กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สังคมศึกษาระดับ ป.4–ป.6ส 2.2

บทบาทและหน้าที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกตั้ง

อ่านทำไม

การเลือกตั้งคือ «เครื่องมือ» ที่ประชาชนใช้มอบอำนาจให้ผู้แทนไปบริหารบ้านเมืองแทนตน เด็ก ป.6 ยังไม่ถึงวัยลงคะแนนเสียงระดับประเทศ แต่ต้องเข้าใจว่าใครมีสิทธิออกเสียง ขั้นตอนลงคะแนนเป็นอย่างไร ทำไมต้องลงคะแนนลับ และพลเมืองที่ดีต้องทำตัวอย่างไรในวันเลือกตั้ง เพราะข้อสอบเข้า ม.1 ชอบออกเป็นสถานการณ์ เช่น ถามว่าใครใช้สิทธิได้ หรือทำเครื่องหมายกี่ช่องจึงจะไม่เป็นบัตรเสีย และยังออกเรื่องการมีส่วนร่วมส่งเสริมประชาธิปไตยซึ่งเด็ก ป.6 ทำได้จริงในโรงเรียนและชุมชน หัวข้อนี้ต่อจาก «so-democracy» (อำนาจอธิปไตยและระบอบประชาธิปไตย) โดยตรง

