กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สังคมศึกษาระดับ ป.5–ป.6ส 3.2

หลักการและประโยชน์ของสหกรณ์

อ่านทำไม

สหกรณ์คือตัวอย่างสำคัญของการ «รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ» ที่ติวเตอร์จัดเป็นเรื่องที่ออกบ่อย และเป็นตัวชี้วัดตรงของ ส 3.2 ป.6/2 (ยกตัวอย่างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจภายในท้องถิ่น) หัวข้อนี้สอนให้เด็กรู้ว่าคนที่รวมตัวกันอย่างมีกติกาสามารถซื้อของได้ถูกลง ขายผลผลิตได้ราคายุติธรรม และมีเงินออมไว้ใช้ยามจำเป็นได้อย่างไร โรงเรียนหลายแห่งมีสหกรณ์ร้านค้าหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ของนักเรียนเอง เด็กจึงเห็นหลักการนี้ได้จากของจริงรอบตัว และเป็นฐานให้เข้าใจบทบาทของกลุ่มทางเศรษฐกิจใน so-market.md

เรื่องย่อยที่ 1

หลักการสำคัญของสหกรณ์

องค์ความรู้

  • สหกรณ์ คือองค์กรที่เกิดจาก การรวมตัวกันโดยสมัครใจของสมาชิก เพื่อทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกัน เช่น ซื้อของมาขาย ขายผลผลิต ออมเงิน และให้กู้ยืม โดยสมาชิกเป็นเจ้าของและเป็นผู้ใช้บริการของสหกรณ์เอง
  • แนวคิดตั้งต้นคือ «ช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน» — คนเดียวซื้อวัตถุดิบได้ราคาแพง ต่อรองไม่ค่อยได้ และหาที่ขายผลผลิตได้ยาก แต่เมื่อรวมกันจะต่อรองได้ดีและลดต้นทุนได้
  • หลักการสำคัญของสหกรณ์ 7 ประการ (หลักการสหกรณ์สากล)
    1. สมัครใจและเปิดกว้าง — เข้าเป็นสมาชิกหรือออกจากสหกรณ์ได้ตามความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ และเปิดรับผู้ที่พร้อมทำตามกติกา
    2. สมาชิกควบคุมดูแลตามหลักประชาธิปไตย — สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน หนึ่งคนหนึ่งเสียง ในการเลือกคณะกรรมการและตัดสินใจเรื่องสำคัญ ไม่ได้ขึ้นกับว่าใครออกเงินมากกว่า
    3. สมาชิกมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ — สมาชิกออกหุ้น ฝากเงิน และใช้บริการของสหกรณ์ตามสมัครใจ และมีส่วนร่วมในผลกำไรของสหกรณ์ตามกติกา เช่น ได้รับเงินคืนตามปริมาณธุรกิจที่สมาชิกใช้กับสหกรณ์
    4. ปกครองตนเองและมีความเป็นอิสระ — สมาชิกบริหารจัดการกันเอง สหกรณ์ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจหรือการชี้แนะของคนใดคนหนึ่ง
    5. ให้การศึกษา ฝึกอบรม และให้ข่าวสาร — สหกรณ์ต้องให้สมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้องรู้หลักการ วิธีทำงาน และข้อมูลที่จำเป็นเพื่อทำงานกันได้ดี
    6. ร่วมมือระหว่างสหกรณ์ — สหกรณ์ต่าง ๆ ช่วยเหลือและทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย เพื่อให้ทุกแห่งเข้มแข็งขึ้น
    7. เอื้ออาทรต่อชุมชน — สหกรณ์ดูแลและพัฒนาชุมชนที่ตัวเองตั้งอยู่ตามที่ทำได้
  • วิธีการทำงานให้คงอยู่ได้ยาวนาน — มีข้อบังคับเป็นลายลักษณ์อักษรที่ทุกคนตกลง · จดบัญชีรับ–จ่ายอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ · เปิดให้สมาชิกมีส่วนร่วมตัดสินใจ · เลือกคณะกรรมการตามวาระและเปลี่ยนกันได้ · แบ่งปันผลประโยชน์ตามกติกาที่ชัดเจน ไม่ใช่ตามความสนิทหรืออำนาจ
  • สหกรณ์ต่างจากบริษัทตรงที่ใครเป็นเจ้าของและเพื่อใคร — บริษัทมีเจ้าของตามจำนวนหุ้นและเป้าหมายหลักคือกำไรของผู้ถือหุ้น ส่วนสหกรณ์มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกโดยสมาชิกทุกคนมีเสียงเท่ากัน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ชาวบ้าน 20 คนหาปุ๋ยมาใช้เองคนละ 1 กระสอบ (ตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกคิด) — ถ้าซื้อปลีกเองได้กระสอบละ 500 บาท แต่รวมกันซื้อ 20 กระสอบได้กระสอบละ 450 บาท → ประหยัดต่อกระสอบ 500−450=50500 - 450 = 50 บาท รวมทั้งกลุ่มประหยัด 50×20=1,00050 \times 20 = 1{,}000 บาท → นี่คือเหตุผลที่การรวมกลุ่มลดต้นทุนได้จริง
  • ทำไมเสียงของสมาชิกจึงต้องเท่ากันทุกคน — เพราะสหกรณ์มีไว้ตอบสนองความต้องการของสมาชิก ถ้าคนที่ออกเงินมากกว่าได้เสียงมากกว่า สมาชิกที่ออกเงินน้อยกว่าจะเสียเปรียบได้ง่าย เหตุผลนี้จึงเป็นหลักการข้อ 2 (ควบคุมดูแลตามหลักประชาธิปไตย)
  • ทำไมสหกรณ์ต้องจัดให้สมาชิกได้เรียนรู้เรื่องการเงิน — เพราะสมาชิกต้องตัดสินใจเรื่องเงินของส่วนรวมด้วยตัวเอง ถ้าไม่รู้ว่าหุ้นคืออะไร เงินปันผลคืออะไร และการกู้ยืมต้องคิดอะไร ก็อาจตัดสินใจตามคนที่พูดเก่งโดยไม่ตรวจสอบ
  • ถ้าสมาชิกคนหนึ่งออกหุ้นมากกว่าคนอื่น ควรได้เสียงมากกว่าหรือไม่ — ไม่ควร เพราะหลักการสหกรณ์กำหนดให้ทุกคนมีเสียงเท่ากัน แต่สมาชิกที่อุดหนุนสหกรณ์มากกว่ามีส่วนได้รับผลตอบแทนตามปริมาณธุรกิจมากกว่าตามกติกาที่ตกลงกัน

