กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
วิทยาศาสตร์ระดับ ป.4–ป.6ว 2.3

แสง

อ่านทำไม

แสงเป็นเรื่องที่เด็กใช้ตาสัมผัสอยู่ตลอดเวลา แต่ต้องใช้หลักการอธิบายให้ได้ว่า «ทำไมจึงเกิดเงา» «ทำไมหลอดดูดในแก้วน้ำดูหักงอ» «ทำไมกระจกข้างรถจึงทำให้เห็นกว้าง» และ «ทำไมเสื้อสีดำจึงร้อนกว่าเสื้อสีขาว» ข้อสอบเข้า ม.1 จัดเรื่องแสงไว้ในกลุ่ม «ออกบ่อยมาก» และเคยมีหัวข้อในโครงเดิมแค่เรื่องเงามืดเงามัว จึงต้องขยายให้ครบทั้งหกเรื่อง เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นระดับ ป.4–ป.6 ส่วน การหักเหของแสง เกินตัวชี้วัด ป.6 แต่โรงเรียนแข่งขันสูงและห้องพิเศษออกจริง จึงกำกับไว้ในไฟล์นี้

เรื่องย่อยที่ 1

แหล่งกำเนิดแสงและการเคลื่อนที่ของแสงเป็นเส้นตรง

องค์ความรู้

  • แหล่งกำเนิดแสง คือวัตถุที่ เปล่งแสงออกมาเองได้ และเรามองเห็นวัตถุนั้นได้เพราะแสงที่มันเปล่งออกมาเข้าตาเรา
    • แหล่งกำเนิดแสงตามธรรมชาติ — ดวงอาทิตย์ ดวงดาว ฟ้าผ่า หิ่งห้อย แมงกะพรุนเรืองแสง ปลาเรืองแสงในทะเลลึก
    • แหล่งกำเนิดแสงที่มนุษย์สร้างขึ้น — หลอดไฟฟ้า เทียน ตะเกียง ไฟฉาย ไฟแซ็ก จอโทรศัพท์ที่สว่าง
  • วัตถุที่ไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง มองเห็นได้เพราะ แสงจากที่อื่นไปตกกระทบแล้วสะท้อนเข้าตาเรา เช่น ดวงจันทร์ กระดาษ ต้นไม้ กระจก และตัวเราเอง
  • แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ถ้าไม่ถูกรบกวนหรือเปลี่ยนตัวกลาง แสงจะเดินทางจากแหล่งกำเนิดออกไปเป็นแนวตรงเสมอ เราใช้ «รังสีของแสง» คือเส้นตรงที่มี หัวลูกศร บอกทิศทางแทนทางเดินของแสง
  • หลักฐานที่ยืนยันว่าแสงเดินทางเป็นเส้นตรง
    • ลำแสงที่ส่องผ่านช่องแคบหรือรอยแตกของประตูเห็นเป็นแนวตรง
    • เงามีขอบเป็นแนวตรง และเกิดด้านตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสง
    • ยืนบังกันแล้วมองไม่เห็นอีกฝ่าย แม้อยู่ใกล้กันแค่ไหน
    • มองเห็นภาพกลับหัวเมื่อใช้กล่องเล็ก ๆ ที่เจาะรูแคบ (หลักของรูเข็ม)
  • ความเร็วของแสงสูงมาก ประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที จึงต้องใช้เวลาน้อยมากในการเดินทางในระยะสั้น ๆ แต่ใช้เวลาประมาณ 8 นาทีจากดวงอาทิตย์มาถึงโลก

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ดวงจันทร์เป็นแหล่งกำเนิดแสงหรือไม่ — ไม่เป็น เพราะมองเห็นได้จากการสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์
  • เพราะเหตุใดเมื่อยืนอยู่หลังกำแพงจึงมองไม่เห็นคนที่อยู่อีกด้านหนึ่ง — แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ถ้ากำแพงทึบแสงกีดขวางไว้ จึงเดินทางอ้อมมาถึงตาเราไม่ได้
  • ทำไมลำแสงจากไฟฉายที่ส่องผ่านฝุ่นในอากาศจึงเห็นเป็นลำ — แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ฝุ่นในอากาศสะท้อนแสงบางส่วนเข้าตาเรา จึงเห็นแนวของลำแสง
  • มองผ่านรอยแตกของประตูที่แคบมากแล้วเห็นคนที่อยู่อีกด้าน ภาพที่ได้เป็นอย่างไร — เห็นเพียงแถบแคบ ๆ ของภาพ ไม่เห็นทั้งตัว เพราะแสงเดินทางเป็นเส้นตรงจึงผ่านได้เฉพาะส่วนที่ตรงกับรอยแตกเท่านั้น
เรื่องย่อยที่ 2

