กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์ระดับ ป.5–ป.6ค 2.1

รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และพื้นที่

อ่านทำไม

รูปสามเหลี่ยมกับรูปสี่เหลี่ยมเป็นรูปเรขาคณิตที่เจอบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน — หลังคาเป็นรูปสามเหลี่ยม หน้าต่างกับประตูเป็นรูปสี่เหลี่ยม กระเบื้องปูพื้นก็เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส และโจทย์ «ความยาวรอบรูป» กับ «พื้นที่» ก็เริ่มจากรูปสองกลุ่มนี้เสมอ ข้อสอบเข้า ม.1 ออกเรื่องนี้ทุกปี ทั้งข้อที่ยกสมบัติของรูปมาแล้วถามว่าเป็นรูปชนิดใด ข้อที่ให้ด้านหรือความสูงมาแล้วให้คิดพื้นที่ และข้อที่วางรูปซ้อนกันแล้วให้หาพื้นที่ส่วนที่แรเงา หัวข้อนี้ยังเป็นฐานตรงของเรื่องวงกลม (ดู math-circle.md) และเรขาคณิตสามมิติ (ดู math-solid.md) ที่ตามมาข้างหลัง

เรื่องย่อยที่ 1

ชนิดและสมบัติของรูปสามเหลี่ยม

องค์ความรู้

  • รูปสามเหลี่ยม คือรูปเรขาคณิตที่ปิดล้อมด้วยส่วนของเส้นตรง 3 ด้าน มีมุม 3 มุม และมีจุดยอด 3 จุด
  • จำแนกตามความยาวของด้าน — ด้านเท่า ด้านทั้งสามยาวเท่ากัน มุมทั้งสามจึงเท่ากันด้วย (มุมละ 60∘60^\circ) · หน้าจั่ว มีด้านยาวเท่ากัน 2 ด้าน ด้านที่เหลือเรียกว่า ฐาน และมุมที่ฐานทั้งสองเท่ากัน · ด้านไม่เท่า ด้านทั้งสามยาวไม่เท่ากันเลย
  • จำแนกตามขนาดของมุม — มุมแหลม มุมทุกมุมเล็กกว่า 90∘90^\circ · มุมฉาก มีมุม 90∘90^\circ อยู่ 1 มุม และด้านตรงข้ามมุมฉากยาวที่สุด · มุมป้าน มีมุมใหญ่กว่า 90∘90^\circ อยู่ 1 มุม และด้านตรงข้ามมุมป้านยาวที่สุด
  • สมบัติที่ใช้บ่อยที่สุด: ผลบวกของมุมภายในรูปสามเหลี่ยมเท่ากับ 180∘180^\circ เสมอ จึงหามุมที่เหลือได้ด้วยการลบมุมที่รู้แล้วออกจาก 180∘180^\circ
  • ด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมใหญ่จะยาวกว่าด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมเล็กเสมอ — ใช้เดาชนิดของรูปได้เร็วขึ้นแม้โจทย์ไม่บอกความยาวด้าน
  • รูปหนึ่งรูปถูกจัดเข้า ทั้งกลุ่มด้านและกลุ่มมุมพร้อมกันได้ เช่น ด้านเท่าเป็นมุมแหลมเสมอ (มุมละ 60∘60^\circ) ส่วนหน้าจั่วอาจเป็นมุมฉากก็ได้ (ครึ่งหนึ่งของสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ตัดตามเส้นทแยงมุม)
  • เงื่อนไขการสร้างรูปสามเหลี่ยม: ผลบวกของด้านสั้น 2 ด้านต้อง มากกว่า ด้านที่ยาวที่สุด ถ้าน้อยกว่าหรือเท่ากันจะปิดรูปไม่ลง · เครื่องมือที่ใช้คือ ไม้บรรทัด ไม้โปรแทรกเตอร์ และวงเวียน (กางเท่ารัศมีแล้วเขียนส่วนโค้ง หาจุดยอดที่สามจากจุดตัดของส่วนโค้ง)
  • การจำแนกต้องดู สมบัติของรูป ไม่ใช่ท่าทางที่วางไว้ — หมุนหรือเอียงรูปแล้วชนิดของรูปยังเหมือนเดิม
ชนิด เกณฑ์ที่ใช้ดู สมบัติที่ตามมา
