กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สังคมศึกษาระดับ ป.4–ป.6ป.4–ป.6

พัฒนาการของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์

อ่านทำไม

เรื่องราวของมนุษย์เริ่มก่อนที่จะมี «หนังสือ» เสียอีก — ช่วงที่ยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเราเรียกว่ายุคก่อนประวัติศาสตร์ และมนุษย์ในยุคนั้นทิ้งร่องรอยไว้ให้เราสืบจากเครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา โครงกระดูก และภาพเขียนบนผนังถ้ำ พอรู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษร มนุษย์จึงเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองได้ ยุคประวัติศาสตร์จึงเริ่มต้นขึ้น การแยกให้ออกว่ายุคใดมาก่อน–มาหลัง และอะไรเป็นเกณฑ์แบ่งยุค เป็นพื้นฐานของวิชาประวัติศาสตร์ทั้งหมด ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบถามลำดับยุค ลักษณะการดำรงชีวิตของแต่ละยุค และหลักฐานโบราณคดีในไทยอย่างบ้านเชียง

เรื่องย่อยที่ 1

ยุคก่อนประวัติศาสตร์ (ยุคหินและยุคโลหะ)

องค์ความรู้

  • ยุคก่อนประวัติศาสตร์ คือช่วงเวลาก่อนที่มนุษย์จะรู้จัก การบันทึกเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษร มนุษย์ในยุคนี้ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการปรับตัวเข้ากับธรรมชาติเป็นหลัก
  • เกณฑ์ที่ใช้แบ่งยุค คือ วัสดุที่นำมาทำเครื่องมือเครื่องใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังเหลือเป็นหลักฐานถึงเรามากที่สุด จึงแบ่งเป็น ยุคหิน (ใช้หิน) แล้วต่อด้วย ยุคโลหะ (รู้จักทำและใช้โลหะ)
  • ยุคหิน แบ่งเป็น 3 สมัยย่อย เรียงจากเก่าไปใหม่
สมัย เครื่องมือ การดำรงชีวิต ที่อยู่
ยุคหินเก่า ขวานหินกะเทาะ หินกะเทาะเป็นชิ้นหยาบ ๆ ล่าสัตว์ หาของป่า ยังไม่ปลูกพืช ไม่เลี้ยงสัตว์ เร่ร่อน อาศัยในถ้ำหรือเพิงผา
ยุคหินกลาง หินกะเทาะขนาดเล็กลง ทำเป็นมีดและหอก ยังล่าสัตว์และหาของป่า แต่เริ่มจับปลาและสัตว์น้ำ ยังเร่ร่อนและอาศัยในถ้ำ
ยุคหินใหม่ ขวานหินขัด ซึ่งเรียบและคมกว่าแบบกะเทาะ เริ่ม ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ทำเครื่องปั้นดินเผา รู้จักทอผ้า ตั้งถิ่นฐานถาวรเป็นหมู่บ้าน
  • ยุคโลหะ แบ่งเป็น 2 สมัย — ยุคสำริด (หล่อทองแดงผสมดีบุก) มาก่อน แล้วจึงยุคเหล็ก ซึ่งเป็นโลหะที่แข็งกว่าและใช้ทำเครื่องมือได้ทนกว่า
  • เมื่อรู้จักหล่อโลหะ ชีวิตเปลี่ยนไปมาก — เครื่องมือทำเกษตรและเครื่องมือช่างดีขึ้น มีเครื่องประดับและอาวุธ ชุมชนขยายใหญ่ขึ้น และเริ่มมีการแลกเปลี่ยนของกันระหว่างชุมชน
  • ยุคก่อนประวัติศาสตร์ของแต่ละภูมิภาคสิ้นสุดไม่พร้อมกัน เพราะแต่ละแห่งประดิษฐ์ตัวอักษรและเริ่มจดบันทึกไม่พร้อมกัน
  • หลักฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ที่ครูมักยกเป็นตัวอย่าง
    • บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี — แหล่งโบราณคดีชื่อดังที่สุดของไทย พบโครงกระดูกมนุษย์ เครื่องปั้นดินเผาเขียนลายสีแดง และกำไลสำริด จึงเป็นหลักฐานสำคัญของอารยธรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์
    • แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี — พบโครงกระดูกมนุษย์และเครื่องมือเครื่องใช้ มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำอยู่ที่แหล่ง
    • ถ้ำผีแมน จังหวัดแม่ฮ่องสอน — มีร่องรอยการอยู่อาศัยและฝังศพของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
    • ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี — ภาพเขียนบนผนังหินที่มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์เขียนเล่าเรื่องราวในชีวิตของตน
  • หลักฐานชิ้นเดียวบอกได้ไม่หมด — นักโบราณคดีจึงต้องนำหลักฐานหลายชิ้นจากหลายแหล่งมาเทียบกัน แล้วจึงสรุปวิถีชีวิตของคนในยุคนั้น