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((หลักการสหกรณ์))
    คน
      สมัครใจและเปิดกว้าง
      หนึ่งคนหนึ่งเสียง
    เงิน
      สมาชิกมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ
      ผลประโยชน์ตามกติกา
    ปกครอง
      ปกครองตนเองและมีความเป็นอิสระ
      บัญชีโปร่งใสตรวจสอบได้
    เรียนรู้
      ให้การศึกษาและข่าวสาร
    ร่วมมือ
      ร่วมมือระหว่างสหกรณ์
      เอื้ออาทรต่อชุมชน

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดเรื่องหลักการสหกรณ์ แบ่งเป็นห้ากลุ่ม ได้แก่ หลักการที่เกี่ยวกับคนคือการสมัครใจและมีเสียงเท่ากันทุกคน หลักการที่เกี่ยวกับเงินคือการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ตามกติกา หลักการที่เกี่ยวกับการปกครองคือการปกครองตนเองและบัญชีโปร่งใสตรวจสอบได้ หลักการเรื่องการเรียนรู้คือการให้การศึกษาและข่าวสารแก่สมาชิก และหลักการเรื่องความร่วมมือคือการร่วมมือระหว่างสหกรณ์และเอื้ออาทรต่อชุมชน

หลักการสำคัญ ความหมายที่เข้าใจง่าย ตัวอย่างที่เห็นได้
สมัครใจและเปิดกว้าง เข้า–ออกตามใจ ไม่บังคับ เพื่อนสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ร้านค้าโรงเรียนด้วยความเต็มใจ
ควบคุมดูแลตามหลักประชาธิปไตย หนึ่งคนหนึ่งเสียง เลือกคณะกรรมการด้วยการลงคะแนนเท่ากันทุกคน
สมาชิกมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ ออกหุ้น ฝากเงิน ใช้บริการ และได้ผลตอบแทนตามกติกา สมาชิกที่ซื้อของจากสหกรณ์มากมีส่วนได้เงินคืนตามกติกา
ปกครองตนเองและมีความเป็นอิสระ สมาชิกบริหารกันเอง ที่ประชุมสมาชิกกำหนดราคาของสหกรณ์เองได้
ให้การศึกษา ฝึกอบรม ให้ข่าวสาร ให้สมาชิกรู้หลักการและวิธีทำงาน จัดอบรมการจดบัญชีให้สมาชิกใหม่
ร่วมมือระหว่างสหกรณ์ ช่วยเหลือกันเป็นเครือข่าย สหกรณ์โรงเรียนรวมกลุ่มกับสหกรณ์อื่นในจังหวัด
เอื้ออาทรต่อชุมชน ดูแลชุมชนที่ตั้งอยู่ ร่วมปลูกต้นไม้และช่วยงานส่วนรวมของชุมชน