ด้านเท่า ด้าน 3 ด้านยาวเท่ากัน มุมละ 60∘60^\circ · มีแกนสมมาตร 3 เส้น
หน้าจั่ว ด้านยาวเท่ากัน 2 ด้าน มุมที่ฐาน 2 มุมเท่ากัน · มีแกนสมมาตร 1 เส้น
ด้านไม่เท่า ด้าน 3 ด้านยาวต่างกันทั้งหมด มุม 3 มุมขนาดต่างกัน
มุมแหลม มุมทุกมุมเล็กกว่า 90∘90^\circ ด้านทุกด้านอาจเท่ากันหรือไม่เท่ากันก็ได้
มุมฉาก มีมุม 90∘90^\circ 1 มุม มุมอีก 2 มุมรวมกันได้ 90∘90^\circ
มุมป้าน มีมุมใหญ่กว่า 90∘90^\circ 1 มุม มุมอีก 2 มุมรวมกันน้อยกว่า 90∘90^\circ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • มีมุม 50∘50^\circ, 60∘60^\circ และ 70∘70^\circ เป็นสามเหลี่ยมชนิดใด — มุมทั้งสามเล็กกว่า 90∘90^\circ ทุกมุม จึงเป็น สามเหลี่ยมมุมแหลม และด้านทั้งสามยาวไม่เท่ากัน จึงเป็นด้านไม่เท่าด้วย
  • รูปหนึ่งมีมุม 90∘90^\circ และ 40∘40^\circ อีกมุมหนึ่งเท่าไร — มุมที่สาม =180∘−(90∘+40∘)=50∘= 180^\circ - (90^\circ + 40^\circ) = 50^\circ เมื่อมีมุม 90∘90^\circ อยู่ 1 มุม จึงเป็น สามเหลี่ยมมุมฉาก
  • ด้านยาว 66, 66 และ 99 เซนติเมตร — มีด้านยาวเท่ากัน 2 ด้าน จึงเป็น สามเหลี่ยมหน้าจั่ว (ด้าน 99 เซนติเมตรคือฐาน มีมุมที่ฐาน 2 มุมเท่ากัน)
  • มุม 100∘100^\circ, 40∘40^\circ และ 40∘40^\circ — มีมุมป้าน 1 มุม และมีมุมเท่ากัน 2 มุม จึงเป็น หน้าจั่ว และเป็นมุมป้าน
  • ด้านยาว 33, 44 และ 88 เซนติเมตร สร้างสามเหลี่ยมได้ไหม — ไม่ได้ เพราะ 3+4=73 + 4 = 7 น้อยกว่า 88 ส่วนโค้งทั้งสองไม่บรรจบกัน ปิดรูปไม่ลง
  • สร้างสามเหลี่ยมที่มีด้านยาว 66 เซนติเมตร และมุมที่ปลายด้านทั้งสองข้างเท่ากับ 60∘60^\circ — ลากฐาน 66 เซนติเมตร วัดมุม 60∘60^\circ ที่ปลายทั้งสองข้าง ลากเส้นจนตัดกัน มุมที่สาม =180∘−(60∘+60∘)=60∘= 180^\circ - (60^\circ + 60^\circ) = 60^\circ จึงได้สามเหลี่ยมด้านเท่า

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((รูปสามเหลี่ยม))
    ตามความยาวของด้าน
      ด้านเท่า
      หน้าจั่ว
      ด้านไม่เท่า
    ตามขนาดของมุม
      มุมแหลม
      มุมฉาก
      มุมป้าน
    สมบัติที่ใช้บ่อย
      มุมภายในรวมกันได้ 180 องศา
      ด้านตรงข้ามมุมใหญ่ยาวที่สุด
      ด้านสั้นสองด้านรวมกันต้องมากกว่าด้านยาวสุด

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดสรุปการจำแนกรูปสามเหลี่ยม แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ จำแนกตามความยาวของด้าน (ด้านเท่า หน้าจั่ว ด้านไม่เท่า) จำแนกตามขนาดของมุม (มุมแหลม มุมฉาก มุมป้าน) และสมบัติที่ใช้บ่อย ได้แก่ มุมภายในรวมกันได้ 180 องศา ด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมใหญ่ยาวที่สุด และการสร้างรูปได้ต้องให้ด้านสั้นสองด้านรวมกันมากกว่าด้านยาวสุด

