กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์ระดับ ป.5–ป.6ค 1.1

เศษส่วนและจำนวนคละ

อ่านทำไม

เศษส่วนคือวิธีเขียน «ส่วนหนึ่งของทั้งหมด» ด้วยตัวเลขสองตัวบน-ล่าง ต่อยอดตรงจากจำนวนนับ (math-num.md) และเป็นบันไดไปสู่ทศนิยม (math-dec.md) กับอัตราส่วนและร้อยละ (math-ratio.md) ข้อสอบเข้า ม.1 จัดเรื่องเศษส่วนกับทศนิยมเป็น «The Must» และชอบออกโจทย์ «ใช้ไปกี่ส่วน เหลือกี่ส่วน» กับโจทย์ระคนหลายชั้น ถ้าฐานเรื่องนี้ไม่แน่นจะพลาดต่อเนื่องไปหลายหัวข้อ

เรื่องย่อยที่ 1

ความหมายและชนิดของเศษส่วน

องค์ความรู้

  • เศษส่วน ab\frac{a}{b} มี aa เป็น ตัวเศษ (จำนวนส่วนที่นำมา) และ bb เป็น ตัวส่วน (จำนวนส่วนที่แบ่งทั้งหมด) โดยตัวส่วนต้องไม่เป็น 0 · อ่านว่า «aa ส่วน bb»
  • เศษส่วนแท้ คือเศษส่วนที่ตัวเศษน้อยกว่าตัวส่วน ค่าน้อยกว่า 1 เช่น 35\frac{3}{5}
  • เศษเกิน คือเศษส่วนที่ตัวเศษมากกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน ค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 1 เช่น 74\frac{7}{4} และ 66=1\frac{6}{6} = 1
  • จำนวนคละ คือจำนวนเต็มผสมกับเศษส่วนแท้ เช่น 2132\frac{1}{3} อ่านว่า «สองเศษหนึ่งส่วนสาม»
  • แปลง จำนวนคละเป็นเศษเกิน: 213=(2×3)+13=732\frac{1}{3} = \frac{(2 \times 3) + 1}{3} = \frac{7}{3}
  • แปลง เศษเกินเป็นจำนวนคละ: หารตัวเศษด้วยตัวส่วน ผลหารเป็นจำนวนเต็ม เศษเป็นตัวเศษใหม่ ตัวส่วนคงเดิม — 176\frac{17}{6}: 17÷6=217 \div 6 = 2 เศษ 5 จึงได้ 2562\frac{5}{6}
  • เศษเกินจะกลายเป็นจำนวนเต็มได้เมื่อตัวส่วนหารตัวเศษลงตัว เช่น 183=6\frac{18}{3} = 6
  • เศษส่วนในชีวิตจริง: แบ่งพิซซ่า 1 ถาดเป็น 8 ชิ้น กินไป 3 ชิ้น คือ 38\frac{3}{8} ของถาด · 1 ชั่วโมงมี 60 นาที ดังนั้น 15 นาที คือ 1560=14\frac{15}{60} = \frac{1}{4} ชั่วโมง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • บอกชนิดของเศษส่วน — 59\frac{5}{9} เป็นเศษส่วนแท้ (เศษน้อยกว่าส่วน) · 95\frac{9}{5} เป็นเศษเกิน (เศษมากกว่าส่วน) · 2132\frac{1}{3} เป็นจำนวนคละ
  • แปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน — 225=(2×5)+25=1252\frac{2}{5} = \frac{(2 \times 5) + 2}{5} = \frac{12}{5}
  • แปลงเศษเกินเป็นจำนวนคละ — 176\frac{17}{6} → 17÷6=217 \div 6 = 2 เศษ 5 → 2562\frac{5}{6}
  • ตรวจด้วยการแปลงกลับ — 125\frac{12}{5} → 12÷5=212 \div 5 = 2 เศษ 2 → 2252\frac{2}{5} ตรงกับโจทย์เดิม
เรื่องย่อยที่ 2