คำบรรยายภาพ: ตารางสรุปหลักการสหกรณ์ทั้งเจ็ดข้อ แต่ละแถวอธิบายความหมายแบบเข้าใจง่ายพร้อมตัวอย่างที่เห็นได้จริง สื่อว่าสหกรณ์ยึดหลักคน เงิน การปกครอง การเรียนรู้ ความร่วมมือ และความรับผิดชอบต่อชุมชนไปพร้อมกัน ไม่ใช่แค่รวมกันเพื่อหากำไร

คำบรรยายภาพ: ภาพสมาชิกสหกรณ์รวมตัวกันประชุมเพื่อลงมติเลือกคณะกรรมการ โดยมีป้ายชี้ว่า «หนึ่งคนหนึ่งเสียง» ที่การยกมือของสมาชิกทุกคน และมีสมุดบัญชีวางบนโต๊ะพร้อมป้าย «บัญชีโปร่งใส» สื่อให้เห็นว่าสหกรณ์บริหารกันเองด้วยหลักประชาธิปไตยและตรวจสอบได้

เรื่องย่อยที่ 2

ประโยชน์ของสหกรณ์ต่อสมาชิกและชุมชน

องค์ความรู้

  • ประโยชน์ต่อสมาชิก
    • ซื้อของได้ในราคาที่เป็นธรรม — ซื้อรวมกันได้ราคาส่งและลดต้นทุนค่าขนส่ง อีกทั้งสหกรณ์มุ่งขายให้สมาชิก ไม่ได้บวกกำไรสูง
    • ขายผลผลิตได้ราคายุติธรรม — รวมกันต่อรอง ไม่ถูกกดราคา และมีแหล่งรับซื้อที่แน่นอน
    • ได้เงินทุนและมีที่ออมเงิน — สมาชิกกู้เงินจากสหกรณ์ได้ตามกติกาของส่วนรวม และสมาชิกออมเงินสม่ำเสมอได้เงินปันผลตามที่สหกรณ์จ่ายคืน
    • ได้ความรู้และทักษะ — เรียนรู้การจดบัญชี การวางแผนการเงิน การประชุม และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
    • มีเสียงเท่าเทียมกัน — ทุกคนมีโอกาสเสนอความคิดเห็นและตัดสินใจเรื่องของส่วนรวม
  • ประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม
    • เกิดงานและรายได้ในท้องถิ่น — สมาชิกมีรายได้จากการผลิตและจำหน่ายในชุมชน ลดการย้ายถิ่นไปหางานที่อื่น
    • เงินหมุนเวียนอยู่ในชุมชน — เงินไม่ไหลออกไปให้คนกลางนอกชุมชนทั้งหมด
    • ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งพากันได้ — เมื่อคนในชุมชนร่วมมือกันแก้ปัญหา ความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ก็ลดลง เพราะไม่มีกติกาลับและทุกคนมีส่วนตัดสินใจ
    • ทรัพยากรของชุมชนถูกใช้อย่างคุ้มค่า — ซื้อของรวมกันลดการซื้อซ้ำซ้อนและลดค่าขนส่งของทั้งชุมชน
  • ประโยชน์จะเกิดขึ้นจริงเมื่อสมาชิกมีส่วนร่วม — สหกรณ์ที่สมาชิกไม่ใช้บริการ จดบัญชีไม่ดี หรือให้ผู้นำคนเดียวตัดสินใจทุกอย่าง จะให้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ เพราะสหกรณ์ทำงานได้จากความร่วมมือของทุกคน
  • ในโรงเรียน นักเรียนได้ประโยชน์จากการฝึกใช้จริง — สหกรณ์ร้านค้าโรงเรียนช่วยให้ซื้ออุปกรณ์ในราคาที่เหมาะ และสหกรณ์ออมทรัพย์ของนักเรียนฝึกให้ออมสม่ำเสมอ เห็นการจดบัญชีและการคืนเงินปันผลตามกติกาจริง
  • สหกรณ์เป็นการรวมกลุ่มที่ยั่งยืนกว่ากลุ่มที่ไม่มีกติกา — เพราะมีข้อบังคับ มีบัญชีที่ตรวจสอบได้ และเปลี่ยนคณะกรรมการได้ตามวาระ จึงไม่ผูกอยู่กับคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • กลุ่มปลูกผักรวมกันขาย (ตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกคิด) — สมาชิก 10 คน เก็บผักได้รวม 300 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท = 300×20=6,000300 \times 20 = 6{,}000 บาท · ถ้าต่างคนต่างขายให้พ่อค้าคนกลางและถูกกดราคาเหลือกิโลกรัมละ 15 บาท จะได้เพียง 300×15=4,500300 \times 15 = 4{,}500 บาท → รวมกลุ่มแล้วได้มากกว่า 6,000−4,500=1,5006{,}000 - 4{,}500 = 1{,}500 บาท
  • สมาชิก 20 คนออมเงินคนละ 200 บาทต่อเดือน (ตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกคิด) — เดือนหนึ่งสหกรณ์มีเงินออมเพิ่ม 200×20=4,000200 \times 20 = 4{,}000 บาท · เงินนี้ช่วยให้สหกรณ์มีทุนให้สมาชิกกู้ยืมอย่างทันเวลา → เห็นว่าการออมของแต่ละคนรวมกันกลายเป็น «ทุน» ของส่วนรวมได้
  • การคืนกำไรให้สมาชิกคิดอย่างไร (ตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกคิด) — ถ้าสหกรณ์มีกำไรจากธุรกิจร้านค้า และข้อบังคับกำหนดให้คืนกำไรตามปริมาณธุรกิจที่สมาชิกใช้กับสหกรณ์ สมาชิกที่ซื้อของจากสหกรณ์ 2{,}000 บาทกับสมาชิกที่ซื้อ 500 บาท จึงได้รับคืนไม่เท่ากัน โดยคนที่อุดหนุนมากกว่าได้รับมากกว่า → สังเกตว่าการคืนกำไรคิดตามปริมาณธุรกิจ ต่างจากเสียงลงมติที่เท่ากันทุกคน
  • ถ้าสมาชิกคนหนึ่งไม่เคยใช้บริการสหกรณ์เลย เขาได้ประโยชน์อะไรบ้าง — ได้ประโยชน์คือมีแหล่งซื้อของราคาเป็นธรรม มีที่ออมเงินและขอกู้เมื่อเดือดร้อน มีราคาที่ขายผลผลิตได้ดีขึ้นเพราะเพื่อนบ้านไม่ถูกกดราคา และได้ส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน · แต่ประโยชน์จะลดลงถ้าไม่มีส่วนร่วมเลย จึงควรใช้บริการและเข้าประชุมให้สม่ำเสมอ

