กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์ระดับ ม.1ม.1

สมการและการแก้สมการ

อ่านทำไม

สมการคือประโยคสัญลักษณ์ที่บอกว่าปริมาณสองข้าง «เท่ากัน» ส่วนการแก้สมการคือการตามหาว่าจำนวนที่ซ่อนอยู่ในโจทย์คือเท่าไร โรงเรียนแข่งขันสูงและห้องพิเศษออกเรื่องนี้บ่อยมาก เพราะเป็นด่านแรกที่เด็กต้องเปลี่ยน «โจทย์ที่เขียนเป็นคำ» ให้เป็น «ประโยคคณิตศาสตร์» ก่อนลงมือคำนวณ จุดที่ทำคะแนนหลุดไม่ใช่การบวกหรือการลบ แต่คือ «ตั้งสมการไม่เป็น» กับ «ตอบผิดตัวที่โจทย์ถาม» และเรื่องนี้ยังเป็นฐานตรงของพีชคณิต ม.1 ซึ่งจะแก้สมการที่ซับซ้อนขึ้นด้วยวิธีคิดชุดเดียวกัน

เรื่องย่อยที่ 1

ความหมายของสมการและตัวไม่ทราบค่า

องค์ความรู้

  • สมการ คือประโยคสัญลักษณ์ที่แสดงว่าปริมาณสองข้างเท่ากัน มีเครื่องหมาย == คั่นกลางเสมอ เช่น 7+5=127 + 5 = 12
  • นิพจน์ คือกลุ่มตัวเลขกับเครื่องหมายที่ยังไม่มีเครื่องหมาย == เช่น x+5x + 5 — นิพจน์ตัดสินไม่ได้ว่าจริงหรือเท็จ จึงยังไม่เป็นสมการ
  • ตัวไม่ทราบค่า (ตัวแปร) คือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนจำนวนที่ยังไม่รู้ เขียนเป็นตัวอักษร x,y,nx, y, n หรือใช้รูป □,△\square, \triangle แทนก็ได้
  • คำตอบของสมการ คือจำนวนที่แทนลงในตัวแปรแล้วทำให้สมการเป็นจริง เช่น คำตอบของ x+5=12x + 5 = 12 คือ x=7x = 7
  • สมการที่มีตัวแปรมีได้ทั้งแบบมีคำตอบเดียว ไม่มีคำตอบ หรือมีหลายคำตอบ — แต่โจทย์สอบเข้ามักให้สมการที่มีคำตอบเดียวและถามหาคำตอบนั้น

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • แยกให้ออกว่าอันไหนเป็นสมการ — 7+5=127 + 5 = 12 เป็นสมการที่เป็นจริง · 7+5=137 + 5 = 13 เป็นสมการที่เป็นเท็จ · x+5x + 5 เป็นแค่นิพจน์ · x+5=12x + 5 = 12 เป็นสมการที่มีตัวไม่ทราบค่า
  • ตรวจว่าจำนวนที่ให้มาเป็นคำตอบหรือไม่ — จาก x+5=12x + 5 = 12 ลองแทน x=6x = 6 ได้ 6+5=116 + 5 = 11 ซึ่งไม่เท่ากับ 1212 จึงไม่ใช่คำตอบ · แทน x=7x = 7 ได้ 7+5=127 + 5 = 12 จริง จึงเป็นคำตอบ

ภาพและไดอะแกรม

สิ่งที่เขียน เรียกชื่อว่า เพราะอะไร
7+57 + 5 นิพจน์ ไม่มีเครื่องหมาย == จึงไม่บอกว่าจริงหรือเท็จ
7+5=127 + 5 = 12 สมการที่เป็นจริง สองข้างเท่ากัน
7+5=137 + 5 = 13 สมการที่เป็นเท็จ สองข้างไม่เท่ากัน
x+5=12x + 5 = 12 สมการที่มีตัวไม่ทราบค่า มีค่า xx เพียงค่าเดียวที่ทำให้เป็นจริง