เรื่องย่อยที่ 2

ชนิดและสมบัติของรูปสี่เหลี่ยม

องค์ความรู้

  • รูปสี่เหลี่ยม คือรูปที่ปิดล้อมด้วยส่วนของเส้นตรง 4 ด้าน มีมุม 4 มุม และมีจุดยอด 4 จุด
  • ผลบวกของมุมภายในรูปสี่เหลี่ยมเท่ากับ 360∘360^\circ — ใช้หามุมที่หายไปได้ และต่างจากรูปสามเหลี่ยมที่ใช้ 180∘180^\circ
  • สี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านทั้ง 4 ยาวเท่ากัน และมุมทุกมุมเป็นมุมฉาก · สี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมทุกมุมเป็นมุมฉาก ด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน
  • สี่เหลี่ยมด้านขนาน ด้านตรงข้ามขนานกันและยาวเท่ากัน มุมตรงข้ามเท่ากัน — ถ้ามุมทุกมุมเป็นมุมฉากจะเรียก สี่เหลี่ยมผืนผ้า · สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ด้านทั้ง 4 ยาวเท่ากัน ด้านตรงข้ามขนานกัน — ถ้ามุมทุกมุมเป็นมุมฉากจะเรียก สี่เหลี่ยมจัตุรัส
  • สี่เหลี่ยมคางหมู มีด้านขนานกันเพียงคู่เดียว · สี่เหลี่ยมรูปว่าว มีด้านประชิดยาวเท่ากัน 2 คู่ แต่ด้านตรงข้ามไม่ขนานกัน
  • ความสัมพันธ์ที่ต้องเข้าใจ: สี่เหลี่ยมจัตุรัสเป็นทั้งสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนมเปียกปูน และด้านขนาน เพราะมีสมบัติครบทุกข้อ — แต่สี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่ใช่ขนมเปียกปูนในทางกลับกัน
  • เส้นทแยงมุม คือส่วนของเส้นตรงที่ลากเชื่อมจุดยอดที่อยู่ตรงข้ามกัน ในสี่เหลี่ยมด้านขนานเส้นทแยงมุมแบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน ส่วนสี่เหลี่ยมรูปว่าวกับขนมเปียกปูนเส้นทแยงมุมตัดกันเป็นมุมฉาก
  • สี่เหลี่ยมที่มีด้านขนานคู่หนึ่ง มุมภายในที่อยู่ข้างเดียวกันของด้านที่เหลือจะรวมกันได้ 180∘180^\circ
ชนิด ด้าน มุม จุดที่ต้องสังเกต
จัตุรัส เท่ากันทั้ง 4 ด้าน ฉากทุกมุม มีแกนสมมาตร 4 เส้น · เส้นทแยงมุมยาวเท่ากัน
ผืนผ้า ด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน ฉากทุกมุม มีแกนสมมาตร 2 เส้น · เส้นทแยงมุมยาวเท่ากัน
ด้านขนาน ด้านตรงข้ามเท่าและขนานกัน มุมตรงข้ามเท่ากัน ถ้ามุมฉากทุกมุมจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า · เส้นทแยงมุมแบ่งครึ่งกัน
ขนมเปียกปูน เท่ากันทั้ง 4 ด้าน มุมตรงข้ามเท่ากัน ด้านตรงข้ามขนาน · เส้นทแยงมุมตัดกันเป็นมุมฉาก
คางหมู มีด้านขนานคู่เดียว มุมข้างด้านเดียวกันรวมได้ 180∘180^\circ ความสูงตั้งฉากกับด้านคู่ขนาน
รูปว่าว ด้านประชิดเท่ากัน 2 คู่ มุมตรงข้ามคู่หนึ่งเท่ากัน เส้นทแยงมุมตัดกันเป็นมุมฉาก