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เรียงลำดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ให้ถูกต้อง — ยุคหินเก่า → ยุคหินกลาง → ยุคหินใหม่ → ยุคโลหะ (สำริด → เหล็ก) · สังเกตเกณฑ์ง่าย ๆ ว่ายุคหินใช้หินล้วน ๆ ส่วนยุคโลหะรู้จักหล่อหลอมโลหะแล้ว
  • ขุดพบขวานหินที่ผิวเรียบเพราะถูกขัดมาแล้ว และพบเศษภาชนะดินเผาในหมู่บ้านเดียวกัน ควรจัดอยู่ในสมัยใด — ยุคหินใหม่ เพราะขวานหินขัดและเครื่องปั้นดินเผาเป็นของคู่กับสังคมที่เริ่มตั้งถิ่นฐานและปลูกพืชเลี้ยงสัตว์
  • ที่บ้านเชียงพบกำไลสำริดและเครื่องปั้นดินเผาเขียนลายสีแดง แสดงว่าชุมชนนี้อยู่ในยุคใด — ยุคโลหะ เพราะสำริดเป็นโลหะผสมที่ต้องรู้จักถลุงและหล่อก่อนจึงจะทำได้
  • ทำไมมนุษย์ยุคหินใหม่จึงตั้งถิ่นฐานเป็นหมู่บ้านถาวรได้ ทั้งที่ยุคหินเก่ายังต้องเร่ร่อน — เพราะยุคหินใหม่รู้จักปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ อาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตามหาตามธรรมชาติอย่างเดียว จึงอยู่ที่เดิมได้นาน ๆ และสร้างบ้านเรือนถาวรได้
  • ทำไมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแต่ละภูมิภาคจึงไม่สิ้นสุดพร้อมกัน — เพราะการประดิษฐ์ตัวอักษรไม่ได้เกิดขึ้นที่เดียวและเวลาเดียวกัน ท้องถิ่นที่เริ่มจดบันทึกก่อนจึงเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ก่อน

ภาพและไดอะแกรม

timeline
    title ลำดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ของมนุษย์
    ยุคหินเก่า : ล่าสัตว์ หาของป่า ใช้ขวานหินกะเทาะ เร่ร่อนอาศัยถ้ำ
    ยุคหินกลาง : เริ่มจับปลาและสัตว์น้ำ ใช้หินกะเทาะขนาดเล็กลง
    ยุคหินใหม่ : ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำเครื่องปั้นดินเผา ขวานหินขัด ตั้งถิ่นฐานถาวร
    ยุคโลหะ : ยุคสำริดก่อน แล้วต่อด้วยยุคเหล็ก รู้จักหล่อโลหะ มีการแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชน

คำบรรยายภาพ: เส้นเวลาลำดับยุคก่อนประวัติศาสตร์ เริ่มจากยุคหินเก่าที่มนุษย์ล่าสัตว์และเร่ร่อน ยุคหินกลางที่เริ่มจับสัตว์น้ำ ยุคหินใหม่ที่เริ่มปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และตั้งถิ่นฐานถาวร จนถึงยุคโลหะที่รู้จักหล่อสำริดและเหล็ก ตามด้วยการแลกเปลี่ยนของระหว่างชุมชน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสังคมที่ซับซ้อนขึ้น

ภาพเครื่องมือเครื่องใช้ยุคก่อนประวัติศาสตร์เรียงตามลำดับยุค หินกะเทาะ ขวานหินขัด หม้อดินเผา และกำไลสำริด

