กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์ระดับ ป.4–ป.6ค 3.1

สถิติและการนำเสนอข้อมูล

อ่านทำไม

ข้อมูลอยู่รอบตัวเราทุกวัน — คะแนนเก็บของเพื่อนในห้อง จำนวนวันที่ฝนตกในแต่ละเดือน ยอดขายของร้านในแต่ละวัน และข่าวที่ยกกราฟขึ้นมาประกอบเสมอ แต่ข้อมูลจะเล่าเรื่องได้ก็ต่อเมื่อเราอ่านเป็นเท่านั้น หัวข้อนี้ฝึกอ่านและเขียนแผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลม กราฟเส้น และตาราง พร้อมดึงตัวเลขไปคิดต่อเป็นโจทย์ ข้อสอบเข้า ม.1 ออกเรื่องนี้แทบทุกปีในรูปของ «อ่านกราฟและตาราง» โดยให้ข้อมูลมาแล้วถามผลต่าง ผลรวม หรือส่วนที่หายไป เด็กที่อ่านแกนผิดสเกลหรืออ่านชื่อเรื่องไม่ครบจะพลาดทั้งข้อแม้คิดเลขเก่ง หัวข้อนี้ยังเป็นฐานตรงของค่าเฉลี่ยกับความน่าจะเป็น (ดู math-central.md · math-prob.md) · ส่วนการอ่านภาพเพื่อ «จับใจความและตีความ» เป็นทักษะภาษาไทย ดู ../ภาษาไทย/th-chart.md

เรื่องย่อยที่ 1

การอ่านและเขียนแผนภูมิแท่ง

องค์ความรู้

  • แผนภูมิแท่ง ใช้แสดงข้อมูลที่เป็น จำนวนหรือปริมาณของแต่ละรายการ โดยมีความสูงของแท่งแทนจำนวน
  • ส่วนประกอบที่ต้องอ่านให้ครบ
    1. ชื่อเรื่อง — แผนภูมินี้สำรวจเรื่องอะไร ของใครหรือที่ไหน
    2. แกนนอน — ชื่อรายการที่นำมาเปรียบเทียบกัน (เช่น วัน · ชั้นเรียน · ชนิดผลไม้)
    3. แกนตั้ง — ตัวเลขจำนวน พร้อม ชื่อหน่วย (คน · ชิ้น · บาท)
    4. สเกล — ตัวเลขบนแกนตั้งว่าขีดละเท่าไร ถ้าขีดละ 22 สองขีดเท่ากับ 44 ไม่ใช่ 22
    5. แท่งและป้ายตัวเลข — ถ้ามีตัวเลขบนยอดแท่ง ให้ใช้ตัวเลขนั้นได้เลย
  • อ่านค่าแต่ละแท่ง = ความสูงเป็นกี่ขีด ×\times ค่าของหนึ่งขีด · เปรียบเทียบ ทำได้ทั้งผลต่าง (ลบกัน) และเทียบเป็นกี่เท่า (หารกัน)
  • แผนภูมิแท่งเทียบ มีแท่งสองสีคู่กันในแต่ละรายการ ต้องอ่านคู่สีให้ตรงรายการก่อนจึงลบหรือบวกกัน
  • วิธีเขียนแผนภูมิแท่ง — เลือกสเกลที่แบ่งเท่ากันทุกช่วงให้พอกับค่ามากที่สุด · แท่งทุกแท่งกว้างเท่ากันและห่างเท่ากัน · เขียนชื่อเรื่อง หน่วย และป้ายตัวเลขกำกับ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • อ่านแผนภูมิ «จำนวนหนังสือที่อ่านใน 1 สัปดาห์»: จันทร์ 8 เล่ม · อังคาร 12 เล่ม · พุธ 10 เล่ม · พฤหัสบดี 15 เล่ม — วันที่อ่านมากที่สุดคือวันพฤหัสบดี (1515 เล่ม) น้อยที่สุดคือวันจันทร์ (88 เล่ม) ต่างกัน 15−8=715 - 8 = 7 เล่ม
  • รวมทั้งสัปดาห์อ่านได้กี่เล่ม — 8+12+10+15=458 + 12 + 10 + 15 = 45 เล่ม
  • อ่านเมื่อสเกลขีดละ 22 — แท่งของวันพุธสูง 55 ขีด เมื่อขีดละ 22 จึงได้ 5×2=105 \times 2 = 10 เล่ม (ถ้าอ่านเป็น 55 เล่มคือพลาดสเกล)
  • เปรียบเทียบเป็นกี่เท่า — วันพฤหัสบดี 1515 เล่ม วันจันทร์ 88 เล่ม ไม่ได้เป็นสองเท่าพอดี เพราะ 8×2=168 \times 2 = 16 ยังมากกว่า 1515
  • เขียนแผนภูมิจากข้อมูล 3,5,4,83, 5, 4, 8 — ค่ามากที่สุดคือ 88 จึงเลือกสเกลขีดละ 11 สูงสุด 88 ขีด หรือขีดละ 22 สูงสุด 44 ขีด วาดแท่งกว้างเท่ากันทั้งสี่ แท่งที่ 88 สูงเป็นสองเท่าของแท่งที่ 44

