กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สังคมศึกษาระดับ ป.4–ป.6ส 4.3

ผลงานของบุคคลสำคัญและภูมิปัญญาไทยสมัยรัตนโกสินทร์

อ่านทำไม

กรุงรัตนโกสินทร์เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2325 และสืบเนื่องมาจนถึงประเทศไทยในวันนี้ ในช่วงกว่า 200 ปีนี้บ้านเมืองผ่านการฟื้นฟูหลังสงคราม การเปิดรับวิทยาการตะวันตก การเลิกทาส และการสร้างชาติให้ทันสมัย หัวข้อนี้จึงพาเด็กรู้จัก «คน» และ «ความคิด» ที่อยู่เบื้องหลังความเจริญนั้น ทั้งพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์แต่ละรัชกาล ผลงานของบุคคลสำคัญด้านต่าง ๆ และภูมิปัญญาไทยที่คนรุ่นหลังควรภาคภูมิใจ โดยภาพรวมพัฒนาการรายยุคสมัยอยู่ใน so-thaihist.md ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบถามว่า «ใครทำอะไร» และ «ภูมิปัญญาข้อใดควรอนุรักษ์» เพราะจุดที่เด็กพลาดบ่อยคือสลับรัชกาล สลับผลงาน และเทียบศักราชผิด

เรื่องย่อยที่ 1

พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์

องค์ความรู้

  • พระราชกรณียกิจ คือกิจที่พระมหากษัตริย์ทรงทำเพื่อบ้านเมืองและประชาชน เช่น การปกครอง การป้องกันประเทศ การศาสนา การศึกษา และการต่างประเทศ
  • แก่นของแต่ละรัชกาลจำง่ายถ้าแยกเป็น «ช่วง» — รัชกาลที่ 1–3 ยุคฟื้นฟูและป้องกันบ้านเมือง · รัชกาลที่ 4–5 ยุคปรับตัว ปฏิรูป และเปิดรับวิทยาการตะวันตก · รัชกาลที่ 6–7 ยุคส่งเสริมการศึกษาและคลี่คลายสู่การปกครองแบบใหม่ · รัชกาลที่ 8 เป็นต้นมา ยุคพัฒนาประเทศ
  • พระราชกรณียกิจเด่นรายรัชกาลที่ควรจำ สรุปได้ตามตารางนี้
รัชกาล ช่วง พ.ศ. พระราชกรณียกิจเด่น
ที่ 1 2325–2352 สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์และราชวงศ์จักรี · ป้องกันกรุงจากศึกพม่า โดยเฉพาะสงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328) · สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม · ชำระกฎหมายเป็น «กฎหมายตราสามดวง»
ที่ 2 2352–2367 ส่งเสริมวรรณคดีและศิลปะ จนเป็นยุคทองของกวีและช่างหลวง · ทรงพระราชนิพนธ์ «อิเหนา»
ที่ 3 2367–2394 การค้ากับจีนรุ่งเรือง · บูรณะและสร้างวัดใหญ่ เช่น วัดอรุณราชวรารามและวัดพระเชตุพน จนวัดเป็นแหล่งรวบรวมตำรายาและวิชาการ
ที่ 4 2394–2411 เจริญสัมพันธไมตรีกับชาติตะวันตกและทำสนธิสัญญาเบาว์ริง (พ.ศ. 2398) · รับวิทยาการใหม่ เช่น ดาราศาสตร์และการพิมพ์
ที่ 5 2411–2453 เลิกทาสเป็นขั้นตอน (พ.ศ. 2417–2448) · ตั้งกระทรวง 12 กระทรวง (พ.ศ. 2435) · จัดมณฑลเทศาภิบาล (เริ่ม พ.ศ. 2437 · พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ พ.ศ. 2440) · วางรากฐานโทรเลข ไปรษณีย์ รถไฟ โรงเรียน โรงพยาบาล
ที่ 6 2453–2468 ส่งเสริมการศึกษา · ตั้งลูกเสือและเสือป่า · ตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2460)
ที่ 7 2468–2477 เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (พ.ศ. 2475) · พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475
ที่ 9 2489–2559 ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย · พระราชทานหลัก «เศรษฐกิจพอเพียง» และโครงการพระราชดำริ
ที่ 10 2559–ปัจจุบัน สืบราชสันตติวงศ์มาจนถึงทุกวันนี้
  • เทียบศักราช — ค.ศ. = พ.ศ. − 543 · พ.ศ. = ค.ศ. + 543 (เช่น 2325 − 543 = ค.ศ. 1782)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • พ.ศ. 2325 ตรงกับ ค.ศ. ใด — ใช้ ค.ศ. = พ.ศ. − 543 ได้ 2325 − 543 = ค.ศ. 1782
  • พระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศที่สำคัญในรัชกาลที่ 4 คืออะไร — การเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติตะวันตกและการทำสนธิสัญญาเบาว์ริง พ.ศ. 2398 ซึ่งทำให้การค้ากับตะวันตกขยายตัว
  • การเลิกทาสเริ่มและสำเร็จในรัชกาลใด — เริ่มในรัชกาลที่ 5 (พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาส พ.ศ. 2417) และสำเร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2448
  • พระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 ที่เกี่ยวกับการปกครองมีอะไรบ้าง — ตั้งกระทรวง 12 กระทรวง และจัดระเบียบหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาล เพื่อให้ส่วนกลางดูแลท้องถิ่นได้ทั่วถึงขึ้น

