กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์ระดับ ป.4–ป.6ค 1.2

แบบรูปและความสัมพันธ์

อ่านทำไม

แบบรูปและความสัมพันธ์คือการมองหาว่า «ของที่เรียงต่อกันเป็นชุดนี้มีกติกาอะไรซ้ำอยู่» แล้วใช้กติกานั้นทำนายสิ่งที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นจำนวน รูปทรง หรือข้อมูลในตาราง หัวข้อนี้ถูกจัดเป็น «The Must» ของข้อสอบเข้า ม.1 เพราะออกบ่อยและเป็นสะพานตรงไปสู่พีชคณิตตอน ม.1 — การหาความสัมพันธ์ก็คือการตามหาตัวไม่ทราบค่าในคราบของช่องว่างกับรูปทรงนั่นเอง ข้อสอบจึงชอบออกทั้งการเติมจำนวนถัดไป การนับชิ้นส่วนของรูปที่ต่อกัน และโจทย์ตารางที่ต้องบอกกฎก่อนตอบ จุดที่เด็กพลาดบ่อยคือสรุปกติกาจากคู่เดียวและนับจำนวนก้าวผิด

เรื่องย่อยที่ 1

แบบรูปของจำนวน

องค์ความรู้

  • แบบรูป คือชุดของสิ่งต่าง ๆ ที่เรียงกันตามกติกาเดียวกันซ้ำ ๆ — พอรู้กติกาแล้วเราทำนายสิ่งที่อยู่ถัดไปได้ทันที
  • ลำดับจำนวน คือการเขียนจำนวนหลายจำนวนเรียงกันตามแบบรูป จำนวนแต่ละตัวเรียกว่า พจน์ เช่น ลำดับ 3,7,11,15,…3, 7, 11, 15, \ldots มี 44 พจน์ที่เขียนไว้ ส่วนพจน์ที่ 55 ยังต้องหา
  • กติกาที่พบบ่อยมี 4 แบบ
    • บวกหรือลบทีละจำนวนเท่ากันทุกคู่ เช่น 3,7,11,15,…3, 7, 11, 15, \ldots เพิ่มทีละ 44
    • คูณหรือหารด้วยจำนวนเท่ากันทุกคู่ เช่น 2,6,18,54,…2, 6, 18, 54, \ldots คูณทีละ 33
    • เป็นจำนวนชุดพิเศษที่รู้จักอยู่แล้ว เช่น จำนวนกำลังสอง 1,4,9,16,…1, 4, 9, 16, \ldots หรือจำนวนคู่ จำนวนคี่
    • เป็นสองชุดสลับกันไปมา เช่น 1,10,2,20,3,30,…1, 10, 2, 20, 3, 30, \ldots — ชุดตำแหน่งคี่เพิ่มทีละ 11 ชุดตำแหน่งคู่เพิ่มทีละ 1010
  • วิธีหาแบบรูปอย่างมั่นใจ ให้หาผลต่างของพจน์ที่ติดกัน 22–33 คู่ก่อน ถ้าได้เท่ากันทุกคู่แสดงว่ากติกาคือบวกทีละเท่านั้น ถ้าผลต่างไม่เท่ากันให้ลองหารพจน์หลังด้วยพจน์หน้า แล้วตรวจกับคู่อื่นอีกครั้ง
  • ถ้าผลต่างไม่เท่ากันและผลหารก็ไม่เท่ากัน ให้ลองดู «ผลต่างที่เพิ่มขึ้นทีละเท่าเดิม» หรือแยกเป็นชุดตำแหน่งคี่กับตำแหน่งคู่

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ลำดับที่บวกทีละเท่าเดิม 3,7,11,15,…3, 7, 11, 15, \ldots พจน์ถัดไปคือจำนวนใด
    1. หาผลต่างของพจน์ที่ติดกัน: 7−3=47 - 3 = 4 · 11−7=411 - 7 = 4 · 15−11=415 - 11 = 4 → ได้เท่ากันทุกคู่
    2. แปลว่ากติกาคือบวกเพิ่มทีละ 44
    3. พจน์ถัดไป =15+4=19= 15 + 4 = 19
    4. ตรวจย้อนกลับ: 19−4=1519 - 4 = 15 ตรงกับพจน์ก่อนหน้า → คำตอบคือ 1919
  • ลำดับที่คูณทีละเท่าเดิม 2,6,18,54,…2, 6, 18, 54, \ldots พจน์ถัดไปคือจำนวนใด
    1. ลองลบก่อน: 6−2=46 - 2 = 4 แต่ 18−6=1218 - 6 = 12 → ผลต่างไม่เท่ากัน จึงไม่ใช่การบวกทีละเท่าเดิม
    2. ลองหาร: 6÷2=36 \div 2 = 3 · 18÷6=318 \div 6 = 3 · 54÷18=354 \div 18 = 3 → ได้เท่ากันทุกคู่
    3. กติกาคือคูณด้วย 33 → พจน์ถัดไป =54×3=162= 54 \times 3 = 162
  • ชุดจำนวนกำลังสอง 1,4,9,16,…1, 4, 9, 16, \ldots พจน์ที่ 55 คือจำนวนใด — สังเกตว่าพจน์ที่ nn มาจาก n×nn \times n: 1=1×11 = 1 \times 1, 4=2×24 = 2 \times 2, 9=3×39 = 3 \times 3, 16=4×416 = 4 \times 4 → พจน์ที่ 55 คือ 5×5=255 \times 5 = 25