คำบรรยายภาพ: ภาพเครื่องมือเครื่องใช้ยุคก่อนประวัติศาสตร์เรียงจากซ้ายไปขวาตามลำดับเวลา โดยเริ่มจากหินกะเทาะเนื้อหยาบของยุคหินเก่า สะเก็ดหินที่ทำเป็นมีดของยุคหินกลาง ขวานหินขัดกับภาชนะดินเผาของยุคหินใหม่ และกำไลสำริดของยุคโลหะ ช่วยให้เห็นว่าวัสดุและฝีมือการทำของมนุษย์พัฒนาขึ้นตามยุค

เรื่องย่อยที่ 2

ยุคประวัติศาสตร์และการบันทึกเรื่องราว

องค์ความรู้

  • ยุคประวัติศาสตร์ คือยุคที่มนุษย์ บันทึกเรื่องราวของตัวเองเป็นลายลักษณ์อักษร แล้ว จึงมี «เรื่องที่เล่าไว้» ให้คนรุ่นหลังอ่านและตรวจสอบได้
  • เกณฑ์เดียวที่ใช้แบ่ง ระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์กับยุคประวัติศาสตร์คือ การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่ความเจริญด้านอื่น
  • ยุคประวัติศาสตร์เริ่มไม่พร้อมกันในแต่ละภูมิภาคของโลก
    • เมโสโปเตเมีย ดินแดนระหว่างแม่น้ำไทกริสกับแม่น้ำยูเฟรติส เป็นที่ที่มีการประดิษฐ์ตัวอักษรใช้เป็นแห่งแรก ๆ ของโลก โดยชาวสุเมเรียนใช้อักษรเป็นรูปลิ่ม
    • อียิปต์ ใช้ อักษรภาพ เขียนเรื่องราวและจดบันทึกพิธีกรรมไว้บนผนังและกระดาษพาไพรัส
    • จีน ก็มีอักษรภาพของตัวเอง และใช้บันทึกเหตุการณ์และราชวงศ์ต่าง ๆ เป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกัน
  • ในดินแดนไทย หลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ครูมักใช้เป็นจุดอ้างอิงคือ จารึกในสมัยสุโขทัย โดยเฉพาะ จารึกพ่อขุนรามคำแหง (เรียกอีกชื่อว่าจารึกหลักที่ 1) ซึ่งเขียนข้อความลงบนแผ่นหิน เนื้อหาบอกชื่อบุคคล ชื่อเมือง และเรื่องราวในสมัยนั้น
  • ก่อนมีจารึกของไทยเอง เรื่องราวของดินแดนแถบนี้ยังเหลืออยู่ในบันทึกของคนอื่น เช่น จดหมายเหตุของจีน และบันทึกของพ่อค้านักเดินทางที่ผ่านมา จึงใช้เป็นหลักฐานประกอบการศึกษายุคก่อนการก่อตั้งอาณาจักรได้
  • หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น จารึก จดหมายเหตุ จดหมายส่วนตัว บันทึกราชการ และหนังสือพิมพ์เก่า ให้ข้อมูลต่างจากหลักฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน — บอก ชื่อคน ชื่อสถานที่ เวลา และสาเหตุ ของเหตุการณ์ได้ตรงกว่า
  • การเทียบศักราช ที่ใช้กันในประวัติศาสตร์ — ค.ศ. เป็นการนับปีสากล · พ.ศ. เป็นการนับปีแบบไทย โดย พ.ศ. = ค.ศ. + 543 (ดูคลังคำ: 2310 = ค.ศ. 1767 · 2569 = ค.ศ. 2026)
  • ยุคประวัติศาสตร์ทำให้เราตรวจสอบอดีตได้ เพราะเมื่อมีบันทึก เราก็เทียบบันทึกหลายฉบับได้ และแยกได้ว่าตอนใดเป็นข้อเท็จจริง ตอนใดเป็นความเห็นของผู้บันทึก