เรื่องย่อยที่ 1

การเลือกตั้งและวิธีลงคะแนนเสียง

องค์ความรู้

  • การเลือกตั้ง คือกระบวนการที่ประชาชนแสดงเจตนาว่าจะให้ใครไปทำหน้าที่ปกครองและบริหารบ้านเมืองแทนตน
  • ใครมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง — พลเมืองไทยที่ มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น · นักเรียน ป.6 ซึ่งอายุราว 11–12 ปี จึงยังใช้สิทธิเลือกตั้งระดับประเทศไม่ได้ แต่ฝึกใช้สิทธิได้ในโรงเรียน เช่น การเลือกประธานนักเรียน
  • หลักสำคัญของการออกเสียงเลือกตั้ง
    • หนึ่งคนหนึ่งเสียง — ทุกคนมีเสียงเท่ากัน ไม่ว่าจะมีฐานะ อาชีพ หรือตำแหน่งหน้าที่ต่างกันเพียงใด
    • การลงคะแนนลับ — ไม่มีใครรู้ว่าเราเลือกใคร จึงไม่มีใครกดดันหรือข่มขู่ได้ เราเลือกตามที่คิดว่าดีที่สุด
    • เสรีภาพ — ไม่มีใครบังคับให้เราเลือกหรือไม่เลือกผู้ใด
  • การเลือกตั้งมีหลายระดับ — ระดับประเทศ เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร · ระดับท้องถิ่น เลือกผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น (ดู «so-local») · รวมทั้งการออกเสียง ประชามติ ในเรื่องสำคัญของประเทศ
  • ขั้นตอนการออกเสียงเลือกตั้ง — ตรวจรายชื่อผู้มีสิทธิและรับบัตร · เข้าคูหาลงคะแนน · ทำเครื่องหมายกากบาทในช่องหมายเลขของผู้สมัครที่ต้องการ เพียงช่องเดียว · พับบัตร · หย่อนบัตรลงหีบบัตร · เจ้าหน้าที่นับคะแนนรวมทั้งเขต
  • บัตรเสีย คือบัตรที่ใช้ไม่ได้และไม่ถูกนับคะแนน ตัวอย่างของบัตรเสีย เช่น บัตรที่ไม่ทำเครื่องหมายเลย (บัตรเปล่า) · บัตรที่ทำเครื่องหมายมากกว่า 1 ช่อง · บัตรที่เขียนข้อความอื่นลงไป · หรือบัตรที่ทำเครื่องหมายไม่ตรงกับช่องของผู้สมัคร
  • การออกเสียงอย่างสุจริต — ไปใช้สิทธิด้วยความสมัครใจ · ไม่ขายเสียงหรือรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการเลือก · ไม่กดดันหรือหลอกให้ผู้อื่นเลือกตามเรา · และไม่นำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง
  • การตัดสินด้วยเสียงข้างมาก — ผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดเป็นผู้ได้รับเลือก แต่ผู้ที่ได้รับเลือกต้องดูแลคุ้มครองเสียงข้างน้อยและคนที่เห็นต่างด้วย ไม่ใช่เอาแต่ฝ่ายของตน
  • การเลือกตั้งในโรงเรียนก็ใช้หลักเดียวกัน — เลือกด้วยเหตุผล ไม่ซื้อเสียง ไม่กดดันเพื่อน และยอมรับผลที่ทุกคนลงคะแนนร่วมกัน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • คนเหล่านี้ใครใช้สิทธิเลือกตั้งได้ — ผู้ที่อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์และมีชื่อในทะเบียนราษฎรใช้สิทธิได้ · เด็กอายุ 12 ปีซึ่งเป็นวัย ป.6 ยังใช้สิทธิระดับประเทศไม่ได้ เพราะอายุไม่ถึง แต่ใช้สิทธิเลือกตั้งในโรงเรียนได้
  • ผู้สมัคร ก ได้ 450 คะแนน ผู้สมัคร ข ได้ 300 คะแนน ใครได้รับเลือก และคนที่เลือก ข ควรทำอย่างไร — ผู้สมัคร ก ได้รับเลือกเพราะได้คะแนนมากกว่า · ส่วนคนที่เลือก ข ยังแสดงความเห็นและติดตามการทำงานได้ เพราะเสียงข้างน้อยต้องได้รับความเคารพ
  • ทำเครื่องหมายกากบาทสองช่องในบัตรใบเดียว ผลจะเป็นอย่างไร — บัตรนั้นเป็น บัตรเสีย ใช้ไม่ได้และไม่ถูกนับคะแนน จึงต้องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียวในบัตรที่ต้องการ
  • ทำไมการลงคะแนนจึงต้องเป็นความลับ — เพื่อไม่ให้ใครกดดันหรือข่มขู่ผู้เลือก ทุกคนจึงกล้าเลือกตามที่คิดว่าดีที่สุด และเจตนาที่แท้จริงของประชาชนจะถูกนับไปใช้จริง
  • เพื่อนบอกว่า «ไปเลือกตั้งคนเดียวก็ไม่มีผล» ควรอธิบายอย่างไร — เสียงทุกคนเท่ากันและถูกรวมเข้าด้วยกัน ทุกเสียงจึงมีผลต่อผลการเลือกตั้ง ถ้าต่างคนต่างคิดอย่างนี้ ประเทศก็จะถูกตัดสินด้วยคนกลุ่มเล็ก ๆ

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["ผู้มีสิทธิไปที่หน่วยเลือกตั้ง"] --> B["ตรวจรายชื่อและรับบัตรเลือกตั้ง"]
    B --> C["เข้าคูหา ทำเครื่องหมายกากบาท"]
    C --> D{"ทำเครื่องหมายกี่ช่อง"}
    D -->|"ช่องเดียว"| E["บัตรดี นับคะแนนได้"]
    D -->|"มากกว่าหนึ่งช่อง"| F["บัตรเสีย ไม่นับคะแนน"]
    E --> G["พับบัตร หย่อนลงหีบบัตร"]
    F --> G
    G --> H["เจ้าหน้าที่นับคะแนน"]
    H --> I["ผู้ได้คะแนนมากที่สุดเป็นผู้แทน"]
    I --> J["ผู้แทนต้องทำหน้าที่แทนประชาชน<br/>และรับฟังเสียงข้างน้อย"]

