กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สังคมศึกษาระดับ ป.4–ป.6ส 5.1

ภัยพิบัติและการเตรียมพร้อม

อ่านทำไม

เมืองไทยเจอภัยธรรมชาติเป็นประจำทุกปี ทั้งน้ำท่วม พายุ ภัยแล้ง ดินถล่ม และแผ่นดินไหวเป็นครั้งคราว สิ่งที่เด็ก ป.6 ต้องทำได้ไม่ใช่แค่นึกชื่อภัยออก แต่ต้องรู้ว่า «พื้นที่แบบไหนเสี่ยงภัยอะไร» «ภัยนั้นกระทบชีวิตคนอย่างไร» และ «ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อน–ระหว่าง–หลังเกิดเหตุ» ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบยกสถานการณ์ในท้องถิ่นมาให้วิเคราะห์ แล้วถามว่าเกิดจากสาเหตุใด ควรปฏิบัติตนอย่างไร เพราะจุดที่เด็กพลาดบ่อยคือสับสนระหว่างภัยที่หน้าตาคล้ายกัน และลืมว่าต้องติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการแทนที่จะฟังข่าวลือ (กลไกวิทยาศาสตร์ของภัยแต่ละชนิดดู ../วิทยาศาสตร์/sc-climate.md · ภัยธรณีดู ../วิทยาศาสตร์/sc-earth.md · ฤดูกาลและลมดู ../วิทยาศาสตร์/sc-weather.md)

เรื่องย่อยที่ 1

ภัยธรรมชาติในประเทศไทย (อุทกภัย วาตภัย ภัยแล้ง แผ่นดินไหว)

องค์ความรู้

  • ภัยพิบัติ คือเหตุการณ์ที่ก่อความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินชีวิตของคนจำนวนมาก · ภัยธรรมชาติ คือภัยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเราห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่เตรียมพร้อมรับมือได้
  • กลไกการเกิดภัยแต่ละชนิดเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ — น้ำท่วม ดินถล่ม วาตภัย และภัยแล้งดู ../วิทยาศาสตร์/sc-climate.md · แผ่นดินไหวและสึนามิดู ../วิทยาศาสตร์/sc-earth.md หัวข้อนี้จึงเน้น «ภัยนั้นเกิดที่ไหนในประเทศไทย เกิดเมื่อไร และกระทบคนอย่างไร»
  • ภัยธรรมชาติที่พบบ่อยในประเทศไทย และพื้นที่ที่ควรระวัง
ภัย พื้นที่ที่พบบ่อยในไทย ช่วงที่มักเกิด
อุทกภัย (น้ำท่วม) ที่ราบลุ่มต่ำ โดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำสายใหญ่ของภาคกลาง ฤดูฝน ช่วงปลายฝนที่น้ำจากตอนบนไหลลงมารวมกัน
วาตภัย (พายุและลมแรง) ชายฝั่งและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก ปลายฤดูฝน
ภัยแล้ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูแล้งและปีที่ฝนมาช้า
แผ่นดินไหว แนวรอยเลื่อนในประเทศแถบภาคเหนือและภาคตะวันตก เกิดได้ตลอดปี ทำนายวันเวลาได้ยาก
ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ภูเขาภาคเหนือและภาคใต้ ฤดูฝน
สึนามิ ชายฝั่งทะเลอันดามัน เกิดได้ไม่บ่อย แต่รุนแรงมาก
ไฟป่าและหมอกควัน ภาคเหนือ ฤดูแล้ง
การกัดเซาะชายฝั่ง ชายฝั่งที่ติดทะเล ซึ่งบ้านเรือนที่ชิดทะเลเสียหาย ฤดูมรสุม
  • แต่ละภาคเสี่ยงภัยต่างกันเพราะลักษณะทางกายภาพต่างกัน — ภาคกลางเสี่ยงน้ำท่วม · ภาคอีสานเสี่ยงภัยแล้ง · ภาคเหนือเสี่ยงดินถล่มและหมอกควัน · ภาคใต้ชายฝั่งอันดามันเสี่ยงสึนามิและความแรงของคลื่น