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A["อ่านชื่อเรื่อง<br/>สำรวจอะไรของใคร"] --> B["อ่านแกนนอน<br/>รายการที่เปรียบเทียบ"]
    B --> C["อ่านแกนตั้งกับสเกล<br/>ขีดละเท่าไร มีหน่วยอะไร"]
    C --> D["อ่านค่าของแต่ละแท่ง<br/>จำนวนขีด คูณ ค่าของหนึ่งขีด"]
    D --> E["เปรียบเทียบ<br/>ผลต่างด้วยการลบ · กี่เท่าด้วยการหาร"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนการอ่านแผนภูมิแท่ง เริ่มจากอ่านชื่อเรื่องว่าสำรวจอะไร ต่อด้วยอ่านแกนนอนที่เป็นรายการเปรียบเทียบ อ่านแกนตั้งกับสเกลว่าขีดละเท่าไรและมีหน่วยอะไร แล้วจึงอ่านค่าของแต่ละแท่งด้วยการเอาจำนวนขีดคูณค่าของหนึ่งขีด สุดท้ายเปรียบเทียบข้อมูลด้วยการลบหาผลต่างหรือหารหาอัตราส่วน

วัน จำนวนหนังสือ (เล่ม)
จันทร์ 88
อังคาร 1212
พุธ 1010
พฤหัสบดี 1515
รวม 4545

คำบรรยายภาพ: ตารางข้อมูลจำนวนหนังสือที่อ่านในหนึ่งสัปดาห์ ใช้แทนข้อมูลของแผนภูมิแท่ง อ่านได้ว่าวันจันทร์ 8 เล่ม วันอังคาร 12 เล่ม วันพุธ 10 เล่ม และวันพฤหัสบดีมากที่สุด 15 เล่ม รวมทั้งสัปดาห์ 45 เล่ม

