กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์ระดับ ม.1ม.1

ความน่าจะเป็น

อ่านทำไม

ทุกวันเราตัดสินใจบนความไม่แน่นอนอยู่ตลอด — พรุ่งนี้ฝนจะตกไหม ทอยลูกเต๋าแล้วจะออกเลขอะไร หยิบลูกบอลจากถุงแล้วจะได้สีที่ต้องการหรือเปล่า ความน่าจะเป็นคือเครื่องมือที่เปลี่ยน «การเดา» ให้เป็น «ตัวเลขที่บอกได้ว่าโอกาสมากน้อยเท่าไร» เรื่องนี้เป็นเนื้อหา ม.1 ที่เด็ก ป.6 ยังไม่ได้เรียนในห้อง แต่ติวเตอร์บางแห่งจัดเป็นบทของคอร์สติวสอบเข้า ม.1 โดยยังไม่มีหลักฐานความถี่ที่ตรวจสอบได้ (ดู §7 ของเอกสารขอบเขตสอบ) — จุดที่วัดกันจริงคือคิดเป็นระบบไหม โดยเฉพาะการแจกแจงผลลัพธ์ทั้งหมดให้ครบก่อนนับ หัวข้อนี้ต่อเนื่องจากสถิติและการอ่านข้อมูล (ดู math-stat.md · math-central.md) เพราะต้องนับความถี่เป็นพื้นฐานก่อน

เรื่องย่อยที่ 1

ความหมายของความน่าจะเป็นและการทดลองสุ่ม

องค์ความรู้

  • การทดลองสุ่ม คือการทดลองที่ รู้ว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มีอะไรบ้าง แต่ บอกล่วงหน้าไม่ได้แน่นอนว่าจะเกิดผลลัพธ์ใด ในแต่ละครั้ง
  • การโยนเหรียญ · ทอยลูกเต๋า · หมุนวงล้อ · หยิบลูกบอลจากถุงโดยไม่มอง ล้วนเป็นการทดลองสุ่ม เพราะรู้ผลที่อาจเกิดแต่เดาผลแน่นอนไม่ได้
  • ผลลัพธ์ คือผลที่เกิดขึ้นได้หนึ่งอย่างจากการทดลอง เช่น โยนเหรียญหนึ่งครั้งได้ «หัว» หรือ «ก้อย»
  • ผลลัพธ์ทั้งหมด คือการเขียนผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทุกอย่างใส่ในวงเล็บปีกกา
    • โยนเหรียญ 11 เหรียญ ได้ {\{หัว, ก้อย}\} มี 22 ผลลัพธ์
    • ทอยลูกเต๋า 11 ลูก ได้ {1,2,3,4,5,6}\{1, 2, 3, 4, 5, 6\} มี 66 ผลลัพธ์
    • หมุนวงล้อที่แบ่งเป็น 44 ส่วนเท่ากัน ได้ 44 ผลลัพธ์
  • เหตุการณ์ คือกลุ่มของผลลัพธ์ที่เราสนใจ เช่น «ทอยลูกเต๋าแล้วได้เลขคู่» เป็นเหตุการณ์ที่รวมผลลัพธ์ 2,4,62, 4, 6 ไว้ด้วยกัน
  • โอกาสเท่ากัน ของทุกผลลัพธ์เป็นข้อสำคัญที่สุด เหรียญและลูกเต๋าที่เที่ยงตรงทำให้แต่ละหน้าออกด้วยโอกาสเท่ากัน จึงนับผลลัพธ์แล้วหารกันได้ตรง ๆ ถ้าวงล้อแบ่งไม่เท่ากัน ช่องใหญ่ก็มีโอกาสมากกว่า
  • ค่าความน่าจะเป็นอยู่ระหว่าง 00 กับ 11 เสมอ เขียนได้ทั้งเศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ — 00 คือไม่มีทางเกิดขึ้น · 11 หรือ 100%100\% คือเกิดขึ้นแน่นอน
  • ถ้าทำการทดลองซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ความถี่ของผลลัพธ์ที่ได้จะเข้าใกล้ค่าความน่าจะเป็นมากขึ้น เช่น โยนเหรียญ 100100 ครั้ง จะได้หัวราวครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้ง
การทดลอง ผลลัพธ์ทั้งหมด จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด
โยนเหรียญ 11 เหรียญ หัว · ก้อย 22
ทอยลูกเต๋า 11 ลูก 1,2,3,4,5,61, 2, 3, 4, 5, 6 66
หมุนวงล้อ 44 ส่วนเท่ากัน ส่วนที่ 1,2,3,41, 2, 3, 4 44
หยิบลูกบอล 11 ลูกจากถุงมี 55 ลูกต่างสีกัน ลูกที่ 11 ถึงลูกที่ 55 55