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • รูปหนึ่งมีด้านตรงข้ามขนานกันและยาวเท่ากัน แต่มุมไม่ใช่ฉาก — เป็น สี่เหลี่ยมด้านขนาน
  • สี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ 77 เซนติเมตร — มุมทุกมุมเป็น 90∘90^\circ และมุมภายในรวมกัน 90∘×4=360∘90^\circ \times 4 = 360^\circ ตรงตามสมบัติของรูปสี่เหลี่ยม
  • สี่เหลี่ยมคางหมูมีด้านคู่ขนานยาว 88 เซนติเมตร กับ 1212 เซนติเมตร และมุมที่ปลายด้านหนึ่งเป็น 70∘70^\circ มุมที่อยู่ข้างเดียวกันกับด้านที่เหลืออีกปลายเท่าไร — มุมภายในข้างเดียวกันของด้านที่เหลือรวมกันได้ 180∘180^\circ จึงได้ 180∘−70∘=110∘180^\circ - 70^\circ = 110^\circ
  • สี่เหลี่ยมรูปหนึ่งมีมุม 100∘100^\circ, 80∘80^\circ และ 90∘90^\circ อีกมุมหนึ่งเท่าไร — มุมที่สี่ =360∘−(100∘+80∘+90∘)=90∘= 360^\circ - (100^\circ + 80^\circ + 90^\circ) = 90^\circ จึงมีมุมฉากอยู่ด้วย 1 มุม
  • รูปว่าวกับขนมเปียกปูนต่างกันอย่างไร — ขนมเปียกปูนมีด้านทั้ง 4 ยาวเท่ากันและด้านตรงข้ามขนานกัน ส่วนรูปว่าวมีแค่ด้านประชิดที่ยาวเท่ากัน 2 คู่ ด้านตรงข้ามไม่ขนานกัน

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["รูปสี่เหลี่ยม<br/>มุมภายในรวม 360 องศา"] --> B{"มีมุมฉากทุกมุมหรือไม่"}
    B -- "มี" --> C{"ด้านทั้ง 4 ยาวเท่ากันหรือไม่"}
    C -- "เท่ากัน" --> D["สี่เหลี่ยมจัตุรัส"]
    C -- "ไม่เท่า" --> E["สี่เหลี่ยมผืนผ้า"]
    B -- "ไม่มี" --> F{"มีด้านขนานกี่คู่"}
    F -- "2 คู่" --> G{"ด้านทั้ง 4 ยาวเท่ากันหรือไม่"}
    G -- "เท่ากัน" --> H["สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน"]
    G -- "ไม่เท่า" --> I["สี่เหลี่ยมด้านขนาน"]
    F -- "1 คู่" --> J["สี่เหลี่ยมคางหมู"]
    F -- "ไม่มีเลย" --> K["สี่เหลี่ยมรูปว่าว"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังจำแนกรูปสี่เหลี่ยม เริ่มจากดูว่ามีมุมฉากทุกมุมหรือไม่ ถ้ามีและด้านทั้งสี่เท่ากันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ถ้าด้านไม่เท่าเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถ้าไม่มีมุมฉากให้ดูจำนวนคู่ของด้านขนาน มีสองคู่และด้านทั้งสี่เท่ากันเป็นขนมเปียกปูน มีสองคู่แต่ด้านไม่เท่าเป็นด้านขนาน มีคู่เดียวเป็นคางหมู และไม่มีด้านขนานเลยเป็นรูปว่าว