คำบรรยายภาพ: ตารางแยกความต่างระหว่างนิพจน์กับสมการ แบบที่ไม่มีเครื่องหมายเท่ากับเรียกว่านิพจน์ แบบที่มีเครื่องหมายเท่ากับแต่สองข้างไม่เท่ากันเป็นสมการที่เป็นเท็จ และแบบที่มีตัวอักษรแทนจำนวนที่ยังไม่รู้เป็นสมการที่มีตัวไม่ทราบค่า ซึ่งต้องหาคำตอบให้ได้ว่าตัวอักษรนั้นแทนจำนวนใด

เรื่องย่อยที่ 2

การแก้สมการหนึ่งขั้นตอน (การบวกและการลบ)

องค์ความรู้

  • หัวใจของการแก้สมการคือ ทำสองข้างให้เท่ากันเสมอ — บวกหรือลบจำนวนใดจำนวนหนึ่ง ต้องทำทั้งสองข้างพร้อมกัน
  • สมการรูป x+a=bx + a = b แก้โดย ลบ aa ออกทั้งสองข้าง จะได้ x=b−ax = b - a
  • สมการรูป x−a=bx - a = b แก้โดย บวก aa เข้าทั้งสองข้าง จะได้ x=b+ax = b + a
  • วิธีคิดแบบ «ย้ายข้าง» ที่ใช้กันเร็ว ๆ มาจากหลักนี้เอง คือย้ายจำนวนข้ามเครื่องหมาย == แล้วเปลี่ยนเครื่องหมายบวกลบให้ตรงกันข้าม
  • สมการบวกลบเป็นสมการ หนึ่งขั้นตอน เพราะใช้การดำเนินการเดียวก็แยกตัวไม่ทราบค่าออกมาได้

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • x+8=15x + 8 = 15 — ลบ 88 ทั้งสองข้าง: x+8−8=15−8x + 8 - 8 = 15 - 8 → x=7x = 7 · ตรวจ: 7+8=157 + 8 = 15 ถูกต้อง
  • y−4=9y - 4 = 9 — บวก 44 ทั้งสองข้าง: y−4+4=9+4y - 4 + 4 = 9 + 4 → y=13y = 13 · ตรวจ: 13−4=913 - 4 = 9 ถูกต้อง
  • 12+z=2012 + z = 20 — ตัวไม่ทราบค่าอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังก็ใช้วิธีเดียวกัน ลบ 1212 ทั้งสองข้าง: z=20−12=8z = 20 - 12 = 8

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["สมการ x + 8 = 15"] --> B["ต้องการให้เหลือ x อยู่ข้างเดียว<br/>จึงกำจัด 8 ทิ้ง"]
    B --> C["ลบ 8 ออกทั้งสองข้าง<br/>x + 8 − 8 = 15 − 8"]
    C --> D["x = 7"]
    D --> E["ตรวจคำตอบ<br/>7 + 8 = 15 ถูกต้อง"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนแก้สมการบวกหนึ่งขั้นตอน จากสมการ x บวก 8 เท่ากับ 15 เมื่อต้องการเหลือตัวไม่ทราบค่าไว้ข้างเดียว จึงลบ 8 ออกทั้งสองข้าง ได้คำตอบ x เท่ากับ 7 แล้วนำไปแทนในสมการเดิมเพื่อตรวจว่า 7 บวก 8 ได้ 15 จริง

