กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
วิทยาศาสตร์ระดับ ป.4–ป.6ว 2.1

การแยกสาร

อ่านทำไม

ของหลายอย่างที่เราใช้ทุกวันเคยเป็นของผสมที่ต้องแยกออกจากกันก่อน เช่น ข้าวสารที่ร่อนเอาแกลบออก หรือน้ำที่กรองเอาตะกอนออก วิธีเหล่านี้ทำได้เพราะเรารู้ว่าสารแต่ละชนิดมีสมบัติต่างกัน หัวข้อนี้จึงสอนวิธีแยกสาร วิธีเลือกใช้ให้ตรงกับสถานการณ์ และวิธีที่ใช้ในระดับที่ลึกขึ้นอย่างการกลั่น การสกัด และการตกผลึก ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบออกเป็นสถานการณ์สั้น ๆ แล้วถามว่า «ควรใช้วิธีใด» เด็กจึงต้องอ่านโจทย์ให้รู้ก่อนว่ามีสารอะไรมาแยกจากอะไร

เรื่องย่อยที่ 1

การแยกสารด้วยวิธีทางกายภาพ (หยิบ ร่อน แม่เหล็ก ริน กรอง ตกตะกอน)

องค์ความรู้

  • การแยกสาร คือการทำให้สารที่ปนกันอยู่แยกออกจากกัน โดยอาศัย สมบัติที่ต่างกัน ของสารแต่ละชนิด เช่น ขนาดชิ้น เนื้อของสาร หรือความสามารถในการถูกแม่เหล็กดูด
  • การแยกสารด้วยวิธีทางกายภาพ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางเคมี สารแต่ละชนิดที่แยกได้ยังเป็นสารเดิม เช่น เกลือที่แยกออกมาก็ยังเป็นเกลือ
  • วิธีแยกสาร 6 วิธีที่เด็ก ป.6 ต้องรู้จักและเปรียบเทียบได้
วิธี เหมาะกับของผสมแบบใด หลักการที่ใช้
การหยิบออก ของแข็งชิ้นใหญ่ปนกัน มองเห็นและจับได้ ใช้มือหรือคีมหยิบชิ้นที่ไม่ต้องการออก
การร่อน ของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดต่างกันชัดเจน ช่องตะแกรงคัดขนาด — ชิ้นเล็กผ่านลง ชิ้นใหญ่ค้างบน
การใช้แม่เหล็กดึงดูด ของที่แม่เหล็กดูดได้ปนอยู่กับของที่ดูดไม่ได้ แม่เหล็กดึง สารแม่เหล็ก ออกจากส่วนที่เหลือ
การรินออก ของเหลวกับของแข็งที่ตกอยู่ก้นภาชนะ หรือของเหลวสองชนิดแยกชั้นกัน ค่อย ๆ เทของเหลวส่วนบนออก
การกรอง ของแข็งที่ไม่ละลายน้ำปนอยู่ในของเหลว กระดาษกรองกักของแข็งไว้ ของเหลวไหลผ่านลงไป
การตกตะกอน ของแข็งชิ้นเล็กที่ลอยฟุ้งอยู่ในของเหลว ทิ้งไว้ให้ของแข็งจมลงก้น แล้วจึงรินหรือกรองต่อ
  • วิธีคิดเมื่อเจอโจทย์ «ควรแยกอย่างไร» — ดูว่ามีสารอะไรปนกัน → หาว่าสารเหล่านั้นมีสมบัติใด ต่างกันมากที่สุด → เลือกวิธีที่ใช้ความต่างข้อนั้น (ต่างขนาด → ร่อน · ติดแม่เหล็กกับไม่ติด → ใช้แม่เหล็กดึงดูด · ไม่ละลายของเหลว → กรองหรือตกตะกอน · แยกชั้นกัน → รินออก · ละลายเป็นเนื้อเดียว → ต้องใช้วิธีอื่นในหัวข้อถัดไป)
  • จุดที่ต้องเปรียบเทียบให้ออก — การร่อนใช้กับของแข็งกับของแข็งแห้ง ส่วนการกรองต้องมีของเหลวเสมอ · การตกตะกอนต้องรอเวลาให้ของแข็งจมก่อน แต่การกรองแยกได้ทันทีที่เทผ่าน · การรินออกใช้กับของเหลวที่แยกชั้นชัดเจนและไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ
  • ของผสมหนึ่งอย่างอาจต้องแยก หลายวิธีต่อกัน เช่น น้ำในบ่อมีทั้งใบไม้และทราย — หยิบใบไม้ออกก่อน แล้วจึงรินหรือกรองทรายออก
  • การแยกสารจะเชื่อถือได้ต้องมี หลักฐานเชิงประจักษ์ คือผลที่สังเกตได้จริงจากการลงมือทำ แล้วบันทึกผลไว้ ไม่ใช่เดาจากชื่อของสาร

