กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สังคมศึกษาระดับ ป.4–ป.6ป.4–ป.6

สิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงได้รับ

สารบัญเรื่องย่อย (1 เรื่อง)

อ่านทำไม

หัวข้อนี้ชี้ให้เด็ก ป.6 เห็นว่า «สิทธิ» ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เด็กทุกคนพึงได้รับตั้งแต่เกิด ทั้งการได้เรียน การได้รับการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย และการได้พูดแสดงความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบยกสถานการณ์ในบ้าน โรงเรียน หรือบนโทรศัพท์มือถือ แล้วถามว่า «กรณีนี้ล่วงละเมิดสิทธิหรือไม่» หรือ «ควรขอความช่วยเหลือจากใคร» เด็กที่เข้าใจว่าสิทธิมาคู่กับหน้าที่และต้องไม่ไปล้ำสิทธิของผู้อื่น จะตอบแนวสถานการณ์ได้ดีกว่าการท่องชื่อสิทธิ

เรื่องย่อยที่ 1

สิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงได้รับ

องค์ความรู้

  • สิทธิ คือประโยชน์ที่กฎหมายและสังคมรับรองว่าเด็กทุกคนพึงได้รับ ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องแลก และเด็กทุกคนได้รับเท่ากัน ไม่เลือกปฏิบัติเพราะความต่างด้านเพศ อายุ ศาสนา ภาษา ฐานะของครอบครัว หรือถิ่นที่อยู่
  • สังคมไทยและประเทศส่วนใหญ่ในโลกยอมรับ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ ซึ่งวางหลักไว้ว่าเด็กไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้ใหญ่ และแบ่งสิทธิของเด็กออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่
    • สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่รอดและพัฒนา — ได้อาหาร ที่อยู่ และการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย
    • สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา — ได้รับการศึกษา ได้เล่น ได้พักผ่อน และได้เรียนรู้ตามวัย
    • สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง — ปลอดจากความรุนแรง การทอดทิ้ง การใช้แรงงาน และการใช้เด็กในทางที่ไม่ดี
    • สิทธิที่จะมีส่วนร่วม — เด็กแสดงความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเองได้ และผู้ใหญ่ควรรับฟัง
  • สิทธิพื้นฐานที่เด็ก ป.6 ใช้จริงในชีวิตประจำวันมีหลายด้าน
ด้าน เด็กพึงได้รับ
ตัวตน มีชื่อ นามสกุล และสัญชาติ ได้รับการจดทะเบียนแรกเกิด
การศึกษา ได้เข้าเรียน ได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้ตามวัย และได้รับการช่วยเหลือเมื่อเรียนช้ากว่าเพื่อน
สุขภาพ ได้รับการดูแลเมื่อป่วย ได้รับภูมิคุ้มกันตามวัย และได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
ความปลอดภัย ปลอดจากการทำร้ายร่างกาย การข่มขู่ การกลั่นแกล้ง และการล่วงละเมิด
ความเป็นส่วนตัว ภาพ ถ้อยคำ และข้อมูลส่วนตัวของเด็กไม่ควรถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต
การแสดงออก เล่าเรื่องที่เกิดขึ้น แสดงความเห็น และขอความช่วยเหลือได้โดยไม่ถูกขู่หรือถูกแกล้งตอบ
ความเสมอภาค ได้รับการปฏิบัติเหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่ถูกกีดกันเพราะความต่าง
  • พัฒนาการของเด็กทำให้ต้องมีสิทธิพิเศษกว่าผู้ใหญ่ — เพราะเด็กยังช่วยเหลือตัวเองได้ไม่เต็มที่ เจ็บป่วยได้ง่าย และยังไม่รู้วิธีป้องกันตัว กฎหมายจึงกำหนดให้เด็กต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
  • สิทธิมาคู่กับหน้าที่เสมอ — เด็กมีหน้าที่ตั้งใจเรียน ช่วยงานบ้านตามวัย ปฏิบัติตามกฎของบ้านและโรงเรียน รับผิดชอบสิ่งที่ตนทำ และไม่ละเมิดสิทธิของเพื่อน เช่น ไม่แซว ไม่แย่งของ และไม่ทิ้งภาระให้คนอื่น
  • เมื่อสิทธิถูกละเมิด ควรทำเป็นขั้นตอน — บอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เช่น ผู้ปกครองหรือครู · เล่าเหตุการณ์ตามจริงว่าอะไรเกิดขึ้น เมื่อไร และใครเกี่ยวข้อง · เก็บหลักฐานที่พอมี เช่น ข้อความหรือภาพหน้าจอ · ถ้าเป็นเรื่องร้ายแรง ผู้ใหญ่สามารถพาไปแจ้งหน่วยงานที่ดูแลเด็กและเยาวชนหรือตำรวจได้
  • การขอยื่นความช่วยเหลือไม่ใช่การฟ้อง — เป็นสิทธิของเด็กที่จะได้รับการคุ้มครอง และผู้ใหญ่ที่ทำร้ายเด็กเป็นฝ่ายผิด ไม่ใช่เด็ก