เรื่องย่อยที่ 3

การแก้สมการที่มีการคูณหรือการหาร

องค์ความรู้

  • หลักยังเหมือนเดิม — คูณหรือหารจำนวนเดียวกันทั้งสองข้าง สมการก็ยังเป็นจริง
  • สมการรูป ax=bax = b (ตัวแปรถูกคูณด้วย aa) แก้โดย หารทั้งสองข้างด้วย aa จะได้ x=b÷ax = b \div a
  • สมการรูป x÷a=bx \div a = b (ตัวแปรถูกหารด้วย aa) แก้โดย คูณทั้งสองข้างด้วย aa จะได้ x=b×ax = b \times a
  • ตัวหารต้องไม่เป็นศูนย์เสมอ — การหารด้วยศูนย์หาค่าไม่ได้ จึงไม่มีสมการแบบนั้นในโจทย์
  • ตรวจคำตอบทุกครั้งด้วยการแทนค่ากลับ เพราะการคูณและหารผิดหลักเดียวทำให้คำตอบเพี้ยนทั้งข้อ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • 6x=486x = 48 — หารทั้งสองข้างด้วย 66: x=48÷6=8x = 48 \div 6 = 8 · ตรวจ: 6×8=486 \times 8 = 48 ถูกต้อง
  • n÷5=7n \div 5 = 7 — คูณทั้งสองข้างด้วย 55: n=7×5=35n = 7 \times 5 = 35 · ตรวจ: 35÷5=735 \div 5 = 7 ถูกต้อง
  • 4×△=364 \times \triangle = 36 — หารทั้งสองข้างด้วย 44: △=36÷4=9\triangle = 36 \div 4 = 9 · จะเห็นว่าสัญลักษณ์รูปทรงก็ใช้วิธีคิดเดียวกับตัวอักษร

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["อ่านสมการ<br/>ดูว่าตัวไม่ทราบค่าถูกทำอะไรอยู่"] --> B{"ถูกคูณหรือถูกหาร"}
    B -->|"ถูกคูณ เช่น 6x = 48"| C["หารทั้งสองข้างด้วยตัวคูณ<br/>x = 48 ÷ 6 = 8"]
    B -->|"ถูกหาร เช่น n ÷ 5 = 7"| D["คูณทั้งสองข้างด้วยตัวหาร<br/>n = 7 × 5 = 35"]
    C --> E["แทนค่ากลับเพื่อตรวจคำตอบ"]
    D --> E

คำบรรยายภาพ: แผนผังเลือกวิธีแก้สมการคูณหาร ถ้าตัวไม่ทราบค่าถูกคูณอยู่ให้หารทั้งสองข้างด้วยตัวคูณ ถ้าถูกหารอยู่ให้คูณทั้งสองข้างด้วยตัวหาร แล้วแทนค่าคำตอบกลับในสมการเดิมเพื่อตรวจว่าสองข้างเท่ากันจริง

เรื่องย่อยที่ 4

การตั้งสมการจากโจทย์ปัญหา

องค์ความรู้

  • ขั้นตอนที่ใช้ได้กับทุกโจทย์มี 4 ขั้น คือ อ่านโจทย์และระบุสิ่งที่ให้มากับสิ่งที่ถาม → กำหนดตัวแปร → เขียนสมการ → แก้สมการและตรวจคำตอบ
  • ก่อนเขียนสมการต้องประกาศให้ชัดว่าตัวแปรแทนอะไรและหน่วยอะไร เช่น «ให้ xx แทนจำนวนเงินของลูก (บาท)»
  • คำในโจทย์บอกการดำเนินการได้ ถ้าอ่านออกก็ตั้งสมการได้ทันที
    • «มากกว่า · เพิ่มขึ้น · รวมกับ · ผลบวก» → บวก
    • «น้อยกว่า · ลดลง · ต่างกัน · ผลต่าง» → ลบ
    • «เป็น kk เท่า · คูณกับ» → คูณ
    • «แบ่งให้เท่ากัน · เฉลี่ย» → หาร
  • ระวังคำที่หน้าตาคล้ายกันแต่ความหมายต่างกัน — «มากกว่า 33» คือบวก 33 แต่ «เป็น 33 เท่า» คือคูณ 33