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((พระราชกรณียกิจแบ่งตามด้าน))
    การปกครองและสร้างบ้านเมือง
      รัชกาลที่ 1 สถาปนากรุงและราชวงศ์จักรี
      รัชกาลที่ 5 ตั้งกระทรวงและมณฑลเทศาภิบาล
    การป้องกันประเทศ
      รัชกาลที่ 1 ป้องกันกรุงในสงครามเก้าทัพ
    การศาสนาและศิลปกรรม
      รัชกาลที่ 3 บูรณะวัดอรุณราชวรารามและวัดพระเชตุพน
    การต่างประเทศและวิทยาการ
      รัชกาลที่ 4 สนธิสัญญาเบาว์ริงและดาราศาสตร์
    การศึกษา
      รัชกาลที่ 6 ตั้งลูกเสือและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เศรษฐกิจและสังคม
      รัชกาลที่ 5 เลิกทาส
      รัชกาลที่ 9 เศรษฐกิจพอเพียงและโครงการพระราชดำริ

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดจัดกลุ่มพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ตามด้านของงาน ได้แก่ ด้านการปกครองและสร้างบ้านเมือง ด้านการป้องกันประเทศ ด้านศาสนาและศิลปกรรม ด้านการต่างประเทศและวิทยาการ ด้านการศึกษา และด้านเศรษฐกิจกับสังคม พร้อมยกพระราชกรณียกิจเด่นของแต่ละรัชกาลไว้ในด้านที่ตรงกัน

ภาพพระมหากษัตริย์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ 4 รัชกาลพร้อมพระราชกรณียกิจเด่น

คำบรรยายภาพ: ภาพแถวพระบรมสาทิสลักษณ์หรือภาพแทนพระองค์ของพระมหากษัตริย์สี่รัชกาล ได้แก่ รัชกาลที่ 1 ผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ผู้เปิดสัมพันธไมตรีกับชาติตะวันตก รัชกาลที่ 5 ผู้เลิกทาสและปฏิรูปการปกครอง และรัชกาลที่ 9 ผู้พระราชทานหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีป้ายบอกพระราชกรณียกิจเด่นใต้ภาพแต่ละพระองค์

เรื่องย่อยที่ 2

ผลงานของบุคคลสำคัญด้านต่าง ๆ (ศาสนา ศิลปะ วรรณคดี วิทยาศาสตร์)