คำบรรยายภาพ: ผังขั้นตอนการออกเสียงเลือกตั้ง เริ่มจากผู้มีสิทธิไปที่หน่วยเลือกตั้ง ตรวจรายชื่อและรับบัตร แล้วเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาท ถ้าทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียวเป็นบัตรดี ถ้ามากกว่าหนึ่งช่องเป็นบัตรเสีย จากนั้นพับบัตรหย่อนลงหีบให้เจ้าหน้าที่นับคะแนน ผู้ได้คะแนนมากที่สุดเป็นผู้แทน และต้องทำหน้าที่แทนประชาชนพร้อมรับฟังเสียงข้างน้อย

เรื่องย่อยที่ 2

บทบาทและหน้าที่ของพลเมืองในการเลือกตั้ง

องค์ความรู้

  • การเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ได้ต้องอาศัยทั้งเจ้าหน้าที่และพลเมือง พลเมืองจึงมีบทบาทและหน้าที่ในทุกช่วงของกระบวนการ ไม่ใช่แค่ไปหย่อนบัตรแล้วจบ
  • ก่อนวันเลือกตั้ง
    • ศึกษาข้อมูลผู้สมัครและนโยบายจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่เชื่อข่าวที่ส่งต่อกันในกลุ่มแชตโดยไม่ตรวจสอบ
    • ตรวจสอบรายชื่อของตัวเองในทะเบียนราษฎรและวันเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้พลาดการใช้สิทธิ
    • ชวนคนในครอบครัวที่อายุถึงเกณฑ์ไปใช้สิทธิ และอธิบายว่าทำไมทุกเสียงจึงสำคัญ
    • ไม่รับเงินหรือผลประโยชน์ ใด ๆ เพื่อแลกกับการเลือก และไม่สัญญาว่าจะขายเสียงให้ใคร
  • วันเลือกตั้ง
    • ไปใช้สิทธิด้วยความสมัครใจ ไปแต่เช้าเพื่อไม่ให้แออัด และต่อแถวตามลำดับ
    • ลงคะแนนด้วยตัวเองตามที่คิดว่าดีที่สุด ไม่บอกใครว่าเลือกใคร และไม่แอบดูบัตรของผู้อื่น
    • ไม่กดดัน ชักจูง หรือหลอกให้ผู้อื่นเลือกตามเรา และไม่ทำเครื่องหมายผิดวิธีในบัตร
    • รักษาความสงบในหน่วยเลือกตั้ง ไม่รบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่
  • หลังวันเลือกตั้ง
    • ยอมรับผลการนับคะแนนด้วยความใจกว้าง เพราะถือตาม เสียงข้างมาก ขณะเดียวกันก็ เคารพเสียงข้างน้อย
    • ติดตามและ ตรวจสอบ การทำงานของผู้ที่ได้รับเลือก ทั้งเรื่องที่รับปากไว้และงบประมาณที่ใช้
    • แจ้งเบาะแสการทุจริตหรือการซื้อเสียงต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่ อย่างมีหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยการกล่าวหา
    • ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอต่อผู้แทนหรือหน่วยงานของรัฐด้วยเหตุผล เมื่อพบว่าการทำงานยังไม่ตรงกับปัญหา
  • ข้อควรเข้าใจให้ถูก — การเลือกตั้งไม่ใช่การ «ยกอำนาจให้ใครคนใดคนหนึ่ง» แต่เป็นการมอบอำนาจให้ผู้แทนทำหน้าที่แทนประชาชนช่วงเวลาหนึ่ง และประชาชนยังคงเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอยู่เสมอ
  • เด็กที่ยังไม่มีสิทธิก็มีบทบาทได้ — ช่วยในครัวเรือนเข้าใจข้อมูลข่าวสาร เตือนคนในบ้านเรื่องการซื้อเสียง และฝึกใช้วิธีแบบประชาธิปไตยในโรงเรียน เช่น เลือกหัวหน้าห้องด้วยเหตุผล ไม่ซื้อเสียงและไม่กดดันเพื่อน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • มีคนมาให้เงินแล้วบอกว่าวันเลือกตั้งให้กาในช่องที่กำหนด ควรทำอย่างไร — ไม่รับเงินนั้น แจ้งผู้ใหญ่หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ และบอกว่าเราเลือกตามความเห็นของตัวเอง · การขายเสียงทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์และผิดกฎหมาย
  • ครอบครัวกำลังเลือกผู้สมัครตามเงินที่ได้รับ ควรอธิบายอย่างไร — อธิบายว่าผู้สมัครที่ซื้อเสียงจะไม่รับผิดชอบต่อประชาชนอย่างแท้จริง และการรับเงินทำให้เราเสียสิทธิที่จะเลือกคนที่ดีที่สุดไปดูแลบ้านเมือง
  • หลังทราบผลเลือกตั้ง ฝ่ายที่เราเลือกไม่ชนะ ควรทำอย่างไร — ยอมรับผลด้วยความใจกว้าง เพราะเจ้าของอำนาจคือประชาชนที่ออกเสียง · แต่ติดตามและตรวจสอบการทำงานของผู้ที่ได้รับเลือกต่อไปได้
  • จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้แทนทำตามที่รับปากไว้ — ติดตามข่าวและคำแถลงอย่างสม่ำเสมอ เปรียบเทียบว่าสิ่งที่เขาทำตรงกับที่รับปากหรือไม่ และใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นหรือสอบถามอย่างสุภาพเมื่อไม่ตรง
  • นักเรียนที่ยังไม่ถึงเกณฑ์เลือกตั้ง ช่วยเรื่องการเลือกตั้งได้อย่างไร — ช่วยหาข้อมูลให้คนในบ้านจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เตือนเรื่องการซื้อเสียง และฝึกเลือกหัวหน้าห้องด้วยเหตุผลที่ตรวจสอบได้