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «จำนวนหนึ่งบวกกับ 1515 ได้ 4242» — ให้จำนวนนั้นเป็น xx → x+15=42x + 15 = 42 → ลบ 1515 ทั้งสองข้าง → x=27x = 27 (ตรวจ: 27+15=4227 + 15 = 42)
  • «จำนวนหนึ่งคูณด้วย 44 ได้ 3636» — 4x=364x = 36 → หารด้วย 44 ทั้งสองข้าง → x=9x = 9 (ตรวจ: 4×9=364 \times 9 = 36)
  • «แม่มีเงินเป็น 33 เท่าของลูก สองคนรวมกันมี 800800 บาท» — ให้ลูกมี xx บาท แม่มี 3x3x บาท → 3x+x=8003x + x = 800 → 4x=8004x = 800 → x=200x = 200 ดังนั้นลูกมี 200200 บาท แม่มี 600600 บาท (ตรวจ: 200+600=800200 + 600 = 800)

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["อ่านโจทย์ให้ครบ<br/>ระบุสิ่งที่ให้มาและสิ่งที่ถาม"] --> B["กำหนดตัวแปรพร้อมหน่วย<br/>ให้ x แทนจำนวนที่โจทย์ถามหรือจำนวนที่น้อยกว่า"]
    B --> C["เขียนความสัมพันธ์เป็นสมการ<br/>คำว่า มากกว่า น้อยกว่า เป็นกี่เท่า ช่วยบอกเครื่องหมาย"]
    C --> D["แก้สมการและตรวจคำตอบ"]
    D --> E{"คำตอบตรงกับที่โจทย์ถามหรือไม่"}
    E -->|"ตรง"| F["ตอบพร้อมหน่วย"]
    E -->|"ไม่ตรง"| G["กลับไปทวนการตั้งสมการ"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังสี่ขั้นตอนการตั้งสมการจากโจทย์ปัญหา เริ่มจากอ่านโจทย์และระบุสิ่งที่ให้มากับสิ่งที่ถาม กำหนดตัวแปรพร้อมหน่วย เขียนความสัมพันธ์เป็นสมการโดยอาศัยคำบอกการดำเนินการ แล้วแก้สมการและตรวจว่าคำตอบที่ได้ตรงกับคำถามจริง ถ้าไม่ตรงให้ย้อนกลับไปทวนการตั้งสมการใหม่

เรื่องย่อยที่ 5

การตรวจคำตอบของสมการ

องค์ความรู้

  • การตรวจคำตอบคือการ แทนค่าที่หามาได้กลับลงในสมการต้นฉบับ แล้วดูว่าทั้งสองข้างเท่ากันจริงหรือไม่
  • ต้องแทนใน สมการที่โจทย์ให้มา ไม่ใช่ในสมการที่เราแจกแจงแล้ว เพราะถ้าจัดรูปผิดจะตรวจไม่เจอ
  • ถ้าแทนแล้วสองข้างไม่เท่ากัน แปลว่าคำนวณผิดหรือตั้งสมการผิด ให้ย้อนกลับไปแก้ อย่าฝืนส่งคำตอบนั้น
  • ตรวจรอบที่สองคือตรวจ คำถาม ว่าถามอะไร ตอบครบไหม และหน่วยถูกไหม
  • การตรวจใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาที แต่ช่วยกู้คะแนนได้มาก เพราะข้อสอบปรนัยไม่มีคะแนนบางส่วน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ตรวจคำตอบที่ถูก — x+8=15x + 8 = 15 แก้ได้ x=7x = 7 → แทนกลับ: 7+8=157 + 8 = 15 สองข้างเท่ากัน จึงใช้ได้
  • ตรวจคำตอบที่ผิด — 5n=455n = 45 ถ้าตอบ n=8n = 8 → แทนกลับ: 5×8=405 \times 8 = 40 ซึ่งไม่เท่ากับ 4545 จึงผิด และคำตอบที่ถูกคือ n=45÷5=9n = 45 \div 5 = 9
  • ตรวจสมการที่มีสองขั้น — 2x+3=112x + 3 = 11 ถ้าตอบ x=3x = 3 → แทนกลับ: 2(3)+3=92(3) + 3 = 9 ไม่เท่ากับ 1111 · คำตอบที่ถูกคือ x=4x = 4 เพราะ 2(4)+3=112(4) + 3 = 11 (ทำจาก 2x=11−3=82x = 11 - 3 = 8)