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A[สมาชิกรวมตัวโดยสมัครใจ] --> B[ซื้อของรวมกัน]
    A --> C[ขายผลผลิตรวมกัน]
    A --> D[ออมและให้กู้ยืมตามกติกา]
    B --> E[สมาชิกได้ของราคาเป็นธรรม]
    C --> F[สมาชิกได้ราคาขายที่เป็นธรรม]
    D --> G[สมาชิกมีเงินทุนและเงินออม]
    E --> H[ชุมชนมีเงินหมุนเวียนเพิ่ม]
    F --> H
    G --> H
    H --> I[ชุมชนมีงานและรายได้]
    H --> J[ชุมชนร่วมมือกันเข้มแข็งขึ้น]
    I --> K[สมาชิกและชุมชนได้ประโยชน์ร่วมกัน]
    J --> K

คำบรรยายภาพ: แผนผังประโยชน์ของสหกรณ์ เริ่มจากสมาชิกรวมตัวกันโดยสมัครใจแล้วทำสามกิจกรรมหลักคือซื้อของรวมกัน ขายผลผลิตรวมกัน และออมเงินกับให้กู้ยืมตามกติกา สมาชิกจึงได้ของในราคาเป็นธรรม ขายได้ราคาที่เป็นธรรม และมีเงินทุนกับเงินออมของตัวเอง ส่วนชุมชนก็มีเงินหมุนเวียนเพิ่ม มีงานและรายได้ และร่วมมือกันเข้มแข็งขึ้น จึงเกิดประโยชน์กับทั้งสมาชิกและชุมชน

