กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์ระดับ ป.4–ป.6ค 1.1

ตัวประกอบ จำนวนเฉพาะ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.

อ่านทำไม

ตัวประกอบ จำนวนเฉพาะ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สุดของการคิดเรื่องจำนวน — ใช้ย่อเศษส่วนให้เป็นอย่างต่ำ ใช้ย่ออัตราส่วน ใช้แบ่งของเป็นกลุ่มเท่า ๆ กัน และใช้หาจังหวะที่เหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง เรื่องนี้ถูกจัดเป็น «The Must» ของข้อสอบเข้า ม.1 เพราะออกแทบทุกปี โจทย์ส่วนใหญ่ไม่ได้ยากที่การคำนวณ แต่ยากตรงที่เด็กแยกออกหรือไม่ว่าข้อนี้ต้องใช้ ห.ร.ม. หรือ ค.ร.น. - กติกายึด datas/glossary.csv ว่าเขียน «ห.ร.ม.» และ «ค.ร.น.» มีจุดเสมอ

เรื่องย่อยที่ 1

ตัวประกอบ · ตัวประกอบเฉพาะ · จำนวนเฉพาะ

องค์ความรู้

  • ตัวประกอบ ของจำนวนนับ คือจำนวนนับที่หารจำนวนนั้นได้ลงตัว เช่น ตัวประกอบของ 12 คือ 1, 2, 3, 4, 6 และ 12
  • ทุกจำนวนนับมี 1 และตัวมันเองเป็นตัวประกอบเสมอ · ตัวประกอบมีจำนวนจำกัด หาได้ครบทุกตัว
  • จำนวนเฉพาะ คือจำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียง 2 ตัว คือ 1 กับตัวมันเอง เช่น 2, 3, 5, 7, 11, 13
  • 1 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะ เพราะมีตัวประกอบเพียงตัวเดียว · 2 เป็นจำนวนเฉพาะตัวเดียวที่เป็นจำนวนคู่ ที่เหลือเป็นจำนวนคี่ทั้งหมด
  • จำนวนประกอบ คือจำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบมากกว่า 2 ตัว เช่น 4, 6, 9, 12
  • ตัวประกอบเฉพาะ คือตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เช่น ตัวประกอบเฉพาะของ 12 คือ 2 และ 3
  • จำนวนเฉพาะตั้งแต่ 1 ถึง 50 มีทั้งหมด 15 จำนวน ได้แก่ 2, 3, 5, 7, 11, 13, 17, 19, 23, 29, 31, 37, 41, 43 และ 47
  • จำนวนคี่ที่ดูเหมือนจำนวนเฉพาะแต่มักหลอกเด็ก ได้แก่ 9 (มาจาก 3×33 \times 3) · 21 · 27 · 33 · 39 · 49 (มาจาก 7×77 \times 7)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • หาตัวประกอบของ 18 ให้ครบทุกตัว — จับคู่จำนวนที่คูณกันได้ 18: 1×181 \times 18, 2×92 \times 9, 3×63 \times 6 → ตัวประกอบคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18
  • เช็กว่าจำนวนหนึ่งเป็นจำนวนเฉพาะหรือไม่ — 91 ลองหารด้วยจำนวนเฉพาะที่ไม่เกินรากที่สองของ 91 คือ 2, 3, 5 และ 7 · หาร 2, 3, 5 ไม่ลงตัว แต่ 91÷7=1391 \div 7 = 13 ลงตัว จึงไม่เป็นจำนวนเฉพาะ เพราะ 91=7×1391 = 7 \times 13
  • หาว่าจำนวนใดเป็นจำนวนเฉพาะ — จาก 1, 2, 9, 17, 21 เลือกได้แค่ 2 และ 17 · 1 ไม่นับ · 9 กับ 21 เป็นจำนวนประกอบ

ภาพและไดอะแกรม

จำนวน ตัวประกอบ สรุป
1 1 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะ (มีตัวประกอบตัวเดียว)
2 1, 2 จำนวนเฉพาะ
9 1, 3, 9 จำนวนประกอบ
17 1, 17 จำนวนเฉพาะ
21 1, 3, 7, 21 จำนวนประกอบ

คำบรรยายภาพ: ตารางแยกแยะจำนวนเฉพาะกับจำนวนประกอบ โดยนับจำนวนตัวประกอบ — จำนวนที่มีตัวประกอบเพียง 2 ตัวเป็นจำนวนเฉพาะ ส่วนจำนวนที่มีตัวประกอบมากกว่า 2 ตัวเป็นจำนวนประกอบ และ 1 ไม่จัดอยู่ในทั้งสองพวก