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["ลำดับ 3, 7, 11, 15, …"] --> B["หาผลต่างของพจน์ที่ติดกัน<br/>7 − 3 = 4 · 11 − 7 = 4 · 15 − 11 = 4"]
    B --> C["ผลต่างเท่ากันทุกคู่<br/>จึงได้กติกา: บวกเพิ่มทีละ 4"]
    C --> D["พจน์ถัดไป = 15 + 4 = 19"]
    D --> E["ตรวจย้อนกลับ<br/>19 − 4 = 15 ตรงกับพจน์เดิม"]
    C --> F["ถ้าผลต่างไม่เท่ากันให้ลองหาร<br/>หรือแยกชุดตำแหน่งคี่–คู่"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังวิธีคิดหาแบบรูปของลำดับจำนวน เริ่มจากนำพจน์ที่ติดกันมาลบกัน ถ้าผลต่างเท่ากันทุกคู่ก็ได้กติกาว่าบวกเพิ่มทีละ 4 แล้วเติมพจน์ถัดไปเป็น 19 พร้อมตรวจย้อนกลับ ถ้าผลต่างไม่เท่ากันให้ลองหารพจน์หลังด้วยพจน์หน้าหรือแยกดูชุดตำแหน่งคี่กับตำแหน่งคู่แทน

เรื่องย่อยที่ 2

แบบรูปของรูปเรขาคณิต

องค์ความรู้

  • แบบรูปรูปภาพใช้หลักเดียวกับแบบรูปจำนวน — นับชิ้นส่วนของรูปที่ 1, 2, 3 แล้วดูว่าเพิ่มขึ้นทีละเท่าไร เช่น รูปที่ 1 ใช้ไม้ 44 ก้าน รูปที่ 2 ใช้ 77 ก้าน รูปที่ 3 ใช้ 1010 ก้าน แสดงว่าเพิ่มทีละ 33 ก้าน
  • สิ่งที่นับได้ในแบบรูปรูปภาพมีหลายอย่าง — จำนวนไม้ จำนวนด้าน จำนวนจุดยอด จำนวนช่องสี่เหลี่ยม หรือจำนวนรูปย่อยที่ซ้อนอยู่ ต้องอ่านโจทย์ให้ชัดว่าถามนับอะไร
  • ระวังการนับด้านที่ใช้ร่วมกัน — รูปที่ต่อกันจะใช้ด้านประชิดร่วมกัน 11 ด้าน ทำให้ไม้ที่เพิ่มในแต่ละรูปน้อยกว่าจำนวนด้านของรูปนั้นเสมอ
  • ถ้าจำนวนที่นับได้เป็น 1,4,9,16,…1, 4, 9, 16, \ldots แปลว่าเป็นจำนวนกำลังสอง (แต่ละขั้นเพิ่มขึ้นทีละ 3,5,7,…3, 5, 7, \ldots) — ต่างจากแบบที่เพิ่มทีละเท่าเดิมตลอด
  • จำนวนรูปสามเหลี่ยมที่ต่อกันเป็นชั้น ๆ ให้ผล 1,3,6,10,…1, 3, 6, 10, \ldots โดยผลต่างเพิ่มขึ้นทีละ 11 (+2,+3,+4+2, +3, +4)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • แบบรูปไม้ขีดที่เพิ่มทีละเท่าเดิม รูปที่ 1 ใช้ไม้ 44 ก้าน รูปที่ 2 ใช้ 77 ก้าน รูปที่ 3 ใช้ 1010 ก้าน ถ้าต่อแบบเดิม รูปที่ 55 จะใช้ไม้กี่ก้าน
    1. หาผลต่าง: 7−4=37 - 4 = 3 · 10−7=310 - 7 = 3 → เพิ่มขึ้นทีละ 33 ก้าน
    2. รูปที่ 44 ใช้ไม้ 10+3=1310 + 3 = 13 ก้าน
    3. รูปที่ 55 ใช้ไม้ 13+3=1613 + 3 = 16 ก้าน
    4. จุดที่ต้องระวัง: โจทย์ถามรูปที่ 55 ต้องก้าวต่อจากรูปที่ 33 สองครั้ง (3→4→53 \to 4 \to 5) ไม่ใช่ครั้งเดียว
  • แบบรูปที่ด้านประชิดใช้ร่วมกัน นำรูปสามเหลี่ยมด้านเท่ามาต่อกันเป็นแถว — 11 รูปใช้ไม้ 33 ก้าน · 22 รูปใช้ไม้ 55 ก้าน · 33 รูปใช้ไม้ 77 ก้าน ถ้าต่อ 55 รูปต้องใช้ไม้กี่ก้าน
    1. ผลต่างคือ 5−3=25 - 3 = 2 และ 7−5=27 - 5 = 2 → เพิ่มรูปละ 22 ก้าน (ไม่ใช่ 33 ก้าน เพราะด้านที่ติดกันใช้ไม้ร่วมกัน)
    2. รูปที่ 44 ใช้ 7+2=97 + 2 = 9 ก้าน · รูปที่ 55 ใช้ 9+2=119 + 2 = 11 ก้าน
  • แบบรูปจำนวนกำลังสอง เรียงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กให้เป็นรูปใหญ่ — รูปที่ 11 มี 11 ช่อง · รูปที่ 22 มี 44 ช่อง · รูปที่ 33 มี 99 ช่อง → ผลต่างคือ 3,53, 5 (เพิ่มขึ้นทีละ 22) ดังนั้นรูปที่ 44 มี 9+7=169 + 7 = 16 ช่อง
  • แบบรูปที่ผลต่างเพิ่มขึ้นทีละหนึ่ง เรียงรูปสามเหลี่ยมเพิ่มชั้น — 1,3,6,10,…1, 3, 6, 10, \ldots → ผลต่าง 2,3,42, 3, 4 → รูปถัดไปคือ 10+5=1510 + 5 = 15