องค์ความรู้

  • จำ «ใครทำอะไร» ให้ง่ายขึ้นด้วยการแยกตามด้านของผลงาน แล้วผูกชื่อเข้ากับด้านนั้น
  • ด้านการทหาร — สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระอนุชาของรัชกาลที่ 1 เป็นแม่ทัพคนสำคัญที่ร่วมป้องกันกรุงในสงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328) · ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและศาสนสถานหลายแห่ง เช่น วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วิหารคดวัดพระเชตุพน และ หอพระมณเฑียรธรรม ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม · สวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2346
  • ด้านการปกครองและประวัติศาสตร์ — สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยผู้จัดระเบียบหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาล · ทรงศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย จนยกย่องกันว่าเป็น «พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย»
  • ด้านวรรณคดีและศิลปะ — สุนทรภู่ (พระสุนทรโวหาร) กวีเอกในรัชกาลที่ 2 เจ้าของ «พระอภัยมณี» และ «นิราศภูเขาทอง» · วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปีเป็น «วันสุนทรภู่»
  • ด้านศาสนาและศิลปกรรม — พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) บูรณะและสร้างวัดสำคัญ เช่น วัดอรุณราชวรารามและวัดพระเชตุพน จนวัดกลายเป็นแหล่งรวบรวมทั้งตำรายาและท่าบริหารกาย
  • ด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาการ — พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงสนพระทัยดาราศาสตร์จนทรงคำนวณเวลาการเกิดสุริยุปราคาได้แม่นยำ และเปิดรับวิทยาการใหม่ เช่น การพิมพ์
  • ด้านเศรษฐกิจและสังคม — พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พระราชทานหลัก «เศรษฐกิจพอเพียง» และโครงการพระราชดำริที่ช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
  • ข้อสังเกต — บุคคลเดียวกันมีผลงานได้หลายด้าน และกษัตริย์หลายรัชกาลก็เป็น «บุคคลสำคัญ» ด้านที่ทรงถนัดเป็นการเฉพาะ เช่น รัชกาลที่ 4 ด้านดาราศาสตร์ รัชกาลที่ 3 ด้านศาสนาและศิลปกรรม

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • บุคคลใดมีผลงานเด่นด้านการทหารสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น — สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เพราะเป็นแม่ทัพที่ร่วมป้องกันกรุงในสงครามเก้าทัพ
  • เพราะเหตุใดจึงเรียกกรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า «พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย» — เพราะทรงค้นคว้าและเรียบเรียงเรื่องราวประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวรรณคดีไทยไว้มาก เป็นหลักให้คนรุ่นหลังศึกษาต่อ
  • ผลงานด้านวิทยาศาสตร์ของรัชกาลที่ 4 คืออะไร — ทรงใช้ความรู้ดาราศาสตร์คำนวณเวลาการเกิดสุริยุปราคาได้แม่นยำ แสดงว่าทรงเปิดรับและนำวิทยาการตะวันตกมาใช้ได้จริง
  • ถ้าโจทย์ถามว่า «กวีเอกเจ้าของพระอภัยมณีคือใคร อยู่ในรัชกาลใด» — สุนทรภู่ · อยู่ในรัชกาลที่ 2 ซึ่งเป็นยุคทองของวรรณคดี

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((บุคคลสำคัญสมัยรัตนโกสินทร์))
    การทหาร
      สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท แม่ทัพป้องกันกรุง
    การปกครองและประวัติศาสตร์
      กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จัดมณฑลเทศาภิบาล
    วรรณคดีและศิลปะ
      สุนทรภู่ เจ้าของพระอภัยมณีและนิราศภูเขาทอง
    ศาสนาและศิลปกรรม
      รัชกาลที่ 3 บูรณะวัดอรุณราชวรารามและวัดพระเชตุพน
    วิทยาศาสตร์และวิทยาการ
      รัชกาลที่ 4 ดาราศาสตร์และการพิมพ์
    เศรษฐกิจและสังคม
      รัชกาลที่ 9 เศรษฐกิจพอเพียงและโครงการพระราชดำริ

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดจัดกลุ่มบุคคลสำคัญสมัยรัตนโกสินทร์ตามด้านของผลงาน มีด้านการทหาร การปกครองและประวัติศาสตร์ วรรณคดีและศิลปะ ศาสนาและศิลปกรรม วิทยาศาสตร์และวิทยาการ และเศรษฐกิจกับสังคม โดยแต่ละด้านยกชื่อบุคคลพร้อมผลงานเด่นไว้คู่กัน เพื่อให้จำว่าใครทำอะไรได้ง่ายขึ้น