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ทรายปนตะปูเหล็ก จะแยกได้อย่างไร — ใช้ แม่เหล็กดึงดูด เพราะเหล็กเป็นสารแม่เหล็กที่แม่เหล็กดูดติด ส่วนทรายดูดไม่ติด
  • เกลือป่นปนกับทรายหยาบ จะแยกได้อย่างไร — ใช้ การร่อน ทรายเม็ดใหญ่ค้างบนตะแกรง เกลือเม็ดเล็กผ่านลงไป เพราะสองอย่างต่างกันที่ขนาดชิ้น
  • น้ำขุ่นที่มีทรายปนอยู่ จะทำให้น้ำใสได้อย่างไร — ตกตะกอน ก่อนโดยตั้งทิ้งไว้ให้ทรายจม แล้ว รินออก เอาแต่น้ำใส ถ้ายังขุ่นก็ กรอง อีกครั้ง
  • น้ำปนใบไม้แห้ง จะแยกได้อย่างไร — การหยิบออก เพราะใบไม้เป็นชิ้นใหญ่ที่มองเห็นและจับได้ ไม่ได้ละลายรวมกับน้ำ
  • แยกทราย ใบไม้ และน้ำ ออกจากกัน — ทำเป็นขั้น: หยิบใบไม้ออก → ทิ้งไว้ให้ทรายตกตะกอน → รินน้ำใสออก → ตากทรายให้แห้ง

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[ของผสมที่ต้องแยก] --> B{ของแข็งชิ้นใหญ่<br/>มองเห็นและหยิบได้หรือไม่}
    B -- ใช่ --> B1[การหยิบออก]
    B -- ไม่ใช่ --> C{ของแข็งกับของแข็ง<br/>ขนาดต่างกันชัดเจนหรือไม่}
    C -- ใช่ --> C1[การร่อน]
    C -- ไม่ใช่ --> D{มีสารแม่เหล็กปนอยู่หรือไม่}
    D -- ใช่ --> D1[การใช้แม่เหล็กดึงดูด]
    D -- ไม่ใช่ --> E{มีของเหลวอยู่ในของผสมหรือไม่}
    E -- ไม่มี --> E1[ใช้สมบัติด้านอื่นตัดสิน<br/>เช่น สี หรือเนื้อของสาร]
    E -- มี --> F{ของแข็งนั้น<br/>ละลายในของเหลวหรือไม่}
    F -- ไม่ละลาย --> F1[ตกตะกอน<br/>แล้วรินออกหรือกรอง]
    F -- ละลาย --> F2[แยกด้วยวิธีอื่น<br/>เช่น กลั่น สกัด หรือทำให้น้ำระเหยแห้ง]
    G[ของเหลว 2 ชนิด<br/>แยกชั้นกัน] --> G1[การรินออก]

คำบรรยายภาพ: แผนผังช่วยตัดสินใจเลือกวิธีแยกสาร เริ่มจากดูว่าของผสมมีของแข็งชิ้นใหญ่หรือไม่ ถ้ามีก็ใช้การหยิบออก ถ้าไม่มีก็ดูต่อว่าของแข็งต่างขนาดกันหรือไม่ (ร่อน) มีสารแม่เหล็กปนหรือไม่ (ใช้แม่เหล็กดึงดูด) มีของเหลวอยู่หรือไม่ และของแข็งนั้นละลายในของเหลวหรือไม่ ถ้าไม่ละลายก็ใช้การตกตะกอนหรือการกรอง ถ้าละลายเป็นเนื้อเดียวก็ต้องใช้วิธีอื่น เช่น การกลั่น การสกัด หรือทำให้น้ำระเหยแห้ง ส่วนของเหลวสองชนิดที่แยกชั้นกันใช้การรินออก