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    R1["รูปที่ 1<br/>ไม้ 4 ก้าน"] -->|"บวก 3"| R2["รูปที่ 2<br/>ไม้ 7 ก้าน"]
    R2 -->|"บวก 3"| R3["รูปที่ 3<br/>ไม้ 10 ก้าน"]
    R3 -->|"บวก 3"| R4["รูปที่ 4<br/>ไม้ 13 ก้าน"]
    R4 -->|"บวก 3"| R5["รูปที่ 5<br/>ไม้ 16 ก้าน"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังแบบรูปรูปภาพไม้ขีด เรียงจากรูปที่ 1 ถึงรูปที่ 5 โดยรูปที่ 1 ใช้ไม้ 4 ก้าน และแต่ละรูปถัดไปใช้ไม้เพิ่มขึ้นอีก 3 ก้านเสมอ จึงได้ 7, 10, 13 และ 16 ก้านตามลำดับ ซึ่งแสดงว่าการหาคำตอบของแบบรูปรูปภาพใช้หลักเดียวกับการหาพจน์ถัดไปของลำดับจำนวน

เรื่องย่อยที่ 3

การหาความสัมพันธ์และกฎของแบบรูป

องค์ความรู้

  • ความสัมพันธ์ของสองปริมาณ คือการเชื่อมข้อมูลสองชุดเข้าด้วยกัน มักเขียนเป็นตาราง แล้วหาว่า «ค่าชุดหลังได้มาจากค่าชุดแรกอย่างไร»
  • กฎของแบบรูปต้องเขียนให้สั้นและใช้ได้จริง เช่น «ราคา == จำนวนสมุด ×12\times 12» หรือ «ค่าผ่านประตู =40+15×= 40 + 15 \times จำนวนครั้ง»
  • กฎมีสองหน้าตาที่พบบ่อย — คูณอย่างเดียว (ราคาต่อหน่วยคงที่) และ ค่าคงที่บวกกับส่วนที่เพิ่มตามจำนวน (มีค่าบริการเริ่มต้น)
  • ต้องตรวจกฎกับข้อมูล ทุกคู่ ที่โจทย์ให้ ถ้าใช้ได้แค่คู่เดียวแต่คู่อื่นไม่ตรง แปลว่ากฎผิด
  • พอได้กฎแล้วจะหาค่าในอนาคตได้ทันที และยังย้อนหาก็ได้ — ถามจำนวนจากราคา ให้แก้จากกฎเดิม