เรื่องย่อยที่ 2

การแยกตัวประกอบ

องค์ความรู้

  • การแยกตัวประกอบ คือการเขียนจำนวนนับเป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะ เช่น 12=2×2×3=22×312 = 2 \times 2 \times 3 = 2^2 \times 3
  • เขียนผลลัพธ์ให้อยู่ในรูป เลขยกกำลัง เมื่อมีตัวซ้ำ เพื่อให้อ่านสั้นและนำไปใช้ต่อได้ง่าย
  • วิธีที่ใช้บ่อยมี 2 วิธี
    • ตั้งหารสั้น — หารด้วยจำนวนเฉพาะที่หารลงตัวไปเรื่อย ๆ จนผลหารสุดท้ายเป็น 1 แล้วนำตัวหารทุกตัวมาคูณกัน
    • แผนภาพต้นไม้ — แตกจำนวนออกเป็นสองตัวคูณกัน ทำไปเรื่อย ๆ จนทุกปลายทางเป็นจำนวนเฉพาะ
  • ผลลัพธ์จากทั้งสองวิธีต้องได้ชุดจำนวนเฉพาะเดียวกันเสมอ — ใช้ตรวจสอบกันและกันได้
  • ตัวช่วยตรวจการหารลงตัว: ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 หารด้วย 2 ลงตัว · ลงท้ายด้วย 0 หรือ 5 หารด้วย 5 ลงตัว · ผลบวกของเลขโดดหารด้วย 3 ลงตัว จำนวนนั้นหารด้วย 3 ลงตัว · ผลบวกของเลขโดดหารด้วย 9 ลงตัว จำนวนนั้นหารด้วย 9 ลงตัว
  • การแยกตัวประกอบเป็นขั้นแรกของการหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ทุกวิธี

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • แยกตัวประกอบของ 60 ด้วยการตั้งหารสั้น — 60÷2=3060 \div 2 = 30 → 30÷2=1530 \div 2 = 15 → 15÷3=515 \div 3 = 5 → 5÷5=15 \div 5 = 1 จึงได้ 60=2×2×3×5=22×3×560 = 2 \times 2 \times 3 \times 5 = 2^2 \times 3 \times 5
  • แยกตัวประกอบของ 84 ด้วยแผนภาพต้นไม้ — 84=2×42=2×2×21=22×3×784 = 2 \times 42 = 2 \times 2 \times 21 = 2^2 \times 3 \times 7 → ตัวประกอบเฉพาะคือ 2, 3 และ 7
  • ตรวจด้วยเกณฑ์การหารลงตัวก่อนเริ่ม — 90 ลงท้ายด้วย 0 จึงหารด้วย 2 กับ 5 ได้ และผลบวกเลขโดด 9+0=99 + 0 = 9 หารด้วย 3 ลงตัว จึงเริ่มจาก 90=2×45=2×3×15=2×3×3×5=2×32×590 = 2 \times 45 = 2 \times 3 \times 15 = 2 \times 3 \times 3 \times 5 = 2 \times 3^2 \times 5

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[60] --> B[2]
    A --> C[30]
    C --> D[2]
    C --> E[15]
    E --> F[3]
    E --> G[5]

คำบรรยายภาพ: แผนภาพต้นไม้แสดงการแยกตัวประกอบของ 60 โดยแตก 60 ออกเป็น 2×302 \times 30 แล้วแตก 30 เป็น 2×152 \times 15 และแตก 15 เป็น 3×53 \times 5 ปลายทางทุกเส้นเป็นจำนวนเฉพาะ จึงได้ 60=2×2×3×560 = 2 \times 2 \times 3 \times 5

ภาพเปรียบเทียบวิธีแยกตัวประกอบของ 60 สองวิธี ด้านซ้ายเป็นแผนภาพต้นไม้ที่แตกได้จำนวนเฉพาะ 2, 2, 3, 5 ด้านขวาเป็นการตั้งหารสั้นด้วยจำนวนเฉพาะชุดเดียวกันจนผลหารสุดท้ายเป็น 1

คำบรรยายภาพ: ภาพเปรียบเทียบวิธีแยกตัวประกอบของ 60 สองวิธี ด้านซ้ายเป็นแผนภาพต้นไม้ที่แตกออกเป็นจำนวนเฉพาะ 2, 2, 3, 5 ด้านขวาเป็นการตั้งหารสั้นด้วยจำนวนเฉพาะ 2, 2, 3, 5 จนผลหารสุดท้ายเป็น 1 และได้ผลคูณเท่ากัน