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เพื่อนแชร์ภาพถ่ายของเพื่อนอีกคนในกลุ่มสนทนาโดยไม่ได้ขออนุญาต — เป็นการล้ำสิทธิความเป็นส่วนตัว ควรบอกเพื่อนให้ลบและไม่แชร์ต่อ ถ้าไม่หยุดให้แจ้งครู
  • เพื่อนถูกพี่ที่บ้านทำร้ายร่างกายจนเป็นรอยฟกช้ำ — เด็กมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง ควรบอกครูหรือผู้ปกครองของเพื่อนทันที ไม่ช่วยปิดเรื่องเพราะกลัวเพื่อนโกรธ
  • พ่อแม่อยากให้ลาออกจากโรงเรียนไปช่วยขายของที่ตลาดทุกวันจนไม่ได้เรียน — การศึกษาคือสิทธิที่เด็กพึงได้รับ ควรปรึกษาครูหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เพื่อหาทางช่วยให้ได้เรียนต่อโดยไม่ทิ้งภาระครอบครัว
  • นักเรียนอยากให้โรงเรียนเลือกสถานที่ทัศนศึกษา ครูเปิดให้โหวตและรับฟังความเห็น — เป็นตัวอย่างที่ดีของการส่งเสริม «สิทธิที่จะมีส่วนร่วม» ซึ่งต่างจากการทำตามใจทุกอย่าง เพราะผู้ใหญ่ยังต้องดูความปลอดภัยและงบประมาณของโรงเรียน
  • เพื่อนล้อว่า «มาจากโรงเรียนเล็ก ต้องโง่กว่าแน่ ๆ» — เป็นการเลือกปฏิบัติด้วยความต่างของโรงเรียน เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการปฏิบัติเท่ากัน ควรบอกเพื่อนให้หยุดและแจ้งครูถ้ายังทำต่อ

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    R[สิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงได้รับ] --> A[สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่รอดและพัฒนา<br/>อาหาร · ที่อยู่ · การรักษาพยาบาล]
    R --> B[สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา<br/>การศึกษา · การเล่น · การพักผ่อน]
    R --> C[สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง<br/>ปลอดจากความรุนแรง · การใช้แรงงาน]
    R --> D[สิทธิที่จะมีส่วนร่วม<br/>แสดงความเห็นในเรื่องของตนเอง]
    R --> E[หน้าที่ที่มาคู่กับสิทธิ<br/>ตั้งใจเรียน · ปฏิบัติตามกฎ · ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น]

คำบรรยายภาพ: แผนผังสิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงได้รับแบ่งเป็น 4 กลุ่มตามหลักของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ได้แก่ สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่รอดและพัฒนา สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง และสิทธิที่จะมีส่วนร่วม พร้อมทั้งโยงมาที่หน้าที่ของเด็กซึ่งต้องทำคู่กันเสมอ เช่น ตั้งใจเรียน ปฏิบัติตามกฎ และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

คำบรรยายภาพ: ภาพตัวอย่างกิจวัตรที่แสดงสิทธิ 4 กลุ่มของเด็ก ได้แก่ การได้อาหารและมีที่อยู่ การได้รับการศึกษาและการเล่น การได้รับการคุ้มครองด้วยความอบอุ่น และการได้แสดงความคิดเห็นในห้องเรียน

ข้อควรระวัง

  • สิทธิไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ตามใจ — การใช้สิทธิของตนต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นและต้องไม่ผิดกฎหมาย เช่น ขอมีเวลาวิ่งเล่นก็ได้ แต่ไม่ใช่การแย่งของหรือทำร้ายเพื่อน
  • สิทธิของเด็กเป็นของเด็กทุกคน ไม่ผูกกับฐานะหรือชื่อเสียงของครอบครัว — เด็กที่บ้านยากจน เด็กที่พูดภาษาถิ่น หรือเด็กที่ความสามารถต่างจากเพื่อน ก็มีสิทธิเท่ากัน
  • การถูกลงโทษด้วยความรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่เด็กต้องอดทน — เด็กที่ถูกทำร้ายมีสิทธิขอความช่วยเหลือ และควรบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้หรือหน่วยงานที่ดูแลเด็ก
  • ความเป็นส่วนตัวบนออนไลน์ก็เป็นสิทธิ — การแชร์ภาพหรือข้อความส่วนตัวของเพื่อนโดยไม่ขออนุญาตทำให้ผู้อื่นเสียหายได้ แม้จะทำด้วยความสนุก
  • อายุ มาตรา ของกฎหมาย และรายละเอียดของอนุสัญญาเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบได้ — ถ้าจะอ้างในข้อสอบหรือในชีวิตจริง ให้ตรวจกับตัวบทกฎหมาย ประกาศ หรือหน่วยงานราชการที่ดูแลเด็กและเยาวชนก่อนใช้ทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/สังคมศึกษา.csv (ลำดับที่ 23 สิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงได้รับ · หลักฐาน [MKD] แหล่งเดียว)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ไม่มีตัวชี้วัดตรงในศาสตร์สังคมศึกษา (ดู ../_ref/p6-indicators.md สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง) — หมายเหตุข้ามสาระ: ตัวชี้วัด «ว 4.2 ป.6/4» ซึ่งมีถ้อยคำเรื่อง «เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น» เป็นตัวชี้วัดของกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ใช่สังคมศึกษา จึงไม่ใช้กำกับที่มาของหัวข้อนี้
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5Z202Wmw5S1dvOGM
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เล่มหลัก (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้า hub หลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75 (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?