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เอกลักษณ์ของน้ำท่วมภาคกลางกับน้ำป่าไหลหลากทางเหนือต่างกันอย่างไร — น้ำท่วมภาคกลางค่อย ๆ เอ่อและท่วมขังนานเพราะเป็นที่ราบต่ำที่รับน้ำจากตอนบน ส่วนน้ำป่าไหลหลากมาเร็วและไหลเชี่ยวเพราะไหลบ่าลงจากภูเขาหลังฝนตกหนัก
  • เพราะเหตุใดภาคอีสานจึงเสี่ยงภัยแล้งมากกว่าภาคอื่น — มีฝนไม่สม่ำเสมอและไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่พอตลอดปี พอฝนทิ้งช่วงจึงขาดน้ำทำนาและน้ำใช้
  • ภัยใดที่ทำนายวันเวลาได้ยากมากที่สุด เพราะเหตุใด — แผ่นดินไหว เพราะการเคลื่อนตัวใต้ผิวโลกเกิดขึ้นตลอดเวลาโดยเราเห็นสัญญาณล่วงหน้าไม่ชัด จึงต้องติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการเท่านั้น
  • ขณะเที่ยวหาดฝั่งอันดามันเห็นน้ำทะเลลดลงผิดปกติ ควรทำอย่างไร — เชื่อว่าเป็นสัญญาณเตือนสึนามิ ให้อพยพขึ้นที่สูงหรือเข้าไปในแผ่นดินให้ไกลจากชายฝั่งทันที ห้ามลงไปดู

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((ภัยธรรมชาติในประเทศไทย))
    อุทกภัย
      ที่ราบลุ่มต่ำภาคกลาง
      ปลายฤดูฝน
    วาตภัย
      พายุหมุนเขตร้อน
      ชายฝั่งและภาคอีสาน
    ภัยแล้ง
      ฝนทิ้งช่วงนาน
      ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    แผ่นดินไหว
      แนวรอยเลื่อนภาคเหนือและภาคตะวันตก
      ทำนายวันเวลาได้ยาก
    ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก
      หลังฝนตกหนักต่อเนื่องบนภูเขา
    สึนามิ
      แผ่นดินไหวใต้ทะเล
      ชายฝั่งทะเลอันดามัน
    ไฟป่าและหมอกควัน
      ฤดูแล้งในภาคเหนือ

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดรวบรวมภัยธรรมชาติที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ อุทกภัยที่ท่วมที่ราบลุ่มภาคกลางในปลายฤดูฝน วาตภัยจากพายุหมุนเขตร้อน ภัยแล้งที่ภาคอีสานจากฝนทิ้งช่วง แผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อนซึ่งทำนายวันเวลาได้ยาก ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากบนภูเขาหลังฝนตกหนัก สึนามิที่ชายฝั่งอันดามัน และไฟป่ากับหมอกควันในฤดูแล้งของภาคเหนือ

แผนที่ประเทศไทยแสดงพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติแต่ละประเภท

คำบรรยายภาพ: แผนที่ประเทศไทยแบ่งสีแสดงพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติแต่ละประเภท พื้นที่ลุ่มภาคกลางและลุ่มแม่น้ำสายใหญ่เป็นเขตน้ำท่วม พื้นที่ชายฝั่งและภาคอีสานเป็นเขตพายุลมแรง พื้นที่ภูเขาภาคเหนือและภาคใต้เป็นเขตดินถล่ม พื้นที่ตามแนวรอยเลื่อนเป็นเขตแผ่นดินไหว ชายฝั่งอันดามันเป็นเขตสึนามิ ภาคอีสานเป็นเขตภัยแล้ง และภาคเหนือตอนบนเป็นเขตไฟป่ากับหมอกควันในฤดูแล้ง