เรื่องย่อยที่ 2

การอ่านและเขียนแผนภูมิรูปวงกลม

องค์ความรู้

  • แผนภูมิรูปวงกลม ใช้แสดงข้อมูลที่ เป็นส่วนของทั้งหมดก้อนเดียวกัน โดยให้ ทั้งวงแทนทั้งหมด
  • ทั้งวงจึงเท่ากับ 11 (ทั้งหมด) · 100%100\% หรือ 360360 องศา ที่จุดศูนย์กลาง แล้วแต่โจทย์จะให้อ่านแบบไหน
  • แต่ละส่วน เขียนเป็นเศษส่วนได้จาก เศษส่วนของส่วนนั้น=จำนวนของส่วนนั้นจำนวนของทั้งหมด\text{เศษส่วนของส่วนนั้น} = \frac{\text{จำนวนของส่วนนั้น}}{\text{จำนวนของทั้งหมด}}
  • เมื่อได้เศษส่วนแล้วแปลงต่อได้ 2 ทาง — เป็น ร้อยละ ด้วยการคูณ 100100 · เป็น มุมที่จุดศูนย์กลาง ด้วยการคูณ 360360
  • จำนวนจริงของแต่ละส่วน หาได้เมื่อโจทย์บอกจำนวนทั้งหมดมาด้วย: จำนวนของส่วนนั้น == เศษส่วนของส่วนนั้น ×\times จำนวนทั้งหมด
  • หาส่วนที่เหลือได้ด้วยการลบ — ทุกส่วนรวมกันต้องครบทั้งหมด จึงใช้ 100%100\% หรือ 360360 องศา ลบด้วยผลรวมของส่วนที่รู้
  • ข้อจำกัด — ใช้ได้เฉพาะข้อมูลที่เป็นส่วนของทั้งหมดเดียวกัน ถ้าเป็นข้อมูลคนละชุด (เช่น จำนวนวันที่ฝนตกของแต่ละเดือน) ควรใช้แผนภูมิแท่งแทน
ส่วนของวงกลม เศษส่วนของทั้งหมด ร้อยละ มุมที่จุดศูนย์กลาง
ครึ่งวง 12\frac{1}{2} 50%50\% 180180 องศา
เสี้ยววง 14\frac{1}{4} 25%25\% 9090 องศา
สามในสี่ของวง 34\frac{3}{4} 75%75\% 270270 องศา
หนึ่งในห้าของวง 15\frac{1}{5} 20%20\% 7272 องศา
หนึ่งในสิบของวง 110\frac{1}{10} 10%10\% 3636 องศา

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • แผนภูมิสำรวจผลไม้ที่นักเรียน ป.6 ชอบ ถามทั้งหมด 4040 คน ได้มะม่วง 1010 คน มะม่วงกินพื้นที่เท่าไรของทั้งวง — เขียนเศษส่วน 1040\frac{10}{40} ทำให้เป็นรูปอย่างต่ำได้ 14\frac{1}{4} · ถ้าถามเป็นมุมที่จุดศูนย์กลาง 14×360=90\frac{1}{4} \times 360 = 90 องศา
  • แตงโม 44 คน จากทั้งหมด 4040 คน คิดเป็นร้อยละเท่าไร — 440=110\frac{4}{40} = \frac{1}{10} แล้ว 110×100=10%\frac{1}{10} \times 100 = 10\%
  • ถ้าสำรวจทั้งหมด 200200 คน จะมีคนชอบส้มกี่คน (แผนภูมิเดิมบอกส้ม 66 คน จาก 4040 คน) — หาเศษส่วนก่อน 640=320\frac{6}{40} = \frac{3}{20} แปลงเป็นร้อยละได้ 15%15\% · จากทั้งหมด 200200 คน จึงมี 15100×200=30\frac{15}{100} \times 200 = 30 คน
  • หาส่วนที่หายไป — แผนภูมิหนึ่งบอกว่า กลุ่ม ก 25%25\% กลุ่ม ข 40%40\% กลุ่ม ค 20%20\% ที่เหลือเป็นกลุ่ม ง — รวมส่วนที่รู้ 25+40+20=85%25 + 40 + 20 = 85\% · ทั้งวงเป็น 100%100\% จึงได้ 100−85=15%100 - 85 = 15\% · ตรวจคำตอบ 25+40+20+15=100%25 + 40 + 20 + 15 = 100\% ครบพอดี
  • เขียนแผนภูมิรูปวงกลมจากข้อมูลที่ได้มาเป็นจำนวน — ต้องแปลงเป็นเศษส่วนของทั้งหมดก่อนทุกส่วน (เช่น 1010 จาก 4040 คน = 14\frac{1}{4} = 9090 องศา) เมื่อรวมมุมของทุกส่วนแล้วต้องได้ 360360 องศา จึงจะวาดได้ครบวง

ภาพและไดอะแกรม

pie showData
    title ผลไม้ที่นักเรียน ป.6 ชอบ (สำรวจ 40 คน)
    "มะม่วง" : 10
    "กล้วย" : 20
    "ส้ม" : 6
    "แตงโม" : 4

