า Yes, I like milk.)
  • หลัง does/did กริยาหลักต้องกลับเป็นรูปเดิม — ❌ Does she plays the piano? → ✅ Does she play the piano? เพราะ do/does/did แบกกาลและรูปบุรุษไปแล้ว
  • who หรือ what ที่เป็นประธานไม่ต้องใช้ do/does — Who sings this song? ไม่ใช่ Who does sing this song?
  • Wh-question ไม่ตอบ Yes หรือ No — ถ้าถาม Where do you live? ต้องตอบเป็นชื่อสถานที่ ไม่ใช่ Yes หรือ No
  • อย่าลืมเครื่องหมายคำถามท้ายประโยค — ทุกประโยคคำถามปิดด้วย ? เสมอ ไม่ใช่ .
  • อย่าเรียงคำแบบไทย — ภาษาไทยแค่เปลี่ยนเสียงสูงท้ายก็เป็นคำถามได้ แต่ภาษาอังกฤษต้องย้ายกริยาช่วยหรือ be ไว้หน้าประธาน ไม่ใช่เพียงเติมคำแสดงคำถามไว้ข้างหน้า

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาอังกฤษ.csv (ลำดับ 37–38)
  • ขอบเขตและหลักฐานรายเรื่อง: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §3 — ตาราง «Question words · การเรียงลำดับคำในประโยค | ป.4–ป.6 | มักออก | CT-EN · KCR-ENG70»
  • ตัวชี้วัด ป.6: ต 1.1 ป.6/4 · ต 1.2 ป.6/1 · ต 1.2 ป.6/4 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5a1l3eVFpUFpmM0U (สืบค้น 10 ต.ค. 2569)
  • หน้า hub รวมลิงก์เอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • เรื่องที่เกี่ยวข้อง: กาลและรูปกริยา en-tense.md · บทสนทนาในชีวิตประจำวัน en-conv.md · โครงสร้างประโยคและเครื่องหมายวรรคตอน en-gram.md

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?