เรื่องย่อยที่ 2

การกลั่น

องค์ความรู้

  • การกลั่น เป็นวิธีแยก ของเหลวที่เป็นเนื้อเดียวผสมกัน โดยอาศัยความต่างของ จุดเดือด
  • ขั้นตอน: ให้ความร้อนจนของเหลวที่จุดเดือดต่ำกว่าเดือดก่อนและกลายเป็นไอ → ไอผ่านเครื่องควบแน่นที่ทำให้เย็นลง → กลายเป็นของเหลวที่เก็บแยกไว้ เรียก ของเหลวกลั่น ส่วนของเหลวที่เหลือจะเข้มข้นขึ้น
  • ถ้าไม่มีเครื่องควบแน่น ไอจะลอยออกไป ไม่ได้ของเหลวกลับคืนมา
  • ตัวอย่างที่ใช้จริง — การกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด การกลั่นแยกน้ำกับแอลกอฮอล์ และการกลั่นน้ำมันดิบในโรงกลั่นเพื่อแยกส่วนที่ใช้ทำน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส
  • เทียบให้ชัด: การระเหย ทิ้งให้ของเหลวหายไป ส่วน การกลั่น เก็บของเหลวที่ระเหยเป็นไอไว้ได้ด้วย

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • จะทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำดื่มได้อย่างไร — ต้มน้ำทะเลให้เดือด ไอน้ำที่ได้ไม่พาเกลือมาด้วย เมื่อทำให้ไอเย็นลงจะได้น้ำจืด ส่วนเกลือยังอยู่ในภาชนะเดิม
  • แยกน้ำกับแอลกอฮอล์ได้อย่างไร — ให้ความร้อนอย่างช้า ๆ ของเหลวที่มีจุดเดือดต่ำกว่าจะกลายเป็นไอก่อน แล้วควบแน่นเก็บแยกไว้ ส่วนอีกชนิดค่อยกลายเป็นไอทีหลัง
  • ทำไมชุดกลั่นต้องมีเครื่องควบแน่น — เพราะต้องทำให้ไอกลับเป็นของเหลวก่อน จึงจะเก็บได้ ถ้าปล่อยให้ไอลอยหายไปก็จะไม่ได้ของที่แยกไว้
  • ต้มน้ำแกงทิ้งไว้จนน้ำแห้ง ได้อะไร — ได้ส่วนที่ละลายอยู่กลับคืนมาเป็นของแข็ง แต่กลิ่นและไอระเหยที่ลอยไปจะเสียไป ต่างจากการกลั่นที่เก็บไอไว้ได้

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A[ของเหลวผสมที่ต้องแยก] --> B[ให้ความร้อน]
    B --> C[ของเหลวที่จุดเดือดต่ำกว่า<br/>เดือดก่อนและกลายเป็นไอ]
    C --> D[ไอผ่านเครื่องควบแน่น<br/>ทำให้เย็นลง]
    D --> E[ได้ของเหลวกลั่น<br/>เก็บแยกไว้]
    B --> F[ของเหลวที่เหลือ<br/>เข้มข้นขึ้น]

คำบรรยายภาพ: แผนผังการกลั่น เริ่มจากให้ความร้อนกับของเหลวผสม ของเหลวที่มีจุดเดือดต่ำกว่าจะเดือดก่อนและกลายเป็นไอ จากนั้นไอผ่านเครื่องควบแน่นที่ทำให้เย็นลง จึงกลายเป็นของเหลวกลั่นที่เก็บแยกไว้ได้ ส่วนของเหลวที่เหลือในภาชนะจะเข้มข้นขึ้น

เรื่องย่อยที่ 3

การสกัด

องค์ความรู้

  • การสกัด คือการแยกสารที่ต้องการออกจากของผสม โดยใช้ ตัวทำละลาย ที่ละลายสารนั้นได้ดี แต่ละลายส่วนอื่นได้น้อย
  • การสกัดใช้มากกับสารที่อยู่ในพืช เช่น รสและกลิ่นในเมล็ดกาแฟ สีเขียวของใบไม้ หรือน้ำมันหอมระเหยในสมุนไพร
  • หลังจากได้สารละลายแล้ว มักแยกตัวทำละลายออกด้วยการระเหยหรือการกลั่น เพื่อให้ได้สารที่ต้องการเข้มข้นขึ้น
  • การเลือกตัวทำละลาย เป็นหัวใจของวิธีนี้ — ต้องละลายสิ่งที่ต้องการออกมา แต่ไม่พาเอาส่วนที่ไม่ต้องการออกมาด้วย เช่น น้ำร้อนสกัดรสกาแฟได้ดี แต่สกัดสีเขียวของใบไม้ได้ไม่ดีเท่าแอลกอฮอล์