ภาพบุคคลสำคัญสมัยรัตนโกสินทร์ 4 ท่านกับผลงานเด่นด้านต่าง ๆ

คำบรรยายภาพ: ภาพประกอบสี่ช่องแสดงบุคคลสำคัญสมัยรัตนโกสินทร์กับผลงานเด่น ช่องแรกคือสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทในบทบาทแม่ทัพ ช่องที่สองคือกรมพระยาดำรงราชานุภาพกับงานศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ช่องที่สามคือสุนทรภู่กับวรรณคดีพระอภัยมณี และช่องที่สี่คือรัชกาลที่ 4 กับกล้องโทรทรรศน์และการคำนวณสุริยุปราคา

เรื่องย่อยที่ 3

พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์โดยสังเขป

องค์ความรู้

  • กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานี ลำดับที่ 4 ของไทย ต่อจากสุโขทัย อยุธยา และธนบุรี สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2325 โดย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี — ตรงกับ ค.ศ. 1782
  • มองพัฒนาการเป็น 4 ช่วงใหญ่ จะเห็นภาพง่ายกว่าการจำรายปี
ช่วง รัชกาล เกิดอะไรขึ้น
ฟื้นฟูและป้องกันบ้านเมือง ที่ 1–3 สร้างกรุงใหม่ ฟื้นฟูศาสนาและกฎหมาย ป้องกันกรุงจากศึกภายนอก แล้วค้าขายกับจีนจนเศรษฐกิจคึกคัก
ปรับตัว ปฏิรูป และเปิดรับวิทยาการตะวันตก ที่ 4–5 เจริญสัมพันธไมตรีและเจรจาแทนการรบ ไทยจึงรักษาเอกราชไว้ได้ในยุคที่ชาติอื่นในภูมิภาคตกเป็นเมืองขึ้น · เลิกทาส ปฏิรูปกระทรวงและมณฑลเทศาภิบาล สร้างถนน รถไฟ โทรเลข โรงเรียน และโรงพยาบาล
ส่งเสริมการศึกษาและคลี่คลายสู่การปกครองแบบใหม่ ที่ 6–7 ส่งเสริมการศึกษา ตั้งลูกเสือและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
พัฒนาประเทศ ที่ 8 เป็นต้นมา พัฒนาบ้านเมืองต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
  • ปัจจัยที่ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง มีทั้งทำเลที่ตั้งบนที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา การปกครองที่มีระบบราชการและกฎหมายเป็นระเบียบ เศรษฐกิจที่มีข้าวเป็นสินค้าออกสำคัญ ความสัมพันธ์กับต่างประเทศที่ใช้การเจรจามากกว่าการรบ และคนในชาติที่ร่วมแรงฟื้นฟูบ้านเมืองโดยมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว
  • รายละเอียดรายรัชกาล เหตุการณ์สำคัญ และคำอธิบายปัจจัยความเจริญรุ่งเรืองแบบเต็ม อยู่ในหัวข้อ so-history-01 ของไฟล์นี้ ส่วนภาพรวมของแต่ละยุคสมัย (สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์) อยู่ใน so-thaihist.md หัวข้อ so-thaihist-04 เพื่อไม่ให้เขียนซ้ำสองไฟล์

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • กรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีลำดับที่เท่าใดของไทย — ลำดับที่ 4 เพราะก่อนหน้านี้มีสุโขทัย อยุธยา และธนบุรีมาแล้ว
  • พัฒนาการสมัยรัตนโกสินทร์แบ่งเป็นกี่ช่วง และช่วงแรกเน้นเรื่องใด — แบ่งเป็น 4 ช่วง ช่วงแรก (รัชกาลที่ 1–3) เน้นฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงครามและป้องกันประเทศ
  • ช่วงใดที่ไทยเริ่มปรับตัวกับชาติตะวันตก และทำอะไรเป็นหลัก — ช่วงรัชกาลที่ 4–5 ใช้การเจริญสัมพันธไมตรีและการเจรจาแทนการรบ จึงรักษาเอกราชไว้ได้ขณะที่ชาติอื่นในภูมิภาคตกเป็นเมืองขึ้น
  • ปัจจัยด้าน «ทำเลที่ตั้ง» ช่วยให้ไทยเจริญรุ่งเรืองอย่างไร — ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาปลูกข้าวได้มากจนเหลือขาย ส่วนแม่น้ำและทะเลเป็นเส้นทางคมนาคมและค้าขายที่สะดวก