ภาพและไดอะแกรม

ช่วงเวลา บทบาทและหน้าที่ของพลเมือง
ก่อนวันเลือกตั้ง ศึกษาข้อมูลผู้สมัครจากแหล่งที่เชื่อถือได้ · ตรวจรายชื่อของตัวเอง · ชวนคนในบ้านไปใช้สิทธิ · ไม่รับเงินหรือผลประโยชน์จากการซื้อเสียง
วันเลือกตั้ง ไปใช้สิทธิด้วยความสมัครใจ · ลงคะแนนด้วยตัวเองและเป็นความลับ · ไม่กดดันผู้อื่น · รักษาความสงบในหน่วยเลือกตั้ง
หลังวันเลือกตั้ง ยอมรับผลด้วยเสียงข้างมากและเคารพเสียงข้างน้อย · ติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้แทน · แจ้งเบาะแสการทุจริตอย่างมีหลักฐาน

คำบรรยายภาพ: ตารางสรุปบทบาทและหน้าที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกตั้ง แบ่งตามช่วงเวลา ก่อนวันเลือกตั้งคือการศึกษาข้อมูลผู้สมัคร การตรวจรายชื่อของตัวเอง การชวนคนในบ้านไปใช้สิทธิ และการไม่รับผลประโยชน์จากการซื้อเสียง ในวันเลือกตั้งคือการใช้สิทธิด้วยความสมัครใจ การลงคะแนนลับด้วยตัวเอง การไม่กดดันผู้อื่น และการรักษาความสงบ และหลังวันเลือกตั้งคือการยอมรับผลด้วยเสียงข้างมากพร้อมเคารพเสียงข้างน้อย การติดตามตรวจสอบผู้แทน และการแจ้งเบาะแสการทุจริตอย่างมีหลักฐาน