เศษส่วนที่เท่ากัน · การเปรียบเทียบและเรียงลำดับเศษส่วน

องค์ความรู้

  • เศษส่วนเท่ากัน เกิดจากการคูณหรือหารทั้งตัวเศษและตัวส่วนด้วยจำนวนเดียวกันที่ไม่ใช่ 0 เช่น 23=2×43×4=812\frac{2}{3} = \frac{2 \times 4}{3 \times 4} = \frac{8}{12}
  • รูปอย่างต่ำ คือเศษส่วนที่ตัวเศษกับตัวส่วนมี ห.ร.ม. เป็น 1 — หาได้โดยหารทั้งเศษและส่วนด้วย ห.ร.ม. ของทั้งสองจำนวน
  • วิธีเปรียบเทียบเศษส่วน เลือกใช้ตามลักษณะของโจทย์
ลักษณะของเศษส่วน วิธีคิด
ตัวส่วนเท่ากัน เทียบที่ตัวเศษ เศษมากกว่าค่ามากกว่า
ตัวเศษเท่ากัน ตัวส่วนมากกว่า ค่าน้อยกว่า (ยิ่งแบ่งหลายส่วน ชิ้นยิ่งเล็ก)
ตัวส่วนไม่เท่ากัน ทำตัวส่วนให้เท่ากันด้วย ค.ร.น. ของตัวส่วน แล้วเทียบที่ตัวเศษ
มีจำนวนคละปนอยู่ เทียบจำนวนเต็มก่อน ถ้าเท่ากันจึงเทียบเศษส่วน
ต้องการคำตอบเร็ว เทียบกับ 1 หรือเทียบกับ 12\frac{1}{2} ก่อน แล้วจึงคิดละเอียด

คำบรรยายภาพ: ตารางเลือกวิธีเปรียบเทียบเศษส่วนตามลักษณะของโจทย์ — ถ้าตัวส่วนเท่ากันให้เทียบที่ตัวเศษ ถ้าตัวเศษเท่ากันให้ดูที่ตัวส่วนว่ามากกว่าหรือน้อยกว่า ถ้าไม่เท่ากันทั้งคู่ต้องทำตัวส่วนให้เท่ากันด้วย ค.ร.น. ก่อน และถ้ามีจำนวนคละให้เทียบจำนวนเต็มก่อนเสมอ

  • เรียงลำดับเศษส่วน ทำเหมือนการเปรียบเทียบ แต่ทำหลายจำนวนพร้อมกัน โดยทำตัวส่วนทุกจำนวนให้เท่ากันด้วย ค.ร.น. แล้วจึงเรียงตามตัวเศษ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เปรียบเทียบ 34\frac{3}{4} กับ 57\frac{5}{7} — ค.ร.น. ของ 4 กับ 7 คือ 28 → 34=2128\frac{3}{4} = \frac{21}{28} และ 57=2028\frac{5}{7} = \frac{20}{28} เพราะ 2128>2028\frac{21}{28} > \frac{20}{28} ดังนั้น 34>57\frac{3}{4} > \frac{5}{7}
  • เปรียบเทียบ 15\frac{1}{5} กับ 18\frac{1}{8} — ตัวเศษเท่ากัน ตัวส่วน 8 มากกว่า จึงแบ่งได้หลายส่วนกว่า ชิ้นจึงเล็กกว่า → 15>18\frac{1}{5} > \frac{1}{8} โดยไม่ต้องทำส่วนให้เท่ากัน
  • เรียงลำดับจากน้อยไปมาก — 23\frac{2}{3}, 1121\frac{1}{2}, 56\frac{5}{6} → ค.ร.น. ของ 3, 2, 6 คือ 6 → 46\frac{4}{6}, 1361\frac{3}{6}, 56\frac{5}{6} → เรียงได้ 23\frac{2}{3}, 56\frac{5}{6}, 1121\frac{1}{2}
  • เปรียบเทียบเร็วด้วยการเทียบกับ 12\frac{1}{2} — 25<12\frac{2}{5} < \frac{1}{2} (เพราะ 25=410\frac{2}{5} = \frac{4}{10} กับ 12=510\frac{1}{2} = \frac{5}{10}) ส่วน 58>12\frac{5}{8} > \frac{1}{2} จึงสรุปได้ทันทีว่า 25<58\frac{2}{5} < \frac{5}{8}