เรื่องย่อยที่ 2

สาเหตุและผลกระทบของภัยพิบัติ

องค์ความรู้

  • สาเหตุของภัยพิบัติแบ่งเป็นสองกลุ่ม
    • สาเหตุตามธรรมชาติ — เช่น ฝนตกหนักต่อเนื่อง พายุหมุนเขตร้อน ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน การเคลื่อนตัวของแผ่นดิน และการกัดเซาะชายฝั่ง (กลไกวิทยาศาสตร์ของแต่ละภัยดู ../วิทยาศาสตร์/sc-climate.md และ ../วิทยาศาสตร์/sc-earth.md)
    • สาเหตุที่คนทำให้รุนแรงขึ้น — ตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำจนดินอุ้มน้ำได้น้อยลงและเกิดดินถล่ม · ถมคลองหรือทิ้งขยะอุดทางระบายน้ำจนน้ำท่วมขังนานขึ้น · สร้างบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่น้ำท่วมถึง · ใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งเกินขอบเขตจนชายฝั่งถูกกัดเซาะเร็วขึ้น · จุดไฟในป่าและเผาเศษพืชจนเกิดหมอกควัน
  • ผลกระทบของภัยพิบัติ กระทบคนทุกระดับ ตั้งแต่นักเรียน ครอบครัว ไปจนถึงชุมชนและประเทศ
ภัย ผลกระทบต่อคนและชุมชน
อุทกภัย บ้านเรือนและโรงเรียนเสียหาย การเรียนหยุดชะงัก เสี่ยงโรคจากน้ำเน่าเสียและสัตว์มีพิษ การเดินทางถูกตัดขาด
วาตภัย หลังคาและป้ายปลิว ต้นไม้ล้มทับคนและบ้าน ไฟฟ้าดับ การคมนาคมทางเรือหยุด
ภัยแล้ง ขาดน้ำดื่มน้ำใช้ พืชผลเสียหาย เกษตรกรขาดรายได้ และเกิดปัญหาสุขภาพจากความร้อน ความแห้ง และฝุ่น
แผ่นดินไหว อาคารแตกร้าวและอาจถล่ม สะพานหรือถนนเสียหาย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และประชาชนตื่นตระหนก
ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก บ้านเรือนถูกทับถม เส้นทางถูกตัดขาด ผู้คนต้องอพยพอย่างเร่งด่วน
สึนามิ คลื่นซัดชายฝั่งเสียหายรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและสูญหาย และกระทบอาชีพประมงกับการท่องเที่ยวระยะยาว
ไฟป่าและหมอกควัน เจ็บคอ ตาแฟลือง เจ็บป่วยทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น โรงเรียนและเที่ยวบินถูกเลื่อน และป่าไม้เสียหาย
  • ภัยลูกโซ่ที่ต้องมองเป็นภาพรวม — ภัยหนึ่งมักทำให้เกิดภัยอื่นต่อ เช่น น้ำท่วม → ดินถล่ม → ถนนถูกตัด → คนเข้าถึงความช่วยเหลือยาก · ภัยแล้ง → พืชผลเสียหาย → ราคาอาหารสูงขึ้น → ครัวเรือนเดือดร้อน
  • การช่วยเหลือกัน เป็นทั้งหน้าที่ของหน่วยงานราชการและการช่วยเหลือเบื้องต้นของคนในชุมชน เช่น แจ้งเหตุ เก็บของมีค่าไว้ที่สูง เตรียมอาหารและน้ำให้เพื่อนบ้าน และติดตามประกาศจากทางราชการ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เพราะเหตุใดน้ำท่วมในเมืองจึงระบายช้าและท่วมขังนานกว่าที่อื่น — เพราะทางระบายน้ำตื้นเขินและถูกขยะอุด พื้นที่ซึมน้ำกลายเป็นคอนกรีต น้ำจึงระบายได้ช้า
  • การตัดป่าเชิงเขาสัมพันธ์กับภัยใด และเพราะเหตุใด — สัมพันธ์กับดินถล่มและน้ำท่วม เพราะรากไม้ที่เคยยึดดินและดูดซับน้ำหายไป น้ำฝนจึงไหลบ่าลงมาอย่างรวดเร็ว
  • ภัยแล้งกระทบชีวิตของเด็กโดยตรงอย่างไร — ขาดน้ำดื่มน้ำใช้ อาจต้องซื้อน้ำ โรงเรียนงดกิจกรรมกลางแจ้ง และผลผลิตของครอบครัวที่ทำเกษตรลดลง
  • ภัยหนึ่งก่อให้เกิด «ภัยลูกโซ่» ได้อย่างไร ยกตัวอย่าง — น้ำท่วมทำให้ถนนเสียหาย การคมนาคมถูกตัด ชุมชนขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม และเกิดโรคระบาดตามมา