เรื่องย่อยที่ 3

การมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตย

องค์ความรู้

  • การมีส่วนร่วม คือการที่ประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและกิจกรรมของส่วนรวม ไม่ใช่แค่การไปเลือกตั้ง แต่รวมถึงการแสดงความคิดเห็น การเสนอแนวทาง และการลงมือช่วยงานด้วย
  • ประชาชนมีส่วนร่วมได้ทุกระดับ — ในบ้าน ในโรงเรียน ในชุมชน และในประเทศ
  • วิธีมีส่วนร่วมที่เด็ก ป.6 ทำได้จริง
    • ใช้สิทธิของตนเองในโรงเรียนอย่างซื่อสัตย์ เช่น เลือกหัวหน้าห้องหรือประธานนักเรียนตามที่คิดว่าดี
    • แสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผล และ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น แม้จะไม่ตรงกับเรา
    • ปฏิบัติตามกติกาที่ทุกคนตกลงร่วมกัน แม้เสียงของเราจะเป็นฝ่ายข้างน้อย
    • ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ส่งต่อกันในกลุ่มแชต (วิธีตรวจข่าวก่อนเชื่อและก่อนแชร์ดู «so-news-01»)
    • ชวนคนในบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และไม่ขายเสียงหรือรับเงินจากผู้สมัคร
    • เข้าร่วมกิจกรรมส่วนรวม เช่น ไปประชาคมหมู่บ้านกับผู้ใหญ่ ร่วมทำความสะอาดชุมชน หรือปลูกต้นไม้
    • แจ้งผู้ใหญ่หรือหน่วยงานในท้องถิ่นเมื่อพบปัญหา เช่น ขยะล้น ไฟส่องสว่างเสีย หรือทางเท้าชำรุด
  • ประโยชน์ของการมีส่วนร่วม — โครงการตรงกับปัญหาจริงของชุมชน · งานสำเร็จเพราะคนช่วยกัน · คนในชุมชนสามัคคีและไว้ใจกัน · และตรวจสอบการทำงานของผู้ที่เราเลือกได้
  • กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย — การเลือกตั้งประธานนักเรียน · การประชุมห้องและตั้งกติการ่วมกัน · การเลือกตั้งสภานักเรียนและการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ · การอภิปรายและโต้วาทีเรื่องส่วนรวม
  • ประชาธิปไตยไม่ใช่ «ใครจะทำอะไรก็ได้» — การมีส่วนร่วมต้องอยู่ในกรอบกฎหมายและกติกาของกลุ่ม ที่สำคัญคือเมื่อตัดสินด้วยเสียงข้างมากแล้ว ต้อง เคารพเสียงข้างน้อย และเปิดให้เขาแสดงความเห็นต่อไปได้

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เพื่อนให้เงินเพื่อให้เลือกตัวเองเป็นหัวหน้าห้อง ควรทำอย่างไร — ไม่รับเงินนั้นและบอกครู เพราะการซื้อเสียงทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ เสียงของทุกคนเท่ากันและต้องตัดสินด้วยเหตุผล
  • เพื่อนชวนแอบดูบัตรของเพื่อนอีกคนในหน่วยเลือกตั้งจำลองของโรงเรียน ควรทำอย่างไร — ไม่ทำ เพราะการลงคะแนนเป็นความลับของแต่ละคน · การแอบดูหรือคะยั้นคะยอให้เลือกตามเราเป็นการกดดันทางอ้อม ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์
  • เห็นสนามเด็กเล่นในชุมชนชำรุดเป็นอันตราย อยากให้ซ่อม ต้องเริ่มอย่างไร — บอกผู้ปกครอง ช่วยรวบรวมความเห็นของคนในชุมชน แล้วเสนอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเวทีประชาคม เพื่อให้บรรจุในแผนและงบประมาณของท้องถิ่น
  • เพื่อนในห้องเห็นต่างเรื่องการจัดกิจกรรม แต่เสียงของเพื่อนเป็นฝ่ายข้างน้อย ควรทำอย่างไร — รับฟังเหตุผลของเพื่อนไว้ และปฏิบัติตามกติกาที่ที่ประชุมตกลงไว้ เพราะการเคารพเสียงข้างน้อยคือหัวใจของประชาธิปไตย
  • นักเรียน ป.6 มีส่วนร่วมกับชุมชนได้อย่างไรบ้าง — ช่วยเก็บขยะกับผู้ใหญ่ ไปร่วมประชาคมหมู่บ้านเพื่อฟังและเสนอความคิด และชักชวนเพื่อนให้ร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((มีส่วนร่วมส่งเสริมประชาธิปไตย))
    ในห้องเรียน
      เลือกหัวหน้าห้องและประธานนักเรียน
      เสนอความเห็นด้วยเหตุผล
      รับฟังความเห็นต่าง
      ทำตามกติกาที่ตกลงร่วมกัน
    ในชุมชน
      ไปประชาคมหมู่บ้านกับผู้ใหญ่
      ช่วยกิจกรรมส่วนรวม
      แจ้งปัญหาที่พบต่อท้องถิ่น
    ในประเทศ
      ติดตามข่าวจากแหล่งเชื่อถือได้
      ชวนคนในบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
      ไม่ขายเสียง ไม่รับเงินผู้สมัคร
      รู้เท่าทันข่าวปลอม