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[ต้องการเปรียบเทียบเศษส่วนสองจำนวน] --> B{ตัวส่วนเท่ากันหรือไม่}
    B -->|เท่ากัน| C[เทียบที่ตัวเศษ<br/>เศษมากกว่าค่ามากกว่า]
    B -->|ไม่เท่ากัน| D{ตัวเศษเท่ากันหรือไม่}
    D -->|เท่ากัน| E[ตัวส่วนมากกว่า<br/>ค่าน้อยกว่า]
    D -->|ไม่เท่ากัน| F[หา ค.ร.น. ของตัวส่วน<br/>ทำส่วนให้เท่ากันทุกจำนวน]
    F --> G[เทียบหรือเรียงตามตัวเศษ<br/>แล้วทอนเป็นรูปอย่างต่ำ]

คำบรรยายภาพ: แผนผังการตัดสินใจว่าเมื่อเจอโจทย์เปรียบเทียบเศษส่วนควรใช้วิธีใด เริ่มจากดูว่าตัวส่วนเท่ากันหรือไม่ ถ้าเท่ากันให้เทียบที่ตัวเศษ ถ้าไม่เท่ากันให้ดูว่าตัวเศษเท่ากันหรือไม่ ถ้าเท่ากันตัวส่วนมากกว่าจะมีค่าน้อยกว่า ถ้าไม่เท่ากันต้องทำตัวส่วนให้เท่ากันด้วย ค.ร.น. ก่อน แล้วจึงเทียบหรือเรียงลำดับตามตัวเศษ

ภาพเทียบความยาวของเศษส่วน 3/4 กับ 5/7 ด้วยแถบแท่งแบ่งส่วนเท่า ๆ กัน

คำบรรยายภาพ: ภาพแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวเท่ากันสองแท่ง แท่งบนแบ่งเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน ระบายสี 3 ส่วน แท่งล่างแบ่งเป็น 7 ส่วนเท่า ๆ กัน ระบายสี 5 ส่วน เมื่อวางเทียบกันจะเห็นว่าส่วนที่ระบายสีของแท่งบนยาวกว่าของแท่งล่าง จึงสรุปว่า 34\frac{3}{4} มากกว่า 57\frac{5}{7}

เรื่องย่อยที่ 3

การบวกและการลบเศษส่วน

องค์ความรู้

  • บวกลบเศษส่วน ทุกกรณีต้องทำให้ตัวส่วนเท่ากันก่อน แล้วจึงบวกลบที่ตัวเศษ ส่วนคงเดิม
    • ตัวส่วนเท่ากัน — ab±cb=a±cb\frac{a}{b} \pm \frac{c}{b} = \frac{a \pm c}{b}
    • ตัวส่วนไม่เท่ากัน — หา ค.ร.น. ของตัวส่วน แล้วทำแต่ละเศษส่วนให้มีตัวส่วนเท่ากัน
  • บวกจำนวนคละ ทำได้สองวิธี คือบวกจำนวนเต็มด้วยกันและบวกเศษส่วนด้วยกัน หรือแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินก่อนแล้วจึงบวก
  • ลบจำนวนคละที่เศษไม่พอ ให้ยืม 1 จากจำนวนเต็มมาเปลี่ยนเป็นเศษส่วน เช่น ยืม 1 จาก 2 เขียน 2142\frac{1}{4} เป็น 1541\frac{5}{4} แล้วจึงลบ
  • ลบเศษส่วนจากจำนวนเต็ม ให้ยืม 1 จากจำนวนเต็มก่อน เช่น 3−1253 - 1\frac{2}{5} เขียน 3 เป็น 2552\frac{5}{5} แล้วจึงลบ
  • คำตอบสุดท้ายต้องเขียนเป็น รูปอย่างต่ำ เสมอ และถ้าโจทย์ให้ตอบเป็นจำนวนคละ ต้องแปลงเศษเกินกลับให้ถูกต้อง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • 23+14\frac{2}{3} + \frac{1}{4} — ค.ร.น. ของ 3 กับ 4 คือ 12 → 812+312=1112\frac{8}{12} + \frac{3}{12} = \frac{11}{12}
  • 112+231\frac{1}{2} + \frac{2}{3} — แปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินก่อน: 112=321\frac{1}{2} = \frac{3}{2} → ค.ร.น. ของ 2 กับ 3 คือ 6 → 96+46=136\frac{9}{6} + \frac{4}{6} = \frac{13}{6} → แปลงกลับเป็นจำนวนคละได้ 2162\frac{1}{6}
  • 214−342\frac{1}{4} - \frac{3}{4} — เศษไม่พอ จึงยืม 1 จากจำนวนเต็ม: 214=1542\frac{1}{4} = 1\frac{5}{4} → 154−34=1241\frac{5}{4} - \frac{3}{4} = 1\frac{2}{4} → ทอนเป็น 1121\frac{1}{2}
  • 3−1253 - 1\frac{2}{5} — เขียน 3 เป็น 2552\frac{5}{5} → 255−125=1352\frac{5}{5} - 1\frac{2}{5} = 1\frac{3}{5}
  • ตรวจคำตอบด้วยการบวกกลับ — 112+23=2161\frac{1}{2} + \frac{2}{3} = 2\frac{1}{6} แต่ 23+112\frac{2}{3} + 1\frac{1}{2} ต้องได้เท่ากัน · คำตอบเป็นจำนวนคละที่มีค่าเกิน 2 จริง เพราะ 136≈2.17\frac{13}{6} \approx 2.17 จึงสมเหตุสมผล

