กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาอังกฤษระดับ ป.4–ป.6ต 1.1

การอ่านจับใจความ (Reading Comprehension)

อ่านทำไม

การอ่านเป็นหนึ่งในสามจุดเน้นที่แหล่งติวเตอร์ย้ำตรงกันว่า «เจอบ่อยสุด» และเป็นด่านที่ทำคะแนนได้หรือเสียทั้งชุด เพราะข้อสอบ Reading มักมาเป็นชุด 4–5 ข้อต่อหนึ่งบทอ่าน อ่านผิดตั้งแต่ต้นจึงผิดทั้งชุด หัวข้อนี้แยกความสามารถที่ใช้บ่อยออกเป็นสี่เรื่อง — จับใจความสำคัญ หารายละเอียด อนุมานสิ่งที่เรื่องไม่ได้บอกตรง ๆ และตามคำสรรพนามว่าแทนใคร เด็กที่แยกได้ว่าคำถามข้อไหนถามอะไร จะกลับไปหาคำตอบในเรื่องได้ตรงจุดและเร็วขึ้น

เรื่องย่อยที่ 1

ใจความสำคัญของเรื่อง (Main Idea)

องค์ความรู้

  • ใจความสำคัญ (main idea) คือประโยคที่บอกว่า «ทั้งเรื่องเกี่ยวกับอะไร» — มักอยู่ประโยคแรกหรือประโยคสุดท้ายของบทอ่าน
  • แยกสามคำให้ออกก่อนตอบ
    • หัวเรื่อง (topic) = เรื่องนี้พูดถึงสิ่งใด เช่น «ตลาดเช้าวันอาทิตย์»
    • ใจความสำคัญ (main idea) = ผู้เขียนบอกอะไรเกี่ยวกับหัวเรื่องนั้น เช่น «พลอยกับแม่ไปตลาดและซื้อของกลับบ้าน»
    • รายละเอียดสนับสนุน (details) = ส่วนย่อยที่มาหนุนใจความ เช่น ซื้อข้าวสารสองกิโล ซื้อปลาตัวเล็กหนึ่งตัว
  • หัวเรื่อง (title) ที่ดี ต้องครอบคลุมทั้งเรื่อง — ถ้าแคบเกินไปจะครอบได้แค่ตอนเดียว และถ้ากว้างเกินไปจะไม่บอกว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร
  • เทคนิค 3 ขั้น
    1. อ่านทั้งเรื่องหนึ่งรอบโดยไม่หยุดที่คำยาก แล้วถามตัวเองว่า «เรื่องนี้พูดถึงใคร ทำอะไร»
    2. ขีดคำที่ซ้ำหรือปรากฏในทุกย่อหน้า — คำนั้นมักเป็นหัวเรื่อง
    3. เลือกประโยคที่คลุมได้ทั้งเรื่อง ตัวเลือกที่ถูกแค่ครึ่งเรื่องถือว่าไม่ใช่ใจความสำคัญ
  • ตัวลวงที่พบบ่อย — ตัวเลือกที่แคบเกิน (เป็นรายละเอียดเดียว) · กว้างเกิน (ไม่มีข้อมูลว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร) · จริงแต่ไม่ใช่ใจความสำคัญของเรื่องนั้น

ตัวอย่างและวิธีคิด

บทอ่านสั้น (แต่งขึ้นเพื่อฝึก) — บทอ่านเต็มรูปแบบพร้อมคำถามทั้งสี่ชนิดดู en-passage-01

A Morning at the Market

Ploy went to the market with her mother on Sunday morning. The market was very busy. Many people were selling fresh vegetables there.

Ploy's mother bought two kilos of rice and some eggs. Ploy bought a small fish for her cat with her own money.