เรื่องย่อยที่ 3

การหาพื้นที่รูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยม

องค์ความรู้

  • พื้นที่ คือขนาดของผิวที่อยู่ภายในขอบของรูป หน่วยจึงเป็น ตารางหน่วย เช่น ตารางเซนติเมตร (ตร.ซม.) และตารางเมตร (ตร.ม.)
  • ความสูงของรูป คือระยะที่ ตั้งฉาก กับฐาน ไม่ใช่ความยาวของด้านเอียง — ถ้าใช้ด้านเอียงแทนความสูง พื้นที่จะมากกว่าความจริง
  • สูตรพื้นที่ที่ต้องใช้คล่อง
    • สี่เหลี่ยมจัตุรัส == ด้าน ×\times ด้าน
    • สี่เหลี่ยมผืนผ้า == กว้าง ×\times ยาว
    • สี่เหลี่ยมด้านขนาน == ฐาน ×\times สูง
    • สี่เหลี่ยมคางหมู =12×(ผลบวกของด้านคู่ขนาน)×สูง= \frac{1}{2} \times (\text{ผลบวกของด้านคู่ขนาน}) \times \text{สูง}
    • รูปสามเหลี่ยม =12×ฐาน×สูง= \frac{1}{2} \times \text{ฐาน} \times \text{สูง} (ฐานคูณสูงแล้วหารสอง)
    • สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปว่าว =12×(ผลคูณของเส้นทแยงมุมทั้งสอง)= \frac{1}{2} \times (\text{ผลคูณของเส้นทแยงมุมทั้งสอง})
  • รูปที่ไม่ใช่รูปพื้นฐาน ให้ แบ่งเป็นรูปย่อย ที่หาพื้นที่ได้ แล้วบวกพื้นที่เข้าด้วยกัน
  • หน่วยพื้นที่สำคัญ: 11 ตร.ม. =10,000= 10{,}000 ตร.ซม. (ด้านละ 100100 ซม. จึงเป็น 100×100100 \times 100) · 11 ตร.กม. =1,000,000= 1{,}000{,}000 ตร.ม.
  • โจทย์ที่ให้ด้านต่างหน่วยกัน (เมตรปนเซนติเมตร) ต้องแปลงให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อนเข้าสูตรเสมอ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • สี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 1212 ซม. ยาว 2525 ซม. พื้นที่เท่าไร — 12×25=30012 \times 25 = 300 ตร.ซม.
  • รูปสามเหลี่ยมฐานยาว 1212 ซม. สูง 99 ซม. — 12×12×9\frac{1}{2} \times 12 \times 9 คิดเป็น 12×9=10812 \times 9 = 108 แล้วหารสอง ได้ 5454 ตร.ซม.
  • ด้านขนานฐาน 1010 ซม. สูง 66 ซม. และคางหมูที่มีด้านคู่ขนาน 88 ซม. กับ 1212 ซม. สูง 55 ซม. — ด้านขนานได้ 10×6=6010 \times 6 = 60 ตร.ซม. · คางหมูได้ 12×(8+12)×5=12×20×5=50\frac{1}{2} \times (8 + 12) \times 5 = \frac{1}{2} \times 20 \times 5 = 50 ตร.ซม.
  • รูปตัว L กว้าง 1212 ซม. ยาว 88 ซม. และมีมุมที่ถูกตัดออกเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า 55 ซม. ×\times 44 ซม. พื้นที่เท่าไร — หาแบบลบเร็วที่สุด: 12×8−5×4=96−20=7612 \times 8 - 5 \times 4 = 96 - 20 = 76 ตร.ซม. · ตรวจซ้ำด้วยวิธีแบ่งเป็นสองรูป: 12×4+7×4=48+28=7612 \times 4 + 7 \times 4 = 48 + 28 = 76 ตร.ซม. เท่ากัน
  • กระเบื้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านละ 3030 ซม. ปูพื้นห้อง 4.54.5 ตร.ม. ต้องใช้กี่แผ่น — พื้นที่กระเบื้อง 11 แผ่น =30×30=900= 30 \times 30 = 900 ตร.ซม. · แปลงพื้นที่ห้องเป็นตร.ซม. ได้ 4.5×10,000=45,0004.5 \times 10{,}000 = 45{,}000 ตร.ซม. · ต้องใช้ 45,000÷900=5045{,}000 \div 900 = 50 แผ่น
  • ขนมเปียกปูนมีเส้นทแยงมุมยาว 66 ซม. และ 88 ซม. — 12×6×8=24\frac{1}{2} \times 6 \times 8 = 24 ตร.ซม.

ภาพและไดอะแกรม

รูป สูตรพื้นที่ สิ่งที่ต้องระวัง
สี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้าน ×\times ด้าน ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน
สี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ×\times ยาว ใช้ด้านที่ตั้งฉากกัน ไม่ใช่ด้านทแยง
สี่เหลี่ยมด้านขนาน ฐาน ×\times สูง สูงต้องตั้งฉากกับฐาน ไม่ใช่ด้านเอียง
สี่เหลี่ยมคางหมู 12×\frac{1}{2} \times ผลบวกด้านคู่ขนาน ×\times สูง บวกด้านคู่ขนานก่อน แล้วจึงคูณสูง
รูปสามเหลี่ยม 12×\frac{1}{2} \times ฐาน ×\times สูง สามเหลี่ยมมุมป้านความสูงอาจอยู่นอกรูป
รูปว่าว · ขนมเปียกปูน 12×\frac{1}{2} \times ผลคูณเส้นทแยงมุม ใช้เส้นทแยงมุม ไม่ใช่ด้าน

คำบรรยายภาพ: ตารางสรุปสูตรพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมแต่ละชนิด พร้อมช่องเตือนข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น ความสูงต้องตั้งฉากกับฐาน ไม่ใช้ด้านเอียง และรูปว่าวกับขนมเปียกปูนใช้เส้นทแยงมุมทั้งสองมาคูณกันแล้วหารสอง