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[โจทย์บวกลบเศษส่วน] --> B{ตัวส่วนเท่ากันหรือยัง}
    B -->|เท่ากัน| C[บวกลบที่ตัวเศษ ตัวส่วนคงเดิม]
    B -->|ไม่เท่ากัน| D[หา ค.ร.น. ของตัวส่วน]
    D --> E[คูณทั้งเศษและส่วนของแต่ละจำนวน<br/>ให้ตัวส่วนเท่ากับ ค.ร.น.]
    E --> C
    C --> F{ผลลัพธ์เป็นรูปอย่างต่ำหรือยัง}
    F -->|ยัง| G[หารทั้งเศษและส่วนด้วย ห.ร.ม.]
    F -->|แล้ว| H[เขียนคำตอบ]
    G --> H
    H --> I{โจทย์ให้ตอบเป็นจำนวนคละหรือไม่}
    I -->|ใช่| J[แปลงเศษเกินกลับเป็นจำนวนคละ]
    I -->|ไม่ใช่| K[ตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ]

คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนการบวกลบเศษส่วน เริ่มจากตรวจว่าตัวส่วนเท่ากันหรือไม่ ถ้าไม่เท่าให้หา ค.ร.น. ของตัวส่วน แล้วคูณทั้งเศษและส่วนของแต่ละจำนวนให้ตัวส่วนเท่ากับ ค.ร.น. จากนั้นจึงบวกลบที่ตัวเศษโดยตัวส่วนคงเดิม ขั้นต่อไปทอนคำตอบด้วย ห.ร.ม. ให้เป็นรูปอย่างต่ำ และถ้าโจทย์กำหนดให้ตอบเป็นจำนวนคละจึงแปลงเศษเกินกลับเป็นจำนวนคละ

ภาพแสดงการทำส่วนของ 2/3 กับ 1/4 ให้เท่ากันเป็นส่วนละ 1/12 ก่อนบวกกัน

คำบรรยายภาพ: ภาพแท่งเท่ากันสามแถว แถวแรกแบ่งเป็น 3 ส่วน ระบายสี 2 ส่วน แถวที่สองแบ่งเป็น 4 ส่วน ระบายสี 1 ส่วน แถวที่สามแบ่งเป็น 12 ส่วนเท่า ๆ กัน เพื่อแสดงว่า 23=812\frac{2}{3} = \frac{8}{12} และ 14=312\frac{1}{4} = \frac{3}{12} เมื่อนำมารวมกันจึงได้ 1112\frac{11}{12}