เงามืดและเงามัว

องค์ความรู้

  • เงา คือบริเวณที่แสงไปไม่ถึง เพราะมี วัตถุทึบแสง ขวางทางเดินของแสงไว้ เงาจึงเกิด ด้านตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสง ถ้าไฟอยู่ทางซ้าย เงาจะทอดไปทางขวา
  • ชนิดของวัตถุเมื่อแสงตกกระทบ
ชนิดของวัตถุ ลักษณะ ผลที่เห็น
วัตถุทึบแสง เช่น ไม้ เหล็ก หนังสือ ตัวเรา แสงผ่านไม่ได้เลย เกิด เงา ชัดเจน
วัตถุโปร่งแสง เช่น กระดาษไข กระจกฝ้า แสงผ่านได้บางส่วน เกิดเงาจาง ๆ
วัตถุโปร่งใส เช่น กระจกใส แก้วน้ำใส แสงผ่านได้เกือบทั้งหมด แทบมองไม่เห็นเงา
  • เงามืด (umbra) คือบริเวณที่แสงไปไม่ถึงเลย มืดสนิท เห็นเป็นแกนกลางของเงา และ เงามัว (penumbra) คือบริเวณที่แสงไปถึงเพียงบางส่วน มืดไม่สนิท เห็นเป็นขอบจาง ๆ รอบเงามืด
  • ทำไมต้องมีเงามัว — ถ้าแหล่งกำเนิดแสงเป็น จุดเล็ก ๆ หรือเล็กมากเมื่อเทียบกับวัตถุ จะได้เฉพาะ เงามืด แต่ถ้าแหล่งกำเนิดแสง มีขนาดใหญ่ (เช่น หลอดไฟยาว ๆ โคมไฟเพดาน ดวงอาทิตย์) แสงจากแต่ละส่วนของแหล่งกำเนิดเดินทางไม่ใช่เส้นทางเดียวกัน จึงมีบริเวณที่ได้แสงบางส่วน = เงามัว เกิดขึ้นด้วย
  • การเปลี่ยนแปลงของเงา
สิ่งที่เปลี่ยน เงาที่ได้
แหล่งกำเนิดแสงเล็ก (จุดเดียว) เงามืดอย่างเดียว ขอบคมชัด
แหล่งกำเนิดแสงมีขนาดใหญ่ เงามืดตรงกลาง + เงามัวรอบนอก ขอบไม่คม
เลื่อนแหล่งกำเนิดแสงเข้าใกล้วัตถุ เงา ใหญ่ขึ้น
เลื่อนแหล่งกำเนิดแสงออกห่างจากวัตถุ เงา เล็กลง
เลื่อนฉากออกห่างจากวัตถุ เงาใหญ่ขึ้น เงามัวกว้างขึ้น เงามืดแคบลง
  • ขั้นตอนเขียนแผนภาพรังสีของแสง มี 4 ขั้น — (1) วาด แหล่งกำเนิดแสง ไว้ด้านหนึ่ง (ถ้าเป็นแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ ให้วาดเป็นแท่งและเลือกจุดบน–ล่างเป็นตัวแทน) (2) วาด วัตถุทึบแสง และ ฉากรับเงา ให้อยู่ในแนวเดียวกัน (3) ลาก รังสีของแสงเป็นเส้นตรง จากแหล่งกำเนิดผ่านขอบบนและขอบล่างของวัตถุไปตกบนฉาก ใส่หัวลูกศรชี้ทิศทางทุกเส้น (4) ระบายบริเวณที่แสงไปไม่ถึง = เงามืด และบริเวณที่ได้แสงบางส่วน = เงามัว แล้วกำกับชื่อให้ชัด
  • นำไปใช้ที่ไหน — เงามืดและเงามัวในหัวข้อนี้เป็นหลักเดียวกับที่อธิบายสุริยุปราคาและจันทรุปราคา (ดู sc-space.md)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ขยับไฟฉายเข้าใกล้วัตถุ เงาเป็นอย่างไร — แหล่งกำเนิดแสงอยู่ใกล้วัตถุ รังสีของแสงกระจายออกกว้างขึ้นเมื่อผ่านวัตถุ เงาบนฉากจึงใหญ่ขึ้น (จำง่าย ๆ ว่า «ไฟใกล้วัตถุ เงาใหญ่»)
  • อยากให้เงาเล็กที่สุด ต้องทำอย่างไร — เลื่อนไฟฉายออกห่างจากวัตถุให้มากที่สุด และเลื่อนฉากให้ชิดวัตถุมากที่สุด
  • ใช้หลอดไฟยาว ๆ 1 หลอด ส่องลูกบอล เงาที่ได้ต่างจากใช้ไฟฉายจุดเล็กอย่างไร — ไฟฉายจุดเล็กได้เงามืดขอบคม ส่วนหลอดไฟยาวให้เงามืดตรงกลางและมีเงามัวล้อมรอบ เพราะแสงจากปลายหลอดทั้งสองข้างเดินทางมาคนละเส้นทาง
  • ทำไมยืนกลางแดดจึงเห็นเงาของตัวเองทอดยาวไปข้างหน้า — แสงจากดวงอาทิตย์เดินทางเป็นเส้นตรง ตัวเราทึบแสงและขวางทางไว้ เงาจึงเกิดด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ คือด้านที่เราหันหลังให้