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • โยนเหรียญหนึ่งเหรียญ เป็นการทดลองสุ่มหรือไม่ เพราะอะไร — เป็น เพราะรู้ว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มีแค่หัวกับก้อย แต่บอกไม่ได้แน่นอนว่าครั้งนี้จะออกอะไร
  • การทดลอง «หยิบลูกบอลสีแดงออกจากถุงที่มีแต่ลูกบอลสีแดง» เป็นการทดลองสุ่มไหม — ไม่เป็น เพราะรู้ผลลัพธ์แน่นอนอยู่แล้ว ได้ลูกบอลสีแดงเสมอ ความน่าจะเป็นเท่ากับ 11
  • ทอยลูกเต๋าหนึ่งลูก ผลลัพธ์ทั้งหมดมีอะไรบ้าง — {1,2,3,4,5,6}\{1, 2, 3, 4, 5, 6\} มี 66 ผลลัพธ์ และแต่ละหน้ามีโอกาสเท่ากันคือ 16\frac{1}{6}
  • «ทอยลูกเต๋าแล้วได้เลขคู่» มีผลลัพธ์ในเหตุการณ์กี่อย่าง — เลขคู่บนลูกเต๋าคือ 2,4,62, 4, 6 จึงมี 33 ผลลัพธ์
  • หมุนวงล้อที่แบ่ง 1010 ส่วนเท่ากัน หมุนหนึ่งครั้งมีผลลัพธ์ทั้งหมดเท่าไร — 1010 ผลลัพธ์ และโอกาสออกแต่ละส่วนเท่ากันคือ 110=0.1=10%\frac{1}{10} = 0.1 = 10\%
  • ข้อความใดเป็นค่าความน่าจะเป็นได้ — ค่าที่เป็นไปได้ต้องอยู่ระหว่าง 00 กับ 11 เท่านั้น (นับ 00 กับ 11 ด้วย) จึงเป็น 0.350.35 · 45\frac{4}{5} · 20%20\% ส่วน −0.2-0.2 และ 1.51.5 เป็นค่าไม่ได้

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["การทดลองหนึ่งอย่าง"] --> B{"บอกผลลัพธ์แน่นอนได้ไหม"}
    B -- "ไม่ได้ แต่รู้ว่ามีอะไรได้บ้าง" --> C["เป็นการทดลองสุ่ม"]
    B -- "ได้แน่นอน" --> D["ไม่ใช่การทดลองสุ่ม<br/>ความน่าจะเป็น 0 หรือ 1"]
    C --> E["เขียนผลลัพธ์ทั้งหมด<br/>ในวงเล็บปีกกา"]
    E --> F["ระบุเหตุการณ์ที่สนใจ"]
    F --> G["นับจำนวนผลลัพธ์<br/>ค่าความน่าจะเป็นอยู่ระหว่าง 0 กับ 1"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังแยกแยะการทดลองสุ่ม เริ่มจากดูว่าบอกผลลัพธ์ได้แน่นอนหรือไม่ ถ้าบอกไม่ได้แต่รู้ว่ามีผลลัพธ์อะไรได้บ้างเป็นการทดลองสุ่ม ถ้าบอกได้แน่นอนก็ไม่ใช่การทดลองสุ่มเพราะความน่าจะเป็นเป็น 0 หรือ 1 จากนั้นเขียนผลลัพธ์ทั้งหมดในวงเล็บปีกกา ระบุเหตุการณ์ที่สนใจ และนับจำนวนผลลัพธ์ โดยค่าความน่าจะเป็นต้องอยู่ระหว่าง 0 กับ 1 เสมอ