เรื่องย่อยที่ 4

การหาความยาวรอบรูปของรูปหลายเหลี่ยม

องค์ความรู้

  • ความยาวรอบรูป คือระยะทางที่เดินไปตามขอบของรูปหนึ่งรอบ หาได้ด้วย บวกความยาวด้านทุกด้านเข้าด้วยกัน หน่วยเป็นหน่วยความยาว เช่น ซม. หรือ ม.
  • สูตรลัดของรูปที่คุ้นเคย: สี่เหลี่ยมผืนผ้า =2×(กว้าง+ยาว)= 2 \times (\text{กว้าง} + \text{ยาว}) · สี่เหลี่ยมจัตุรัส =4×ด้าน= 4 \times \text{ด้าน} · รูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าที่มี nn ด้าน =n×ด้าน= n \times \text{ด้าน}
  • รูปหลายเหลี่ยมด้านไม่เท่า ต้องบวกด้านทุกด้าน อย่าลืมนับด้านให้ครบตามชื่อรูป (ห้าเหลี่ยมมี 55 ด้าน หกเหลี่ยมมี 66 ด้าน)
  • ถ้าด้านที่โจทย์ให้มาอยู่คนละหน่วย ต้อง แปลงหน่วยให้ตรงกันก่อนบวก
  • พื้นที่เท่ากันไม่ได้แปลว่ารอบรูปเท่ากัน — สี่เหลี่ยมจัตุรัสด้าน 66 ซม. มีพื้นที่ 3636 ตร.ซม. และรอบรูป 2424 ซม. ส่วนสี่เหลี่ยมผืนผ้า 4×94 \times 9 ซม. ก็มีพื้นที่ 3636 ตร.ซม. เท่ากัน แต่รอบรูป 2626 ซม. มากกว่า
  • ระวังรูปที่มีด้านเว้าเข้าไป — เส้นที่อยู่ด้านในรูปไม่ใช่ขอบรูป จึงไม่นับรวมในความยาวรอบรูป

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • สี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 1212 ซม. ยาว 2525 ซม. — 2×(12+25)=2×37=742 \times (12 + 25) = 2 \times 37 = 74 ซม.
  • สี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านละ 99 ซม. — 4×9=364 \times 9 = 36 ซม.
  • รูปห้าเหลี่ยมด้านเท่า ด้านละ 66 ซม. — 5×6=305 \times 6 = 30 ซม.
  • รูปห้าเหลี่ยมด้านไม่เท่า ยาว 44, 66, 55, 77 และ 88 ซม. — บวกทุกด้าน 4+6+5+7+8=304 + 6 + 5 + 7 + 8 = 30 ซม.
  • ต้องการล้อมรั้วรอบที่ดินผืนสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 2020 ม. ยาว 3535 ม. ต้องใช้ลวดรั้วกี่เมตร — 2×(20+35)=2×55=1102 \times (20 + 35) = 2 \times 55 = 110 ม. ถ้าล้อม 2 รอบก็ใช้ 110×2=220110 \times 2 = 220 ม.
  • ด้านยาว 2.52.5 ซม. สี่เหลี่ยมจัตุรัสมีรอบรูปเท่าไร — 4×2.5=104 \times 2.5 = 10 ซม.

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["โจทย์ถามความยาวรอบรูป"] --> B{"รูปอะไร"}
    B -- "สี่เหลี่ยมจัตุรัส" --> C["4 คูณด้าน"]
    B -- "สี่เหลี่ยมผืนผ้า" --> D["2 คูณ ผลบวกของกว้างกับยาว"]
    B -- "ด้านเท่าทุกด้าน" --> E["จำนวนด้าน คูณ ด้าน"]
    B -- "ด้านไม่เท่า" --> F["บวกความยาวด้านทุกด้าน"]
    C --> G["แปลงหน่วยให้ตรงกันก่อนบวก<br/>ตอบเป็น ซม. หรือ ม."]
    D --> G
    E --> G
    F --> G

คำบรรยายภาพ: แผนผังการหาความยาวรอบรูปของรูปหลายเหลี่ยม เลือกสูตรตามชนิดของรูป สี่เหลี่ยมจัตุรัสใช้สี่คูณด้าน สี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้สองคูณผลบวกของกว้างกับยาว รูปด้านเท่าใช้จำนวนด้านคูณด้าน รูปด้านไม่เท่าให้บวกทุกด้าน แล้วตรวจว่าแปลงหน่วยให้ตรงกันก่อนบวก และคำตอบต้องเป็นหน่วยความยาว