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ชงกาแฟด้วยน้ำร้อน เกิดอะไรขึ้น — น้ำร้อนเป็นตัวทำละลาย สกัดรสและกลิ่นจากผงกาแฟออกมาเป็นสารละลาย แล้วกรองเอาเศษผงออก จึงได้น้ำกาแฟ
  • สกัดสีเขียวจากใบพืชควรใช้ตัวทำละลายใด — ใช้แอลกอฮอล์ เพราะสารสีเขียวในใบพืชละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ แต่ละลายได้น้อยมากในน้ำ
  • รากสมุนไพรที่ต้องการน้ำมันหอมระเหย ทำอย่างไร — สกัดด้วยตัวทำละลายหรือด้วยไอน้ำ แล้วแยกของเหลวที่มีกลิ่นออกมาเก็บไว้ ไม่ได้ใช้การร่อนหรือการกรองเพียงอย่างเดียว
  • ถ้าสกัดด้วยน้ำร้อนแล้วได้ของเหลวขุ่น ควรทำอย่างไรต่อ — กรองเอาเศษพืชออกก่อน แล้วจึงนำไปแยกตัวทำละลายหรือใช้ต่อ
เรื่องย่อยที่ 4

อิมัลชัน

องค์ความรู้

  • อิมัลชัน คือของผสมของของเหลว 2 ชนิดที่ ไม่ละลายรวมเป็นเนื้อเดียว เช่น น้ำกับน้ำมัน แต่ถูกทำให้ของเหลวชนิดหนึ่ง กระจายตัวเป็นหยดเล็ก ๆ ทั่วอีกชนิดหนึ่ง
  • ถ้าไม่มีตัวช่วย น้ำกับน้ำมันจะแยกชั้นกลับอย่างรวดเร็ว จึงต้องมี สารช่วยให้เกิดอิมัลชัน ซึ่งมีโมเลกุลยึดเกาะได้ทั้งน้ำและน้ำมัน จึงประคองสองฝ่ายไว้ด้วยกัน
  • ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน — นม (ไขมันกระจายอยู่ในน้ำ) · มายองเนส (น้ำมันกับน้ำส้มสายชู โดยมีส่วนผสมในไข่แดงช่วยยึด) · ครีมบำรุงผิว · มาการีน · น้ำสลัดที่เขย่าแรง ๆ
  • อิมัลชันจัดเป็น สารเนื้อผสม ไม่ใช่เนื้อเดียว เพราะไม่ได้ละลายรวมกันจริง ถ้าตั้งทิ้งไว้นานจะค่อย ๆ แยกชั้น
  • เมื่อแยกชั้นแล้วจึงรินหรือกรองแยกออกจากกันได้

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • น้ำสลัดที่เขย่าแล้วข้นเข้ากัน ตั้งทิ้งไว้นานจะอย่างไร — จะค่อย ๆ แยกชั้นเป็นน้ำมันกับน้ำเพราะไม่มีตัวช่วยยึดที่อยู่ตัว การเขย่าเป็นเพียงทำให้เข้ากันชั่วคราว
  • ทำไมนมจืดทิ้งไว้นานจึงมีไขมันลอยขึ้นเป็นชั้นครีม — เพราะไขมันไม่ได้ละลายในน้ำจริง เพียงกระจายเป็นหยดเล็ก ๆ เมื่อเวลาผ่านไปจึงรวมตัวกันและลอยขึ้น
  • ทำไมครีมบำรุงผิวไม่แยกชั้น — เพราะมีส่วนผสมที่ช่วยยึดน้ำและน้ำมันไว้ด้วยกัน อิมัลชันจึงอยู่ตัวได้นาน
  • อิมัลชันเป็นสารเนื้อเดียวหรือเนื้อผสม — เป็นสารเนื้อผสม เพราะส่วนประกอบไม่ละลายรวมกันจริง และแยกชั้นกลับได้ในที่สุด
เรื่องย่อยที่ 5

