กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
วิทยาศาสตร์ระดับ ป.4–ป.6ว 3.2

ลม ฟ้า อากาศ และฤดูกาล

อ่านทำไม

ทุกวันที่เราออกไปข้างนอก เราได้ยินคำว่า «วันนี้ร้อน» «ฝนจะตก» «ลมแรง» — ทั้งหมดนี้คือ ลมฟ้าอากาศ ที่เกิดในชั้นบรรยากาศของโลก หัวข้อนี้พาไล่จาก «บรรยากาศมีอะไรบ้างและแบ่งเป็นกี่ชั้น» ไปจนถึง «ทำไมฝนจึงตก» «ลมบกกับลมทะเลพัดสวนทางกันตอนไหน» «ทำไมเมืองไทยมี 3 ฤดู» และ «น้ำบนโลกหมุนเวียนได้อย่างไรไม่รู้จบ» ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบถามทิศทางและเวลาของลม สาเหตุของฝน และการแยกลมฟ้าอากาศออกจากภูมิอากาศ เพราะเด็กมักสลับลมบก–ลมทะเล และสับสนว่าอะไรกำหนดฤดูของไทย

เรื่องย่อยที่ 1

ชั้นบรรยากาศของโลก

องค์ความรู้

  • บรรยากาศ คือชั้นแก๊สที่ห่อหุ้มโลกไว้ด้วยแรงโน้มถ่วง มีส่วนประกอบหลักคือ ไนโตรเจน 78%78\% · ออกซิเจน 21%21\% · แก๊สอื่น ๆ อีก 1%1\% เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ อาร์กอน และไอน้ำ รวมทั้งฝุ่นละออง
  • ประโยชน์ของบรรยากาศ — ให้ออกซิเจนสำหรับหายใจ · ทำให้อุณหภูมิผิวโลกพอเหมาะต่อสิ่งมีชีวิต · ป้องกันรังสีที่เป็นอันตรายและเผาเศษหินจากอวกาศให้ลุกไหม้ก่อนถึงพื้น · เป็นที่เกิดของลมฟ้าอากาศและวัฏจักรน้ำ
  • บรรยากาศแบ่งเป็น 5 ชั้น เรียงจากล่างขึ้นบน
ชั้น ลักษณะเด่น
โทรโพสเฟียร์ ชั้นล่างสุด อยู่สูงจากพื้นประมาณ 10–15 กิโลเมตร มีไอน้ำและฝุ่นมาก เกิดลมฟ้าอากาศทั้งหมด ทั้งเมฆ ฝน พายุ อุณหภูมิลดลงเมื่อสูงขึ้น
สตราโตสเฟียร์ มี ชั้นโอโซน ที่ดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตไม่ให้ลงมาถึงพื้นโลก เครื่องบินพาณิชย์มักบินในชั้นนี้เพราะอากาศนิ่ง
มีโซสเฟียร์ อากาศเบาบางลงมาก อุณหภูมิลดต่ำลงอีกครั้ง
เทอร์มอสเฟียร์ ร้อนจัดเพราะดูดกลืนรังสีจากดวงอาทิตย์ เป็นที่เกิดของแสงออโรรา
เอกโซสเฟียร์ ชั้นนอกสุด อากาศเบาบางมากจนค่อย ๆ รวมกับอวกาศ
  • อากาศและอุณหภูมิมีน้อยลงเมื่อสูงขึ้น จึงทำให้ยอดเขาสูงมีอากาศหนาวกว่าที่ราบ ต่อให้อยู่กลางแดดก็ตาม
  • กิจกรรมของคนที่ปล่อยแก๊สและฝุ่นเข้าสู่บรรยากาศมีผลโดยตรงต่อบรรยากาศชั้นล่างสุด ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่เราหายใจ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ทำไมยอดดอยจึงหนาวกว่าที่ราบ แม้จะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์กว่าภูเขาเตี้ย — เพราะอากาศเบาบางลงเมื่อสูงขึ้น เก็บความร้อนได้น้อยลง อุณหภูมิจึงต่ำกว่า ความใกล้ดวงอาทิตย์ไม่ได้มีผลเทียบเท่า
  • ลมฟ้าอากาศของเราเกิดในชั้นบรรยากาศชั้นใด — เกิดใน โทรโพสเฟียร์ ชั้นล่างสุด ซึ่งมีไอน้ำ ฝุ่น และอากาศที่เพียงพอต่อการเกิดเมฆ ฝน และพายุ
  • ยานอวกาศที่เดินทางออกนอกโลกต้องผ่านบรรยากาศชั้นใดบ้าง — ต้องผ่านทุกชั้นตั้งแต่ โทรโพสเฟียร์ ขึ้นไปตามลำดับจนถึง เอกโซสเฟียร์ จึงเข้าสู่อวกาศ เพราะบรรยากาศห่อหุ้มโลกเป็นชั้น ๆ ต่อเนื่องกัน
  • ทำไมสัตว์และพืชจึงอยู่ได้บนผิวโลก แต่บนดวงจันทร์อยู่ไม่ได้ — เพราะโลกมีบรรยากาศที่ให้ออกซิเจน ป้องกันรังสี และรักษาอุณหภูมิให้พอเหมาะ ส่วนดวงจันทร์แทบไม่มีบรรยากาศเลย
เรื่องย่อยที่ 2

องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ (อุณหภูมิ ความชื้น เมฆ ฝน)

องค์ความรู้

  • ลมฟ้าอากาศ คือสภาพของบรรยากาศใน เวลาหนึ่ง ณ พื้นที่หนึ่ง เช่น «เช้านี้ที่เชียงใหม่มีหมอก ฝนตกบ่าย» · ภูมิอากาศ คือสภาพอากาศ เฉลี่ยในระยะเวลานาน ของพื้นที่นั้น ๆ
  • องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศและเครื่องมือวัด
องค์ประกอบ ความหมาย เครื่องมือวัด
อุณหภูมิ ระดับความร้อน–เย็นของอากาศ เทอร์มอมิเตอร์ (องศาเซลเซียส)
ความชื้น ปริมาณไอน้ำในอากาศ ไฮโกรมิเตอร์
ความกดอากาศ น้ำหนักของอากาศที่กดลงบนพื้นที่ บารอมิเตอร์
ลม อากาศที่เคลื่อนที่จากความกดอากาศสูงไปต่ำ ศรลมบอกทิศ · แอนิโมมิเตอร์วัดความเร็ว
เมฆ ไอน้ำที่ควบแน่นเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ ลอยอยู่ สังเกตและถ่ายภาพ
ฝน หยดน้ำที่รวมตัวกันใหญ่พอจนตกลงมา มาตรวัดน้ำฝน (มิลลิเมตร)
  • ความชื้นสัมพัทธ์ บอกเป็นร้อยละว่าไอน้ำในอากาศมีอยู่มากน้อยเทียบกับปริมาณสูงสุดที่อากาศที่อุณหภูมินั้นรับได้ — ความชื้นสัมพัทธ์=ไอน้ำที่มีอยู่จริงไอน้ำที่อากาศรับได้สูงสุด×100%\text{ความชื้นสัมพัทธ์} = \dfrac{\text{ไอน้ำที่มีอยู่จริง}}{\text{ไอน้ำที่อากาศรับได้สูงสุด}} \times 100\% · ค่าหยุดที่ 100%100\% หมายถึงอากาศอิ่มตัวด้วยไอน้ำ
  • เมฆเกิดจาก ไอน้ำในอากาศลอยขึ้นไปเจอที่เย็น แล้ว ควบแน่น เป็นหยดน้ำเล็ก ๆ เกาะอยู่กับฝุ่นละออง · เมื่อหยดน้ำรวมตัวกันใหญ่ขึ้นจนลอยไม่ไหว จึงตกลงมาเป็น ฝน
  • ประเภทของเมฆที่ควรรู้ — เมฆก้อน (คิวมูลัส) ฟ้าดี · เมฆชั้น (สตราตัส) เป็นแผ่นสีเทาแบน · เมฆขนนก (เซอร์รัส) บางเบาสูงมาก · เมฆก้อนสูง (คิวมูโลนิมบัส) ก้อนใหญ่ยอดสูง มักมีฝนฟ้าคะนอง
  • การพยากรณ์อากาศ ใช้ข้อมูลจากสถานีวัดภาคพื้นดิน บอลลูน ดาวเทียม และเรดาร์ มารวมกันแล้วคาดคะเนล่วงหน้า — เป็นการคาดคะเนที่อาจคลาดเคลื่อนได้ จึงต้องติดตามข้อมูลล่าสุดเสมอ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ความชื้นสัมพัทธ์ 100%100\% หมายความว่าอย่างไร — หมายความว่าอากาศที่อุณหภูมินั้นมีไอน้ำเต็มความสามารถแล้ว ถ้ามีไอน้ำเพิ่มหรืออุณหภูมิลดลง น้ำจะควบแน่นเป็นหมอกหรือฝน
  • ทำไมฝนจึงมักตกจากเมฆก้อนสูงสีเข้ม — เพราะยอดเมฆสูงมาก หยดน้ำในเมฆมีเวลารวมตัวกันเป็นหยดใหญ่พอที่จะตกลงมา จึงตกเป็นฝนหรือเกิดฟ้าคะนอง
  • ทำไมวันไหนความชื้นสูงจึงรู้สึกร้อนอบอ้าว — เพราะเหงื่อระเหยได้ช้าลง ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี จึงรู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิที่อ่านได้
  • ถ้าอยากรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องพกร่มไหม ต้องดูข้อมูลใด — ดูลักษณะเมฆและข่าวพยากรณ์อากาศที่บอกโอกาสเกิดฝน เพราะเมฆก้อนสูงที่ก่อตัวและเพิ่มจำนวนเป็นสัญญาณว่าฝนอาจตก
เรื่องย่อยที่ 3