  • What is the best title for this story? — A Morning at the Market เพราะครอบคลุมทั้งการไปตลาดและการซื้อของกลับบ้าน ตัวลวงอย่าง How to Buy Fish แคบเกินไป และ A Weekend in Thailand กว้างเกินไปเพราะไม่บอกว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร
  • ใจความสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร — พลอยกับแม่ไปตลาดเช้าวันอาทิตย์และซื้อของกลับบ้าน ไม่ใช่รายละเอียดย่อยอย่างจำนวนข้าวสารที่แม่ซื้อ
  • ประโยคใดเป็นรายละเอียด ไม่ใช่ใจความสำคัญ — Many people were selling fresh vegetables there. เพราะเป็นส่วนย่อยที่มาหนุนว่าที่นั่นเป็นตลาด
  • ถ้าเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น A Girl and Her Mother จะเป็นอย่างไร — กว้างเกินไป เพราะไม่บอกว่าไปทำอะไรที่ไหน จึงใช้แทนใจความสำคัญไม่ได้

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านทั้งเรื่องหนึ่งรอบ] --> B[ถามตัวเองว่า เรื่องพูดถึงใคร ทำอะไร]
    B --> C[ขีดคำที่ซ้ำหรืออยู่ในทุกย่อหน้า]
    C --> D[เลือกประโยคที่คลุมได้ทั้งเรื่อง]
    D --> E{ตัวเลือกนี้เป็นอย่างไร}
    E -- คลุมทั้งเรื่อง --> F[ตอบได้]
    E -- เล่าตอนเดียว --> G[ตัดออก เพราะแคบเกิน]
    E -- ไม่บอกว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร --> H[ตัดออก เพราะกว้างเกิน]
    G --> D
    H --> D

คำบรรยายภาพ: ผังวิธีหาใจความสำคัญของเรื่อง เริ่มจากอ่านทั้งเรื่องหนึ่งรอบ ถามตัวเองว่าเรื่องพูดถึงใครทำอะไร ขีดคำที่ซ้ำหรืออยู่ในทุกย่อหน้า แล้วเลือกประโยคที่คลุมได้ทั้งเรื่อง ถ้าตัวเลือกเล่าเพียงตอนเดียวให้ตัดออกเพราะแคบเกิน ถ้าไม่บอกว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไรให้ตัดออกเพราะกว้างเกิน แล้วกลับไปเลือกประโยคใหม่

เรื่องย่อยที่ 2

รายละเอียดในเรื่อง (Supporting Details)

องค์ความรู้

  • รายละเอียด (details) คือคำตอบของคำถามหกตัว — ใคร (who) · ทำอะไร (what) · ที่ไหน (where) · เมื่อไร (when) · ทำไม (why) · อย่างไร (how)
  • คำถามรายละเอียดมักเป็น Wh- หรือ Yes/No และคำตอบ «อยู่ในเรื่องตรง ๆ» ไม่ต้องคิดเพิ่ม คำที่โจทย์ใช้ถามกับคำที่เรื่องใช้เล่าอาจเป็นคนละคำ จึงต้องหาคำที่มีความหมายเดียวกัน — โจทย์ถาม buy แต่เรื่องใช้ purchase · โจทย์ถาม happy แต่เรื่องใช้ glad
  • อ่านคำถามก่อนอ่านเรื่อง ในบทอ่านสั้น ๆ จะช่วยให้รู้ว่าต้องเพ่งตรงไหน และกวาดสายตา (scan) หาคำสำคัญได้เร็ว
  • ระวังตัวเลข จำนวน สี และเวลาในเรื่อง เพราะข้อสอบมักสลับตัวเลขให้ผิดไปหนึ่งหน่วย — อ่านว่า two kilos of rice แล้วเจอตัวเลือก three kilos ให้ตัดทิ้งทันที
  • คำถามเรียงลำดับเหตุการณ์ ให้กลับไปขีดคำบอกเวลาในเรื่อง — on Saturday morning → at noon → at night
  • คำถามแบบ «จริง–เท็จ» หรือ «ตรงกับเรื่องหรือไม่» ต้องเทียบทีละประเด็น ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นแบบนี้

ตัวอย่างและวิธีคิด

บทอ่านสั้น (แต่งขึ้นเพื่อฝึก)

Sea Turtles

Mother sea turtles come up on the beach at night. They dig a hole in the sand and lay more than one hundred eggs inside it. Then they cover the eggs with sand and go back to the sea.

After many weeks, hundreds of baby turtles come out of the eggs. They are very small, so they must walk to the sea quickly. Birds and crabs on the beach look for food at that time.