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ตารางที่คูณด้วยจำนวนเดียวกัน สมุด 11 เล่มราคา 1212 บาท → 22 เล่มราคา 2424 บาท → 33 เล่มราคา 3636 บาท กฎคือ ราคา == จำนวนสมุด ×12\times 12 · ตรวจ: 44 เล่มจะได้ 4×12=484 \times 12 = 48 บาท ตรงกับที่โจทย์ให้มา
  • ใช้กฎหาค่าที่โจทย์ถาม จากตารางเดิม ถ้าถามราคาสมุด 1010 เล่ม → 10×12=12010 \times 12 = 120 บาท · ถ้าย้อนถามว่ามี 9696 บาท ซื้อได้กี่เล่ม → 96÷12=896 \div 12 = 8 เล่ม
  • ตารางที่มีค่าคงที่บวกอยู่ ค่าเข้าสวนผู้ใหญ่ 4040 บาท และเครื่องเล่นครั้งละ 1515 บาท → เล่น 11 ครั้งจ่าย 5555 บาท · 22 ครั้งจ่าย 7070 บาท · 33 ครั้งจ่าย 8585 บาท กฎคือ จ่าย =40+15×= 40 + 15 \times จำนวนครั้ง · ตรวจ: 44 ครั้งจะได้ 40+60=10040 + 60 = 100 บาท

ภาพและไดอะแกรม

จำนวนสมุด (เล่ม) 11 22 33 44
ราคา (บาท) 1212 2424 3636 4848

คำบรรยายภาพ: ตารางความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนสมุดกับราคา เมื่อสมุด 1 เล่มราคา 12 บาท จำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละหนึ่งเล่มทำให้ราคาเพิ่มขึ้นทีละ 12 บาทเสมอ จึงได้กฎว่าราคาเท่ากับจำนวนสมุดคูณ 12 และใช้กฎนี้ทำนายราคาของจำนวนสมุดอื่นได้ทันที

เรื่องย่อยที่ 4

การหาค่าที่หายไปในแบบรูป

องค์ความรู้

  • ช่องว่างหรือรูปทรงที่โจทย์ใช้แทนจำนวนที่ยังไม่รู้ ไม่ใช่ชื่อรูป แต่คือจำนวนที่ต้องเติม เช่น □+7=15\square + 7 = 15 → หาได้ด้วยการย้อนการดำเนินการ 15−7=815 - 7 = 8
  • วิธีหาค่าที่หายไปในลำดับ: หาผลต่างจากคู่ที่รู้ทั้งสองข้างก่อน แล้วค่อยเติมช่องว่าง ตรวจทั้งสองข้าง ว่าตรงกับกติกาเดิม
  • ถ้าช่องว่างอยู่ตรงกลาง ให้ใช้คู่ซ้ายและคู่ขวาช่วยกัน · ถ้าช่องว่างอยู่ท้ายสุด ให้ก้าวต่อจากพจน์สุดท้ายตามกติกา
  • นับ จำนวนก้าว ให้ถูก — จากพจน์ที่ 33 ไปพจน์ที่ 55 คือ 22 ก้าว ไม่ใช่ 55 ก้าว
  • ในตารางความสัมพันธ์ ให้หากฎให้ได้ก่อนแล้วจึงแทนค่าที่หายไป เพราะการเดาค่าเดียวอาจบังเอิญถูกแต่ใช้กับค่าอื่นไม่ได้

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ช่องว่างอยู่ตรงกลาง 5,9,13,□,215, 9, 13, \square, 21 — ผลต่างคือ 44 ทุกคู่ → □=13+4=17\square = 13 + 4 = 17 · ตรวจสองข้าง: 17+4=2117 + 4 = 21 ตรงกับพจน์ถัดไป และ 17−4=1317 - 4 = 13 ตรงกับพจน์ก่อนหน้า
  • แบบรูปที่คูณทีละเท่าเดิม 2,6,18,□,1622, 6, 18, \square, 162 — คูณด้วย 33 ทุกขั้น → □=18×3=54\square = 18 \times 3 = 54 · ตรวจ: 54×3=16254 \times 3 = 162 ตรงกับพจน์สุดท้าย
  • ช่องว่างในตารางความสัมพันธ์ จำนวน 33 ชิ้นราคา 2727 บาท และราคาต่อชิ้นคงที่ → ราคาต่อชิ้น =27÷3=9= 27 \div 3 = 9 บาท · ถ้าราคาที่โจทย์ให้เป็น 4545 บาท จะได้จำนวน =45÷9=5= 45 \div 9 = 5 ชิ้น
  • แบบรูปที่ใช้สองพจน์ก่อนหน้า 1,1,2,3,5,8,□1, 1, 2, 3, 5, 8, \square — สังเกตว่าแต่ละพจน์เท่ากับผลบวกของสองพจน์ก่อนหน้า (1+1=21+1=2 · 2+3=52+3=5 · 5+8=135+8=13) → □=13\square = 13 · ตรวจ: 8+13=218 + 13 = 21 ซึ่งจะเป็นพจน์ถัดไปพอดี