เรื่องย่อยที่ 2

การหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์อย่างง่าย

องค์ความรู้

  • ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ EE เมื่อทุกผลลัพธ์มีโอกาสเท่ากัน คำนวณได้จาก P(E)=จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ Eจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดP(E) = \frac{\text{จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ } E}{\text{จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด}}
  • ตัวเศษ คือจำนวนผลลัพธ์ที่ทำให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น · ตัวส่วน คือจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดที่เป็นไปได้ — ตัวส่วนจึงไม่เปลี่ยนตามคำถาม เปลี่ยนแค่ตัวเศษ
  • คำตอบเขียนได้ทั้ง เศษส่วน (ทำเป็นรูปอย่างต่ำด้วย) · ทศนิยม · ร้อยละ เช่น 12=0.5=50%\frac{1}{2} = 0.5 = 50\%
  • เหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ มีความน่าจะเป็น 00 เช่น ทอยลูกเต๋าแล้วได้ 77 · เหตุการณ์ที่เกิดแน่นอน มีความน่าจะเป็น 11 เช่น ทอยลูกเต๋าแล้วได้เลขน้อยกว่า 1010
  • เหตุการณ์ตรงข้าม คือเหตุการณ์ที่ไม่เกิด EE เขียนว่า P(ไม่เกิด E)=1−P(E)P(\text{ไม่เกิด } E) = 1 - P(E) — ใช้บ่อยเมื่อโจทย์ถามคำว่า «อย่างน้อย» เพราะคิดตรงข้ามง่ายกว่า
  • ขั้นตอนคิด
    1. เขียนผลลัพธ์ทั้งหมดก่อน แล้วนับจำนวน (ตัวส่วน)
    2. หาว่าเหตุการณ์ที่โจทย์ถามมีผลลัพธ์อะไรบ้าง แล้วนับ (ตัวเศษ)
    3. หารกัน ทำเป็นรูปอย่างต่ำ แล้วแปลงหน่วยตามที่โจทย์ต้องการ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ถุงหนึ่งมีลูกบอลสีแดง 33 ลูก สีเขียว 22 ลูก หยิบ 11 ลูกโดยไม่มอง ความน่าจะเป็นที่จะได้สีแดงเป็นเท่าไร — ผลลัพธ์ทั้งหมด =3+2=5= 3 + 2 = 5 ลูก · จำนวนผลลัพธ์ที่ได้สีแดง =3= 3 · P=35=0.6=60%P = \frac{3}{5} = 0.6 = 60\%
  • ทอยลูกเต๋า 11 ลูก ความน่าจะเป็นที่จะได้เลขคู่เป็นเท่าไร — ผลลัพธ์ทั้งหมด =6= 6 · เลขคู่มี 2,4,62, 4, 6 รวม 33 ผลลัพธ์ · P=36=12=50%P = \frac{3}{6} = \frac{1}{2} = 50\%
  • ทอยลูกเต๋า 11 ลูก ความน่าจะเป็นที่จะได้ 77 — 77 ไม่มีบนลูกเต๋า จึงมี 00 ผลลัพธ์ · P=06=0P = \frac{0}{6} = 0 แปลว่าเหตุการณ์นี้เป็นไปไม่ได้
  • พยากรณ์อากาศบอกว่าโอกาสฝนตก 0.30.3 ความน่าจะเป็นที่ฝนจะไม่ตกเป็นเท่าไร — เหตุการณ์ตรงข้าม =1−0.3=0.7= 1 - 0.3 = 0.7 หรือ 70%70\%
  • ลอตเตอรี่ชิงรางวัลมีโอกาสถูกรางวัล 15\frac{1}{5} ความน่าจะเป็นที่จะไม่ถูกเป็นเท่าไร — 1−15=451 - \frac{1}{5} = \frac{4}{5}
  • วงล้อแบ่งเป็น 88 ส่วนเท่ากัน ทาสีแดง 22 ส่วน ความน่าจะเป็นที่จะหมุนได้สีแดงเป็นเท่าไร — ผลลัพธ์ทั้งหมด =8= 8 · ส่วนแดง =2= 2 · P=28=14=25%P = \frac{2}{8} = \frac{1}{4} = 25\%

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["โจทย์ถามความน่าจะเป็นของเหตุการณ์"] --> B["หาจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด<br/>ใส่เป็นตัวส่วน"]
    B --> C["หาจำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่ถาม<br/>ใส่เป็นตัวเศษ"]
    C --> D["หารกัน แล้วทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ"]
    D --> E{"โจทย์ถามต่อว่าอย่างไร"}
    E -- "ร้อยละหรือทศนิยม" --> F["คูณ 100 หรือหารเพื่อเป็นทศนิยม"]
    E -- "อย่างน้อยหนึ่งครั้ง" --> G["ใช้เหตุการณ์ตรงข้าม<br/>1 ลบ ค่าที่คิดได้"]
    D --> H["ตรวจว่าคำตอบอยู่ระหว่าง 0 กับ 1"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังการหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์อย่างง่าย เริ่มจากนับผลลัพธ์ทั้งหมดเป็นตัวส่วน แล้วนับผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่โจทย์ถามเป็นตัวเศษ หารกันและทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ ถ้าโจทย์ต้องการร้อยละหรือทศนิยมให้แปลงต่อ ถ้าถามว่าเกิดขึ้นอย่างน้อยหนึ่งครั้งให้ใช้เหตุการณ์ตรงข้ามด้วยการเอา 1 ลบ และตรวจว่าคำตอบอยู่ระหว่าง 0 กับ 1 เสมอ