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["ได้คำตอบ x = 7 จากสมการ x + 8 = 15"] --> B["แทน 7 ลงในสมการต้นฉบับ<br/>7 + 8 = 15"]
    B --> C{"สองข้างเท่ากันหรือไม่"}
    C -->|"เท่ากัน"| D["คำตอบถูก<br/>ตรวจต่อว่าตอบตรงคำถามและหน่วยครบ"]
    C -->|"ไม่เท่ากัน"| E["คำตอบผิด<br/>ย้อนหาว่าคำนวณหรือตั้งสมการพลาดตรงไหน"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังการตรวจคำตอบของสมการ เริ่มจากนำค่าที่หาได้ไปแทนในสมการต้นฉบับ ถ้าสองข้างเท่ากันแสดงว่าคำตอบถูกและตรวจต่อว่าตอบตรงกับคำถามพร้อมหน่วยครบหรือไม่ ถ้าไม่เท่ากันแสดงว่าคำตอบผิด ต้องย้อนไปหาจุดที่คำนวณหรือตั้งสมการพลาด

เรื่องย่อยที่ 6

โจทย์ปัญหาอายุ (พ่ออายุเป็นกี่เท่าของลูก)

องค์ความรู้

  • หลักสำคัญคือ ตั้งตัวแปรที่อายุน้อยกว่าเป็น xx เพื่อไม่ต้องใช้เศษส่วน และเขียนอายุอีกคนเป็นพหุคูณของ xx
  • «อายุเป็น kk เท่า» เขียนเป็น kxkx — เช่น พ่ออายุเป็น 33 เท่าของลูก → พ่ออายุ 3x3x ปี
  • «อีก nn ปี» หรือ «ผ่านไป nn ปี» ต้อง บวก nn เข้าอายุของทุกคนพร้อมกัน เพราะเวลาผ่านไปเท่ากันสำหรับทุกคน
  • «ปีที่แล้ว» หรือ «เมื่อ nn ปีก่อน» ต้องลบ nn ออกจากอายุของทุกคนพร้อมกันเช่นกัน
  • โจทย์อายุใช้ «ผลต่างของอายุไม่เปลี่ยน» ได้เสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ถามว่าเมื่อไรพ่ออายุเป็น kk เท่า — ปีนี้พ่ออายุ 3636 ปี ลูกอายุ 99 ปี อีกกี่ปีพ่อจึงมีอายุเป็น 22 เท่าของลูก ให้อีก xx ปี → 36+x=2(9+x)36 + x = 2(9 + x) → 36+x=18+2x36 + x = 18 + 2x → ย้ายข้าง: 36−18=2x−x36 - 18 = 2x - x → x=18x = 18 · ตรวจ: อีก 1818 ปี พ่อ 5454 ปี ลูก 2727 ปี และ 54=2×2754 = 2 \times 27 ถูกต้อง
  • ถามอายุปัจจุบันจากอัตราส่วน — ปีนี้พ่ออายุเป็น 33 เท่าของลูก พ่ออายุ 4545 ปี ลูกอายุเท่าไร ให้ลูกอายุ xx ปี → 3x=453x = 45 → x=15x = 15 · ตรวจ: 15×3=4515 \times 3 = 45 ถูกต้อง
  • ถามอายุปัจจุบันเมื่อโจทย์บอกอนาคต — อีก 55 ปี พ่อจะมีอายุเป็น 33 เท่าของลูก และตอนนั้นลูกอายุ 1313 ปี ให้พ่ออายุปัจจุบันเป็น yy ปี → y+5=3×13=39y + 5 = 3 \times 13 = 39 → y=34y = 34 ดังนั้นปีนี้พ่ออายุ 3434 ปี