เรื่องย่อยที่ 5

พื้นที่ส่วนที่แรเงาและพื้นที่รูปซ้อนทับ

องค์ความรู้

  • หลักคิดของพื้นที่ส่วนที่แรเงา คือ พื้นที่รูปใหญ่ลบพื้นที่รูปที่ตัดออก ไม่ต้องมีสูตรใหม่ — ใช้สูตรพื้นที่รูปเดิมและลบกัน
  • พื้นที่รูปที่ตัดออก อาจเป็นรูปในรูป (เจาะรู) หรือรูปที่วางต่อกันเป็นมุม แล้วแต่ภาพ
  • พื้นที่รูปซ้อนทับ หาได้จาก «พื้นที่รวม = พื้นที่รูป AA + พื้นที่รูป BB − พื้นที่ที่ซ้อนทับกัน» คือบวกพื้นที่ทั้งสองรูปก่อน แล้วลบส่วนที่ซ้อนกันออกหนึ่งครั้ง
  • ถ้าซ้อนกันมากกว่า 2 รูป ให้หาพื้นที่รวมของทุกชิ้นก่อน แล้วค่อยลบส่วนที่ถูกนับซ้ำ
  • ขั้นตอนคิดโจทย์แรเงา
    1. ระบุว่ารูปที่ระบายคือส่วนไหน และรูปที่ต้องใช้หักออกคือรูปใด
    2. หาพื้นที่แต่ละรูปให้ครบก่อน (บางข้อต้องใช้สูตรหลายสูตรในข้อเดียว)
    3. บวกหรือลบตามภาพ แล้วตรวจหน่วยของคำตอบว่าเป็นตารางหน่วย
    4. ตรวจด้วยการกะสายตา — ส่วนที่แรเงาต้องเล็กกว่ารูปใหญ่เสมอ
  • โจทย์ประเภทนี้มักผสมรูปตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป เช่น สี่เหลี่ยมผืนผ้ากับรูปสามเหลี่ยม หรือรูปสี่เหลี่ยมกับรูปวงกลม (ดู math-circle.md สำหรับพื้นที่วงกลม)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • สี่เหลี่ยมผืนผ้า 1515 ซม. ×\times 1010 ซม. มีรูปสามเหลี่ยมฐาน 66 ซม. สูง 55 ซม. เจาะอยู่ข้างใน จงหาพื้นที่ส่วนที่เหลือ — พื้นที่ผืนผ้า =15×10=150= 15 \times 10 = 150 ตร.ซม. · พื้นที่สามเหลี่ยม =12×6×5=15= \frac{1}{2} \times 6 \times 5 = 15 ตร.ซม. · ส่วนที่เหลือ =150−15=135= 150 - 15 = 135 ตร.ซม.
  • สี่เหลี่ยมจัตุรัสด้าน 1414 ซม. มีวงกลมรัศมี 77 ซม. อยู่ข้างใน จงหาพื้นที่ส่วนที่แรเงา (ใช้ π=227\pi = \frac{22}{7}) — จัตุรัส =14×14=196= 14 \times 14 = 196 ตร.ซม. · วงกลม =227×7×7=154= \frac{22}{7} \times 7 \times 7 = 154 ตร.ซม. · แรเงา =196−154=42= 196 - 154 = 42 ตร.ซม.
  • รูปสี่เหลี่ยม AA พื้นที่ 4040 ตร.ซม. และรูป BB พื้นที่ 2525 ตร.ซม. ซ้อนทับกันอยู่ 88 ตร.ซม. พื้นที่รวมของสองรูปเป็นเท่าไร — 40+25−8=5740 + 25 - 8 = 57 ตร.ซม. (ไม่ใช่ 6565 เพราะส่วนที่ซ้อนถูกนับไปแล้วครั้งหนึ่ง)
  • กระเบื้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้าน 2020 ซม. มีลายวงกลมรัศมี 55 ซม. เจาะอยู่ตรงกลาง พื้นที่ที่ทาสีเป็นเท่าไร (ใช้ π=3.14\pi = 3.14) — จัตุรัส =400= 400 ตร.ซม. · วงกลม =3.14×25=78.5= 3.14 \times 25 = 78.5 ตร.ซม. · ทาสี =400−78.5=321.5= 400 - 78.5 = 321.5 ตร.ซม.
  • สวนสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2020 ม. ×\times 1212 ม. มีทางเดินกว้าง 22 ม. ตัดผ่านตามความยาวของสวน จงหาพื้นที่ที่ปลูกต้นไม้ — พื้นที่สวน =20×12=240= 20 \times 12 = 240 ตร.ม. · ทางเดิน =2×20=40= 2 \times 20 = 40 ตร.ม. · ปลูกต้นไม้ =240−40=200= 240 - 40 = 200 ตร.ม.