เรื่องย่อยที่ 3

การใช้แผนภาพต้นไม้หรือตารางแจกแจงผลลัพธ์

องค์ความรู้

  • การทดลองที่มี หลายขั้นตอน (เช่น โยนเหรียญสองครั้ง หรือทอยลูกเต๋าพร้อมโยนเหรียญ) มีผลลัพธ์ทั้งหมดเยอะ ต้อง แจกแจงให้ครบก่อนนับ ไม่งั้นจะขาดหรือนับซ้ำ
  • แผนภาพต้นไม้ เขียนผลลัพธ์แบบแตกกิ่ง — กิ่งจากโคนคือผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง จากปลายกิ่งนั้นแตกต่อเป็นผลลัพธ์ขั้นที่สอง อ่านผลลัพธ์ทั้งหมดได้จากปลายกิ่งทุกเส้น
  • ตารางแจกแจงผลลัพธ์ เหมาะกับการทดลอง 22 ขั้น — ให้ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่งเป็นแถว ขั้นที่สองเป็นคอลัมน์ แล้วแต่ละช่องคือผลลัพธ์หนึ่งคู่
  • จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดหาได้ด้วยการคูณ — จำนวนผลลัพธ์ขั้นแรก ×\times จำนวนผลลัพธ์ขั้นที่สอง (ถ้ามีขั้นที่สามก็คูณต่อ) ใช้ตรวจว่าที่แจกแจงไว้ครบหรือยัง
  • เมื่อแจกแจงครบแล้ว ค่อยนับผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่สนใจ แล้วเข้าสูตร P(E)=จำนวนผลลัพธ์ของ Eจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดP(E) = \frac{\text{จำนวนผลลัพธ์ของ } E}{\text{จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด}}
  • ระวังว่า «คู่ลำดับ» ต่างกัน เช่น หัว–ก้อย กับ ก้อย–หัว เป็นผลลัพธ์คนละแบบ และการถาม «อย่างน้อย» ให้ใช้เหตุการณ์ตรงข้ามจะเร็วกว่านับเอง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • โยนเหรียญเที่ยงตรง 22 เหรียญพร้อมกัน ความน่าจะเป็นที่จะได้หัวทั้งสองเหรียญเป็นเท่าไร — แจกแจงผลลัพธ์ทั้งหมดได้ หัว–หัว · หัว–ก้อย · ก้อย–หัว · ก้อย–ก้อย รวม 44 · ผลลัพธ์ที่ได้หัวทั้งคู่มี 11 · P=14P = \frac{1}{4}
  • ตรวจจำนวนผลลัพธ์ด้วยการคูณ — เหรียญ 22 เหรียญ เหรียญแรกมี 22 ผลลัพธ์ เหรียญที่สองมี 22 ผลลัพธ์ จึงมีทั้งหมด 2×2=42 \times 2 = 4 ตรงกับที่แจกแจงไว้ แปลว่าไม่ตกหล่น
  • ทอยลูกเต๋า 11 ลูกพร้อมโยนเหรียญ 11 เหรียญ ความน่าจะเป็นที่จะได้เลข 66 กับหัวเป็นเท่าไร — จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด =6×2=12= 6 \times 2 = 12 · เหตุการณ์ที่ต้องการมี 11 แบบ · P=112P = \frac{1}{12}
  • ทอยลูกเต๋า 22 ลูก ความน่าจะเป็นที่ผลรวมของแต้มเป็น 77 เป็นเท่าไร — จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด =6×6=36= 6 \times 6 = 36 · คู่ที่รวมได้ 77 คือ 1+6,2+5,3+4,4+3,5+2,6+11+6, 2+5, 3+4, 4+3, 5+2, 6+1 รวม 66 คู่ · P=636=16P = \frac{6}{36} = \frac{1}{6}
  • ตู้เสื้อผ้ามีเสื้อ 33 แบบและกางเกง 22 แบบ จับคู่แบบสุ่ม ความน่าจะเป็นที่จะได้ชุดที่กำหนดไว้เป็นเท่าไร — จำนวนชุดทั้งหมด =3×2=6= 3 \times 2 = 6 · ชุดที่กำหนดมี 11 ชุด · P=16P = \frac{1}{6}
  • โยนเหรียญ 33 เหรียญ ความน่าจะเป็นที่จะได้หัวอย่างน้อย 11 เหรียญเป็นเท่าไร — ผลลัพธ์ทั้งหมด =2×2×2=8= 2 \times 2 \times 2 = 8 · เหตุการณ์ตรงข้ามคือ «ไม่ได้หัวเลย» มีเพียงแบบเดียว (ก้อยทั้งสาม) จึงมี P=18P = \frac{1}{8} · ดังนั้น P(หัวอย่างน้อย 1)=1−18=78P(\text{หัวอย่างน้อย } 1) = 1 - \frac{1}{8} = \frac{7}{8}