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["โจทย์อายุ ให้ลูกอายุ x ปี"] --> B["เขียนอายุพ่อ<br/>เป็น k เท่าของลูก = kx"]
    B --> C{"โจทย์พูดถึงเวลาอื่นหรือไม่"}
    C -->|"อีก n ปี"| D["บวก n ทั้งสองคน<br/>พ่อ kx + n · ลูก x + n"]
    C -->|"n ปีก่อน"| E["ลบ n ทั้งสองคน<br/>พ่อ kx − n · ลูก x − n"]
    D --> F["เขียนสมการตามเงื่อนไขใหม่แล้วแก้"]
    E --> F
    F --> G["ตรวจคำตอบ<br/>อายุมากกว่ากันจริงในอัตราที่โจทย์บอก"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังวิธีตั้งสมการโจทย์อายุ ให้อายุของคนที่น้อยกว่าเป็น x แล้วเขียนอายุอีกคนเป็นตัวคูณของ x ถ้าโจทย์พูดถึงอีก n ปีให้บวก n เข้าอายุทั้งสองคน ถ้าเป็น n ปีก่อนให้ลบ n ทั้งสองคน แล้วเขียนสมการตามเงื่อนไขนั้นและตรวจคำตอบว่าอัตราส่วนอายุตรงกับที่โจทย์บอกจริง

เรื่องย่อยที่ 7

โจทย์ปัญหาเหรียญและธนบัตร

องค์ความรู้

  • โจทย์แบบนี้มีของสองชนิดที่ ราคาต่างกัน แต่รู้ จำนวนชิ้นรวม และ มูลค่ารวม — จึงตั้งตัวแปรได้ตัวเดียว
  • ให้จำนวนของชนิดแรกเป็น xx ส่วนอีกชนิดหนึ่งเป็น «จำนวนทั้งหมด −- xx»
  • สมการมูลค่าคือ (จำนวนชนิดแรก ×\times ราคา) ++ (จำนวนอีกชนิด ×\times ราคา) == มูลค่ารวม
  • ตรวจสองชั้นเสมอ — ชั้นแรกคือ จำนวนชิ้นรวม ต้องตรงกับที่โจทย์บอก ชั้นที่สองคือ มูลค่ารวม ต้องตรงเช่นกัน
  • อ่านคำถามให้ดีว่าถามจำนวนของชนิดใด ถามผลรวม หรือถามส่วนต่าง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เหรียญ 55 บาท กับ 1010 บาท — รวม 2020 เหรียญ เป็นเงิน 155155 บาท ให้เหรียญ 55 บาทมี xx เหรียญ เหรียญ 1010 บาทมี 20−x20 - x เหรียญ → 5x+10(20−x)=1555x + 10(20 - x) = 155 → 5x+200−10x=1555x + 200 - 10x = 155 → 200−5x=155200 - 5x = 155 → 5x=455x = 45 → x=9x = 9 ดังนั้นเหรียญ 55 บาท 99 เหรียญ และเหรียญ 1010 บาท 1111 เหรียญ · ตรวจ: 9(5)+11(10)=45+110=1559(5) + 11(10) = 45 + 110 = 155 และ 9+11=209 + 11 = 20 ถูกต้อง
  • เหรียญ 11 บาท กับ 55 บาท — รวม 1515 เหรียญ เป็นเงิน 3939 บาท ให้เหรียญ 11 บาทมี xx เหรียญ → x+5(15−x)=39x + 5(15 - x) = 39 → x+75−5x=39x + 75 - 5x = 39 → 75−4x=3975 - 4x = 39 → 4x=364x = 36 → x=9x = 9 ดังนั้นเหรียญ 11 บาท 99 เหรียญ และเหรียญ 55 บาท 66 เหรียญ · ตรวจ: 9+30=399 + 30 = 39 และ 9+6=159 + 6 = 15 ถูกต้อง
  • ธนบัตร 2020 บาท กับ 100100 บาท — รวม 1010 ใบ เป็นเงิน 440440 บาท ให้ธนบัตร 2020 บาทมี xx ใบ → 20x+100(10−x)=44020x + 100(10 - x) = 440 → 1,000−80x=4401{,}000 - 80x = 440 → 80x=56080x = 560 → x=7x = 7 ดังนั้นธนบัตร 2020 บาท 77 ใบ และธนบัตร 100100 บาท 33 ใบ · ตรวจ: 140+300=440140 + 300 = 440 ถูกต้อง