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A[รัชกาลที่ 1-3<br/>ฟื้นฟูและป้องกันบ้านเมือง] --> B[รัชกาลที่ 4-5<br/>ปรับตัว ปฏิรูป และเปิดรับวิทยาการตะวันตก]
    B --> C[รัชกาลที่ 6-7<br/>ส่งเสริมการศึกษาและคลี่คลายสู่การปกครองแบบใหม่]
    C --> D[รัชกาลที่ 8 เป็นต้นมา<br/>พัฒนาประเทศ]
    D --> E[ประเทศไทยในปัจจุบัน]

คำบรรยายภาพ: แผนผังแสดงพัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์โดยสังเขป แบ่งเป็นสี่ช่วงเรียงลำดับ คือ ช่วงฟื้นฟูและป้องกันบ้านเมืองในรัชกาลที่ 1–3 ช่วงปรับตัว ปฏิรูป และเปิดรับวิทยาการตะวันตกในรัชกาลที่ 4–5 ช่วงส่งเสริมการศึกษาและคลี่คลายสู่การปกครองแบบใหม่ในรัชกาลที่ 6–7 และช่วงพัฒนาประเทศตั้งแต่รัชกาลที่ 8 จนถึงปัจจุบัน

ภาพไทม์ไลน์ 4 ช่วงของพัฒนาการไทยสมัยรัตนโกสินทร์

คำบรรยายภาพ: ภาพไทม์ไลน์แนวนอนแบ่งสมัยรัตนโกสินทร์เป็นสี่ช่วงเรียงตามเวลา ช่วงแรกคือฟื้นฟูและป้องกันบ้านเมือง ช่วงที่สองคือปรับตัว ปฏิรูป และเปิดรับวิทยาการตะวันตก ช่วงที่สามคือส่งเสริมการศึกษาและคลี่คลายสู่การปกครองแบบใหม่ และช่วงที่สี่คือพัฒนาประเทศ โดยแต่ละช่วงมีภาพแทนเหตุการณ์เด่น เช่น การสร้างกรุง สนธิสัญญาเบาว์ริง การเลิกทาส และการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