คำบรรยายภาพ: แผนภูมิรูปวงกลมแสดงผลไม้ที่นักเรียน ป.6 ชอบ จากการสำรวจ 40 คน ทั้งวงแทนนักเรียนทั้งหมด แบ่งเป็นกล้วย 20 คน ซึ่งเป็นครึ่งวงหรือร้อยละ 50 มะม่วง 10 คน เป็นเสี้ยววงหรือร้อยละ 25 ส้ม 6 คน เป็นร้อยละ 15 และแตงโม 4 คน เป็นร้อยละ 10 โดยทุกส่วนรวมกันได้ 40 คน

flowchart TD
    A["อ่านชื่อเรื่อง<br/>สำรวจอะไร · ทั้งหมดกี่หน่วย"] --> B["อ่านป้ายชื่อและตัวเลขของแต่ละส่วน"]
    B --> C{"โจทย์ถามอะไร"}
    C -- "เศษส่วนหรือร้อยละ" --> D["จำนวนของส่วนนั้น หาร จำนวนทั้งหมด<br/>แล้วคูณ 100 ถ้าต้องการร้อยละ"]
    C -- "จำนวนจริง" --> E["เศษส่วนของส่วนนั้น คูณ จำนวนทั้งหมด"]
    C -- "ส่วนที่เหลือ" --> F["100% หรือ 360 องศา ลบผลรวมของส่วนที่รู้"]
    D --> G["ตรวจว่าทุกส่วนรวมกันครบทั้งหมด"]
    E --> G
    F --> G

คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนการอ่านแผนภูมิรูปวงกลม เริ่มจากอ่านชื่อเรื่องว่าสำรวจเรื่องอะไรและทั้งหมดกี่หน่วย ต่อด้วยอ่านป้ายชื่อและตัวเลขของแต่ละส่วน จากนั้นดูว่าโจทย์ถามอะไร ถ้าถามเป็นเศษส่วนหรือร้อยละให้หารด้วยจำนวนทั้งหมดและคูณ 100 ถ้าถามจำนวนจริงให้คูณเศษส่วนกับจำนวนทั้งหมด ถ้าถามส่วนที่เหลือให้ลบจาก 100% หรือ 360 องศา แล้วตรวจคำตอบว่าทุกส่วนรวมกันครบทั้งหมด

เรื่องย่อยที่ 3

การอ่านกราฟเส้น

องค์ความรู้

  • กราฟเส้น ใช้แสดงข้อมูลที่ เปลี่ยนแปลงตามลำดับเวลา เช่น อุณหภูมิของแต่ละช่วงวัน จำนวนผู้เข้าชมรายเดือน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นรายปี
  • ส่วนประกอบ — ชื่อเรื่อง · แกนนอน (มักเป็นเวลา เรียงจากอดีตไปปัจจุบัน) · แกนตั้ง (ค่าที่วัด พร้อมหน่วย) · จุด แทนค่าของแต่ละช่วง · เส้น ที่ลากเชื่อมจุด
  • อ่านค่า ณ จุด ได้จากระดับความสูงของจุดนั้นเทียบกับสเกลของแกนตั้ง
  • อ่านแนวโน้ม จากทิศทางของเส้น — เส้นขึ้นหมายถึงค่าเพิ่มขึ้น เส้นลงหมายถึงค่าลดลง และช่วงที่เส้นชันที่สุดคือช่วงที่เปลี่ยนเร็วที่สุด
  • อ่านค่าระหว่างจุด ถ้าโจทย์ถามค่าที่ไม่ได้มีจุดอยู่ ให้ประมาณจากตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างสองจุดนั้น
  • กราฟเส้นหลายเส้น ต้องดูก่อนว่าเส้นสีหรือสัญลักษณ์แบบใดแทนข้อมูลชุดใด แล้วอ่านเฉพาะเส้นนั้น
  • ต่างจากแผนภูมิแท่งตรงที่กราฟเส้นเน้น «การเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง» ส่วนแผนภูมิแท่งเน้น «เปรียบเทียบปริมาณของแต่ละรายการ»