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["แหล่งกำเนิดแสง<br/>หลอดไฟ · เทียน · ดวงอาทิตย์"] --> B{"มีวัตถุทึบแสงขวางทางแสงหรือไม่"}
    B -- "ไม่มี" --> C["แสงเดินทางต่อไปเป็นเส้นตรง<br/>ไม่มีเงาเกิดขึ้น"]
    B -- "มี" --> D["แสงผ่านไม่ได้ → เกิดเงา<br/>ด้านตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสง"]
    D --> E["เงามืด<br/>แสงไปไม่ถึงเลย · มืดสนิท"]
    D --> F["เงามัว<br/>แสงไปถึงบางส่วน · มืดไม่สนิท"]
    F --> G["แหล่งกำเนิดแสงยิ่งมีขนาดใหญ่<br/>ขอบเงามัวยิ่งกว้าง"]

คำบรรยายภาพ: ผังความคิดการเกิดเงา เริ่มจากแสงออกจากแหล่งกำเนิด ถ้าไม่มีวัตถุทึบแสงขวาง แสงจะเดินทางต่อไปเป็นเส้นตรงโดยไม่มีเงา แต่ถ้ามีวัตถุทึบแสงขวาง แสงจะผ่านไม่ได้และเกิดเงาทางด้านตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสง แบ่งเป็นเงามืดซึ่งแสงไปไม่ถึงเลยกับเงามัวซึ่งแสงไปถึงบางส่วน และแหล่งกำเนิดแสงยิ่งมีขนาดใหญ่ ขอบเงามัวก็ยิ่งกว้าง