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["โจทย์บอกจำนวนชิ้นรวมและมูลค่ารวม"] --> B["ให้ของชนิดแรกมี x ชิ้น<br/>ชนิดที่สองมี ทั้งหมด − x ชิ้น"]
    B --> C["เขียนสมการมูลค่า<br/>x × ราคาแรก + (ทั้งหมด − x) × ราคาที่สอง = มูลค่ารวม"]
    C --> D["แก้สมการหาค่า x"]
    D --> E["ได้จำนวนของทั้งสองชนิด"]
    E --> F["ตรวจจำนวนชิ้นรวม และตรวจมูลค่ารวม"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังวิธีตั้งสมการโจทย์เหรียญและธนบัตร ให้ของชนิดแรกมี x ชิ้น แล้วเขียนของอีกชนิดเป็นจำนวนทั้งหมดลบ x จากนั้นเขียนสมการมูลค่าโดยคูณราคาของแต่ละชนิดกับจำนวนชิ้นแล้วบวกกันให้เท่ากับมูลค่ารวม แก้สมการได้จำนวนของทั้งสองชนิด แล้วตรวจทั้งจำนวนชิ้นรวมและมูลค่ารวมให้ตรงกับโจทย์

เรื่องย่อยที่ 8

โจทย์ปัญหาขาสัตว์ (ไก่–หมู)

องค์ความรู้

  • จำนวนขาของสัตว์ที่โจทย์ใช้บ่อย — ไก่ · เป็ด · นก = 2 ขา ส่วน หมู · วัว · ควาย · เต่า = 4 ขา (สัตว์ทุกตัวมีหัวละ 1 หัว)
  • ให้สัตว์ขา 2 เป็น xx ตัว แล้วสัตว์ขา 4 เป็น «จำนวนตัวทั้งหมด −- xx»
  • สมการขาคือ 2x+4(จำนวนตัวทั้งหมด−x)=จำนวนขาทั้งหมด2x + 4(\text{จำนวนตัวทั้งหมด} - x) = \text{จำนวนขาทั้งหมด}
  • ถ้าโจทย์บอก «มากกว่า» ให้เขียนสัตว์อีกชนิดเป็น x+x + ผลต่าง แล้วใช้ผลรวมจำนวนตัวสร้างสมการ
  • ตรวจสอบว่าคำตอบเป็นจำนวนเต็มบวกเสมอ ถ้าได้ทศนิยมหรือค่าติดลบ แปลว่าตั้งสมการผิด

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ไก่กับหมูรวม 2020 ตัว นับขาได้ 5656 ขา — ให้ไก่มี xx ตัว หมูมี 20−x20 - x ตัว → 2x+4(20−x)=562x + 4(20 - x) = 56 → 2x+80−4x=562x + 80 - 4x = 56 → 80−2x=5680 - 2x = 56 → 2x=242x = 24 → x=12x = 12 ดังนั้นไก่ 1212 ตัว หมู 88 ตัว · ตรวจ: 12+8=2012 + 8 = 20 ตัว และ 12(2)+8(4)=24+32=5612(2) + 8(4) = 24 + 32 = 56 ขา ถูกต้อง
  • ไก่กับหมูรวม 3030 ตัว นับขาได้ 100100 ขา — 2x+4(30−x)=1002x + 4(30 - x) = 100 → 120−2x=100120 - 2x = 100 → 2x=202x = 20 → x=10x = 10 ดังนั้นไก่ 1010 ตัว หมู 2020 ตัว · ตรวจ: 10+20=3010 + 20 = 30 ตัว และ 20+80=10020 + 80 = 100 ขา ถูกต้อง
  • โจทย์ที่บอกผลต่างจำนวนตัว — หมูมากกว่าไก่ 55 ตัว รวมกันได้ 2525 ตัว ให้ไก่มี xx ตัว หมูมี x+5x + 5 ตัว → x+(x+5)=25x + (x + 5) = 25 → 2x=202x = 20 → x=10x = 10 ดังนั้นไก่ 1010 ตัว หมู 1515 ตัว · ตรวจ: 15−10=515 - 10 = 5 และ 10+15=2510 + 15 = 25 ถูกต้อง (ถ้าโจทย์ถามจำนวนขาต่อ ก็คิดต่อได้ 10(2)+15(4)=8010(2) + 15(4) = 80 ขา)