เรื่องย่อยที่ 4

ภูมิปัญญาไทยสมัยรัตนโกสินทร์

องค์ความรู้

  • ภูมิปัญญาไทย คือความรู้ ความคิด และวิธีทำที่คนไทยคิดขึ้นเอง หรือรับจากที่อื่นแล้วปรับให้เข้ากับชีวิตไทยจนเป็นแบบของเรา แล้วถ่ายทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
  • ภูมิปัญญาไทยสมัยรัตนโกสินทร์ จำแนกเป็นด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้
ด้าน ตัวอย่างภูมิปัญญา
สถาปัตยกรรม วัดพระศรีรัตนศาสดาราม · พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม · วัดเบญจมบพิตรที่ใช้หินอ่อนทั้งหลัง
จิตรกรรมและประติมากรรม จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธประวัติ รามเกียรติ์ และวิถีชีวิตคนในยุคนั้น · พระพุทธรูปและงานแกะสลักฝีมือช่างหลวง
วรรณคดี รามเกียรติ์ (รัชกาลที่ 1) · อิเหนา (รัชกาลที่ 2) · พระอภัยมณีและนิราศของสุนทรภู่ · ขุนช้างขุนแผน
ดนตรีและนาฏศิลป์ โขน ละครไทย และวงปี่พาทย์ · โขนขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติโดยยูเนสโก เมื่อ พ.ศ. 2561
หัตถศิลป์ เครื่องเบญจรงค์ · เครื่องถม · เครื่องเงิน · งานประดับมุก · เครื่องจักสาน · ผ้าทอพื้นเมือง
การแพทย์แผนไทย ตำรายาสมุนไพรและท่าบริหารกายที่วัดพระเชตุพน · การนวดไทย ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติโดยยูเนสโก เมื่อ พ.ศ. 2562
อาหารและขนมไทย แกงและน้ำพริกนานาชนิดที่ปรุงจากของในท้องถิ่น · ขนมไทยอย่างทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง ซึ่งรับแบบอย่างจากต่างชาติมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แล้วคนไทยดัดแปลงเป็นขนมของเราและสืบทอดมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์
ประเพณีและพระราชพิธี พระราชพิธีสำคัญของบ้านเมือง และประเพณีที่ชุมชนสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
  • ภูมิปัญญาไทยมีค่าตรงไหน — เป็นความรู้ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ใช้วัสดุในท้องถิ่น และแสดงความเป็นไทยได้ชัดเจน
  • วิธีอนุรักษ์ที่เด็ก ป.6 ทำได้ — เรียนรู้เรื่องราวของสิ่งนั้น · ใช้ของไทยและภูมิปัญญาไทยในชีวิตประจำวัน เช่น สวมผ้าไทยในโอกาสสำคัญ กินขนมไทย เล่นดนตรีไทย · ชมโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์อย่างมีมารยาท ไม่ขีดเขียนหรือทำลาย · ช่วยบอกเล่าให้คนอื่นรู้จัก
  • ภูมิปัญญาไทยยุคก่อนรัตนโกสินทร์ (ก่อนสุโขทัย สุโขทัย อยุธยา และธนบุรี) อยู่ใน so-thaihist.md หัวข้อ so-thaihist-05

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เพราะเหตุใดขนมทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง จึงนับเป็นภูมิปัญญาไทย ทั้งที่ได้แบบอย่างจากต่างชาติ — เพราะคนไทยรับความรู้เรื่องไข่และน้ำตาลมาจากต่างชาติ แล้วประดิษฐ์วิธีทำ ตั้งชื่อ และสืบทอดกันมาจนเป็นขนมไทยที่ใช้ในงานบุญงานมงคล การดัดแปลงให้เป็นของตัวเองคือหัวใจของภูมิปัญญา
  • เห็นเพื่อนขีดเขียนชื่อลงบนผนังโบราณสถาน ควรทำอย่างไร — ห้ามปรามอย่างสุภาพ อธิบายว่าโบราณสถานเป็นภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนที่ซ่อมใหม่ไม่ได้ แล้วแจ้งครูหรือเจ้าหน้าที่
  • การนวดไทยจัดเป็นภูมิปัญญาด้านใด และเรียนไว้ได้ไหม — ด้านการแพทย์แผนไทยที่สืบทอดกันมานาน เรียนไว้ได้และมีประโยชน์ แต่ต้องฝึกกับผู้ที่ชำนาญจริงเพื่อความปลอดภัย
  • โขนต่างจากละครไทยอย่างไรในแง่ «ภูมิปัญญา» — โขนเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่แสดงเรื่องราวด้วยท่ารำและเครื่องแต่งกายตามตัวละคร ส่วนละครไทยแสดงบทบาทและอารมณ์ของตัวละคร ทั้งสองแบบล้วนเป็นวิธีแสดงที่คนไทยคิดขึ้นและสืบทอดต่อกันมา

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((ภูมิปัญญาไทยสมัยรัตนโกสินทร์))
    สถาปัตยกรรม
      วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
      พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม
    จิตรกรรมและประติมากรรม
      จิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติและรามเกียรติ์
    วรรณคดี
      รามเกียรติ์และอิเหนา
      พระอภัยมณีของสุนทรภู่
    ดนตรีและนาฏศิลป์
      โขนและละครไทย
    หัตถศิลป์
      เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถม เครื่องเงิน
      งานประดับมุกและเครื่องจักสาน
    การแพทย์แผนไทย
      ตำรายาสมุนไพรที่วัดพระเชตุพน
      ท่าบริหารกายและนวดไทย
    อาหารและขนมไทย
      แกงและน้ำพริก
      ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดรวบรวมภูมิปัญญาไทยสมัยรัตนโกสินทร์ แบ่งเป็นเจ็ดด้าน ได้แก่ สถาปัตยกรรม จิตรกรรมและประติมากรรม วรรณคดี ดนตรีและนาฏศิลป์ หัตถศิลป์ การแพทย์แผนไทย และอาหารกับขนมไทย พร้อมตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในแต่ละด้าน เช่น วัดอรุณราชวราราม พระอภัยมณีของสุนทรภู่ โขน เครื่องเบญจรงค์ และขนมทองหยิบ