ลมบก ลมทะเล และมรสุม

องค์ความรู้

  • ลม คืออากาศที่เคลื่อนที่จากบริเวณที่มี ความกดอากาศสูง ไปยังบริเวณที่มี ความกดอากาศต่ำ เพราะอากาศร้อนลอยตัวขึ้นเกิดที่ว่าง อากาศเย็นข้าง ๆ จึงพัดเข้ามาแทนที่
  • ลมบก และ ลมทะเล เป็นลมท้องถิ่นที่พัดสลับกันใน 1 วัน เกิดจากผืนบกและผืนทะเลรับความร้อนกับคายความร้อนไม่เท่ากัน — บกร้อนเร็วและเย็นเร็ว ส่วนทะเลร้อนช้าและเย็นช้า
    • ลมทะเล เกิดตอน กลางวัน · บกร้อนกว่าทะเล · อากาศเหนือบกลอยตัวขึ้น · ลมพัดจากทะเลเข้าหาฝั่ง
    • ลมบก เกิดตอน กลางคืน · บกเย็นเร็วกว่าทะเล · อากาศเหนือทะเลลอยตัวขึ้น · ลมพัดจากฝั่งออกสู่ทะเล
  • มรสุม คือลมขนาดใหญ่ที่พัดเปลี่ยนทิศตามฤดู และพัดต่อเนื่องกันหลายเดือน เพราะผืนแผ่นดินกับผืนทะเลร้อน–เย็นไม่เท่ากันในแต่ละฤดู
  • มรสุมสองลมที่ทำให้ประเทศไทยมีฤดูต่างกัน
ลม ทิศทาง ช่วงเวลา ผลที่เกิด
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทะเล → แผ่นดิน กลาง พ.ค. – กลาง ต.ค. พัดผ่านทะเลมาพร้อมความชื้น ทำให้ฝนตกชุก
ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แผ่นดิน → ทะเล กลาง ต.ค. – กลาง ก.พ. พัดผ่านแผ่นดินมา อากาศแห้งและเย็น
  • ข้อต่างที่ต้องแยกให้ออก — ลมบกและลมทะเลพัดสลับกัน วันต่อวัน ตามกลางวัน–กลางคืน · มรสุมพัดตาม ฤดู และกินเวลาหลายเดือน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ไปเที่ยวทะเลตอนกลางวัน ลมจะพัดไปทางใด — พัดจากทะเลเข้าหาฝั่ง เป็นลมทะเล เพราะบกร้อนเร็วกว่าทะเล อากาศเหนือบกลอยตัวขึ้น อากาศจากทะเลจึงพัดเข้ามาแทน
  • กลางคืนนั่งริมหาด ลมเปลี่ยนทิศหรือไม่ — เปลี่ยนเป็นลมบก พัดจากฝั่งออกสู่ทะเล เพราะกลางคืนบกเย็นเร็วกว่าทะเล อากาศเหนือทะเลจึงลอยตัวขึ้น
  • เพราะเหตุใดฤดูฝนของไทยจึงมีฝนชุก — ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านทะเลมานานหลายเดือน พาความชื้นเข้าสู่แผ่นดิน
  • เพราะเหตุใดฤดูหนาวของไทยจึงอากาศแห้ง — ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านแผ่นดินออกสู่ทะเล พาความชื้นมาน้อย