น้ำกระด้าง

องค์ความรู้

  • น้ำกระด้าง คือน้ำที่มี แคลเซียมและแมกนีเซียม ละลายอยู่มาก มักเป็นน้ำที่ไหลผ่านหินปูน ดิน และชั้นหินที่มีแร่ธาตุเหล่านี้ เช่น น้ำบาดาลและน้ำในบางท้องที่
  • น้ำอ่อน คือน้ำที่มีแร่ธาตุเหล่านี้น้อย เช่น น้ำฝน และน้ำที่ผ่านการกลั่น
  • ผลที่สังเกตได้ของน้ำกระด้าง — ต้มกับสบู่แล้วเกิดตะกรันสีขาวและได้ฟองน้อย จึงซักผ้าไม่ค่อยสะอาดและเปลืองสบู่ · ต้มซ้ำ ๆ ในกาน้ำจะเกิดหินปูนเกาะที่ก้นและข้างภาชนะ
  • วิธีทำให้น้ำอ่อนลง — ต้มแล้วทิ้งไว้ให้ตะกอนจม แล้ว ตกตะกอนหรือกรองเอาตะกอนออก ซึ่งใช้หลักเดียวกับวิธีแยกสารทางกายภาพ (วิธีนี้ทำให้น้ำอ่อนลงได้บางส่วน ไม่ได้หมดทุกกรณี เพราะแร่ธาตุในน้ำแต่ละแห่งอยู่ในรูปไม่เหมือนกัน)
  • น้ำกระด้างไม่เป็นอันตรายต่อการดื่ม และยังได้แร่ธาตุกลับด้วย ปัญหาอยู่ที่ความไม่สะดวกในการซักล้างและคราบหินปูนในเครื่องใช้

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ซักผ้าด้วยน้ำกระด้างแล้วฟองสบู่น้อย เพราะอะไร — แร่ธาตุในน้ำทำปฏิกิริยากับสบู่จนเกิดตะกรัน จึงเหลือสบู่ที่ทำความสะอาดได้น้อยลง
  • กาต้มน้ำใช้ไปนาน ๆ มีคราบแข็งเกาะ เกิดจากอะไร — แคลเซียมและแมกนีเซียมในน้ำกระด้างจับตัวกันเป็นตะกอนเมื่อถูกต้ม แล้วเกาะแข็งเป็นคราบที่ก้นและข้างกาน้ำ
  • ทำไมน้ำฝนจึงเป็นน้ำอ่อน — เพราะน้ำฝนตกลงมาจากไอน้ำ ไม่ได้ไหลผ่านชั้นดินและหินที่ละลายแร่ธาตุออกมา
  • จะกำจัดตะกอนในน้ำกระด้างได้อย่างไร — ต้มแล้วทิ้งไว้ให้ตะกอนจมลงก้น จากนั้นรินหรือกรองเอาน้ำใสไปใช้
เรื่องย่อยที่ 6

สารละลายอิ่มตัวและการตกผลึก

องค์ความรู้

  • สารละลายอิ่มตัว คือสารละลายที่ตัวละลายละลายอยู่ได้มากที่สุดสำหรับอุณหภูมินั้นแล้ว ถ้าเติมอีกจะไม่ละลายและเหลือตกอยู่ก้นภาชนะ
  • อุณหภูมิมีผลต่อการละลาย — สารส่วนใหญ่ เช่น น้ำตาลและเกลือ ละลายได้มากขึ้นเมื่อน้ำอุ่นขึ้น แต่เมื่อปล่อยให้เย็นลง ความสามารถในการละลายลดลง สารส่วนเกินจึงรวมตัวกลับเป็นของแข็ง
  • การตกผลึก คือการทำให้ตัวละลายกลับเป็นของแข็งที่มีรูปทรงเป็น ผลึก โดยทำให้สารละลายอิ่มตัวหรือเกือบอิ่มตัว แล้วปล่อยให้เย็นลง หรือปล่อยให้ตัวทำละลายระเหยออกจนเข้มข้น
  • ขั้นตอนการตกผลึก: ละลายสารให้ได้สารละลายอิ่มตัว → ทำให้เย็นลงหรือปล่อยให้ระเหย → เก็บผลึกที่เกิดขึ้น → กรองและตากให้แห้ง
  • วิธีนี้ใช้ทำเกลือจากน้ำทะเล น้ำตาลกรวด และใช้ทำให้สารบริสุทธิ์ขึ้น เพราะผลึกที่ได้จะทิ้งสิ่งเจือปนไว้ในน้ำเดิม