เรื่องย่อยที่ 4

การคูณและการหารเศษส่วน

องค์ความรู้

  • คูณเศษส่วน คูณตัวเศษกับตัวเศษ และตัวส่วนกับตัวส่วน
    • ab×cd=a×cb×d\frac{a}{b} \times \frac{c}{d} = \frac{a \times c}{b \times d}
  • คูณเศษส่วนกับจำนวนเต็ม: ab×n=a×nb\frac{a}{b} \times n = \frac{a \times n}{b} — จำนวนเต็มเขียนเป็น n1\frac{n}{1} ได้
  • หารเศษส่วน กลับเศษเป็นส่วนของ ตัวหาร (ใช้ส่วนกลับ) แล้วเปลี่ยนเป็นคูณ
    • ab÷cd=ab×dc\frac{a}{b} \div \frac{c}{d} = \frac{a}{b} \times \frac{d}{c} โดยตัวหารต้องไม่เป็น 0
  • หารจำนวนเต็มด้วยเศษส่วน: n÷ab=n×ban \div \frac{a}{b} = n \times \frac{b}{a}
  • คำว่า «ของ» ในโจทย์เศษส่วนหมายถึงการคูณ เช่น 23\frac{2}{3} ของ 45 คือ 23×45=30\frac{2}{3} \times 45 = 30
  • ทอนเศษส่วนให้เป็นรูปอย่างต่ำ ก่อนคูณ จะได้เลขน้อยลงและลดโอกาสคิดพลาด · คำตอบยังต้องเป็นรูปอย่างต่ำหลังคิดเสร็จ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • คูณแบบทอนก่อน — 34×29\frac{3}{4} \times \frac{2}{9} ทอน 3 กับ 9 ด้วย 3 และทอน 2 กับ 4 ด้วย 2 ได้ 12×13=16\frac{1}{2} \times \frac{1}{3} = \frac{1}{6}
  • คูณจำนวนคละ — 112×23=32×23=11\frac{1}{2} \times \frac{2}{3} = \frac{3}{2} \times \frac{2}{3} = 1 (ต้องแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินก่อนคูณเสมอ)
  • หารเศษส่วน — 35÷27=35×72=2110=2110\frac{3}{5} \div \frac{2}{7} = \frac{3}{5} \times \frac{7}{2} = \frac{21}{10} = 2\frac{1}{10}
  • จำนวนเต็มหารด้วยเศษส่วน — 6÷12=6×21=126 \div \frac{1}{2} = 6 \times \frac{2}{1} = 12 (มี 12\frac{1}{2} อยู่ทั้งหมด 12 ท่อนใน 6 หน่วย)
  • คำว่า «ของ» ให้คูณ — 34\frac{3}{4} ของ 60 → 34×60=45\frac{3}{4} \times 60 = 45
เรื่องย่อยที่ 5

โจทย์ระคนเศษส่วนหลายชั้น

องค์ความรู้

  • โจทย์ระคน คือโจทย์ที่มีบวก ลบ คูณ หารปนกันในข้อเดียว — ต้องใช้ ลำดับการดำเนินการ ชุดเดียวกับจำนวนนับ (ดู math-num.md หัวข้อ math-num-04)
    1. วงเล็บในสุดก่อน
    2. คูณและหาร จากซ้ายไปขวา
    3. บวกและลบ จากซ้ายไปขวา
  • โจทย์หลายชั้น อาจมี «เศษส่วนซ้อน» คือมีเศษส่วนอยู่ในตัวเศษหรือตัวส่วน — ให้เขียนเป็นประโยคหารก่อน: 3458=34÷58\frac{\frac{3}{4}}{\frac{5}{8}} = \frac{3}{4} \div \frac{5}{8}
  • ก่อนเริ่มคิดให้ ทอนทุกเศษส่วน ให้เป็นรูปอย่างต่ำ และแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน เพื่อลดขนาดตัวเลข
  • ตรวจคำตอบด้วยการประมาณค่า: ถ้าทุกเศษส่วนมีค่าน้อยกว่า 1 ผลลัพธ์ต้องไม่เกินจำนวนเต็มที่มากที่สุดที่บวกเข้ามา