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    subgraph DAY[กลางวัน]
        A1[พื้นบกร้อนเร็วกว่าพื้นทะเล] --> A2[อากาศเหนือบกลอยตัวขึ้น<br/>เกิดที่ว่างบริเวณชายฝั่ง]
        A2 --> A3[ลมทะเลพัดจากทะเลเข้าหาฝั่ง]
    end
    subgraph NIGHT[กลางคืน]
        B1[พื้นบกเย็นเร็วกว่าพื้นทะเล] --> B2[อากาศเหนือทะเลลอยตัวขึ้น<br/>เกิดที่ว่างบริเวณชายฝั่ง]
        B2 --> B3[ลมบกพัดจากฝั่งออกสู่ทะเล]
    end
    C[ผืนบกและผืนทะเลร้อน–เย็นไม่เท่ากัน] --> DAY
    C --> NIGHT

คำบรรยายภาพ: แผนผังเปรียบเทียบการเกิดลมบกและลมทะเล ครึ่งบนคือกลางวัน พื้นบกร้อนเร็วกว่าทะเล อากาศเหนือบกลอยตัวขึ้น ลมทะเลจึงพัดจากทะเลเข้าหาฝั่ง ครึ่งล่างคือกลางคืน พื้นบกเย็นเร็วกว่าทะเล อากาศเหนือทะเลลอยตัวขึ้น ลมบกจึงพัดจากฝั่งออกสู่ทะเล ทั้งสองกรณีเกิดจากบกและทะเลร้อน–เย็นไม่เท่ากัน

แผนภาพหน้าตัดชายฝั่งเปรียบเทียบกลางวันและกลางคืน กลางวันลมทะเลพัดจากทะเลเข้าหาฝั่ง กลางคืนลมบกพัดจากฝั่งออกสู่ทะเล

คำบรรยายภาพ: ภาพหน้าตัดชายฝั่งสองภาพ ภาพแรกเป็นกลางวัน พื้นบกร้อนเร็วกว่าพื้นทะเล ลูกศรลมทะเลชี้จากทะเลเข้าหาฝั่ง ภาพที่สองเป็นกลางคืน พื้นบกเย็นเร็วกว่าพื้นทะเล ลูกศรลมบกชี้จากฝั่งออกสู่ทะเล แต่ละภาพมีดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์กำกับเวลาไว้