ภาพตัวอย่างภูมิปัญญาไทยสมัยรัตนโกสินทร์ 6 ด้าน

คำบรรยายภาพ: ภาพรวมตัวอย่างภูมิปัญญาไทยหกด้าน ได้แก่ สถาปัตยกรรมจากพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ วรรณคดีไทย หุ่นโขนในเครื่องแต่งกายเต็มชุด เครื่องเบญจรงค์กับเครื่องถม และขนมไทยอย่างทองหยิบและฝอยทอง

ข้อควรระวัง

  • อย่าสลับ 2310 กับ 2325 — 2310 คือปีที่กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 และเป็นปีที่สถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีแห่งใหม่ · 2325 คือปีสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
  • เทียบศักราชให้ลบ 543 เสมอ — ค.ศ. = พ.ศ. − 543 (2325 = ค.ศ. 1782) อย่าเผลอบวกเพิ่ม
  • แยกผลงานรัชกาลที่ 4 ออกจากรัชกาลที่ 5 — สนธิสัญญาเบาว์ริงและดาราศาสตร์เป็นของรัชกาลที่ 4 · การเลิกทาส ปฏิรูปกระทรวง และมณฑลเทศาภิบาลเป็นของรัชกาลที่ 5
  • การเลิกทาสใช้เวลาเกือบ 30 ปี (พ.ศ. 2417–2448) ไม่ได้ประกาศเลิกในครั้งเดียว และการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เกิดในรัชกาลที่ 7 ไม่ใช่รัชกาลที่ 6
  • ภูมิปัญญาไทยไม่ใช่ «ของที่ทำตามชาติอื่นทั้งดุ้น» — อะไรก็ตามที่รับมาแล้วคนไทยดัดแปลงจนเป็นแบบของตัวเองและสืบทอดกันมา ก็นับเป็นภูมิปัญญาไทย
  • ระวังการเหมารวมว่า «บุคคลนั้นทำเฉพาะด้านเดียว» — บุคคลหรือรัชกาลเดียวกันมีผลงานได้หลายด้าน ต้องอ่านโจทย์ให้ชัดว่าถามด้านใด

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/สังคมศึกษา.csv (ลำดับ 67–70)
  • ขอบเขตและหลักฐานรายเรื่อง: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md — §2.2 สาระ 4 («ผลงานของบุคคลสำคัญด้านต่าง ๆ สมัยรัตนโกสินทร์» ออกบ่อย ติวเตอร์เน้น · หลักฐาน [MKD] [CT-BLOG])
  • พระราชกรณียกิจด้านศาสนาของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (บูรณะวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วิหารคดวัดพระเชตุพน หอพระมณเฑียรธรรม วัดชนะสงคราม วัดสังเวชวิศยาราม) และปีสวรรคต พ.ศ. 2346: finearts.go.th — ../_ref/SOURCES.md
  • ตัวชี้วัด ป.6: ส 4.3 ป.6/1 · ส 4.3 ป.6/2 · ส 4.3 ป.6/3 · ส 4.3 ป.6/4 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — ไฟล์ ../_ref/social-2551-drive.pdf (https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5Z202Wmw5S1dvOGM)
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้าฮับรวมหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • หมายเหตุความมั่นใจ: บางเรื่องย่อยในไฟล์นี้มีแหล่งยืนยันเดียว — ต้องหาแหล่งยืนยันเพิ่มก่อนใช้ตั้งข้อสอบ

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?