ภาพและไดอะแกรม

สัตว์ จำนวนขา
ไก่ · เป็ด · นก 22 ขา
หมู · วัว · ควาย 44 ขา
เต่า 44 ขา

คำบรรยายภาพ: ตารางเทียบจำนวนขาของสัตว์ที่โจทย์ขาสัตว์ใช้บ่อย ไก่ เป็ด และนกมี 2 ขา ส่วนหมู วัว ควาย และเต่ามี 4 ขา ใช้เป็นข้อมูลตั้งสมการ โดยให้สัตว์ขา 2 เป็น x ตัว แล้วสัตว์ขา 4 คือจำนวนตัวทั้งหมดลบ x

ข้อควรระวัง

  • ทำสองข้างให้เท่ากันเสมอ — บวก ลบ คูณ หรือหารต้องทำทั้งสองข้างของเครื่องหมาย == ถ้าทำข้างเดียวสมการจะไม่จริงและคำตอบจะเพี้ยน
  • ระวังคำว่า «มากกว่า» กับ «เป็นกี่เท่า» — «มากกว่า 33» คือบวก 33 แต่ «เป็น 33 เท่า» คือคูณ 33 เด็กสลับคำคู่นี้บ่อยที่สุดในโจทย์อายุ
  • เวลาผ่านไปต้องบวกเข้าทุกคน — «อีก 55 ปี» ต้องบวกลูกและพ่อพร้อมกัน ห้ามบวกเข้าฝ่ายเดียว ไม่งั้นจะได้คำตอบผิดที่ตรวจไม่ออก
  • โจทย์สองชนิดต้องเขียนจำนวนอีกชนิดเป็น «ทั้งหมด −- xx» — ถ้าตั้งตัวแปรสองตัวพร้อมกันโดยไม่ใช้เงื่อนไขจำนวนรวม จะแก้ไม่ออก
  • ตอบให้ตรงตัวที่โจทย์ถาม — ข้อเหรียญและขาสัตว์หลายข้อถาม «จำนวนไก่» แต่เด็กมักตอบ «จำนวนหมู» เพราะเป็นค่าที่คำนวณได้ทีหลัง
  • ตรวจคำตอบทุกครั้ง — แทนค่ากลับในสมการต้นฉบับและตรวจว่าเงื่อนไขทุกข้อของโจทย์ตรงครบ ทั้งจำนวนชิ้นและมูลค่าหรือจำนวนขา

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/คณิตศาสตร์.csv (ลำดับ 40–47)
  • ขอบเขตและหลักฐานรายเรื่อง: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์.md — §2.2 ข้อ 7 (สมการและการแก้สมการ) · §3 «สมการและแบบรูป» (โจทย์อายุ · เหรียญและธนบัตร · ขาสัตว์) · §4 «5 เรื่อง The Must»
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1580786328_d_1.pdf
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เล่มหลัก (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้า hub รวมลิงก์เอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • หมายเหตุระดับชั้น: เรื่องนี้อยู่นอกตัวชี้วัด ป.6 (มาตรฐานที่ว่าด้วยสมการและเลขยกกำลังเป็นของช่วงชั้น ม.1–ม.3 ตาม ../_ref/p6-indicators.md §หมายเหตุขอบเขต)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?