เรื่องย่อยที่ 4

ฤดูกาลของประเทศไทย

องค์ความรู้

  • ฤดูกาลของโลก เกิดจาก แกนโลกที่เอียงอยู่ประมาณ 23.5 องศา ขณะที่โลก โคจรรอบดวงอาทิตย์ โลกแต่ละซีกจึงได้รับแสงอาทิตย์ไม่เท่ากันในแต่ละช่วงของปี — ซีกโลกที่เอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ได้แสงตรงกว่าและกลางวันยาวกว่า จึงเป็นฤดูร้อน ส่วนอีกซีกโลกเป็นฤดูหนาว (กลไกการหมุนและการโคจรของโลกดู sc-space.md หัวข้อ sc-space-07)
  • ฤดูของประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ฤดูตาม อิทธิพลของลมมรสุมและปริมาณฝน เป็นหลัก ไม่ได้แบ่งตามอุณหภูมิที่ต่างกันมากเหมือนประเทศในเขตหนาว เพราะไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จำนวนชั่วโมงกลางวันและมุมที่แสงตกกระทบจึงต่างกันไม่มากตลอดปี
  • ฤดูของไทย 3 ฤดู
ฤดู ช่วงเวลา สภาพอากาศ
ฤดูร้อน กลางเดือน ก.พ. – กลางเดือน พ.ค. เป็นช่วงเปลี่ยนมรสุม อากาศร้อนอบอ้าว ฝนน้อย
ฤดูฝน กลางเดือน พ.ค. – กลางเดือน ต.ค. อยู่ในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ฝนตกชุกและต่อเนื่อง
ฤดูหนาว กลางเดือน ต.ค. – กลางเดือน ก.พ. อยู่ในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศแห้งและเย็น
  • ฤดูฝน ฝนตกชุกเพราะลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านทะเลมานานหลายเดือนแล้วพาความชื้นเข้าสู่แผ่นดิน
  • ฤดูหนาว อากาศแห้งเพราะลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านแผ่นดินออกสู่ทะเล พาความชื้นมาน้อย ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงเย็นกว่าภาคอื่น
  • ไทยไม่มีหิมะและไม่หนาวจัดแบบเขตหนาว เพราะอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ตลอดปีจึงอบอุ่นและมีแดดจัด
  • ภูมิอากาศ ของไทยจัดเป็น เขตร้อนชื้น มีฝนมากในฤดูฝน · ลมฟ้าอากาศ ของวันใดวันหนึ่งอาจไม่เหมือนฤดูก็ได้ เช่น ฤดูร้อนอาจมีฝนตกเฉพาะวัน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ทำไมภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงเย็นกว่าภาคใต้ในฤดูหนาว — เพราะลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านเข้ามาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคใต้อยู่ปลายทางที่ลมอุ่นขึ้นและชื้นขึ้นแล้ว
  • ฤดูใดเหมาะกับการเริ่มปลูกข้าวนาปี — เริ่มต้นในฤดูฝน เพราะมีฝนต่อเนื่องพอให้ต้นข้าวเจริญเติบโตตลอดฤดู
  • ฤดูร้อนอากาศร้อนอบอ้าว แต่บางวันมีฝนตก อธิบายได้อย่างไร — ฤดูร้อนเป็นช่วงเปลี่ยนมรสุม อากาศยังร้อนและชื้น จึงเกิดเมฆและฝนเป็นครั้งคราวได้ ไม่ได้แปลว่าฤดูเปลี่ยน
  • ถ้าจะเทียบ «ภูมิอากาศ» ของสองจังหวัด ต้องใช้ข้อมูลอะไร — ใช้ข้อมูลสภาพอากาศที่บันทึกต่อเนื่องกันเป็นเวลานานหลายปี แล้วเทียบกัน ไม่ใช่ดูเฉพาะวันที่ไปเที่ยว
  • «ฤดูกาลเกิดจากแกนโลกเอียง» กับ «ฤดูของไทยเกิดจากมรสุม» ขัดกันหรือไม่ — ไม่ขัด เพราะอธิบายคนละระดับ แกนโลกที่เอียงขณะโคจรอธิบายว่าทำไมโลกจึงมีฤดูร้อนและฤดูหนาว (เห็นชัดในประเทศเขตหนาว) ส่วนไทยอยู่ในเขตร้อน อุณหภูมิจึงไม่ต่างกันมาก การแบ่ง 3 ฤดูของไทยจึงยึดมรสุมและปริมาณฝนเป็นหลัก
เรื่องย่อยที่ 5