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A[สาเหตุตามธรรมชาติ<br/>ฝนหนัก พายุ ฝนทิ้งช่วง แผ่นดินไหว] --> D[ภัยพิบัติ]
    B[สาเหตุที่คนทำให้รุนแรงขึ้น<br/>ตัดป่า ถมคลอง ทิ้งขยะ สร้างในพื้นที่เสี่ยง] --> D
    D --> E[ภัยต่อชีวิตและสุขภาพ<br/>บาดเจ็บ เจ็บป่วย ตื่นตระหนก]
    D --> F[ภัยต่อทรัพย์สินและบ้านเรือน<br/>บ้านเสียหาย ไฟฟ้าดับ]
    D --> G[ภัยต่ออาชีพและเศรษฐกิจ<br/>พืชผลเสียหาย ประมงและท่องเที่ยวหยุด]
    D --> H[ภัยต่อการศึกษาและการเดินทาง<br/>โรงเรียนปิด เส้นทางถูกตัดขาด]

คำบรรยายภาพ: แผนผังแสดงสาเหตุและผลกระทบของภัยพิบัติ สาเหตุมาจากทั้งธรรมชาติ เช่น ฝนหนัก พายุ ฝนทิ้งช่วง และแผ่นดินไหว และจากสิ่งที่คนทำให้รุนแรงขึ้น เช่น ตัดป่า ถมคลอง ทิ้งขยะ และสร้างบ้านในพื้นที่เสี่ยง เมื่อเกิดภัยจึงกระทบสี่ด้าน คือ ชีวิตกับสุขภาพ ทรัพย์สินกับบ้านเรือน อาชีพกับเศรษฐกิจ และการศึกษากับการเดินทาง

ภาพเทียบชุมชนที่ไม่ได้เตรียมพร้อมกับชุมชนที่เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ

คำบรรยายภาพ: ภาพเปรียบเทียบผลกระทบของภัยพิบัติในชุมชนสองแห่ง ด้านซ้ายเป็นชุมชนที่ไม่ได้เตรียมพร้อม ถูกน้ำท่วมและดินถล่มจนบ้านเรือนเสียหาย ด้านขวาเป็นชุมชนที่เตรียมกระสอบทราย ปลูกป่าต้นน้ำ และซ้อมแผนอพยพ จึงได้รับความเสียหายน้อยกว่ามาก