ด้าน ประโยชน์ต่อสมาชิก ประโยชน์ต่อชุมชน
ซื้อ–ขาย ได้สินค้าราคาเป็นธรรม ซื้อรวมได้ราคาส่ง ลดต้นทุนของคนทั้งชุมชนเพราะซื้อร่วมกัน
เงินทุน มีที่ออมเงินและขอกู้ตามกติกา เงินหมุนเวียนอยู่ในชุมชน
ความรู้ ได้ฝึกจดบัญชี ประชุม และวางแผนการเงิน มีคนช่วยกันดูแลเรื่องส่วนรวม
ความร่วมมือ ทุกคนมีเสียงเท่ากัน เสนอความเห็นได้ ความขัดแย้งลดลงและชุมชนเข้มแข็งขึ้น

คำบรรยายภาพ: ตารางสรุปประโยชน์ของสหกรณ์เมื่อแบ่งเป็นสี่ด้าน ได้แก่ ด้านการซื้อ–ขาย ด้านเงินทุน ด้านความรู้ และด้านความร่วมมือ โดยแต่ละด้านแสดงประโยชน์ที่สมาชิกและชุมชนได้รับคู่กัน สื่อว่าสหกรณ์ให้ประโยชน์ทั้งต่อปากท้องของสมาชิกและต่อความเข้มแข็งของชุมชนในเวลาเดียวกัน

คำบรรยายภาพ: ภาพสหกรณ์ร้านค้าในโรงเรียนที่มีนักเรียนเป็นสมาชิกกำลังซื้ออุปกรณ์การเรียน โดยมีนักเรียนอีกคนทำหน้าที่จดบัญชีของสหกรณ์และมีป้ายชี้ว่า «ราคาเป็นธรรม» «มีที่ออมเงิน» และ «ผลประโยชน์คืนสมาชิกตามกติกา» สื่อว่าสหกรณ์ให้ประโยชน์ทั้งด้านการซื้อของ การออม และการฝึกทำงานร่วมกัน

ข้อควรระวัง

  • สหกรณ์ไม่ใช่บริษัทที่มุ่งหากำไรสูงสุด — เป้าหมายคือตอบสนองความต้องการของสมาชิก และสมาชิกทุกคนมีเสียงเท่ากันแบบ «หนึ่งคนหนึ่งเสียง»
  • สหกรณ์ไม่ได้ให้เงินฟรี — เงินที่สมาชิกได้รับคืนเป็นการคืนกำไรตามกติกาและตามปริมาณธุรกิจที่สมาชิกทำกับสหกรณ์ ไม่ใช่การแจกเงิน
  • อย่าสลับว่าสหกรณ์ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่านั้น — หัวใจของสหกรณ์คือสมาชิกช่วยตนเองก่อน แล้วจึงขอความสนับสนุนตามที่กฎหมายกำหนด
  • ประโยชน์จะมาหรือไม่ขึ้นอยู่กับความมีส่วนร่วมของสมาชิก — สมาชิกที่ไม่ใช้บริการ ไม่เข้าประชุม และไม่ตรวจสอบบัญชี ทำให้สหกรณ์อ่อนแอลงได้
  • สหกรณ์ต้องมีกติกาและบัญชีที่ตรวจสอบได้ — การรวมกลุ่มโดยไม่มีข้อบังคับและไม่จดบัญชี มักเกิดความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์และทำให้สมาชิกเข้าใจผิดกันได้ง่าย
  • ทุกตัวอย่างในไฟล์นี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกคิด — ราคาสินค้า จำนวนเงินปันผล และอัตราดอกเบี้ยของสหกรณ์จริงขึ้นอยู่กับข้อบังคับของแต่ละแห่งและเปลี่ยนได้ตามเวลา

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/สังคมศึกษา.csv (ลำดับ 45–46)
  • หัวข้อย่อยและหลักฐานจากแหล่งติวเตอร์: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §สาระ 3 เศรษฐศาสตร์ (สถานะ «ออกบ่อย» · §268 ระบุว่า «สหกรณ์» เป็นเรื่องที่ติวเตอร์เน้นและโครงเดิมไม่มี)
  • แหล่งติวเตอร์อ้างอิง: MonkeyEveryday — «รวมทุกข้อมูล สำหรับเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 โรงเรียนชั้นนำ» — https://monkeyeveryday.com/blog/post/s1-admission
  • ตัวชี้วัด ป.6: ส 3.2 ป.6/2 (ยกตัวอย่างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจภายในท้องถิ่น) — ดู ../_ref/p6-indicators.md
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5Z202Wmw5S1dvOGM
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หมายเหตุความมั่นใจ: เรื่องย่อยในไฟล์นี้ยืนยันได้แหล่งเดียว — ต้องหาแหล่งยืนยันเพิ่มก่อนใช้ตั้งข้อสอบ

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?