เรื่องย่อยที่ 3

ตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) และวิธีการหา

องค์ความรู้

  • ห.ร.ม. (ตัวหารร่วมมาก) คือจำนวนนับที่ มากที่สุด ที่หารจำนวนที่กำหนดให้ได้ลงตัว ทุกจำนวน เช่น ห.ร.ม. ของ 12 และ 18 คือ 6
  • วิธีหา ห.ร.ม. มี 3 วิธี เลือกใช้ตามความถนัด
    • แจกแจงตัวประกอบ ของทุกจำนวน แล้วเลือกตัวร่วมที่มากที่สุด — เหมาะกับจำนวนเล็ก
    • แยกตัวประกอบเฉพาะ แล้วเลือกเฉพาะตัวประกอบที่ ซ้ำกันทุกจำนวน ด้วย กำลังน้อยที่สุด
    • ตั้งหารสั้น หารด้วยจำนวนเฉพาะที่หารทุกจำนวนพร้อมกันลงตัวไปเรื่อย ๆ จนหารไม่ได้อีก แล้วเอาตัวหารทั้งหมดมาคูณกัน
  • กรณีที่ควรจำ: ถ้าจำนวนหนึ่งหารอีกจำนวนหนึ่งลงตัว ห.ร.ม. คือ จำนวนที่น้อยกว่า เช่น 4 กับ 20 → ห.ร.ม. = 4
  • ถ้าทั้งสองจำนวนไม่มีตัวประกอบร่วมนอกจาก 1 (จำนวนเฉพาะต่อกัน) ห.ร.ม. = 1 เช่น 8 กับ 9
  • ตัวชี้วัด ป.6 ให้หา ห.ร.ม. ของจำนวนนับไม่เกิน 3 จำนวน
  • ใช้ ห.ร.ม. ย่อเศษส่วนให้เป็นอย่างต่ำและย่ออัตราส่วนให้เป็นอัตราส่วนอย่างต่ำได้ (ดู math-frac.md · math-ratio.md)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ห.ร.ม. ของ 12 และ 18 ด้วยการแจกแจงตัวประกอบ — ตัวประกอบของ 12 คือ 1, 2, 3, 4, 6, 12 · ตัวประกอบของ 18 คือ 1, 2, 3, 6, 9, 18 · ตัวหารร่วมคือ 1, 2, 3, 6 จึงได้ ห.ร.ม. = 6
  • ห.ร.ม. ด้วยการแยกตัวประกอบเฉพาะ — 12=22×312 = 2^2 \times 3 และ 18=2×3218 = 2 \times 3^2 → ตัวที่ซ้ำกันทุกจำนวนคือ 2 กับ 3 ใช้กำลังน้อยที่สุด ได้ 2×3=62 \times 3 = 6
  • ห.ร.ม. ของ 24, 36 และ 60 ด้วยการตั้งหารสั้น — หารทุกจำนวนด้วย 2 ได้ 12, 18, 30 → หารด้วย 2 อีกครั้งได้ 6, 9, 15 → หารด้วย 3 ได้ 2, 3, 5 ซึ่งไม่มีจำนวนเฉพาะใดหารพร้อมกันได้อีก จึงหยุด → ห.ร.ม. =2×2×3=12= 2 \times 2 \times 3 = 12
  • ใช้ ห.ร.ม. ย่อเศษส่วน — ย่อ 1824\frac{18}{24}: ห.ร.ม. ของ 18 และ 24 คือ 6 → 18÷624÷6=34\frac{18 \div 6}{24 \div 6} = \frac{3}{4} จึงได้เศษส่วนอย่างต่ำเป็น 34\frac{3}{4}

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[จำนวนนับ 2 ถึง 3 จำนวน เช่น 12 กับ 18] --> B[แยกตัวประกอบเฉพาะของแต่ละจำนวน]
    B --> C[12 เท่ากับ 2 คูณ 2 คูณ 3<br/>18 เท่ากับ 2 คูณ 3 คูณ 3]
    C --> D[เลือกตัวประกอบที่ซ้ำกันทุกจำนวน]
    D --> E[ใช้กำลังน้อยที่สุดของตัวที่เลือก]
    E --> F[ห.ร.ม. เท่ากับ 2 คูณ 3 เท่ากับ 6]
    F --> G[ตรวจคำตอบ 6 ต้องหาร 12 และ 18 ลงตัวทั้งคู่]

คำบรรยายภาพ: ผังขั้นตอนการหา ห.ร.ม. ด้วยการแยกตัวประกอบ เริ่มจากแยกจำนวนที่กำหนดให้เป็นจำนวนเฉพาะทั้งหมด แล้วเลือกเฉพาะตัวประกอบที่ซ้ำกันทุกจำนวนโดยใช้กำลังน้อยที่สุด จากนั้นนำมาคูณกันเป็น ห.ร.ม. และปิดท้ายด้วยการตรวจว่า ห.ร.ม. ที่ได้หารทุกจำนวนลงตัวจริง