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • กราฟอุณหภูมิของวันหนึ่ง: 6 นาฬิกา 24∘24^\circ · 9 นาฬิกา 28∘28^\circ · 12 นาฬิกา 33∘33^\circ · 15 นาฬิกา 31∘31^\circ · 18 นาฬิกา 27∘27^\circ — อุณหภูมิสูงสุดคือ 33∘33^\circ ที่เวลา 12 นาฬิกา ต่ำสุดในกราฟคือ 24∘24^\circ ที่เวลา 6 นาฬิกา
  • ช่วงใดอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วที่สุด — จาก 6 ถึง 9 นาฬิกาเพิ่ม 28−24=428 - 24 = 4 องศา · จาก 9 ถึง 12 นาฬิกาเพิ่ม 33−28=533 - 28 = 5 องศา ช่วงหลังเพิ่มมากกว่า จึงสูงขึ้นเร็วที่สุด
  • อุณหภูมิจาก 12 ถึง 18 นาฬิกาลดลงเท่าไร — 33−27=633 - 27 = 6 องศา แบ่งเป็นลดจาก 12 ถึง 15 นาฬิกา 33−31=233 - 31 = 2 องศา และจาก 15 ถึง 18 นาฬิกาอีก 31−27=431 - 27 = 4 องศา
  • ถ้าถามอุณหภูมิเวลา 10.30 นาฬิกา — ไม่มีจุดให้อ่านตรง ๆ จึงประมาณจากกึ่งกลางระหว่าง 28∘28^\circ (9 นาฬิกา) กับ 33∘33^\circ (12 นาฬิกา) ได้ราว 3030-31∘31^\circ แล้วระบุว่าเป็นค่าประมาณ
  • อ่านกราฟสองเส้น — ถ้ากราฟมีเส้นจำนวนผู้เข้าชมกับเส้นจำนวนผู้ซื้อของ ต้องดูคำอธิบายสัญลักษณ์ก่อน แล้วอ่านค่าของเส้นที่โจทย์ถาม ไม่ใช่เส้นที่อยู่สูงกว่าเสมอ

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A["กราฟเส้น<br/>ข้อมูลที่เปลี่ยนตามเวลา"] --> B["อ่านจุด<br/>เทียบระดับความสูงกับสเกล"]
    B --> C["ดูทิศทางของเส้น<br/>ขึ้น = ค่าเพิ่ม · ลง = ค่าลด"]
    C --> D["ดูช่วงที่เส้นชันที่สุด<br/>= เปลี่ยนแปลงเร็วที่สุด"]
    D --> E["ถ้าถามค่าระหว่างจุด<br/>ให้ประมาณจากกึ่งกลางของสองจุด"]

คำบรรยายภาพ: แผนผังการอ่านกราฟเส้น เริ่มจากดูจุดและเทียบระดับความสูงกับสเกลของแกนตั้ง จากนั้นดูทิศทางของเส้นว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง ดูช่วงที่เส้นชันที่สุดซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเร็วที่สุด และถ้าโจทย์ถามค่าที่อยู่ระหว่างจุดที่กำหนด ให้ประมาณจากตำแหน่งกึ่งกลางของสองจุดนั้นแล้วระบุว่าเป็นค่าประมาณ

เวลา อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส)
6 นาฬิกา 2424
9 นาฬิกา 2828
12 นาฬิกา 3333
15 นาฬิกา 3131
18 นาฬิกา 2727

คำบรรยายภาพ: ตารางข้อมูลอุณหภูมิของวันหนึ่ง ใช้แทนข้อมูลของกราฟเส้น อ่านได้ว่าเวลา 6 นาฬิกา 24 องศา เวลา 9 นาฬิกา 28 องศา เวลา 12 นาฬิกาสูงสุด 33 องศา เวลา 15 นาฬิกา 31 องศา และเวลา 18 นาฬิกา 27 องศา แนวโน้มคือสูงขึ้นในช่วงเช้าแล้วค่อย ๆ ลดลงในช่วงบ่าย