เรื่องย่อยที่ 3

การสะท้อนของแสงและกระจก

องค์ความรู้

  • การสะท้อนของแสง เกิดเมื่อแสงเดินทางไปกระทบ ผิวของวัตถุ แล้ว สะท้อนกลับ เข้าสู่ตัวกลางเดิม
  • เส้นปกติ คือเส้นที่ลากตั้งฉากกับผิว ณ จุดที่แสงตกกระทบ ใช้เป็นเส้นอ้างอิงในการวัดมุม · กฎการสะท้อน กล่าวว่า มุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อนเสมอ (วัดมุมจากเส้นปกติ)
  • ผิวแบบไหนให้ภาพแบบใด
    • ผิวเรียบมัน เช่น กระจกเงา ผิวน้ำนิ่ง โลหะขัดมัน จะ สะท้อนเป็นระเบียบ แสงที่ขนานกันสะท้อนขนานกัน จึงเห็น ภาพ ชัดเจน
    • ผิวขรุขระ เช่น กระดาษ ผนังปูน ผ้า จะ สะท้อนกระเจิง ออกไปคนละทิศ แม้มุมตกกระทบและมุมสะท้อนของแสงแต่ละเส้นยังเท่ากัน แต่เราเห็นแค่ ผิวของวัตถุ ไม่เห็นภาพ
  • กระจกเงาราบ ให้ ภาพเสมือน ที่มี ขนาดเท่าวัตถุ อยู่หลังกระจก และอยู่ห่างจากกระจก เท่ากับระยะจากวัตถุถึงกระจก ภาพที่ได้จะกลับด้านหน้า–หลัง (ซ้าย–ขวาสลับกันเมื่อเรามอง) และใช้ในกระจกส่องหน้า กระจกในห้องน้ำ
  • กระจกนูน มี ผิวนูนออก ให้ภาพ เล็กกว่าวัตถุ แต่ เห็นมุมมองกว้างกว่า จึงใช้ใน กระจกส่องหลังของรถ กระจกข้างรถ กระจกโค้งตามทางแยกในห้างและลานจอดรถ — กระจกส่องหลังมักเขียนเตือนว่า «วัตถุในกระจกอยู่ใกล้กว่าที่เห็น» เพราะภาพที่ได้เล็กกว่าของจริง
  • กระจกเว้า มี ผิวโค้งเข้า ออกฤทธิ์ รวมแสง ให้ภาพ ใหญ่กว่าวัตถุ เมื่ออยู่ใกล้ จึงใช้ใน กระจกแต่งหน้า กระจกขยายภาพของทันตแพทย์ หลอดไฟหน้า และ จานรับสัญญาณ ที่มีผิวโค้งเว้า
  • การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน — การมองกระจกก่อนออกจากบ้าน · กระจกโค้งตามทางโค้งของถนนเพื่อให้เห็นรถที่สวนมา · เพอริสโคป ที่ใช้กระจกสองบานสะท้อนแสงให้มองเห็นสิ่งที่อยู่เหนือหรือหลังสิ่งกีดขวาง · ตัวสะท้อนแสงในไฟฉาย

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ส่องไฟฉายไปที่กระจกเงาราบ จะเห็นแสงสะท้อนไปทางใด — สะท้อนกลับออกไปในทิศที่มุมกับเส้นปกติเท่ากับมุมตกกระทบ ตามกฎ «มุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อน»
  • เพราะเหตุใดจึงใช้กระจกนูนกับกระจกส่องหลังของรถ — ให้ ภาพเล็กกว่าวัตถุ แต่เห็น มุมมองกว้างกว่า คนขับจึงเห็นรถด้านหลังได้ในมุมที่กว้างขึ้น
  • ในกระจกเงาราบ ภาพของเราอยู่ห่างจากกระจกเท่าใด ถ้าเรายืนห่าง 1 เมตร — ภาพอยู่หลังกระจกห่าง 1 เมตร
  • ทำไมกระดาษสีขาวที่เรามองจึงไม่เห็นภาพหน้าตัวเอง — ผิวกระดาษขรุขระ แสงสะท้อนกระเจิงไปคนละทิศ จึงเห็นแต่ผิวของกระดาษ ไม่เกิดภาพ
เรื่องย่อยที่ 4

