องค์ความรู้
- เป้าหมายของการเลือกกินคือ ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย และปลอดภัยต่อสุขภาพ
- หลักเลือกกินให้ครบ
- กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ โดยนับรวมทั้งวัน ไม่จำเป็นต้องครบทุกหมู่ในคำเดียว
- กินข้าวแป้งเป็นหลักในมื้อ ผักให้มาก เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว พอประมาณ และไขมันกับน้ำตาลแต่น้อย
- กินอาหารเช้าทุกวัน และกินให้ตรงเวลา ไม่ปล่อยให้หิวนาน
- กินผักและผลไม้หลายสี เพื่อให้ได้วิตามินและเกลือแร่หลากหลาย
- ดื่มน้ำสะอาดให้ได้ประมาณ 6–8 แก้วต่อวัน และดื่มนมรสจืดวันละ 1–2 แก้ว
- เลือกอาหารว่างที่มีประโยชน์ เช่น ผลไม้ ไข่ต้ม นมรสจืด ข้าวโพดต้ม แทนขนมกรุบกรอบและน้ำอัดลม
- วัยเรียนต้องการอะไรเป็นพิเศษ — เด็กวัยเรียนกำลังเจริญเติบโต จึงต้องการโปรตีน แคลเซียม และเหล็กค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว · ปริมาณที่ควรกินในแต่ละวัน ขึ้นกับเพศ วัย และกิจกรรม เช่น เด็กที่เล่นกีฬามากจะใช้พลังงานมากกว่าเด็กที่นั่งเรียนอย่างเดียว
- สัดส่วนโดยประมาณในมื้อหลัก (หลัก «ครึ่งจานเป็นผัก») — ข้าวแป้งพอดีกับวัยและกิจกรรม · ผักให้มากเป็นพิเศษ · เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว พอประมาณ · ผลไม้ 1 ส่วนหลังมื้อ · ไขมัน น้ำตาล และเครื่องปรุงรส ควรได้น้อยที่สุด
- ผลของการได้สารอาหารไม่ครบ — โปรตีนไม่พอทำให้กล้ามเนื้อลีบและแคระแกร็น · คาร์โบไฮเดรตไม่พอทำให้ไม่มีแรงและง่วงง่าย · วิตามินเอไม่พอมองเห็นในที่มืดไม่ชัด · วิตามินซีไม่พอเลือดออกตามไรฟัน · เหล็กไม่พอทำให้ซีด · ไอโอดีนไม่พอทำให้ต่อมไทรอยด์โต (คอพอก)
- กินมากเกินไปก็มีผล — อาหารหวานจัดและมันจัดทำให้อ้วนและฟันผุ · อาหารเค็มจัดเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันเลือดสูงและโรคไต
- แนวทางโภชนาการกำหนดเพดานน้ำตาลไว้ตามช่วงวัย — เด็กอายุ 6–13 ปี ไม่เกินวันละ 4 ช้อนชา (16 กรัม) · วัยรุ่นอายุ 14–25 ปี ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (24 กรัม) · น้ำตาล 1 ช้อนชา ≈ 4 กรัม ตัวเลขนี้เป็น เพดานสูงสุดที่ไม่ควรเกิน ไม่ใช่ปริมาณที่ต้องกินให้ครบ
- อ่านฉลากโภชนาการให้เป็น — ดู พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ต่อ 1 หน่วยบริโภค แล้วคูณด้วย จำนวนหน่วยบริโภคใน 1 ซอง เพราะของ 1 ซองอาจมีมากกว่า 1 หน่วยบริโภค · ดูวันหมดอายุและเครื่องหมาย อย. ก่อนซื้อ · ไม่หลงเชื่อโฆษณาเกินจริง เช่น «กินแล้วสูงขึ้นในหนึ่งเดือน»
ตัวอย่างและวิธีคิด
- ขนม 1 ซอง บอกว่า 1 หน่วยบริโภคมีน้ำตาล 10 กรัม และใน 1 ซองมี 2 หน่วยบริโภค ถ้ากินหมดซองจะได้น้ำตาลเท่าใด — คิดเป็นขั้นคือ 10×2=20 กรัม แล้วเทียบกับหลัก 1 ช้อนชา ≈ 4 กรัม ได้ 420=5 ช้อนชา ซึ่ง เกินเพดานน้ำตาลที่เด็กวัยนี้ควรได้ทั้งวันแล้ว เพราะเด็กอายุ 6–13 ปีควรได้น้ำตาลไม่เกินวันละ 4 ช้อนชา (16 กรัม)
- มื้อเช้ากินขนมปังทาแยมกับน้ำหวาน จะปรับให้ครบขึ้นได้อย่างไร — ขนมปังให้คาร์โบไฮเดรตและแยมให้วิตามินเล็กน้อย จึงเติมนมรสจืดหรือไข่ต้ม 1 ฟองเพื่อให้ได้โปรตีน และกล้วย 1 ลูกเพื่อให้ได้วิตามินกับใยอาหาร
- อาหารกลางวันมีข้าว ไข่ทอด และไส้กรอก จะขาดอะไรมากที่สุด — ขาดผักและผลไม้ จึงขาดวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร ควรเพิ่มผักต้มหรือแตงกวาในจาน และผลไม้หลังมื้อ
- ข้าวกล่องที่เตรียมไว้แต่เช้าไม่ได้แช่เย็น ถึงบ่ายมีกลิ่นเปรี้ยว ควรทำอย่างไร — ไม่กินและบอกผู้ใหญ่ เพราะอาหารเสียอาจทำให้ปวดท้องหรือท้องเสียได้ แม้จะนำไปต้มใหม่ สารที่เชื้อโรคสร้างไว้ก็ยังไม่หมดไป
ภาพและไดอะแกรม
flowchart TD
A[เริ่มเลือกมื้ออาหาร] --> B{มีข้าวแป้งไหม}
B -->|ไม่มี| B1[เพิ่มข้าว ก๋วยเตี๋ยว หรือขนมปัง]
B -->|มี| C{มีผักหรือผลไม้ไหม}
B1 --> C
C -->|ไม่มี| C1[เพิ่มผักต้มหรือผลไม้ 1 ส่วน]
C -->|มี| D{มีโปรตีนไหม}
C1 --> D
D -->|ไม่มี| D1[เพิ่มไข่ ปลา หรือเต้าหู้]
D -->|มี| E[เครื่องดื่มเป็นน้ำเปล่าหรือน้ำนม]
D1 --> E
E --> F[ตรวจความปลอดภัย ปรุงสุก สะอาด ไม่หมดอายุ]
F --> G[ได้อาหารครบถ้วนและปลอดภัย]
คำบรรยายภาพ: ผังการตรวจมื้ออาหารก่อนกิน ไล่ถามเป็นข้อ ๆ ว่ามีข้าวแป้ง มีผักหรือผลไม้ และมีโปรตีนหรือยัง ถ้าข้อใดยังไม่มีให้เติมก่อน จากนั้นเลือกเครื่องดื่มเป็นน้ำเปล่าหรือน้ำนม และปิดท้ายด้วยการตรวจความปลอดภัยของอาหารว่า ปรุงสุก สะอาด และไม่หมดอายุ