เรื่องย่อยที่ 4

การอ่านตารางและการนำเสนอข้อมูลในรูปตาราง

องค์ความรู้

  • ตาราง ใช้สรุปข้อมูลให้อ่านง่ายเป็นแถวและคอลัมน์ ตารางที่ดีต้องมี ชื่อตาราง กำกับว่าข้อมูลนี้คืออะไร และ หัวคอลัมน์ บอกว่าช่องนั้นคืออะไร มีหน่วยอะไร
  • ตารางแจกแจงความถี่ มีคอลัมน์อย่างน้อยสามคอลัมน์ — รายการที่สนใจ · รอยคะแนน (ขีดนับ) · ความถี่ (จำนวนที่นับได้)
  • รอยคะแนน จัดกลุ่มละ 55 ขีด เขียนสี่ขีดตั้งแล้วขีดที่ห้าทับเป็นเส้นเฉียง ช่วยนับเร็วและไม่พลาด
  • อ่านตาราง ให้ไล่จากหัวคอลัมน์ก่อน ว่าแต่ละช่องเป็นจำนวนของอะไร แล้วจึงค่อยดึงตัวเลขตามที่โจทย์ถาม
  • หาช่องที่หายไป ใช้ «ผลรวมท้ายตาราง» ลบด้วยผลรวมของช่องที่รู้ — ผลรวมต้องเท่ากันทั้งเมื่อบวกตามแถวและบวกตามคอลัมน์
  • ตารางเทียบสองกลุ่ม (เช่น ชาย–หญิง หรือ เทอม 1–เทอม 2) ให้เทียบทีละแถว แล้วค่อยสรุปผลต่างหรือผลรวม

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ตารางสำรวจจำนวนนักเรียนที่มาโรงเรียนตรงเวลา: จันทร์ 55 คน · อังคาร 55 คน · พุธ 33 คน · พฤหัสบดี 55 คน รวม 1818 คน ตรวจว่าผลรวมถูกไหม — บวกตามแถว 5+5+3+5=185 + 5 + 3 + 5 = 18 ตรงกับผลรวมท้ายตาราง (ดูตารางแจกแจงความถี่ท้ายหัวข้อนี้ประกอบ)
  • อ่านความถี่จากรอยคะแนน — รอยคะแนนที่เขียนเป็นขีดตั้ง 44 ขีดกับขีดเฉียงทับ 11 ขีดแทน 55 คน ถ้ามีรอยคะแนนแบบนี้ 33 ชุดกับอีก 22 ขีด ความถี่คือ 3×5+2=173 \times 5 + 2 = 17 คน
  • หาช่องที่หายไป — ตารางบอกผลรวมทั้งสัปดาห์เป็น 1818 คน และวันอื่นรวมกันได้ 5+5+5=155 + 5 + 5 = 15 คน จึงได้วันพุธ 18−15=318 - 15 = 3 คน (ไม่ต้องนับรอยคะแนนซ้ำ)
  • นำข้อมูลในตารางไปเขียนเป็นแผนภูมิแท่ง — หาค่ามากที่สุดก่อน (เช่น 55 คน) เพื่อเลือกสเกล แล้ววาดแท่งให้สูงตามความถี่ของแต่ละแถว
  • ตารางสองคอลัมน์เทียบสองกลุ่ม: ชาย 1212 คน หญิง 1515 คน รวม 2727 คน — หญิงมากกว่าชาย 15−12=315 - 12 = 3 คน และทั้งห้องมี 2727 คน ตรงกับผลรวมท้ายตาราง

ภาพและไดอะแกรม

วัน รอยคะแนน ความถี่ (คน)
จันทร์ ||||/ 55
อังคาร ||||/ 55
พุธ ||| 33
พฤหัสบดี ||||/ 55
รวม 1818

คำบรรยายภาพ: ตารางแจกแจงความถี่ของจำนวนนักเรียนที่มาโรงเรียนตรงเวลาในแต่ละวัน มีคอลัมน์วัน รอยคะแนน และความถี่ โดยวันจันทร์กับวันอังคารและวันพฤหัสบดีมีวันละ 5 คน ซึ่งเขียนรอยคะแนนเป็นขีดตั้ง 4 ขีดกับขีดทับอีก 1 ขีด วันพุธ 3 คน และแถวล่างสุดเป็นผลรวม 18 คน ใช้แสดงวิธีอ่านความถี่จากรอยคะแนนและการตรวจผลรวม