วัฏจักรน้ำ

องค์ความรู้

  • วัฏจักรน้ำ คือการหมุนเวียนของน้ำระหว่างผิวโลก บรรยากาศ และมหาสมุทร แล้วกลับลงมาเป็นฝนอีกครั้ง เป็นวงจรที่ไม่มีจุดจบ
  • ลำดับของวัฏจักรน้ำ
    1. การระเหย — พลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ทำให้น้ำจากทะเล แม่น้ำ ดิน และ การคายน้ำของพืช กลายเป็นไอน้ำลอยขึ้น
    2. การควบแน่น — ไอน้ำลอยสูงขึ้นเจอที่เย็น รวมตัวกับฝุ่นละอองเกิดเป็นเมฆและหมอก
    3. การตกลงมา — หยดน้ำในเมฆรวมตัวกันใหญ่ขึ้นจนตกลงมาเป็น ฝน (ถ้าอากาศเย็นจัดอาจเป็นลูกเห็บหรือเกล็ดน้ำแข็ง)
    4. การไหลกลับ — น้ำฝนไหลบนผิวดินลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง ทะเล (น้ำไหลบ่า) และบางส่วน ซึมลงดิน กลายเป็นน้ำใต้ดิน แล้วกลับคืนสู่แหล่งน้ำเพื่อระเหยอีกครั้ง
  • พลังงานจากดวงอาทิตย์ เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของวัฏจักรน้ำ และ แรงโน้มถ่วง ทำให้ฝนและน้ำบนดินไหลลงสู่ที่ต่ำ
  • น้ำบนโลกมีอยู่เท่าเดิมโดยรวม เป็น น้ำเค็มในทะเลและมหาสมุทรเสียเป็นส่วนใหญ่ น้ำจืดที่คนใช้ได้มีเพียงส่วนน้อย จึงต้องใช้อย่างประหยัด
  • กิจกรรมของคนที่มีผลต่อวัฏจักรน้ำ — ตัดไม้ทำลายป่าทำให้การคายน้ำและการซึมลงดินลดลง น้ำฝนจึงไหลบ่าทำให้น้ำท่วมเร็วขึ้น · การถมแหล่งน้ำทำให้น้ำระเหยและกลับมาเป็นฝนลดลง · การปล่อยน้ำเสียทำให้มีน้ำน้อยลงที่นำมาใช้ได้

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ทำไมฝนจึงตกซ้ำ ๆ ที่เดิมได้ตลอดปี — เพราะน้ำที่ตกลงมาแล้วไหลกลับสู่ทะเลและแม่น้ำ แล้วระเหยขึ้นเป็นเมฆอีกแล้วกลับลงมา เป็นวงจรที่ต่อเนื่องไม่มีวันจบ
  • เพราะเหตุใดวัฏจักรน้ำจึงต้องใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ — เพราะความร้อนจากดวงอาทิตย์ทำให้น้ำระเหยเป็นไอ ถ้าไม่มีพลังงานนี้ น้ำจะไม่ขึ้นไปสู่บรรยากาศ จึงไม่มีเมฆและฝน
  • ถ้าป่าไม้ถูกตัดไปมากจะกระทบวัฏจักรน้ำอย่างไร — ทำให้ต้นไม้ปล่อยไอน้ำน้อยลง และดินรับน้ำได้น้อยลง น้ำฝนจึงไหลบ่าลงมาเร็วขึ้น เกิดน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง
  • น้ำเสียจากบ้านเรือนเกี่ยวข้องกับวัฏจักรน้ำอย่างไร — น้ำเสียปนลงในแหล่งน้ำ ทำให้น้ำที่หมุนเวียนกลับมาใช้ได้ลดน้อยลงและไม่ปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภค