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • 12+34×23\frac{1}{2} + \frac{3}{4} \times \frac{2}{3} — คูณก่อน: 34×23=12\frac{3}{4} \times \frac{2}{3} = \frac{1}{2} → แล้วบวก: 12+12=1\frac{1}{2} + \frac{1}{2} = 1
  • (23+16)÷512\left(\frac{2}{3} + \frac{1}{6}\right) \div \frac{5}{12} — วงเล็บก่อน: 46+16=56\frac{4}{6} + \frac{1}{6} = \frac{5}{6} → แล้วหาร: 56×125=2\frac{5}{6} \times \frac{12}{5} = 2
  • 113−12×231\frac{1}{3} - \frac{1}{2} \times \frac{2}{3} — แปลงจำนวนคละและคูณก่อน: 12×23=13\frac{1}{2} \times \frac{2}{3} = \frac{1}{3} → แล้วลบ: 43−13=1\frac{4}{3} - \frac{1}{3} = 1
  • เศษส่วนซ้อน — 3458=34×85=65=115\frac{\frac{3}{4}}{\frac{5}{8}} = \frac{3}{4} \times \frac{8}{5} = \frac{6}{5} = 1\frac{1}{5}
เรื่องย่อยที่ 6

การแก้สมการที่ติดเศษส่วน

องค์ความรู้

  • สมการ คือประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย == และมี ตัวไม่ทราบค่า เช่น x+14=34x + \frac{1}{4} = \frac{3}{4}
  • หลักคิดมีข้อเดียว: ทำทั้งสองข้างของ == ให้เท่ากันเสมอ โดย ย้ายข้างด้วยการดำเนินการตรงข้าม (บวกตรงข้ามกับลบ · คูณตรงข้ามกับหาร) — หลักการเดียวกับ math-eq.md หัวข้อ math-eq-02 และ math-eq-03
  • รูปที่พบบ่อยและวิธีคิด
    • x+ab=cx + \frac{a}{b} = c → x=c−abx = c - \frac{a}{b}
    • x−ab=cx - \frac{a}{b} = c → x=c+abx = c + \frac{a}{b}
    • xa=c\frac{x}{a} = c → x=c×ax = c \times a (ตัวส่วนของ xx หารอยู่ จึงย้ายไปคูณ)
    • ab×x=c\frac{a}{b} \times x = c → x=c÷ab=c×bax = c \div \frac{a}{b} = c \times \frac{b}{a}
  • ต้องแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินก่อนแก้สมการทุกครั้ง และคำตอบควรเขียนเป็นรูปอย่างต่ำ
  • ตรวจคำตอบเสมอ ด้วยการแทนค่า xx กลับในสมการเดิม ถ้าสองข้างเท่ากันจึงถูกต้อง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • x+25=710x + \frac{2}{5} = \frac{7}{10} — ย้าย 25\frac{2}{5} ไปลบ: x=710−410=310x = \frac{7}{10} - \frac{4}{10} = \frac{3}{10} · ตรวจ: 310+25=310+410=710\frac{3}{10} + \frac{2}{5} = \frac{3}{10} + \frac{4}{10} = \frac{7}{10} ✓
  • x−14=12x - \frac{1}{4} = \frac{1}{2} — ย้าย 14\frac{1}{4} ไปบวก: x=12+14=34x = \frac{1}{2} + \frac{1}{4} = \frac{3}{4} · ตรวจ: 34−14=12\frac{3}{4} - \frac{1}{4} = \frac{1}{2} ✓
  • 23x=8\frac{2}{3} x = 8 — ย้าย 23\frac{2}{3} ไปหาร: x=8÷23=8×32=12x = 8 \div \frac{2}{3} = 8 \times \frac{3}{2} = 12 · ตรวจ: 23×12=8\frac{2}{3} \times 12 = 8 ✓
  • x÷34=89x \div \frac{3}{4} = \frac{8}{9} — ย้าย 34\frac{3}{4} ไปคูณ: x=89×34=23x = \frac{8}{9} \times \frac{3}{4} = \frac{2}{3} · ตรวจ: 23÷34=23×43=89\frac{2}{3} \div \frac{3}{4} = \frac{2}{3} \times \frac{4}{3} = \frac{8}{9} ✓
เรื่องย่อยที่ 7

โจทย์ปัญหาเศษส่วนในชีวิตจริง (แบ่งสมบัติ · แบ่งที่ดิน)