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["โจทย์ให้ภาพที่มีส่วนแรเงา"] --> B{"ส่วนแรเงาได้มาอย่างไร"}
    B -- "รูปใหญ่ถูกเจาะหรือตัดออก" --> C["พื้นที่รูปใหญ่ ลบ พื้นที่รูปที่ตัดออก"]
    B -- "มีรูปสองรูปวางซ้อนทับกัน" --> D["พื้นที่รูป A บวก พื้นที่รูป B ลบ พื้นที่ที่ซ้อนทับ"]
    B -- "มีหลายชิ้นต่อกันเป็นรูปใหญ่" --> E["แบ่งเป็นรูปย่อย หาพื้นที่แต่ละรูปแล้วบวกกัน"]
    C --> F["หาพื้นที่ทุกรูปที่เกี่ยวข้องให้ครบก่อน"]
    D --> F
    E --> F
    F --> G["ตรวจว่าเป็นตารางหน่วยและน้อยกว่ารูปใหญ่"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังวิธีคิดโจทย์พื้นที่ส่วนที่แรเงา ถ้าส่วนแรเงาเกิดจากรูปใหญ่ที่ถูกเจาะหรือตัดออก ให้ใช้พื้นที่รูปใหญ่ลบพื้นที่รูปที่ตัดออก ถ้าเป็นรูปสองรูปวางซ้อนทับกัน ให้บวกพื้นที่ทั้งสองรูปแล้วลบพื้นที่ที่ซ้อนกันหนึ่งครั้ง ถ้าเป็นรูปใหญ่ที่ประกอบจากหลายชิ้น ให้แบ่งเป็นรูปย่อยแล้วบวกกัน โดยต้องหาพื้นที่ของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องให้ครบก่อนสรุปคำตอบ

ข้อควรระวัง

  • มุมภายในรูปสามเหลี่ยมรวมกันได้ 180∘180^\circ และรูปสี่เหลี่ยมได้ 360∘360^\circ — สลับกันเมื่อไรคำตอบเพี้ยนทันที
  • ความสูงต้องตั้งฉากกับฐาน ไม่ใช่ด้านเอียง — รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมด้านขนาน และคางหมู ถ้าเอาด้านเอียงมาแทนความสูง พื้นที่จะมากเกินจริง · สามเหลี่ยมมุมป้านความสูงอาจตกอยู่นอกรูป
  • อย่าดู «ท่าทาง» ของมุมแล้วตัดสินว่าเป็นมุมฉาก — รูปที่วาดเอียงทำให้มุม 90∘90^\circ ดูไม่ฉากได้ ต้องดูเครื่องหมายมุมฉากหรือวัดด้วยไม้โปรแทรกเตอร์
  • ก่อนสร้างสามเหลี่ยมต้องตรวจเงื่อนไขก่อน — ด้านสั้น 2 ด้านรวมกันต้องมากกว่าด้านยาวที่สุด ถ้าโจทย์ให้ 33, 44, 88 มาแล้วลากรูปทันที จะได้รูปที่ไม่ปิด
  • หน่วยพื้นที่กับหน่วยความยาวคนละแบบและแปลงไม่เท่ากัน — คำตอบพื้นที่ต้องเป็นตารางหน่วย และ 11 ตร.ม. =10,000= 10{,}000 ตร.ซม. ไม่ใช่ 100100 ตร.ซม.
  • พื้นที่เท่ากันไม่ได้แปลว่ารอบรูปเท่ากัน และในทางกลับกัน — โจทย์ที่ถามรอบรูปให้บวกด้าน ห้ามใช้สูตรพื้นที่

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/คณิตศาสตร์.csv
  • ตัวชี้วัด ป.6: ค 2.2 ป.6/1 (จำแนกรูปสามเหลี่ยม) · ค 2.2 ป.6/2 (สร้างรูปสามเหลี่ยม) · ค 2.1 ป.6/2 (ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยม) (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1580786328_d_1.pdf
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เล่มหลัก (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้า hub รวมลิงก์เอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?