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ทำไมจึงเรียกยุคหลังการประดิษฐ์ตัวอักษรว่า «ยุคประวัติศาสตร์» — เพราะ «ประวัติศาสตร์» คือเรื่องราวของมนุษย์ในอดีตที่ยืนยันด้วยหลักฐาน เมื่อมนุษย์เขียนเล่าเหตุการณ์เอง เราจึงมีหลักฐานลายลักษณ์อักษรให้สืบได้ ไม่ใช่เดาจากเครื่องมือเครื่องใช้เพียงอย่างเดียว
  • จารึกให้ข้อมูลอะไรที่เครื่องมือหินให้ไม่ได้ — จารึกบอกชื่อบุคคล ชื่อเมือง ปี และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น ใครสร้างเมืองใด ส่วนเครื่องมือหินบอกได้เพียงว่าคนในยุคนั้นใช้ของอย่างไร
  • พ.ศ. 2310 ตรงกับ ค.ศ. ใด — ใช้ ค.ศ. = พ.ศ. − 543 ได้ 2310 − 543 = ค.ศ. 1767 · กลับกัน ถ้าอ่านเจอ ค.ศ. 1767 แล้วอยากรู้เป็น พ.ศ. ให้บวก 543
  • นักเรียนพบหนังสือที่บอกว่า «สุโขทัยเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด» ควรใช้ทันทีหรือไม่ — ยังไม่ควร เพราะประโยคนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ต้องหาหลักฐานยืนยันเรื่องที่เล่า เช่น จารึกหรือหลักฐานโบราณคดี ก่อนนำไปสรุป แล้วจึงแยกให้ชัดว่าตอนใดเป็นข้อเท็จจริง ตอนใดเป็นความเห็น
  • ทำไมจึงบอกว่า «ยุคประวัติศาสตร์ของแต่ละท้องถิ่นเริ่มไม่พร้อมกัน» — เพราะเกณฑ์คือการรู้จักเขียนบันทึก ท้องถิ่นที่ประดิษฐ์ตัวอักษรก่อนจึงเริ่มยุคประวัติศาสตร์ก่อน เช่น โลกตะวันออกกลางเริ่มก่อนดินแดนไทย

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A[ยุคก่อนประวัติศาสตร์<br/>ยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร<br/>สืบเรื่องราวจากโบราณวัตถุและร่องรอยในถ้ำ]
    B[การประดิษฐ์ตัวอักษร<br/>รู้จักจดบันทึกเรื่องราว]
    C[ยุคประวัติศาสตร์<br/>มีจารึก จดหมายเหตุ บันทึกเหตุการณ์<br/>สืบเรื่องราวจากลายลักษณ์อักษร]
    A -->|เกณฑ์แบ่งยุค| B
    B --> C
    C --> D[ชื่อบุคคล ชื่อเมือง เวลา และสาเหตุของเหตุการณ์<br/>ตรวจสอบย้อนกลับได้]

คำบรรยายภาพ: แผนผังเส้นแบ่งระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์กับยุคประวัติศาสตร์ โดยใช้เกณฑ์เดียวคือการประดิษฐ์ตัวอักษร ด้านซ้ายมือเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เราสืบเรื่องราวจากโบราณวัตถุ ด้านขวามือเป็นยุคประวัติศาสตร์ที่เรามีจารึกและจดหมายเหตุ ซึ่งบอกชื่อบุคคล ชื่อเมือง เวลา และสาเหตุของเหตุการณ์ได้ จึงตรวจสอบย้อนกลับได้

ยุค เกณฑ์แบ่ง หลักฐานที่ใช้สืบเรื่องราว ตัวอย่างในไทย
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร โบราณวัตถุ เครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา โครงกระดูก ภาพเขียนสี บ้านเชียง · บ้านเก่า · ถ้ำผีแมน · ผาแต้ม
ยุคประวัติศาสตร์ มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว จารึก จดหมายเหตุ จดหมาย บันทึกของพ่อค้าและทูตต่างชาติ จารึกพ่อขุนรามคำแหง · จดหมายเหตุของจีน

คำบรรยายภาพ: ตารางเปรียบเทียบสองยุคตามเกณฑ์การบันทึกเรื่องราว ยุคก่อนประวัติศาสตร์สืบเรื่องจากโบราณวัตถุที่ขุดพบ ส่วนยุคประวัติศาสตร์สืบเรื่องจากหลักฐานลายลักษณ์อักษร จึงได้ข้อมูลเรื่องชื่อบุคคล เวลา และเหตุการณ์ที่ชัดเจนกว่า