  • When do mother sea turtles come up on the beach? — ตอนกลางคืน (at night) เพราะประโยคแรกของเรื่องบอกไว้ตรง ๆ
  • What do the mother turtles do after they lay their eggs? — กลบไข่ด้วยทราย (cover the eggs with sand) แล้วกลับลงทะเล ต้องตอบตามลำดับที่เรื่องเล่า ไม่ใช่สลับกับตอนขุดหลุม
  • How many baby turtles come out of the eggs? — เป็นร้อย ๆ (hundreds) เพราะเรื่องบอกว่า hundreds of baby turtles ไม่ได้บอกว่าเป็นล้าน
  • Why must the baby turtles walk to the sea quickly? — เพราะตัวเล็กมากและมีนกกับปูหากินบนหาดในเวลานั้น ประโยค They are very small, so ... บอกเหตุและผลไว้ชัด
  • There are millions of baby turtles. ตรงกับเรื่องหรือไม่ — ไม่ตรง เพราะเรื่องบอกว่ามีเพียง hundreds (เป็นร้อย ๆ) ไม่ได้บอกว่าเป็นล้าน ตัวเลขที่เกินจริงจึงผิด
  • Which animals look for food on the beach? — นกกับปู (Birds and crabs) ไม่ใช่ปลาในทะเล ต้องอ่านให้จบว่าคำถามถามถึง «บนหาด»

ภาพและไดอะแกรม

คำถามที่โจทย์ใช้ คำในเรื่องที่ต้องไปหา ตอบอะไร
Who ... ? ชื่อคน ตัวละคร สัตว์ ใครทำ
What ... do? กริยา ทำอะไร
Where ... ? ที่อยู่ สถานที่ ที่ไหน
When ... ? at night · on Saturday · after many weeks เมื่อไร
Why ... ? because · so ทำไม
How many ... ? ตัวเลขในเรื่อง จำนวนเท่าไร

คำบรรยายภาพ: ตารางจับคู่คำถามรายละเอียดกับคำในเรื่องที่ต้องไปหา โดยคำถามประเภท Who หา ชื่อคนหรือตัวละคร What หากริยา Where หาสถานที่ When หาคำบอกเวลา Why หาคำเชื่อมบอกเหตุ และ How many หาตัวเลขในเรื่อง เพื่อให้รู้ว่าควรกวาดสายตาไปหาอะไรก่อนตอบ

เรื่องย่อยที่ 3

การอนุมานและสรุปความ (Inference)

องค์ความรู้

  • การอนุมาน (inference) คือการสรุปสิ่งที่เรื่อง «ไม่ได้เขียนไว้ตรง ๆ» แต่มีร่องรอยพอให้รู้ได้แน่นอน — คำตอบที่ถูกต้องต้องมีหลักในเรื่องรองรับ ไม่ใช่การเดา
  • ร่องรอยที่ใช้สรุปได้บ่อย
    • สิ่งที่ตัวละครทำหรือพูดซ้ำ ๆ → บอกนิสัยหรือความรู้สึกของตัวละคร
    • คำบอกเวลาและลำดับเหตุการณ์ → บอกว่าอะไรเกิดก่อนหลัง
    • เหตุและผล (because · so) → บอกว่าทำไมเรื่องจึงเป็นเช่นนั้น
    • คำที่ผู้เขียนเลือกใช้ → shouted กับ said ให้อารมณ์ต่างกัน
  • คำถามอนุมานสังเกตจากคำว่า — What can we learn ... ? · What does this tell us ... ? · How does ... feel? · What will probably happen next?
  • เทียบตัวเลือกกับเรื่องทีละข้อ — ถ้าตัวเลือกต้องอาศัย «ความรู้ในชีวิต» ที่เรื่องไม่ได้เขียน ให้ตัดทิ้ง ถ้าตัวเลือกใช้คำรุนแรงเกินไปอย่าง always · never · all ต้องระวัง เพราะเรื่องส่วนใหญ่ไม่ได้บอกขนาดนั้น
  • อนุมานต่างจากรายละเอียดตรงที่ — รายละเอียดหาคำตอบได้ด้วยการกวาดสายตา แต่อนุมานต้องอ่านหลายประโยคแล้วประกอบกัน

ตัวอย่างและวิธีคิด

บทอ่านสั้น (แต่งขึ้นเพื่อฝึก)

Bank looked at his watch and ran to the bus stop. The bus was not there. He waited and waited. He looked at his watch again many times. Then he took out his phone and called his mother. "I'm sorry," he said. "I think I will be late for school."