เรื่องย่อยที่ 5

โจทย์ปัญหาจากข้อมูลในแผนภูมิและกราฟ

องค์ความรู้

  • ขั้นตอนคิดโจทย์จากแผนภูมิและกราฟ
    1. อ่าน ชื่อเรื่องและหน่วย ว่าข้อมูลนี้คืออะไร นับเป็นคน ชิ้น หรือบาท
    2. อ่าน สเกล ของแกนตั้งว่าขีดละเท่าไร (จุดพลาดอันดับหนึ่งคืออ่านสเกลผิด)
    3. ดึงเฉพาะตัวเลขที่โจทย์ต้องใช้ ไม่ต้องอ่านทุกแท่ง
    4. เลือกวิธีคิด — ผลรวม (บวก) · ผลต่าง (ลบ) · กี่เท่า (หาร) · ร้อยละหรือเศษส่วนของทั้งหมด · ส่วนที่หายไป (ลบจากยอดรวม)
    5. ตรวจคำตอบว่าสมเหตุสมผล เช่น ส่วนย่อยต้องไม่เกินทั้งหมด และคำตอบต้องอยู่ระหว่างค่าต่ำสุดกับค่าสูงสุดของข้อมูล
  • โจทย์ที่ต้องใช้สองแหล่งข้อมูล เช่น ให้ตารางมาแล้วให้เขียนแผนภูมิ หรือให้กราฟมาแล้วให้เติมตัวเลขลงตาราง ต้องอ่านค่าจากแหล่งแรกให้ครบก่อน
  • โจทย์แนวโน้ม — จากกราฟเส้น ถามว่าอีกช่วงหนึ่งแนวโน้มจะขึ้นหรือลง ให้ดูทิศทางของเส้นช่วงท้ายเป็นหลัก
  • โจทย์เปรียบเทียบข้ามชุดข้อมูล — ระวังว่าสองแผนภูมิอาจใช้สเกลต่างกัน จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ถ้าไม่ดูสเกลก่อน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • จากแผนภูมิ «จำนวนหนังสือที่อ่านใน 1 สัปดาห์» อยากรู้ว่าอ่านวันไหนมากกว่าค่าเฉลี่ยของสี่วัน (ค่าเฉลี่ยเป็นเนื้อหา ม.1 — ดู math-central.md) — รวมก่อน 8+12+10+15=458 + 12 + 10 + 15 = 45 เล่ม เฉลี่ยสี่วันได้ 45÷4=11.2545 \div 4 = 11.25 เล่ม · วันที่มากกว่าคืออังคาร (1212) และพฤหัสบดี (1515)
  • จากแผนภูมิเดียวกัน จำนวนหนังสือที่อ่านวันอังคารคิดเป็นร้อยละเท่าไรของทั้งสี่วัน — 1245×100≈26.7%\frac{12}{45} \times 100 \approx 26.7\% (ถ้าโจทย์ต้องการจำนวนเต็มให้ตอบเป็นประมาณ)
  • จากกราฟอุณหภูมิ อยากรู้ว่าอุณหภูมิช่วงบ่ายลดลงจากตอนเที่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ — ลดลง 33−27=633 - 27 = 6 องศา จากค่าเริ่มต้น 3333 จึงคิดเป็น 633×100≈18.2%\frac{6}{33} \times 100 \approx 18.2\%
  • จากตารางความถี่รวม 1818 คน ถ้าต้องการให้ยอดรวมเป็น 2525 คน ต้องมีนักเรียนมาตรงเวลาเพิ่มอีกกี่คน — 25−18=725 - 18 = 7 คน
  • จากกราฟเส้น แนวโน้มของวันถัดไปน่าจะเป็นอย่างไร — เส้นช่วงท้ายกำลังลดลงต่อเนื่อง จึงคาดว่าค่าของช่วงถัดไปจะลดลงอีก (ตอบเป็นแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวเลขแน่นอน)