ภาพเส้นแบ่งยุคก่อนประวัติศาสตร์กับยุคประวัติศาสตร์ โดยมีจารึกหินเป็นจุดกลาง

คำบรรยายภาพ: ภาพเปรียบเทียบสองยุคโดยมีแผ่นจารึกหินอยู่กลางภาพ ด้านซ้ายเป็นเครื่องมือหินและภาชนะดินเผาซึ่งเป็นหลักฐานของยุคก่อนประวัติศาสตร์ ด้านขวาเป็นจดหมายเหตุและอุปกรณ์เขียนซึ่งเป็นหลักฐานของยุคประวัติศาสตร์ สื่อให้เห็นว่าการประดิษฐ์ตัวอักษรคือเส้นแบ่งระหว่างสองยุค

ข้อควรระวัง

  • ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไม่ใช่ «ยุคที่คนทำอะไรไม่เป็น» — การเลือกหินให้เหมาะกับงาน ขึ้นรูปเป็นขวาน และรู้จักใช้ไฟ ล้วนเป็นความรู้ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
  • อย่าสลับลำดับยุค — ยุคหินมาก่อนยุคโลหะเสมอ และในยุคโลหะ สำริดมาก่อนเหล็ก · เรียงให้ถูกคือ หินเก่า → หินกลาง → หินใหม่ → โลหะ
  • ยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์ของแต่ละภูมิภาคไม่เริ่มและไม่สิ้นสุดพร้อมกัน — จึงเทียบเวลาของสองภูมิภาคด้วยชื่อยุคตรง ๆ ไม่ได้ ต้องดูช่วงเวลาประกอบด้วย
  • «ยุคหินใหม่» ต่างจาก «ยุคหินเก่า» ตรงวิธีทำเครื่องมือ — ยุคหินเก่าใช้วิธีกะเทาะ ส่วนยุคหินใหม่ใช้วิธีขัดให้เรียบและคม จึงมักพบขวานหินขัดในยุคหินใหม่
  • โบราณวัตถุเล่าเรื่องได้จำกัด — เครื่องมือหินบอกได้ว่าในยุคนั้นใช้ของอะไร แต่ไม่ได้บอกชื่อคนหรือปีที่เกิดเหตุการณ์ จึงต้องใช้หลักฐานหลายชิ้นประกอบกัน และระวังอย่าเดาเกินหลักฐาน
  • การจะบอกว่าท้องถิ่นหนึ่งเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์แล้ว ต้องมีหลักฐานลายลักษณ์อักษรของท้องถิ่นนั้นหรือบันทึกของคนอื่นที่กล่าวถึง ไม่ใช่ดูจากความเจริญด้านอื่น

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/สังคมศึกษา.csv (ลำดับ 51–52)
  • ตัวชี้วัด ป.6: เรื่องนี้ไม่มีตัวชี้วัดตรงในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ชั้น ป.6 (สาระประวัติศาสตร์ ป.6 ตามตัวชี้วัด ส 4.3 ครอบคลุมสมัยรัตนโกสินทร์) — ../_ref/p6-indicators.md
  • แหล่งติวเตอร์ยืนยันว่า «พัฒนาการของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์» «ออกบ่อย» แต่มีแหล่งยืนยันเดียว [MKD] จึงเขียนเฉพาะหลักการมาตรฐานตามหลักสูตร — ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §2.2 (สาระ 4 ประวัติศาสตร์)
  • คลังคำ: «บ้านเชียง» — ใช้คำว่า อารยธรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ «อารยธรรมร่วมสมัยก่อนประวัติศาสตร์» (datas/glossary.csv)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — ไฟล์ ../_ref/social-2551-drive.pdf (https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5Z202Wmw5S1dvOGM)
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้าฮับรวมหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • หมายเหตุความมั่นใจ: เรื่องย่อยในไฟล์นี้ยืนยันได้แหล่งเดียว — ต้องหาแหล่งยืนยันเพิ่มก่อนใช้ตั้งข้อสอบ

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?