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดรวบรวมวิธีมีส่วนร่วมส่งเสริมประชาธิปไตย แบ่งเป็นสามระดับ คือในห้องเรียน ได้แก่การเลือกหัวหน้าห้องและประธานนักเรียน การเสนอความเห็นด้วยเหตุผล การรับฟังความเห็นต่าง และการทำตามกติการ่วมกัน ในชุมชน ได้แก่การไปประชาคมหมู่บ้าน การช่วยกิจกรรมส่วนรวม และการแจ้งปัญหาต่อท้องถิ่น และในประเทศ ได้แก่การติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ การชวนคนในบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การไม่ขายเสียง และการรู้เท่าทันข่าวปลอม

ข้อควรระวัง

  • สิทธิเลือกตั้งมีเงื่อนไขเรื่องอายุ — ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีชื่อในทะเบียนราษฎร นักเรียน ป.6 ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งระดับประเทศ จึงไม่ควรสรุปว่า «ทุกคนต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง»
  • บัตรเสียมีหลายกรณี ไม่ใช่แค่กาเกินหนึ่งช่อง — บัตรเปล่าที่ไม่ทำเครื่องหมายเลย บัตรที่ทำเครื่องหมายมากกว่าหนึ่งช่อง บัตรที่มีข้อความอื่นเขียนเพิ่ม และบัตรที่ทำเครื่องหมายไม่ตรงช่อง ล้วนเป็นบัตรเสีย จึงต้องทำเครื่องหมายกากบาทเพียงช่องเดียวในบัตรที่ต้องการ
  • การลงคะแนนเป็น «การลงคะแนนลับ» — ไม่มีใครรู้ว่าเราเลือกใคร จึงไม่ต้องบอกใคร และไม่มีใครบังคับเราได้
  • อย่าสรุปว่าผลการเลือกตั้งเกิดจากคนอื่นเท่านั้น — ถ้าต่างคนต่างคิดว่า «เสียงของฉันไม่มีผล» การตัดสินใจของประเทศจะตกอยู่กับคนกลุ่มเล็ก ๆ
  • เสียงข้างมากไม่ใช่การปิดปากเสียงข้างน้อย — เมื่อตัดสินด้วยคะแนนแล้ว ยังต้องรับฟังและไม่ละเมิดสิทธิของผู้ที่เห็นต่าง
  • การมีส่วนร่วมไม่ใช่การทำตามใจตัวเอง — การชุมนุมหรือการแสดงความเห็นต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น และไม่ใช้ความรุนแรง

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/สังคมศึกษา.csv (ลำดับ 18–20)
  • ขอบเขตและหลักฐานรายเรื่อง: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md — §2.2 สาระ 2 (บทบาทและหน้าที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกตั้ง ออกบ่อย · หลักฐาน [MKD])
  • ตัวชี้วัด ป.6: ส 2.2 ป.6/2 · ส 2.2 ป.6/3 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://drive.google.com/open?id=0B9t56k6dmUe5Z202Wmw5S1dvOGM (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เล่มหลัก (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)
  • หมายเหตุความมั่นใจ: เรื่องย่อยในไฟล์นี้ยืนยันได้แหล่งเดียว — ต้องหาแหล่งยืนยันเพิ่มก่อนใช้ตั้งข้อสอบ

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?