  • How does Bank feel in this story? — กังวล · ร้อนใจ เพราะเขาดูนาฬิกาซ้ำหลายครั้งและรีบวิ่งไปป้ายรถ
  • What can we learn about Bank from this story? — เขาเป็นคนตรงต่อเวลาและกลัวไปโรงเรียนสาย เพราะดูนาฬิกาหลายครั้งและโทรบอกแม่ทันทีว่าเขาจะสาย
  • What will probably happen next? — แม่ของเขาอาจมารับหรือบอกให้เขารอรถคันถัดไป เพราะเขาโทรหาแม่และบอกว่ากำลังจะสาย เป็นการคาดเดาที่มีร่องรอยในเรื่องรองรับ
  • Bank usually goes to school by bus. ข้อความนี้สรุปได้หรือไม่ — สรุปได้ เพราะเขายืนรอรถที่ป้ายรถและบอกว่าจะไปโรงเรียนสาย
  • ตัวเลือกใดอนุมานเกินหลักฐาน — Bank always wakes up late. — เกินหลักฐาน เพราะเรื่องนี้เล่าเหตุการณ์วันเดียว ไม่ได้บอกนิสัยนี้เป็นประจำ คำว่า always จึงรุนแรงเกินเรื่อง

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A[อ่านเรื่องให้จบ] --> B[เก็บสิ่งที่ตัวละครทำ พูด และรู้สึก]
    B --> C[อ่านคำถามอนุมาน]
    C --> D[หาประโยคที่รองรับในเรื่อง]
    D --> E{ตัวเลือกนี้มีร่องรอยรองรับไหม}
    E -- มี --> F[ตอบได้]
    E -- ต้องใช้ความรู้ชีวิตนอกเรื่อง --> G[ตัดออก]
    E -- ใช้คำรุนแรง always never all --> H[ตัดออก]

คำบรรยายภาพ: ผังวิธีตอบคำถามอนุมาน เริ่มจากอ่านเรื่องให้จบและเก็บสิ่งที่ตัวละครทำ พูด และรู้สึก แล้วอ่านคำถามและหาประโยคที่รองรับในเรื่อง ถ้าตัวเลือกมีร่องรอยรองรับให้ตอบได้ ถ้าต้องใช้ความรู้ชีวิตนอกเรื่องหรือใช้คำรุนแรงอย่าง always never all ให้ตัดออก

เรื่องย่อยที่ 4

การอ้างอิงคำสรรพนามในบทอ่าน (Pronoun Reference)

องค์ความรู้

  • คำสรรพนามที่ใช้แทนคำนาม — he · she · it · they · them · him · her · his · its · their · this · that · these · those
  • ขั้นตอนหาว่าแทนคำใด
    1. ย้อนกลับไปอ่านประโยคก่อนหน้า ไม่ใช่ดูแค่ประโยคที่มีสรรพนาม
    2. เลือกคำนามที่มี จำนวนตรงกัน — they ต้องแทนคำนามพหูพจน์ it ต้องแทนคำนามเอกพจน์
    3. เลือกคำนามที่มี เพศตรงกัน — he แทนผู้ชาย · she แทนผู้หญิง · it แทนสัตว์ สิ่งของ หรือเรื่องที่พูดถึง
    4. แทนคำที่เลือกกลับลงไปในประโยค แล้วอ่านอีกครั้งว่าความหมายยังต่อกันได้
  • สรรพนามมักแทนคำนามที่ใกล้ที่สุด เว้นแต่ความหมายจะขัดกันจึงย้อนไปไกลกว่านั้น
  • it บางครั้งแทน «เรื่องที่พูดถึง» ไม่ใช่คำนามตัวเดียว — Nok passed the exam. It made her mother happy. คำว่า It แทน «การสอบผ่าน» ทั้งเรื่อง
  • this / these มักแทนสิ่งที่ผู้เขียนเพิ่งเขียนไว้ในประโยคก่อนหน้า จึงต้องอ่านประโยคเต็ม ไม่ใช่หาคำนามเดียว

ตัวอย่างและวิธีคิด

บทอ่านสั้น (แต่งขึ้นเพื่อฝึก)

Ploy has a dog named Lucky. She takes him to the park every evening. Lucky likes to run after a ball, but he never goes into the water. Ploy's mother does not like pets, so Ploy and Lucky always come home before six o'clock.