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    S[ดวงอาทิตย์ให้ความร้อน] --> A[น้ำในทะเล แม่น้ำ และพืช<br/>ระเหยเป็นไอน้ำ]
    A --> B[ไอน้ำลอยสูงขึ้นและเย็นลง<br/>ควบแน่นเป็นเมฆ]
    B --> C[ฝนตกลงสู่ผิวโลก]
    C --> D[ไหลบนผิวดินลงสู่แม่น้ำและทะเล]
    C --> E[ซึมลงดินเป็นน้ำใต้ดิน]
    E --> D
    D --> A

คำบรรยายภาพ: แผนผังวัฏจักรน้ำ เริ่มจากดวงอาทิตย์ให้ความร้อนทำให้น้ำในทะเล แม่น้ำ และพืชระเหยเป็นไอน้ำ ไอน้ำลอยสูงขึ้น เย็นลง แล้วควบแน่นเป็นเมฆ จากนั้นตกลงมาเป็นฝนสู่ผิวโลก ส่วนหนึ่งไหลบนผิวดินลงสู่แม่น้ำและทะเล อีกส่วนซึมลงดินเป็นน้ำใต้ดิน แล้วกลับคืนสู่แหล่งน้ำเดิมเพื่อระเหยขึ้นใหม่เป็นวงจรที่ต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด

ข้อควรระวัง

  • ลมบกกับลมทะเลพัดสวนทางกัน — ลมทะเลพัดเข้าฝั่งตอนกลางวัน · ลมบกพัดออกทะเลตอนกลางคืน อย่าสลับกัน
  • ลมบก ลมทะเล ไม่ใช่มรสุม — ลมบกและลมทะเลเปลี่ยนทิศทุกวันตามกลางวัน–กลางคืน · มรสุมเปลี่ยนทิศตามฤดูและพัดต่อเนื่องหลายเดือน
  • ลมฟ้าอากาศกับภูมิอากาศคนละเรื่อง — ลมฟ้าอากาศคือสภาพของวันนั้น · ภูมิอากาศคือค่าเฉลี่ยระยะยาว จึงสรุป «ภูมิอากาศเปลี่ยน» จากอากาศไม่กี่วันไม่ได้
  • ลมฟ้าอากาศเกิดในโทรโพสเฟียร์ ชั้นล่างสุด ไม่ใช่สตราโตสเฟียร์ ส่วน ชั้นโอโซนอยู่ในสตราโตสเฟียร์ อย่าสลับชั้น
  • ฤดูของไทยกำหนดด้วยมรสุม ไม่ได้กำหนดด้วยหิมะหรืออุณหภูมิแบบประเทศเขตหนาว และฤดูร้อนของไทยไม่ใช่ «หน้าร้อนแห้งแล้งทั้งฤดู» เพราะยังมีฝนเป็นครั้งคราวได้
  • น้ำในวัฏจักรไม่ได้ «หมดไป» — น้ำที่ระเหยไปไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนสถานะและหมุนเวียนกลับมา ที่ลดลงคือ น้ำจืดที่ใช้ได้ จึงต้องใช้อย่างประหยัด

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/วิทยาศาสตร์.csv
  • ตัวชี้วัด ป.6: ว 3.2 ป.6/4 · ว 3.2 ป.6/5 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=1_ALwE9xuCL3Fjet3XI4gYjBj8p_1zLaA
  • หน้าฮับหลักสูตรทางการ สพฐ.: https://academic.obec.go.th/web/news/view/75

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?