การหักเหของแสง

องค์ความรู้

  • การหักเหของแสง คือการที่แสง เปลี่ยนทิศทางเมื่อเดินทางผ่านจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง ที่มีสมบัติต่างกัน เช่น จากอากาศลงไปในน้ำ หรือจากน้ำออกไปในอากาศ
  • สาเหตุคือ ความเร็วของแสงในแต่ละตัวกลางไม่เท่ากัน — แสงเดินทางในอากาศได้เร็วที่สุด แต่ในน้ำและแก้วจะเดินทางช้ากว่า เมื่อความเร็วเปลี่ยน ทิศทางของแนวแสงจึงเปลี่ยนตามไปด้วย
  • การหักเหทำให้เราเห็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นอย่างที่ตาเห็น (ภาพลวงตา) ได้แก่
    • หลอดดูดที่จุ่มในแก้วน้ำดูหักงอ ตรงรอยต่อระหว่างน้ำกับอากาศ
    • ของที่จมอยู่ในน้ำดูอยู่ตื้นกว่าความเป็นจริง บางครั้งจึงมองเห็นเหรียญที่ก้นภาชนะที่มองไม่เห็นตอนยังไม่มีน้ำ แต่พอเทน้ำลงไปกลับเห็น
    • ปลาในตู้หรือในน้ำ ตำแหน่งที่เห็นไม่ตรงกับตำแหน่งจริง คนที่ต้องการจับปลาด้วยฉมวกจึงต้องเล็งให้ต่ำกว่าที่เห็น
  • เลนส์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้หลักการหักเหของแสง
    • เลนส์นูน (ผิวโค้งนูนออก) รวมแสง ให้เข้าหากัน จึงใช้เป็น แว่นขยาย และเป็นแว่นตาสำหรับคนสายตายาว
    • เลนส์เว้า (ผิวโค้งเข้า) กระจายแสง ออกให้แยกกัน จึงใช้เป็นแว่นตาสำหรับคนสายตาสั้น
  • รุ้งกินน้ำ เกิดจากแสงจากดวงอาทิตย์ส่องผ่าน หยดน้ำในอากาศ แล้ว หักเหและกระจายแสง ออกเป็นแถบสีต่าง ๆ เห็นเป็นโค้งครึ่งวงกลมบนท้องฟ้า

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • วางหลอดดูดในแก้วเปล่า เห็นหลอดตรง แต่เมื่อเทน้ำลงไปกลับเห็นหลอดหักงอ เพราะเหตุใด — แสงจากหลอดในน้ำผ่านจากน้ำไปสู่อากาศแล้วเปลี่ยนทิศทางเข้าตาเรา เราเห็นเป็นแนวหักงอจึงเป็นภาพลวงตา
  • เพราะเหตุใดจึงควรใส่แว่นขยายไว้ช่วยคิดอ่านตัวหนังสือเล็ก ๆ — เลนส์นูนในแว่นขยายรวมแสงเข้าหากัน จึงทำให้เห็นภาพใหญ่ขึ้นและชัดขึ้น
  • ทำไมไฟฉายที่จุ่มส่องลงในสระจึงเห็นดวงไฟอยู่สูงกว่าตำแหน่งจริง — แสงจากแหล่งกำเนิดที่อยู่ในน้ำหักเหออกไปเมื่อเข้าสู่อากาศ เราจึงเห็นตำแหน่งของมันเลื่อนไปจากของจริง
  • คนสายตาสั้นต้องใช้แว่นตาชนิดใด — เลนส์ เว้า เพราะเป็นเลนส์ที่กระจายแสง ทำให้ภาพไปตกที่จอประสาทตาพอดี
เรื่องย่อยที่ 5