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    S["เริ่มโยนเหรียญ 2 เหรียญ"] --> A1["เหรียญที่ 1 : หัว"]
    S --> A2["เหรียญที่ 1 : ก้อย"]
    A1 --> B1["หัว–หัว"]
    A1 --> B2["หัว–ก้อย"]
    A2 --> B3["ก้อย–หัว"]
    A2 --> B4["ก้อย–ก้อย"]

คำบรรยายภาพ: แผนภาพต้นไม้ของการโยนเหรียญ 2 เหรียญ เริ่มจากโคนแตกเป็นสองกิ่งตามผลของเหรียญที่หนึ่งคือหัวกับก้อย จากแต่ละกิ่งแตกต่อเป็นสองกิ่งตามผลของเหรียญที่สอง รวมปลายกิ่งทั้งหมด 4 ผลลัพธ์ ได้แก่ หัว–หัว หัว–ก้อย ก้อย–หัว และก้อย–ก้อย ซึ่งเท่ากับ 2 คูณ 2 ตรงกับหลักการคูณ

เหรียญที่ 2 : หัว เหรียญที่ 2 : ก้อย
เหรียญที่ 1 : หัว หัว–หัว หัว–ก้อย
เหรียญที่ 1 : ก้อย ก้อย–หัว ก้อย–ก้อย

คำบรรยายภาพ: ตารางแจกแจงผลลัพธ์ของการโยนเหรียญ 2 เหรียญ แถวแทนผลของเหรียญที่หนึ่งและคอลัมน์แทนผลของเหรียญที่สอง แต่ละช่องเป็นผลลัพธ์หนึ่งคู่ รวม 4 ช่อง ใช้แทนแผนภาพต้นไม้ได้และทำให้เห็นว่าผลลัพธ์แต่ละคู่มีโอกาสเท่ากัน

ข้อควรระวัง

  • ตัวส่วนคือผลลัพธ์ทั้งหมด ไม่ใช่จำนวนชิ้นของสิ่งที่โจทย์ถาม — ถุงที่มีลูกบอลแดง 33 ลูกกับเขียว 22 ลูก ตัวส่วนคือ 55 ไม่ใช่ 33 และไม่ใช่ 22
  • เขียนผลลัพธ์ทั้งหมดให้ครบก่อนนับเสมอ — โจทย์สองขั้นพลาดง่ายมาก ให้ตรวจด้วยการคูณจำนวนผลลัพธ์ของแต่ละขั้นว่าตรงกับที่แจกแจงไว้หรือไม่
  • «หัว–ก้อย» กับ «ก้อย–หัว» เป็นคนละผลลัพธ์ — ในโจทย์โยนเหรียญสองเหรียญหรือทอยลูกเต๋าสองลูก ลำดับของคู่ผลลัพธ์ต้องนับแยกกัน
  • คำตอบต้องอยู่ระหว่าง 00 กับ 11 — ถ้าคำนวณได้มากกว่า 11 แปลว่าสลับตัวเศษกับตัวส่วน หรือนับผลลัพธ์ทั้งหมดผิด
  • ระวังความเข้าใจว่า «โอกาสเท่ากัน» — วิธีนับแล้วหารกันใช้ได้เมื่อทุกผลลัพธ์มีโอกาสเท่ากัน ถ้าวงล้อแบ่งช่องไม่เท่ากันหรือลูกเต๋าไม่เที่ยงตรง จะใช้วิธีนี้ตรง ๆ ไม่ได้
  • คำว่า «อย่างน้อย» ให้คิดเหตุการณ์ตรงข้าม — นับตรง ๆ จะยาวและพลาดง่าย ให้ใช้ 1−P(ไม่เกิดเหตุการณ์นั้น)1 - P(\text{ไม่เกิดเหตุการณ์นั้น}) แล้วตรวจว่าคำตอบสมเหตุสมผล

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/คณิตศาสตร์.csv
  • ตัวชี้วัด ป.6: — (ความน่าจะเป็นเป็นเนื้อหาระดับ ม.1 ตามลิสต์ขอบเขตสอบ ไม่มีตัวชี้วัด ป.6 รองรับ)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1580786328_d_1.pdf
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เล่มหลัก (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้า hub รวมลิงก์เอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?