เรื่องย่อยที่ 4

ตัวคูณร่วมน้อย (ค.ร.น.) และวิธีการหา

องค์ความรู้

  • ค.ร.น. (ตัวคูณร่วมน้อย) คือจำนวนนับที่ น้อยที่สุด ที่มากกว่า 0 และหารด้วยจำนวนที่กำหนดให้ได้ลงตัวทุกจำนวน เช่น ค.ร.น. ของ 12 และ 18 คือ 36
  • วิธีหา ค.ร.น. มี 3 วิธี
    • แจกแจงตัวคูณ ของทุกจำนวน แล้วเลือกตัวร่วมที่น้อยที่สุด — เหมาะกับจำนวนเล็ก
    • แยกตัวประกอบเฉพาะ แล้วเลือกตัวประกอบเฉพาะ ทุกตัวที่ปรากฏ ด้วย กำลังมากที่สุด
    • ตั้งหารสั้น ใช้ตัวหารทั้งหมดคูณกับผลหารตัวสุดท้ายที่เหลือทุกตัว (ตัวที่เป็น 1 ไม่ต้องคูณ)
  • กรณีที่ควรจำ: ถ้าจำนวนหนึ่งหารอีกจำนวนหนึ่งลงตัว ค.ร.น. คือ จำนวนที่มากกว่า เช่น 4 กับ 20 → ค.ร.น. = 20
  • ถ้าทั้งสองจำนวนเป็นจำนวนเฉพาะต่อกัน (ห.ร.ม. = 1) ค.ร.น. = ผลคูณของสองจำนวนนั้น เช่น 8 กับ 9 → ค.ร.น. = 72
  • สูตรเชื่อมสองเรื่องนี้ใช้ได้กับ 2 จำนวนเท่านั้น: ห.ร.ม.×ค.ร.น.=a×b\text{ห.ร.ม.} \times \text{ค.ร.น.} = a \times b
  • การเปรียบเทียบกับ ห.ร.ม.: ห.ร.ม. เลือกตัวซ้ำ กำลังน้อย · ค.ร.น. เลือกทุกตัว กำลังมาก — สลับกันเมื่อไรคำตอบผิดทันที

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ค.ร.น. ของ 12 และ 18 ด้วยการแยกตัวประกอบเฉพาะ — 12=22×312 = 2^2 \times 3 และ 18=2×3218 = 2 \times 3^2 → เลือกทุกตัวด้วยกำลังมากที่สุด ได้ 22×32=362^2 \times 3^2 = 36
  • ตรวจคำตอบด้วยสูตร — ห.ร.ม.×ค.ร.น.=6×36=216\text{ห.ร.ม.} \times \text{ค.ร.น.} = 6 \times 36 = 216 และ 12×18=21612 \times 18 = 216 ตรงกัน จึงถูกต้อง
  • ค.ร.น. ของ 24, 36 และ 60 ด้วยการตั้งหารสั้น — จากข้อ ห.ร.ม. ตัวหารคือ 2, 2, 3 และผลหารสุดท้ายคือ 2, 3, 5 → ค.ร.น. =2×2×3×2×3×5=360= 2 \times 2 \times 3 \times 2 \times 3 \times 5 = 360
  • หาจำนวนที่น้อยที่สุดที่หารด้วย 6, 8 และ 12 ลงตัว — 6=2×36 = 2 \times 3, 8=238 = 2^3, 12=22×312 = 2^2 \times 3 → ค.ร.น. =23×3=24= 2^3 \times 3 = 24 จึงตอบ 24

ภาพและไดอะแกรม

จำนวนคู่ แยกตัวประกอบ ห.ร.ม. ค.ร.น.
12 กับ 18 22×32^2 \times 3 กับ 2×322 \times 3^2 2×3=62 \times 3 = 6 22×32=362^2 \times 3^2 = 36
8 กับ 12 232^3 กับ 22×32^2 \times 3 22=42^2 = 4 23×3=242^3 \times 3 = 24
9 กับ 15 323^2 กับ 3×53 \times 5 33 32×5=453^2 \times 5 = 45

คำบรรยายภาพ: ตารางเปรียบเทียบวิธีหา ห.ร.ม. กับ ค.ร.น. ของจำนวนคู่ตัวอย่าง โดยแยกตัวประกอบเฉพาะของแต่ละคู่ก่อน แล้วแสดงว่า ห.ร.ม. ใช้ตัวประกอบที่ซ้ำกันด้วยกำลังน้อยที่สุด ส่วน ค.ร.น. ใช้ตัวประกอบทุกตัวด้วยกำลังมากที่สุด

ภาพแผนผังเทียบวิธีเลือกตัวประกอบของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. จากจำนวน 12 กับ 18