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["เห็นช่องว่างในแบบรูปหรือตาราง"] --> B{"ช่องว่างอยู่ตำแหน่งใด"}
    B -->|"อยู่ตรงกลาง"| C["หาผลต่างจากคู่ที่รู้ทั้งสองข้าง<br/>แล้วเติมค่าที่ทำให้ผลต่างเท่ากัน"]
    B -->|"อยู่ท้ายสุด"| D["ก้าวต่อจากพจน์สุดท้ายตามกติกา"]
    B -->|"อยู่ในตารางความสัมพันธ์"| E["หากฎจากคู่ที่รู้ก่อน<br/>แล้วแทนค่าที่หายไป"]
    C --> F["ตรวจทั้งสองข้าง<br/>ว่าตรงกับกติกาเดิม"]
    D --> F
    E --> F

คำบรรยายภาพ: แผนผังวิธีหาค่าที่หายไปในแบบรูป แยกตามตำแหน่งของช่องว่าง ถ้าอยู่ตรงกลางให้ใช้ผลต่างจากคู่ที่รู้ทั้งสองข้าง ถ้าอยู่ท้ายสุดให้ก้าวต่อจากพจน์สุดท้าย และถ้าอยู่ในตารางความสัมพันธ์ให้หากฎจากคู่ที่รู้ก่อนแล้วแทนค่า ทุกทางต้องตรวจคำตอบทั้งสองข้างว่าตรงกับกติกาเดิมเสมอ

ข้อควรระวัง

  • อย่าสรุปกติกาจากคู่เดียว — ต้องตรวจอย่างน้อย 22–33 คู่ เพราะลำดับ 2,6,18,54,…2, 6, 18, 54, \ldots ถ้าดูแค่คู่แรกอาจคิดว่า «บวก 44» ซึ่งผิด
  • ผลต่างเท่ากันไม่ได้แปลว่าบวกเสมอ — ให้ลองหารด้วย เพราะ 1,2,4,8,…1, 2, 4, 8, \ldots มีผลต่าง 1,2,41, 2, 4 ไม่เท่ากัน แต่กติกาจริงคือคูณด้วย 22
  • นับจำนวนก้าวให้ถูก — จากรูปที่ 33 ไปรูปที่ 55 คือก้าว 22 ครั้ง (3→4→53 \to 4 \to 5) ไม่ใช่ 55 ครั้ง ข้อนี้เด็กพลาดบ่อยที่สุด
  • อย่านับรูปที่ต่อกันด้วย «จำนวนรูป ×\times ด้านของรูป» — รูปที่ต่อกันจะใช้ด้านประชิดร่วมกัน ไม้ที่ใช้จึงน้อยกว่าที่คิด ต้องนับจากรูปจริงหรือใช้ผลต่างที่เพิ่มขึ้นทีละเท่าเดิม
  • กฎความสัมพันธ์ต้องใช้ได้กับทุกคู่ — ถ้าตรวจแล้วมีคู่ที่ไม่ตรง แปลว่ากฎผิด ให้กลับไปหาผลต่างหรือผลหารของคู่ใหม่
  • ตัวไม่ทราบค่าแทนจำนวน ไม่ใช่ชื่อรูป — □\square ในโจทย์ไม่ใช่ «รูปสี่เหลี่ยม» แต่คือจำนวนที่ยังไม่รู้ ต้องอ่านโจทย์ให้ครบก่อนตัดสินใจว่าต้องบวก ลบ คูณ หรือหาร

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/คณิตศาสตร์.csv (ลำดับ 48–51)
  • ขอบเขตและหลักฐานรายเรื่อง: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์.md — §2.2 ข้อ 8 (แบบรูปและความสัมพันธ์ «ออกบ่อยมาก» · 1 ใน 5 เรื่อง «The Must») · §3 «สมการและแบบรูป»
  • ตัวชี้วัด ป.6: ค 1.2 ป.6/1 (แสดงวิธีคิดและหาคำตอบของปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป) (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1580786328_d_1.pdf
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เล่มหลัก (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้า hub รวมลิงก์เอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?