เรื่องย่อยที่ 3

การเตรียมพร้อมและรับมือภัยพิบัติ

องค์ความรู้

  • หลักคิดสำคัญ — ห้ามไม่ให้ภัยเกิดไม่ได้ แต่ลดความเสียหายได้ ถ้าชุมชน «รู้ความเสี่ยง → เตรียมของ → รู้เส้นทางอพยพ → ติดตามข่าว → ซ้อมแผน»
  • มุมของสังคมคือ «คนอยู่ร่วมกันอย่างไรเมื่อเกิดภัย» — หัวข้อนี้จึงเน้นการเตรียมพร้อมของครอบครัว ชุมชน และหน่วยงาน ส่วนวิธีปฏิบัติตัวเฉพาะภัยแต่ละชนิดดู ../วิทยาศาสตร์/sc-climate.md หัวข้อ sc-climate-04 และกลไกของภัยดูหัวข้อ sc-climate-01
  • ก่อนเกิดภัย — เตรียมพร้อมกันทั้งชุมชน
    • รู้ว่าครอบครัว โรงเรียน และชุมชนของเราเสี่ยงภัยอะไร และภัยนั้นกระทบอาชีพกับวิถีชีวิตอย่างไร เช่น ที่ราบลุ่มก็เน้นน้ำท่วม อยู่เชิงเขาก็เน้นดินถล่ม ชายฝั่งอันดามันก็เน้นสึนามิ
    • ติดตามข่าวและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ไม่เชื่อและไม่แชร์ข่าวลือในโซเชียล
    • ร่วมซ้อมแผนอพยพของหมู่บ้านและโรงเรียน รู้เส้นทางอพยพ จุดนัดพบ และวางคนช่วยผู้ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กเล็ก
    • ช่วยกันเตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และของใช้จำเป็นไว้ที่ศูนย์รวมของชุมชนและที่บ้าน
  • ขณะเกิดภัย — ปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่และช่วยกันในชุมชน
    • ปฏิบัติตามประกาศและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ไปดูเหตุการณ์ใกล้ ๆ และไม่ฝ่าอันตราย
    • ช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เตือนกันอพยพ และแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อมีผู้ป่วยหรือผู้ประสบภัย
  • หลังเกิดภัย — ฟื้นฟูและเยียวยาร่วมกัน
    • กลับเข้าพื้นที่เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าปลอดภัย ระวังอันตรายที่เหลืออยู่ เช่น สายไฟฟ้าที่ชำรุด น้ำที่ปนเปื้อน สัตว์มีพิษ และโครงสร้างที่อาจถล่ม
    • ช่วยกันทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือนกับแหล่งน้ำของชุมชน · แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือและเยียวยาตามขั้นตอน
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง — หน่วยงานราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่เตือนภัย ส่งความช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ประสบภัย · โรงเรียนและชุมชนช่วยกระจายข่าวที่ถูกต้องและจัดกิจกรรมช่วยเหลือ · อาสาสมัครและคนในชุมชนช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนที่ความช่วยเหลือจากทางการจะมาถึง
  • เด็ก ป.6 ช่วยได้จริง — จำเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของครอบครัวและโรงเรียน · ช่วยแพ็กของช่วยเหลือ · ช่วยเตือนคนในบ้านให้ติดตามประกาศ · ไม่ไปดูเหตุการณ์ใกล้ ๆ · ช่วยเพื่อนและคนชราอพยพตามแผน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • บ้านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชุมชนควรเตรียมพร้อมกันอย่างไรก่อนฤดูฝน — ร่วมกันกำหนดระดับน้ำเตือนภัยของหมู่บ้าน รู้เส้นทางอพยพและจุดนัดพบ ช่วยกันเตรียมของช่วยเหลือ และติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ
  • เพราะเหตุใดจึงไม่ควรเชื่อข่าวลือในโซเชียลเรื่องวันเกิดแผ่นดินไหว — เพราะยังไม่มีใครทำนายวันเวลาแผ่นดินไหวได้ ควรฟังประกาศจากหน่วยงานราชการเท่านั้น ข่าวลือทำให้ตื่นตระหนกและตัดสินใจผิด
  • เพื่อนบ้านเป็นผู้สูงอายุที่เดินไม่ได้ แผนอพยพต้องเตรียมอะไร — กำหนดคนช่วยรับผิดชอบพาผู้อพยพเป็นคู่ จัดจุดนัดพบที่ไปถึงได้ และซ้อมเส้นทางจริงก่อนเกิดภัย
  • หลังน้ำลด ชุมชนจะขอความช่วยเหลือได้อย่างไร — แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือและเยียวยา ลงทะเบียนผู้ประสบภัย และร่วมกันทำความสะอาดฟื้นฟูบ้านเรือน
  • นักเรียนจะช่วยชุมชนเตรียมพร้อมภัยพิบัติได้อย่างไร — ช่วยจัดของช่วยเหลือ ชวนครอบครัวซ้อมแผนอพยพ ช่วยทำป้ายบอกเส้นทางอพยพ และบอกต่อเรื่องการติดตามประกาศเตือนอย่างถูกต้อง