คำบรรยายภาพ: ภาพแผนผังเปรียบเทียบการเลือกตัวประกอบจากจำนวน 12 กับ 18 โดยฝั่ง ห.ร.ม. เลือกเฉพาะตัวที่ซ้ำกันทุกจำนวนด้วยกำลังน้อยที่สุดได้ 6 และฝั่ง ค.ร.น. เลือกตัวประกอบทุกตัวที่ปรากฏด้วยกำลังมากที่สุดได้ 36

เรื่องย่อยที่ 5

โจทย์ปัญหาประยุกต์ของ ห.ร.ม. (แบ่งของให้เท่ากันมากที่สุด · ปูกระเบื้อง)

องค์ความรู้

  • โจทย์ที่ใช้ ห.ร.ม. มีคำใบ้รวมอยู่ 3 กลุ่มคำ: «มากที่สุด» · «เท่ากันทุกกลุ่ม/ทุกชิ้น» · «ยาวที่สุดเท่ากัน»
  • โจทย์แบ่งของใส่ถุงหรือจัดเป็นกลุ่ม: จำนวนกลุ่มที่มากที่สุด = ห.ร.ม. ของจำนวนของแต่ละชนิด และของในแต่ละกลุ่ม = จำนวนของชนิดนั้นหารด้วย ห.ร.ม.
  • โจทย์ตัดของเป็นชิ้นยาวเท่ากันและยาวที่สุด: ความยาวแต่ละชิ้น = ห.ร.ม. ของความยาวทุกเส้น แล้วนำไปหาว่าได้ทั้งหมดกี่ชิ้น
  • โจทย์ปูกระเบื้องหรือตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสใหญ่ที่สุด: ความยาวด้าน = ห.ร.ม. ของความกว้างกับความยาว แล้วจำนวนแผ่น = (กว้าง ÷\div ด้าน) ×\times (ยาว ÷\div ด้าน)
  • ต้องตอบให้ตรงคำถามว่าโจทย์ถาม «จำนวนกลุ่ม» หรือ «ของในแต่ละกลุ่ม» — สองค่านี้ใช้ ห.ร.ม. ทั้งคู่แต่อยู่คนละขั้น
  • ตรวจคำตอบด้วยการคูณกลับ: ของในแต่ละกลุ่ม ×\times จำนวนกลุ่ม ต้องเท่ากับของทั้งหมด

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • แบ่งผลไม้ใส่ถุงให้ได้ถุงมากที่สุด — แม่มีส้ม 24 ผล กับแอปเปิล 36 ผล ต้องการแบ่งใส่ถุงให้ได้ถุงมากที่สุด และทุกถุงมีผลไม้เท่ากัน → 24=23×324 = 2^3 \times 3 และ 36=22×3236 = 2^2 \times 3^2 → ห.ร.ม. =22×3=12= 2^2 \times 3 = 12 → แบ่งได้ 12 ถุง ถุงละส้ม 24÷12=224 \div 12 = 2 ผล และแอปเปิล 36÷12=336 \div 12 = 3 ผล
  • ตัดไม้เป็นท่อนยาวเท่ากันและยาวที่สุด — ไม้ 3 ท่อนยาว 18, 24 และ 30 เซนติเมตร ตัดเป็นท่อนสั้นยาวเท่ากันทุกท่อนและยาวที่สุด → ตั้งหารสั้นด้วย 2 ได้ 9, 12, 15 → หารด้วย 3 ได้ 3, 4, 5 หยุด → ห.ร.ม. =2×3=6= 2 \times 3 = 6 → ตัดได้ท่อนละ 6 เซนติเมตร รวม 3+4+5=123 + 4 + 5 = 12 ท่อน
  • ปูกระเบื้องให้ได้แผ่นใหญ่ที่สุด — ห้องกว้าง 320 เซนติเมตร ยาว 240 เซนติเมตร ปูด้วยกระเบื้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดและไม่ต้องตัด → ห.ร.ม. ของ 320 และ 240 คือ 80 → กระเบื้องด้าน 80 เซนติเมตร ใช้จำนวน (320÷80)×(240÷80)=4×3=12(320 \div 80) \times (240 \div 80) = 4 \times 3 = 12 แผ่น
  • ตรวจคำตอบย้อนกลับ — กระเบื้อง 12 แผ่น แผ่นละ 80×8080 \times 80 ตารางเซนติเมตร รวมพื้นที่เท่ากับ 12×6,400=76,80012 \times 6{,}400 = 76{,}800 ตารางเซนติเมตร และพื้นที่ห้องคือ 320×240=76,800320 \times 240 = 76{,}800 ตรงกัน
เรื่องย่อยที่ 6

โจทย์ปัญหาประยุกต์ของ ค.ร.น. (นัดเวลาพร้อมกัน · ระฆังตีพร้อมกัน)