  • He ในประโยคที่สาม (but he never goes into the water) แทนคำใด — Lucky เพราะเป็นคำนามเอกพจน์เพศชายที่ใกล้ที่สุด และเป็นผู้ที่วิ่งตามลูกบอล
  • She ในประโยคที่สอง (She takes him to the park) แทนคำใด — Ploy เพราะเป็นเจ้าของสุนัขและเป็นคำนามผู้หญิงตัวเดียวในเรื่อง
  • him แทนคำใด — Lucky เพราะประโยคพูดถึงการพาสุนัขไปสวน และ him เป็นรูปกรรมของ he
  • Ploy and Lucky always come home before six o'clock. เหตุผลคืออะไร — เพราะแม่ของพลอยไม่ชอบสัตว์เลี้ยง ประโยคนี้บอกด้วยคำเชื่อม so จากประโยคก่อนหน้า
  • It ใน Ploy loves Lucky. It makes her happy. แทนคำใด — แทน «การที่พลอยรักลัคกี้» ทั้งเรื่อง ไม่ใช่คำนามตัวใดตัวหนึ่ง จึงต้องอ่านประโยคก่อนหน้าทั้งประโยค

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[เจอคำสรรพนามในเรื่อง] --> B[ย้อนไปอ่านประโยคก่อนหน้า]
    B --> C{สรรพนามเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์}
    C -- เอกพจน์ it --> D[หาคำนามเอกพจน์]
    C -- เอกพจน์เขาผู้ชาย he --> E[หาคำนามผู้ชาย]
    C -- เอกพจน์ผู้หญิง she --> F[หาคำนามผู้หญิง]
    C -- พหูพจน์ they --> G[หาคำนามพหูพจน์]
    D --> H[แทนคำที่เลือกกลับลงในประโยค]
    E --> H
    F --> H
    G --> H
    H --> I{อ่านแล้วความหมายต่อกันไหม}
    I -- ต่อกัน --> J[ตอบได้]
    I -- ขัดกัน --> B

คำบรรยายภาพ: ผังวิธีหาว่าคำสรรพนามแทนคำใด เริ่มจากย้อนไปอ่านประโยคก่อนหน้า แล้วดูว่าสรรพนามเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ และเป็นเพศใด จึงเลือกคำนามที่ตรงกัน จากนั้นแทนคำที่เลือกกลับลงในประโยค ถ้าความหมายยังต่อกันได้ก็ตอบได้ ถ้าขัดกันให้ย้อนกลับไปหาคำนามใหม่

ข้อควรระวัง

  • ตอบจากเรื่องที่อ่านเท่านั้น — ตัวลวงที่พบบ่อยคือข้อความที่เป็นจริงในชีวิตแต่เรื่องไม่ได้เขียนไว้ ให้ตัดทิ้งเสมอ
  • อ่านคำถามก่อนอ่านเรื่องในบทอ่านสั้น ๆ — จะรู้ว่าต้องเพ่งตรงไหน และกวาดสายตาหาคำสำคัญได้เร็ว ไม่เสียเวลาอ่านซ้ำทั้งเรื่อง
  • อย่าสลับ «ใจความสำคัญ» กับ «รายละเอียด» — ตัวเลือกที่เป็นรายละเอียดถูกต้องก็จริง แต่ไม่ใช่คำตอบของคำถามที่ถามหาใจความสำคัญ และหัวเรื่องที่ดีต้องไม่แคบหรือกว้างเกินเรื่อง
  • ระวังตัวเลข จำนวน สี และตัวบทที่สลับกัน — two kilos of rice กับ three kilos of rice · at night กับ in the morning ผิดเพียงคำเดียวก็ถือว่าผิด
  • คำถามอนุมานต้องมีร่องรอยรองรับ — ถ้าตัวเลือกต้องใช้ความรู้ชีวิตนอกเรื่อง หรือใช้คำรุนแรงอย่าง always · never · all ให้ตรวจซ้ำก่อนเลือก
  • คำสรรพนามต้องตรงทั้งจำนวนและเพศ — they แทนคำนามพหูพจน์เท่านั้น · she แทนคำนามผู้หญิง และอย่าลืมว่า it หรือ this อาจแทน «เรื่องที่พูดถึงทั้งเรื่อง» ไม่ใช่คำนามตัวเดียว

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาอังกฤษ.csv (ข้อ 54–57) · สรุปได้ที่ ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §3.2 (แถว «Reading / Passage»)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ต 1.1 ป.6/4 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5a1l3eVFpUFpmM0U
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้าฮับรวมเอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?