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[ชุมชนรู้ว่าตนเสี่ยงภัยอะไร และกระทบวิถีชีวิตอย่างไร] --> B[ก่อนเกิด<br/>ติดตามประกาศราชการ ซ้อมแผนอพยพ เตรียมของส่วนรวม]
    B --> C[ขณะเกิด<br/>ปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่ ช่วยคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้]
    C --> D[หลังเกิด<br/>กลับบ้านเมื่อปลอดภัย ระวังไฟฟ้าและน้ำเสีย]
    D --> E[แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือและเยียวยา]
    E --> F[ทบทวนแผนของชุมชนให้พร้อมครั้งต่อไป]

คำบรรยายภาพ: แผนผังการเตรียมพร้อมและรับมือภัยพิบัติในมุมของสังคม เริ่มจากชุมชนรู้ว่าตนเสี่ยงภัยอะไรและภัยนั้นกระทบวิถีชีวิตอย่างไร ก่อนเกิดภัยให้ติดตามประกาศราชการ ซ้อมแผนอพยพ และเตรียมของส่วนรวม ระหว่างเกิดภัยให้ปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่และช่วยคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ หลังเกิดภัยให้กลับบ้านเมื่อปลอดภัย ระวังไฟฟ้าและน้ำเสีย แล้วแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือและเยียวยา พร้อมทบทวนแผนของชุมชนครั้งต่อไป

ภาพถุงยังชีพฉุกเฉินพร้อมของจำเป็นสำหรับรับมือภัยพิบัติ

คำบรรยายภาพ: ภาพถุงยังชีพฉุกเฉินที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าสำหรับรับมือภัยพิบัติ ประกอบด้วยน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง ยาสามัญและยาประจำตัว วิทยุ แบตเตอรี่สำรอง และเอกสารสำคัญที่ใส่ซองกันน้ำ โดยมีป้ายชื่อกำกับของแต่ละอย่างเพื่อให้ตรวจสอบได้ง่าย

ข้อควรระวัง

  • สึนามิไม่ใช่คลื่นลมจากพายุ — เกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเล แต่ที่ต้องระวังคือสัญญาณ «พื้นสั่น» และ «น้ำทะเลลดลงผิดปกติ» ให้อพยพขึ้นที่สูงทันที
  • น้ำท่วม ≠ น้ำป่าไหลหลาก — น้ำท่วมค่อย ๆ เอ่อและท่วมขังนาน แต่น้ำป่าไหลหลากมาเร็วและไหลเชี่ยว ต้องอพยพทันที
  • อย่าเชื่อข่าวลือเรื่องวันเกิดภัย — โดยเฉพาะแผ่นดินไหวที่ทำนายได้ยาก ให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการเท่านั้น
  • อย่าไปดูภัยใกล้ ๆ — การไปยืนดูน้ำหลากหรือคลื่นชายฝั่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อย ให้อยู่ห่างและปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่
  • จำว่าคนทำให้ภัยรุนแรงขึ้นได้ — ถมคลอง ทิ้งขยะ ตัดป่า และสร้างบ้านในพื้นที่น้ำท่วมถึง ล้วนเพิ่มความเสียหาย จึงต้องช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย
  • ภัยแล้งก็เป็นภัยพิบัติ — ไม่ได้รุนแรงฉับพลันเหมือนน้ำท่วม แต่สะสมความเสียหายต่อสุขภาพ อาชีพ และอาหารได้ยาวนาน

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/สังคมศึกษา.csv (ลำดับ 74–76)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ส 5.1 ป.6/2 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระภูมิศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — ไฟล์ ../_ref/geo-2560-drive.pdf (https://drive.google.com/open?id=1uKcNtZr8G94vPOv19ftTKp2g2jq6Y7W3)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5Z202Wmw5S1dvOGM
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้าฮับรวมหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • หมายเหตุความมั่นใจ: เรื่องย่อยในไฟล์นี้ยืนยันได้แหล่งเดียว — ต้องหาแหล่งยืนยันเพิ่มก่อนใช้ตั้งข้อสอบ

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?