องค์ความรู้

  • โจทย์ที่ใช้ ค.ร.น. มีคำใบ้ «พร้อมกันอีกครั้ง» · «ครั้งแรก» · «น้อยที่สุด» · «วนซ้ำแล้วบรรจบกัน»
  • โจทย์เหตุการณ์เกิดซ้ำเป็นรอบ ๆ เช่น รถออกทุก 8 นาที กับทุก 12 นาที → หา ค.ร.น. ของรอบทั้งสอง แล้วนำเวลาที่เริ่มพร้อมกันมาบวกเข้าไป
  • โจทย์ระฆังหรือสัญญาณดังพร้อมกัน: ครั้งต่อไปที่ดังพร้อมกันห่างจากครั้งแรกเท่ากับ ค.ร.น. ของช่วงเวลาทุกตัว
  • โจทย์ «จำนวนที่น้อยที่สุดที่หารด้วย ... ลงตัว» ให้ตอบ ค.ร.น. ตรง ๆ
  • โจทย์ที่มีเงื่อนไขเพิ่ม เช่น ต้องมากกว่า 1,0001{,}000 หรือเหลือเศษ — ให้หา ค.ร.น. ก่อน แล้วจึงหาพหุคูณตัวถัดไปที่ตรงเงื่อนไข
  • ตรวจคำตอบด้วยการหารกลับ: คำตอบต้องหารด้วยทุกช่วงเวลาที่โจทย์ให้ลงตัว

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • รถเมล์สองสายออกพร้อมกันอีกครั้งเมื่อไร — สาย ก ออกทุก 8 นาที สาย ข ออกทุก 12 นาที ถ้าออกพร้อมกันเวลา 8:00 น. → 8=238 = 2^3 และ 12=22×312 = 2^2 \times 3 → ค.ร.น. =23×3=24= 2^3 \times 3 = 24 → ครั้งต่อไปออกพร้อมกันเวลา 8:24 น.
  • ระฆังตีพร้อมกัน — ระฆัง 3 ใบตีทุก 4, 6 และ 10 นาที ถ้าเริ่มตีพร้อมกันเวลา 6:00 น. จะตีพร้อมกันอีกครั้งเมื่อไร → 4=224 = 2^2, 6=2×36 = 2 \times 3, 10=2×510 = 2 \times 5 → ค.ร.น. =22×3×5=60= 2^2 \times 3 \times 5 = 60 นาที → ตีพร้อมกันอีกครั้งเวลา 7:00 น.
  • โจทย์ที่มีเงื่อนไขเพิ่ม — จำนวนนับที่น้อยที่สุดที่มากกว่า 1,0001{,}000 และหารด้วย 12 กับ 18 ลงตัว → ค.ร.น. ของ 12 และ 18 คือ 36 → พหุคูณของ 36: 36×27=97236 \times 27 = 972 ยังไม่เกิน และ 36×28=1,00836 \times 28 = 1{,}008 → คำตอบคือ 1,0081{,}008
  • ตรวจคำตอบ — 1,008÷12=841{,}008 \div 12 = 84 และ 1,008÷18=561{,}008 \div 18 = 56 ลงตัวทั้งคู่ และ 1,008>1,0001{,}008 > 1{,}000 ตรงเงื่อนไข

ภาพและไดอะแกรม

timeline
    title รถเมล์สาย ก ทุก 8 นาที กับสาย ข ทุก 12 นาที
    0 นาที : ออกพร้อมกันครั้งแรก
    8 นาที : สาย ก ออก
    12 นาที : สาย ข ออก
    16 นาที : สาย ก ออก
    24 นาที : ออกพร้อมกันอีกครั้ง = ค.ร.น. ของ 8 กับ 12

คำบรรยายภาพ: ผังเส้นเวลาการออกรถสองสาย สาย ก ออกทุก 8 นาที และสาย ข ออกทุก 12 นาที ทั้งสองสายออกพร้อมกันที่เวลาเริ่มต้น และมาบรรจบพร้อมกันอีกครั้งที่ 24 นาที ซึ่งคือ ค.ร.น. ของ 8 กับ 12

ภาพเส้นเวลาสองเส้นของรถเมล์สายที่ออกทุก 8 นาทีกับทุก 12 นาที บรรจบกันที่ 0 นาที และ 24 นาที

คำบรรยายภาพ: ภาพเส้นเวลาสองเส้น เส้นบนมีจุดทุก 8 นาที เส้นล่างมีจุดทุก 12 นาที จุดที่ตรงกันคือ 0 นาที ซึ่งเป็นครั้งแรก และ 24 นาที ซึ่งเป็นครั้งต่อไปที่ออกพร้อมกัน แสดงว่าคำตอบมาจาก ค.ร.น. ของ 8 กับ 12

เรื่องย่อยที่ 7

การแยกแยะว่าโจทย์ข้อใดใช้ ห.ร.ม. หรือ ค.ร.น.