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["โจทย์ให้แผนภูมิหรือกราฟมา"] --> B["อ่านชื่อเรื่องและหน่วย"]
    B --> C["อ่านสเกลของแกนตั้ง"]
    C --> D["ดึงตัวเลขที่ต้องใช้"]
    D --> E{"โจทย์ถามอะไร"}
    E -- "รวมทั้งหมด" --> F["บวกค่าทุกแท่งหรือทุกจุด"]
    E -- "ต่างกันเท่าไร" --> G["ลบค่าที่มากด้วยค่าที่น้อย"]
    E -- "ร้อยละหรือเศษส่วน" --> H["ค่าของส่วนนั้น หาร ค่าทั้งหมด แล้วคูณ 100"]
    E -- "ส่วนที่หายไป" --> I["ยอดรวม ลบ ผลรวมของส่วนที่รู้"]
    F --> J["ตรวจว่าคำตอบอยู่ระหว่างค่าต่ำสุดกับค่าสูงสุด"]
    G --> J
    H --> J
    I --> J

คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนแก้โจทย์จากแผนภูมิและกราฟ เริ่มจากอ่านชื่อเรื่องและหน่วย ต่อด้วยอ่านสเกลของแกนตั้งและดึงตัวเลขที่ต้องใช้ แล้วเลือกวิธีคิดตามคำถาม ถ้าถามผลรวมให้บวกทุกค่า ถ้าถามผลต่างให้ลบ ถ้าถามร้อยละให้หารด้วยค่าทั้งหมดแล้วคูณ 100 ถ้าถามส่วนที่หายไปให้ลบออกจากยอดรวม สุดท้ายตรวจว่าคำตอบสมเหตุสมผลกับข้อมูล

ข้อควรระวัง

  • อ่านสเกลก่อนอ่านแท่งทุกครั้ง — แผนภูมิที่ขีดละ 22 หรือขีดละ 55 อ่านค่าเร็ว ๆ แล้วตอบเป็นจำนวนขีดจะผิดทันที
  • ตัวหารของร้อยละต้องเป็น «ทั้งหมด» เสมอ ไม่ใช่ตัวเลขของส่วนอื่น — แผนภูมิรูปวงกลมที่เขียนว่ากล้วย 2020 คน ไม่ได้แปลว่าทั้งหมดคือ 2020 คน ต้องดูจำนวนรวมในชื่อเรื่อง
  • ทุกส่วนของแผนภูมิรูปวงกลมรวมกันต้องครบ 100%100\% หรือ 360360 องศา — ถ้ารวมแล้วไม่ครบ แปลว่าอ่านตัวเลขตกไปส่วนหนึ่งหรืออ่านป้ายผิด
  • แผนภูมิรูปวงกลมกับแผนภูมิแท่งใช้ไม่เหมือนกัน — วงกลมใช้กับข้อมูลที่เป็นส่วนของทั้งหมดก้อนเดียวเท่านั้น ถ้าข้อมูลเป็นคนละชุดหรือนับซ้ำ ต้องใช้แผนภูมิแท่ง
  • อย่าเทียบข้อมูลจากสองแผนภูมิโดยไม่ดูสเกล — กราฟที่ดูสูงกว่าไม่ได้แปลว่าค่ามากกว่า ถ้าแกนตั้งของสองรูปต่างสเกลกัน
  • ตอบให้ตรงกับสิ่งที่โจทย์ถามและใส่หน่วยให้ครบ — ถามร้อยละต้องตอบเป็นร้อยละ ถามจำนวนคนต้องเป็นจำนวนเต็ม และค่าประมาณต้องกำกับว่า «ประมาณ»

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/คณิตศาสตร์.csv
  • ตัวชี้วัด ป.6: ค 3.1 ป.6/1 (ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลมในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา) (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1580786328_d_1.pdf
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เล่มหลัก (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้า hub รวมลิงก์เอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?