การมองเห็นและอวัยวะรับแสง

องค์ความรู้

  • เรามองเห็นวัตถุเมื่อมีแสงจากวัตถุนั้นเข้าสู่ตา ไม่ว่าจะเป็นแสงที่วัตถุเปล่งออกมาเอง หรือแสงจากที่อื่นไปตกกระทบวัตถุแล้วสะท้อนเข้าตา · ในที่มืดสนิทจะมองไม่เห็นวัตถุได้เลย
  • ส่วนประกอบของตาที่ควรรู้จัก
ส่วนของตา หน้าที่
กระจกตา ชั้นโปร่งใสด้านหน้าสุด ทำหน้าที่รับแสงเข้าไปในตาและช่วยรวมแสงเบื้องต้น
ม่านตา ส่วนที่มีสี (เช่น ตาดำ ตาน้ำตาล) ปรับ ขนาดรูม่านตา ตามปริมาณแสง
รูม่านตา ช่องให้แสงผ่านเข้าไป — ที่สว่างจะหดเล็กลง ที่มืดจะขยายกว้างขึ้น
เลนส์ตา รวมแสงให้ภาพไปตกที่จอประสาทตา ปรับความโค้งเพื่อให้เห็นได้ทั้งของใกล้และของไกล
จอประสาทตา ผิวด้านหลังที่รับภาพ ซึ่งเป็น ภาพกลับหัว
ประสาทตา นำสัญญาณภาพไปยังสมอง สมองจึงตีความภาพที่กลับหัวกลับขึ้นมาดังที่เรามองเห็น
  • การปรับภาพให้ชัด — เมื่อมองวัตถุใกล้หรือไกล เลนส์ตาจะเปลี่ยนความโค้งเพื่อให้ภาพตกที่จอประสาทตาพอดี ถ้าภาพไปตกไม่ตรงจอประสาทตา จะเกิด สายตาสั้น (เห็นของใกล้ชัด แต่ของไกลไม่ชัด แก้ด้วยแว่นเลนส์เว้า เพราะเลนส์เว้ากระจายแสง) หรือจะเกิด สายตายาว (เห็นของไกลชัด แต่ของใกล้ไม่ชัด แก้ด้วยแว่นเลนส์นูน ซึ่งรวมแสงเข้าหากัน)
  • การดูแลดวงตา — อ่านหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างพอ ไม่เพ่งจอหรืออ่านต่อเนื่องนานเกินไป ควรพักสายตาเป็นระยะ · ไม่ใช้มือที่สกปรกขยี้ตา · ระวังสิ่งที่กระเด็นเข้าตาในขณะใช้งานเครื่องจักร จึงต้องใส่แว่นกันสิ่งแปลกปลอมเสมอ เพื่อไม่ให้กระจกตาและเลนส์ตาเสียหาย
  • อวัยวะรับความรู้สึกอื่น ๆ ที่ทำงานคู่กัน — หูรับเสียง (ดู sc-sound.md) · จมูกรับกลิ่น · ปากลิ้นรับรส · ผิวหนังรับการสัมผัส แสง และอุณหภูมิ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ทำไมเมื่อเดินจากที่สว่างเข้าห้องมืดจึงมองไม่เห็นชั่วขณะ — รูม่านตาต้องใช้เวลาสักครู่ในการขยายให้กว้างขึ้นเพื่อรับแสงเข้าสู่ตาได้มากขึ้น
  • เพราะเหตุใดจึงไม่ควรจ้องจอนานติดต่อกัน — เลนส์ตาต้องปรับความโค้งตลอดเวลาเพื่อเพ่งภาพ กล้ามเนื้อที่ช่วยปรับเลนส์จึงล้าและปวดตา ควรพักสายตาเป็นระยะ
  • โจทย์ให้ภาพของวัตถุที่มองเห็นไปตกก่อนถึงจอประสาทตา ควรแก้ด้วยแว่นตาเลนส์ชนิดใด — เลนส์ เว้า ซึ่งกระจายแสงออกให้ภาพเลื่อนไปตกที่จอประสาทตาพอดี
  • นักเรียนส่องไฟฉายเข้าตาเพื่อนจะเป็นอันตรายอย่างไร — แสงจ้ามากอาจทำอันตรายต่อจอประสาทตาและเลนส์ตาได้ จึงไม่ควรส่องไฟฉายหรือเลเซอร์เข้าตาผู้อื่น

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    L[แสงจากวัตถุ] --> C[กระจกตา]
    C --> P[รูม่านตา และม่านตา<br/>ปรับปริมาณแสง]
    P --> N[เลนส์ตา<br/>รวมแสง]
    N --> R[จอประสาทตา<br/>ภาพกลับหัว]
    R --> OP[ประสาทตา] --> B[สมอง<br/>ตีความภาพให้มองเห็น]

คำบรรยายภาพ: ผังทางเดินของแสงเข้าสู่ลูกตา เริ่มจากแสงจากวัตถุผ่านกระจกตาเข้าสู่รูม่านตาที่ม่านตาปรับปริมาณแสงให้พอเหมาะ จากนั้นเลนส์ตารวมแสงให้ภาพตกที่จอประสาทตาเป็นภาพกลับหัว แล้วประสาทตาจึงนำสัญญาณไปยังสมองเพื่อตีความให้เราเห็นภาพได้อย่างถูกต้อง