องค์ความรู้

  • ขั้นตอนแก้โจทย์ 4 ขั้น: อ่านให้จบและดูว่าถามอะไรกับหน่วยอะไร → ตัดสินว่าใช้ ห.ร.ม. หรือ ค.ร.น. จากคำใบ้ → คำนวณ → ตรวจคำตอบกับสถานการณ์จริง
  • คำใบ้ชี้ไปที่ ห.ร.ม. — «แบ่งให้ได้กลุ่มมากที่สุด» «เท่ากันทุกกลุ่ม» «ชิ้นยาวที่สุดเท่ากัน» «แผ่นใหญ่ที่สุด» «จำนวนที่มากที่สุดที่หารทุกจำนวนลงตัว»
  • คำใบ้ชี้ไปที่ ค.ร.น. — «พร้อมกันอีกครั้ง» «ครั้งแรกที่เจอกัน» «น้อยที่สุดที่หารด้วยทุกจำนวนลงตัว» «หมดพร้อมกัน»
  • ตัวช่วยตัดสินเร็ว: โจทย์ที่คำตอบต้อง เล็กกว่าหรือเท่ากับ จำนวนที่ให้มา มักเป็น ห.ร.ม. · โจทย์ที่คำตอบต้อง มากกว่าหรือเท่ากับ จำนวนที่ให้มา มักเป็น ค.ร.น.
  • โจทย์ที่ให้ «แบ่งของที่มีอยู่ให้หมดพอดี» แต่ไม่บอกว่าต้องได้กี่กลุ่ม → ดูว่าถามจำนวนกลุ่ม (ห.ร.ม.) หรือถามจำนวนรอบ/จำนวนชิ้นต่อกลุ่ม
  • ถ้ามีเงื่อนไขเพิ่ม ให้หาค่า ห.ร.ม. หรือ ค.ร.น. ให้เสร็จก่อน แล้วจึงปรับค่าตามเงื่อนไขในขั้นสุดท้าย

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ตัวอย่างฝั่ง ห.ร.ม. — «มีริบบิ้นยาว 36 และ 48 เซนติเมตร ต้องการตัดเป็นเส้นสั้นยาวเท่ากันและยาวที่สุด» → คำว่า «ยาวที่สุดเท่ากัน» ชี้ว่าใช้ ห.ร.ม. ของ 36 กับ 48 = 12 เซนติเมตร
  • ตัวอย่างฝั่ง ค.ร.น. — «นาฬิกาปลุกดังทุก 15 นาที และทุก 20 นาที ถ้าดังพร้อมกันตอน 6:00 น. จะดังพร้อมกันอีกครั้งเมื่อไร» → คำว่า «พร้อมกันอีกครั้ง» ชี้ว่าใช้ ค.ร.น. ของ 15 กับ 20 = 60 นาที จึงดังพร้อมกันอีกครั้งเวลา 7:00 น.
  • คู่โจทย์ที่หน้าตาคล้ายกันแต่ใช้คนละเรื่อง — «จัดนักเรียน 18 และ 24 คน เป็นกลุ่มเท่า ๆ กันให้ได้กลุ่มมากที่สุด» = ห.ร.ม. (ได้ 6 กลุ่ม) · «ไฟกะพริบดวงหนึ่งทุก ๆ 18 วินาที อีกดวงหนึ่งทุก ๆ 24 วินาที เริ่มกะพริบพร้อมกัน จะกะพริบพร้อมกันอีกครั้งเมื่อไร» = ค.ร.น. (ได้ 72 วินาที)
  • ตรวจคำตอบกับความเป็นจริง — ห.ร.ม. ต้องไม่เกินจำนวนที่น้อยที่สุดในโจทย์ และ ค.ร.น. ต้องไม่น้อยกว่าจำนวนที่มากที่สุดในโจทย์ ถ้าผลออกมาขัดกับข้อนี้ให้กลับไปตรวจใหม่

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านโจทย์ให้จบ ถามว่าโจทย์หาอะไร หน่วยอะไร] --> B{คำใบ้ในโจทย์พูดว่าอย่างไร}
    B -->|มากที่สุด เท่ากันทุกกลุ่ม ยาวที่สุด| C[ใช้ ห.ร.ม.]
    B -->|พร้อมกันอีกครั้ง ครั้งแรก น้อยที่สุด| D[ใช้ ค.ร.น.]
    C --> E[แยกตัวประกอบหรือตั้งหารสั้น]
    D --> E
    E --> F{มีเงื่อนไขเพิ่มหรือไม่}
    F -->|มี| G[ปรับค่าตามเงื่อนไข เช่น หาพหุคูณถัดไป หรือบวกเศษ]
    F -->|ไม่มี| H[ตรวจคำตอบกับสถานการณ์จริง]
    G --> H
    H --> I[ตอบพร้อมหน่วยให้ตรงกับที่โจทย์ถาม]