องค์ความรู้

  • ขั้นตอนแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วน มี 4 ขั้น
    1. อ่านโจทย์แล้วระบุสิ่งที่โจทย์ให้มาและสิ่งที่โจทย์ถาม พร้อมหน่วย
    2. วางแผนว่าต้องคิดกี่ขั้น และขั้นใดทำก่อน-หลัง
    3. คำนวณตามแผน โดยแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินถ้าจำเป็น และเขียนหน่วยกำกับทุกขั้น
    4. ตรวจสอบคำตอบว่าสมเหตุสมผล (ส่วนที่เหลือต้องไม่ติดลบ และไม่เกินทั้งหมด)
  • คำว่า «ของ» หมายถึงการคูณ เช่น แบ่งที่ดิน 25\frac{2}{5} ของ 1{,}000 ตารางเมตร = 400 ตารางเมตร
  • แบ่งเท่า ๆ กัน ใช้การหาร · ใช้ไป-เหลือ ใช้การลบ หรือใช้ «ส่วนที่เหลือ =1−= 1 - ส่วนที่ใช้ไป»
  • โจทย์ 2–3 ขั้นมักเรียงเป็น ทำขั้นแรกให้ได้จำนวนหนึ่งก่อน แล้วนำไปใช้ต่อในขั้นที่สอง บางข้อมีขั้นที่สามให้รวมกับอีกกลุ่มหนึ่ง
  • ถ้าต้องตอบเป็นเศษส่วนของทั้งหมด ต้องเทียบกับ ปริมาณทั้งหมดตอนต้น ไม่ใช่ปริมาณที่เหลือ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • แบ่งที่ดินแล้วขายบางส่วน (3 ขั้น) — ที่ดิน 1{,}200 ตารางเมตร แบ่งให้บุตร 3 คนเท่า ๆ กัน แล้วบุตรคนโตขายไป 38\frac{3}{8} ของส่วนของตัวเอง
    • ขั้นที่ 1 บุตรแต่ละคนได้ 1,200÷3=4001{,}200 \div 3 = 400 ตารางเมตร
    • ขั้นที่ 2 คนโตขายไป 38×400=150\frac{3}{8} \times 400 = 150 ตารางเมตร
    • ขั้นที่ 3 เหลือ 400−150=250400 - 150 = 250 ตารางเมตร — ตอบ เหลือ 250 ตารางเมตร
  • อ่านหนังสือค้างไว้ (3 ขั้น) — หนังสือนิยาย 240 หน้า อ่านวันแรก 14\frac{1}{4} ของเล่ม วันที่สอง 13\frac{1}{3} ของเล่ม จะเหลืออีกกี่หน้า
    • วันแรกอ่าน 240×14=60240 \times \frac{1}{4} = 60 หน้า · วันที่สองอ่าน 240×13=80240 \times \frac{1}{3} = 80 หน้า
    • รวมที่อ่านแล้ว 60+80=14060 + 80 = 140 หน้า → เหลือ 240−140=100240 - 140 = 100 หน้า — ตอบ เหลือ 100 หน้า
  • แบ่งมรดกเป็นเงิน (2 ขั้น) — เงิน 90{,}000 บาท แบ่งให้บุตร 3 คนเท่า ๆ กัน บุตรคนแรกใช้ไป 25\frac{2}{5} ของที่ได้ จะเหลือเท่าไร
    • คนแรกได้ 90,000÷3=30,00090{,}000 \div 3 = 30{,}000 บาท → ใช้ไป 25×30,000=12,000\frac{2}{5} \times 30{,}000 = 12{,}000 บาท
    • เหลือ 30,000−12,000=18,00030{,}000 - 12{,}000 = 18{,}000 บาท — ตอบ เหลือ 18{,}000 บาท
  • ตรวจด้วยเศษส่วนที่เหลือ — ใช้ไป 25\frac{2}{5} ของ 30{,}000 จึงเหลือ 1−25=351 - \frac{2}{5} = \frac{3}{5} ของ 30{,}000 = 18{,}000 บาท ตรงกับข้อที่แล้ว