เรื่องย่อยที่ 6

การมองเห็นสีของวัตถุ

องค์ความรู้

  • แสงขาวจากดวงอาทิตย์เป็นแสงผสมที่ประกอบด้วยแสงสีต่าง ๆ เมื่อผ่าน ปริซึม หรือผ่านหยดน้ำ จะแยกออกเห็นเป็น แถบสี เรียงจาก ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม ไปจนถึงแดง — นี่คือสาเหตุที่ รุ้งกินน้ำ ปรากฏบนท้องฟ้าหลังฝน
  • เรามองเห็นวัตถุเป็นสีใด เพราะวัตถุนั้นสะท้อนแสงสีนั้นเข้าตาเรา และดูดกลืนแสงสีอื่นไว้
    • วัตถุสีขาว สะท้อนแสงได้เกือบทุกสี · วัตถุสีดำ ดูดกลืนแสงไว้เกือบทุกสี จึงร้อนกว่าเมื่อตากแดด
    • วัตถุสีแดง สะท้อนแสงสีแดงและดูดกลืนสีอื่น · ถ้าไม่มีแสงสีแดงมาตกกระทบ วัตถุนั้นก็ดูเป็นสีดำหรือสีคล้ำ
  • ผสมแสงสีให้ได้สีอื่น
    • แสงสีปฐมภูมิ ได้แก่ แสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน นำมาผสมกันจะได้ แสงสีขาว — หลักการนี้ใช้ใน จอโทรทัศน์ จอมือถือ และจอคอมพิวเตอร์ ที่ทำภาพจากเม็ดสีเล็ก ๆ สามสี
    • แม่สี ที่ใช้ในงานศิลปะและงานพิมพ์ ได้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน ผสมกันแล้วได้สีอื่น ๆ และผสมกันหมดจะได้สีดำหรือน้ำตาลเข้ม
  • แว่นกรองแสง ทำหน้าที่ กรองแสงบางสีออก เมื่อสวมแว่นกรองแสงสีใด จึงเหลือเฉพาะสีนั้นผ่านไป ลองส่องวัตถุสีแดงด้วยแว่นกรองแสงสีเขียว จะเห็นเป็นสีดำหรือสีคล้ำ เพราะไม่มีแสงสีแดงเหลือให้สะท้อนเข้าตา
  • การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน — เลือกเสื้อผ้าสีอ่อนในวันที่แดดจัดเพื่อสะท้อนความร้อน · ใช้สีสว่างทาบ้านเพื่อลดความร้อน · ใช้แว่นกันแดดกรองแสงสว่างจ้า · และคนที่ตาบอดสีจะแยกสีบางคู่ไม่ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้ จึงใช้สัญญาณไฟที่มีทั้งสีและตำแหน่งที่ต่างกัน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ทำไมวัตถุสีดำที่ตากแดดไว้จึงร้อนกว่าวัตถุสีขาวที่ตากแดดพร้อมกัน — สีดำดูดกลืนแสงได้เกือบทุกสีจึงดูดกลืนความร้อนไว้มาก ส่วนสีขาวสะท้อนแสงออกไปมาก จึงร้อนน้อยกว่า
  • นำแท่งแก้วปริซึมมารับแสงอาทิตย์ จะเห็นอะไร — เห็นแถบสีเรียงจากม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม ไปจนถึงแดง เพราะปริซึมกระจายแสงขาวออกเป็นสีต่าง ๆ
  • เสื้อสีแดงในห้องที่เปิดแต่หลอดไฟสีเขียว ดูเป็นสีใด — ดูเป็นสีดำหรือสีคล้ำ เพราะไม่มีแสงสีแดงมาตกกระทบให้สะท้อนเข้าตา
  • โทรทัศน์มีสีสันได้อย่างไร — จอภาพทำจากเม็ดแสงเล็ก ๆ สามสีคือ แดง เขียว และน้ำเงิน ผสมกันในปริมาณต่าง ๆ จึงเห็นเป็นภาพหลากสี

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    W[แสงขาวจากดวงอาทิตย์] --> P[ผ่านปริซึม หรือ หยดน้ำในอากาศ]
    P --> S[แยกเป็นแถบสี<br/>ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง]
    O[แสงตกกระทบวัตถุ] --> A{วัตถุสีนั้นสะท้อนหรือดูดกลืนแสง}
    A -->|สะท้อนแสงสีแดง| R[เห็นเป็นสีแดง]
    A -->|ดูดกลืนเกือบทุกสี| K[เห็นเป็นสีดำ และร้อนกว่า]
    A -->|สะท้อนเกือบทุกสี| W2[เห็นเป็นสีขาว]