คำบรรยายภาพ: ผังการตัดสินใจแก้โจทย์ปัญหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เริ่มจากอ่านโจทย์แล้วดูคำใบ้ ถ้าโจทย์พูดถึง «มากที่สุด» หรือ «เท่ากันทุกกลุ่ม» ให้ใช้ ห.ร.ม. แต่ถ้าพูดถึง «พร้อมกันอีกครั้ง» หรือ «น้อยที่สุด» ให้ใช้ ค.ร.น. จากนั้นจึงคำนวณ ตรวจว่ามีเงื่อนไขเพิ่มหรือไม่ แล้วตรวจคำตอบกับสถานการณ์จริงก่อนตอบพร้อมหน่วย

คำในโจทย์ เรื่องที่ใช้ ตัวอย่างสถานการณ์
มากที่สุด · เท่ากันทุกกลุ่ม ห.ร.ม. แบ่งผลไม้ใส่ถุงให้ได้ถุงมากที่สุด
ยาวที่สุดเท่ากัน ห.ร.ม. ตัดริบบิ้นเป็นเส้นสั้นยาวเท่ากัน
ใหญ่ที่สุด · ไม่ต้องตัด ห.ร.ม. ปูกระเบื้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้ใหญ่ที่สุด
พร้อมกันอีกครั้ง ค.ร.น. รถเมล์สองสายออกพร้อมกันอีกครั้ง
ครั้งแรก · น้อยที่สุด ค.ร.น. ระฆังตีพร้อมกันครั้งต่อไป

คำบรรยายภาพ: ตารางเทียบคำใบ้ในโจทย์กับเรื่องที่ต้องใช้ โดยคำว่า «มากที่สุด» «เท่ากันทุกกลุ่ม» «ยาวที่สุดเท่ากัน» และ «ใหญ่ที่สุด» ชี้ว่าใช้ ห.ร.ม. ส่วนคำว่า «พร้อมกันอีกครั้ง» «ครั้งแรก» และ «น้อยที่สุด» ชี้ว่าใช้ ค.ร.น.

ข้อควรระวัง

  • 1 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะ และ 2 เป็นจำนวนเฉพาะตัวเดียวที่เป็นจำนวนคู่ — ข้อสอบชอบให้เลือก «จำนวนเฉพาะทั้งหมด» แล้วใส่ 1 หรือตัด 2 ทิ้ง
  • ตัวประกอบกับตัวคูณคนละเรื่อง — ตัวประกอบมีจำกัดและมีค่ามากกว่าจำนวนนั้นไม่ได้ แต่ตัวคูณมีไม่จำกัดและเริ่มจากตัวมันเอง เช่น 6 เป็นตัวประกอบของ 12 แต่ 12 เป็นตัวคูณของ 6
  • ตั้งหารสั้นหา ค.ร.น. ต้องคูณผลหารสุดท้ายกลับด้วย — ห.ร.ม. ใช้แค่ตัวหารทั้งหมด แต่ ค.ร.น. ต้องใช้ตัวหารทั้งหมดคูณกับผลหารที่เหลือ ลืมข้อนี้จะตอบ 6 แทนที่จะเป็น 36
  • ห.ร.ม. เลือกตัวซ้ำ กำลังน้อย · ค.ร.น. เลือกทุกตัว กำลังมาก — สลับกันเมื่อไรคำตอบผิดทั้งข้อ และอย่าลืมว่าค.ร.น. ต้องเอาตัวที่ไม่ซ้ำมาด้วย
  • สูตร ห.ร.ม. × ค.ร.น. = a × b ใช้ได้เฉพาะ 2 จำนวน — ถ้าโจทย์ให้ 3 จำนวนต้องใช้วิธีแยกตัวประกอบหรือตั้งหารสั้นเท่านั้น
  • ห้ามตอบโดยไม่ดูหน่วยและบริบท — โจทย์ถาม «กี่ถุง» คำตอบคือจำนวนถุง ไม่ใช่จำนวนผลไม้ต่อถุง และโจทย์เวลาให้ตอบเป็นนาฬิกา เช่น 8:24 น. ไม่ใช่ 24 นาที

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/คณิตศาสตร์.csv (ลำดับ 7–13)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ค 1.1 ป.6/4 · ค 1.1 ป.6/5 · ค 1.1 ป.6/6 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1580786328_d_1.pdf
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้า hub รวมเอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ.: https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?