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านโจทย์ ระบุสิ่งที่ให้มาและสิ่งที่ถามพร้อมหน่วย] --> B[วางแผนว่ามีกี่ขั้น ขั้นใดทำก่อน-หลัง]
    B --> C[คำนวณขั้นแรก พร้อมหน่วย]
    C --> D{มีขั้นต่อไปอีกหรือไม่}
    D -->|มี| E[คำนวณขั้นที่ 2 และ 3 ต่อโดยใช้ผลของขั้นก่อน]
    D -->|ไม่มี| F[ทอนคำตอบเป็นรูปอย่างต่ำ]
    E --> F
    F --> G[ตรวจว่าคำตอบสมเหตุสมผลและไม่เกินปริมาณทั้งหมด]
    G --> H[เขียนคำตอบพร้อมหน่วยให้ตรงคำถาม]

คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนในชีวิตจริง เริ่มจากอ่านโจทย์แล้วระบุสิ่งที่ให้มาพร้อมหน่วย วางแผนจำนวนขั้นแล้วคำนวณทีละขั้นโดยใช้ผลของขั้นก่อนหน้า ทอนคำตอบให้เป็นรูปอย่างต่ำ ตรวจว่าคำตอบไม่เกินปริมาณทั้งหมด แล้วเขียนคำตอบพร้อมหน่วยให้ตรงกับที่โจทย์ถาม

ภาพแท่งแบ่งที่ดิน 1,200 ตารางเมตร ให้บุตร 3 คนเท่า ๆ กัน ส่วนละ 400 ตารางเมตร แล้วขายไป 3/8 ของส่วนตัวเอง

คำบรรยายภาพ: ภาพแท่งสี่เหลี่ยมแทนที่ดินทั้งหมด 1{,}200 ตารางเมตร แบ่งเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนละ 400 ตารางเมตร ส่วนแรกถูกแบ่งย่อยเป็น 8 ช่อง ระบายสี 3 ช่องแทนส่วนที่ขายไป 150 ตารางเมตร เหลือ 250 ตารางเมตร

ข้อควรระวัง

  • ตัวส่วนต้องไม่เป็น 0 — เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 0 ไม่มีความหมาย และตัวหารในการหารเศษส่วนก็ต้องไม่เป็น 0 ด้วย
  • บวกลบต้องทำส่วนให้เท่ากันก่อน ส่วนคูณ-หารไม่ต้อง — เวลาทำส่วนให้เท่ากันต้องคูณ «ทั้งเศษและส่วน» ด้วยจำนวนเดียวกัน ไม่ใช่คูณเฉพาะตัวเศษ แต่การคูณและการหารทำได้เลยโดยไม่ต้องทำส่วนให้เท่ากัน ซึ่งเป็นตัวลวงที่ข้อสอบชอบใช้
  • หารต้องกลับเศษเป็นส่วนของ «ตัวหาร» — 35÷27\frac{3}{5} \div \frac{2}{7} กลับเป็น 35×72\frac{3}{5} \times \frac{7}{2} ไม่ใช่กลับตัวตั้ง
  • ระวังลำดับการดำเนินการในโจทย์ระคน — 12+34×23\frac{1}{2} + \frac{3}{4} \times \frac{2}{3} ต้องคูณก่อนบวก ได้ 1 ไม่ใช่ 56×23\frac{5}{6} \times \frac{2}{3}
  • มีจำนวนคละในโจทย์ให้แปลงเป็นเศษเกินก่อนคิด หรือถ้าลบแล้วเศษไม่พอ ต้องยืม 1 จากจำนวนเต็มมาเปลี่ยนเป็นเศษส่วน
  • คำตอบต้องเป็นรูปอย่างต่ำและมีหน่วยครบ — โจทย์ปัญหาให้ตอบเป็นจำนวนคละก็ต้องแปลงกลับ ถ้าถามเศษส่วนของทั้งหมดต้องเทียบกับปริมาณทั้งหมดตอนต้น

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/คณิตศาสตร์.csv (ลำดับ 14–20)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ค 1.1 ป.6/1 · ค 1.1 ป.6/7 · ค 1.1 ป.6/8 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1580786328_d_1.pdf
  • หน้า hub หลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?