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ทำเกลือจากน้ำทะเลได้อย่างไร — ตากน้ำทะเลในนาเกลือให้แสงแดดระเหยน้ำออก น้ำเกลือจะเข้มข้นขึ้นจนอิ่มตัว และตกผลึกเป็นเกลือ จากนั้นตักผลึกขึ้นมาตากให้แห้ง
  • น้ำตาลกรวดเกิดได้อย่างไร — ละลายน้ำตาลให้เป็นสารละลายอิ่มตัว แขวนเชือกไว้ในภาชนะ ปล่อยให้น้ำระเหยช้า ๆ น้ำตาลจะค่อย ๆ รวมตัวเป็นผลึกเกาะที่เชือก
  • น้ำเชื่อมที่เคี่ยวไว้ข้น ๆ แล้วทิ้งให้เย็น มีทรายน้ำตาลก้นกระทะเพราะอะไร — เมื่อเย็นลงน้ำเชื่อมละลายน้ำตาลได้น้อยลง ส่วนที่เกินจึงตกผลึกเป็นเม็ดน้ำตาล
  • เติมน้ำตาลในน้ำเย็นจนไม่ละลายอีก ต้องทำอย่างไร — ให้ความร้อนกับน้ำ จะละลายน้ำตาลได้เพิ่มขึ้น เพราะสารละลายนั้นยังไม่อิ่มตัวที่อุณหภูมิสูงขึ้น
  • แยกเกลือออกจากน้ำเกลือทำได้กี่วิธี — ปล่อยให้ระเหยแห้งจนเหลือเกลือ หรือทำให้เข้มข้นแล้วปล่อยให้เย็นจนตกผลึก ทั้งสองวิธีได้เกลือคืนมาเช่นกัน
เรื่องย่อยที่ 7

การนำความรู้เรื่องการแยกสารไปใช้ในชีวิตประจำวัน

องค์ความรู้

  • หลักที่ใช้ได้ทุกกรณีคือ ดูว่า สารแต่ละชนิดมีสมบัติใดต่างกัน แล้วเลือกวิธีที่ใช้ความต่างข้อนั้น บางงานต้องใช้หลายวิธีต่อกัน
  • ใช้ในครัวเรือน — ร่อนข้าวสารเอาแกลบออก · กรองน้ำดื่ม · หยิบก้างปลาออกจากน้ำแกง · ตักมันที่ลอยหน้าแกงออก · ชงกาแฟโดยสกัดด้วยน้ำร้อน · ต้มน้ำแกงให้แห้งเพื่อได้เกลือกลับคืน
  • ใช้ในชุมชนและอุตสาหกรรม — เครื่องกรองน้ำในบ้านกรองตะกอนและสนิม · โรงนาเกลือทำเกลือด้วยการตากให้ระเหยและตกผลึก · โรงน้ำตาลสกัดน้ำจากอ้อยแล้วเคี่ยวจนตกผลึก · รถเก็บขยะใช้แม่เหล็กแยกเศษเหล็กออกก่อนนำไปขาย · โรงกลั่นแยกน้ำมันดิบเป็นเชื้อเพลิงหลายชนิดด้วยการกลั่น
  • การแยกสารช่วยให้ได้ของที่ใช้ซ้ำได้และลดขยะ เช่น แยกเศษโลหะไปหลอมใหม่ แยกกระดาษไปรีไซเคิล
  • วิธีที่ใช้ในห้องปฏิบัติการและการผลิตน้ำดื่มมาจากหลักเดียวกันกับที่เรียนมา — ตกตะกอน กรอง และกลั่น ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ต้องท่องจำต่างออกไป