คำบรรยายภาพ: ผังสรุปเรื่องการมองเห็นสี แสงขาวจากดวงอาทิตย์เมื่อผ่านปริซึมหรือหยดน้ำจะแยกออกเป็นแถบสีต่าง ๆ เรียงจากม่วงไปจนถึงแดง เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะสะท้อนแสงสีที่เราเห็นและดูดกลืนสีอื่นไว้ วัตถุสีดำดูดกลืนแสงเกือบทุกสีจึงร้อนกว่า ส่วนวัตถุสีขาวสะท้อนแสงเกือบทุกสีจึงร้อนน้อยกว่า

ข้อควรระวัง

  • เงาเกิดจากวัตถุทึบแสงเท่านั้น — วัตถุโปร่งใสและโปร่งแสงเกิดเงาไม่ชัดหรือแทบไม่เกิดเงา ข้อสอบชอบเอากระจกใสและกระดาษไขมาเป็นตัวลวง
  • อย่าสลับ «เงามืด» กับ «เงามัว» — เงามืด = แสงไปไม่ถึงเลย มืดสนิท · เงามัว = แสงไปถึงบางส่วน มืดไม่สนิท
  • แหล่งกำเนิดแสงยิ่งใกล้ ยิ่งเงาใหญ่ — เด็กจำนวนมากคิดกลับกันว่าไฟใกล้แล้วเงาเล็ก เพราะคิดถึง «ระยะห่าง» แทนที่จะคิดถึงมุมที่แสงกระจายออก
  • ทิศทางในแผนภาพต้องถูกทั้งเส้นและหัวลูกศร — เงาตก ด้านตรงข้าม กับแหล่งกำเนิดแสงเสมอ และหัวลูกศรต้องชี้ทิศทางที่แสงเดิน (จากแหล่งกำเนิดไปยังฉาก) ถ้าลากย้อนทางถือว่าเขียนแผนภาพผิดทั้งข้อ
  • ดวงจันทร์ไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง — มองเห็นได้เพราะสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์มาเข้าตาเรา จะบอกว่า «ดวงจันทร์เปล่งแสงเอง» ไม่ได้
  • บอกว่ามองเห็นวัตถุเป็นสีใด ต้องอ้าง «แสงที่สะท้อนเข้าตา» ไม่ใช่ «สีของวัตถุ» อย่างเดียว — วัตถุสีแดงในที่ที่ไม่มีแสงสีแดงจะดูเป็นสีดำ และแว่นกรองแสงก็ทำให้เห็นสีผิดไปจากเดิมได้

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/วิทยาศาสตร์.csv (ลำดับ 78–83)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ว 2.3 ป.6/7 · ว 2.3 ป.6/8 (เฉพาะเงามืดเงามัวและแผนภาพรังสีของแสง — เรื่องอื่นไม่มีตัวชี้วัดตรงในระดับ ป.6) — ../_ref/p6-indicators.md
  • แหล่งติวเตอร์ยืนยัน «ออกบ่อยมาก»: [WEBRAIN] [TUTORWA] [MONKEY] [SOMPOI] [EWER] [CHBOOK] [THEDU] [CT-SCI] (8 แหล่ง) · การสะท้อนและกระจกมีแหล่งเดียว [CHBOOK] [CT-SCI] — ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์.md §2.1 ข้อ 18 · §3 (แสง) · §6 (การหักเห = เกินตัวชี้วัด ป.6)
  • เรื่องย่อย sc-light-03 (การสะท้อนของแสงและกระจก) และ sc-light-06 (การมองเห็นสีของวัตถุ) ลิสต์ระบุ «รอตรวจ · จำเป็นต่อการสอบแต่เอกสารไม่ระบุชื่อตรง» มีแหล่งยืนยันเดียว [CHBOOK] [CT-SCI] — ต้องหาแหล่งยืนยันเพิ่มก่อนใช้ตั้งข้อสอบ
  • คลังคำ: datas/glossary.csv — «เงามืด = แสงไปไม่ถึงเลย มืดสนิท · เงามัว = แสงไปถึงบางส่วน มืดไม่สนิท» (บังคับใช้กับอุปราคาด้วย)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=1_ALwE9xuCL3Fjet3XI4gYjBj8p_1zLaA (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?