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • บ้านหนึ่งอยู่บนเกาะที่มีน้ำทะเลแต่ไม่มีน้ำจืด ควรทำอย่างไร — ใช้ การกลั่น ต้มน้ำทะเลแล้วเก็บไอที่กลายเป็นของเหลว นั่นคือน้ำจืดที่ดื่มได้
  • ขยะในบ้านมีทั้งเศษเหล็กและขวดแก้วปนกัน จะแยกอย่างไร — ใช้ แม่เหล็กดึงดูด แยกเศษเหล็กออก ส่วนที่เหลือจึงค่อยคัดแยกตามชนิดของวัสดุ
  • ทำไมจึงต้องใช้หลายวิธีรวมกันในงานเดียวกัน — เพราะของผสมแต่ละอย่างมีสมบัติเด่นต่างกัน เช่น ต้องร่อนเอาเศษใหญ่ก่อน แล้วจึงกรองตะกอนที่เหลือ
  • การกลั่นน้ำดื่มในห้องปฏิบัติการต่างจากเครื่องกรองในบ้านอย่างไร — การกลั่นทำให้ได้น้ำที่สะอาดด้วยการเปลี่ยนสถานะเป็นไอก่อน ส่วนเครื่องกรองใช้กรองตะกอนและกลิ่นออกตามชั้นวัสดุกรอง ไม่ได้แยกด้วยจุดเดือด

ข้อควรระวัง

  • การร่อนกับการกรองไม่เหมือนกัน — การร่อนใช้กับของแข็งกับของแข็งแห้ง · การกรองต้องมีของเหลวและใช้กระดาษกรอง ข้อสอบชอบสลับสองวิธีนี้เป็นตัวลวง
  • แม่เหล็กดูดได้กับ «สารแม่เหล็ก» ไม่ใช่โลหะทุกชนิด — สารแม่เหล็กที่พบบ่อยคือ เหล็ก นิกเกิล โคบอลต์ และเหล็กกล้า ส่วนอะลูมิเนียม ทองแดง และทองเหลืองดูดไม่ติด จึงใช้แม่เหล็กแยกเศษอะลูมิเนียมปนทรายไม่ได้
  • การตกตะกอนต้องรอเวลา — ถ้าเพิ่งคนให้ขุ่นแล้วเทกรองทันที ของแข็งชิ้นเล็กจะเล็ดลอดผ่านกระดาษกรองได้ ควรทิ้งไว้ให้จมก่อน
  • ของเหลวที่ละลายเป็นเนื้อเดียวรินแยกไม่ได้ — น้ำเกลือรินเอาแต่เกลือไม่ได้ เพราะกลายเป็นสารละลายเดียวกัน ต้องใช้การกลั่นหรือปล่อยให้ระเหยแห้ง
  • การแยกสารไม่ทำให้เกิดสารใหม่ — ถ้าแยกได้แล้วได้สารที่สมบัติต่างจากเดิม แสดงว่าขั้นตอนนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีขึ้นมา ไม่ใช่การแยกสารธรรมดา
  • อิมัลชันไม่ใช่สารละลาย — น้ำกับน้ำมันที่ถูกเขย่าให้เข้ากันดูกลมกลืน แต่ไม่ละลายรวมกันจริง เมื่อทิ้งไว้จะแยกชั้นกลับ จึงต้องดูว่าเป็นเนื้อเดียวจริงหรือไม่ ไม่ได้ดูจากแค่กวนแล้วดูกลืนกัน

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/วิทยาศาสตร์.csv (ลำดับ 47–53)
  • หลักฐาน: [MONKEY] [SOMPOI] [EWER] [CHBOOK] [CT-EXAM] «ออกบ่อยมาก» · ระดับชั้นในตารางระบุ «ป.4–ป.6» โดยกลั่น/สกัด/อิมัลชันเป็นเนื้อหาระดับ ม.1 · อิมัลชัน/น้ำกระด้าง/สารละลายอิ่มตัว–การตกผลึกมี [CT-EXAM] เป็นแหล่งเดียว — ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์.md §2.1 ข้อ 13 · §3 · §6 · เรื่องย่อย sc-matter-04 ถึง sc-matter-06 ต้องหาแหล่งยืนยันเพิ่มก่อนใช้ตั้งข้อสอบ
  • ตัวชี้วัด ป.6: ว 2.1 ป.6/1 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=1_ALwE9xuCL3Fjet3XI4gYjBj8p_1zLaA (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)
  • หน้าฮับหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75 (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)
  • หน้าหลักสูตร สสวท. — https://www.ipst.ac.th/curriculum (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?