กลวิธีการประพันธ์
องค์ความรู้
- กลวิธีการประพันธ์ คือวิธีที่ผู้แต่งเลือกใช้ถ้อยคำและเรียบเรียงคำให้บทนั้นเกิดผลต่อผู้อ่าน — บอกได้ทั้งว่าทำอย่างไร และทำแล้วได้ผลอะไร
- คุณค่าด้านภาษา คือสิ่งที่ผู้อ่านได้จากตัวภาษาเอง ได้แก่ คำและสำนวนใหม่ที่รู้จักเพิ่มขึ้น จังหวะและสัมผัสของร้อยกรองที่ทำให้อ่านไพเราะ และความสามารถในการใช้คำให้เห็นภาพ
- กลวิธีที่พบบ่อยในวรรณคดีระดับประถม สรุปไว้ 5 ด้าน
| กลวิธี | วิธีสังเกต | ผลต่อผู้อ่าน |
|---|---|---|
| การเลือกใช้คำ | เลือกคำที่ตรง กระชับ หรือคำที่บอกสี เสียง กลิ่น และความรู้สึก | เห็นภาพและรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ |
| การเปรียบเทียบ | ยกของสองอย่างมาเทียบกันด้วยคำเชื่อม เช่น เหมือน ดั่ง ดุจ เปรียบ เสมือน | สิ่งที่ไม่คุ้นกลายเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ทันที |
| การใช้คำซ้ำหรือคำย้ำ | ซ้ำคำสำคัญในวรรคใกล้กันเพื่อเน้น | อารมณ์ของบทหนักแน่นขึ้น และจำได้ง่าย |
| การเล่นเสียงและสัมผัส | คำท้ายวรรครับเสียงกัน หรือใช้คำที่เสียงพ้องกัน | อ่านเป็นจังหวะ ไพเราะ และท่องจำง่าย |
| การใช้โวหาร | โวหารบรรยายเล่าเหตุการณ์ให้ติดตาม · โวหารพรรณนาขยายรายละเอียดให้เห็นภาพ | ผู้อ่านติดตามเรื่องได้ และเห็นภาพชัด |
คำบรรยายภาพ: ตารางกลวิธีการประพันธ์ 5 ด้าน พร้อมวิธีสังเกตและผลต่อผู้อ่าน เริ่มจากการเลือกใช้คำที่ทำให้เห็นภาพ การเปรียบเทียบที่ทำให้สิ่งไม่คุ้นเข้าใจได้ การใช้คำซ้ำเพื่อเน้นอารมณ์ การเล่นเสียงและสัมผัสที่ทำให้อ่านไพเราะ และการใช้โวหารบรรยายหรือพรรณนาที่ทำให้ผู้อ่านติดตามเรื่องและเห็นภาพ
- กลวิธีเสริมที่พบได้บ่อยอีกสองอย่าง คือ การยกสำนวนหรือสุภาษิตมาสอดแทรก เพื่อให้ข้อความมีชั้นเชิง และ การใช้คำยืมบาลี–สันสกฤต ซึ่งกวีโบราณใช้เพื่อให้บทดูเป็นทางการและไพเราะ
- วิธีวิเคราะห์กลวิธี 4 ขั้น
- อ่านออกเสียงให้ได้จังหวะของคำประพันธ์ก่อน
- จับใจความว่าบทนี้พูดถึงอะไร
- มองหาจุดที่ถ้อยคำเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่ คำที่เปรียบ คำที่ซ้ำ คำที่ทำให้เห็นภาพ และคำที่เสียงพ้องกัน
- บอกชื่อกลวิธีนั้น แล้วอธิบายว่าทำให้ผู้อ่านเข้าใจหรือรู้สึกอย่างไร
- กลวิธีการประพันธ์ไม่ใช่อย่างเดียวกับฉันทลักษณ์ — ฉันทลักษณ์คือกติกาจำนวนคำและตำแหน่งสัมผัสของคำประพันธ์แต่ละชนิด (ดู
th-prosody.md) ส่วนกลวิธีการประพันธ์คือวิธีที่ผู้แต่งเลือกใช้ถ้อยคำเพื่อให้เกิดผล ข้อสอบจึงชอบลวงด้วยการถาม «ลักษณะของคำประพันธ์» ปนกับ «กลวิธีของผู้แต่ง» ต้องอ่านคำถามให้ดีว่าถาม «กติกาของคำประพันธ์» หรือ «ฝีมือของผู้แต่ง»
ตัวอย่างและวิธีคิด
- «รามเกียรติ์» ตอนศึกอินทรชิต (บทละครพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) 2 วรรคที่ว่า «เลื่อนเมฆลอยมาในอากาศ อำไพโอภาสประภัสสร / ไขแสงแข่งสีศศิธร อัมพรเอี่ยมพื้นโพยมพราย» ใช้กลวิธีใดเด่น — เด่น 2 อย่างพร้อมกัน · อย่างแรกคือ การเลือกใช้คำยืมบาลี–สันสกฤต เช่น «อากาศ» «ประภัสสร» «อัมพร» «ศศิธร» «โพยม» ซึ่งเป็นคำที่กวีโบราณเลือกใช้ให้บทดูเป็นทางการและไพเราะ · อย่างที่สองคือ การพรรณนาให้เห็นภาพ คือขยายรายละเอียดของท้องฟ้าและแสงสว่างจนผู้อ่านเห็นเป็นภาพ · ถ้าถูกถามว่า «เพราะเหตุใดจึงถือว่าบทนี้มีคุณค่าด้านภาษา» ให้ตอบว่าผู้อ่านได้รู้จักคำยืมที่ใช้ในวรรณคดีและได้เห็นวิธีพรรณนาด้วยถ้อยคำไพเราะ
- «กาพย์เห่เรือ» ตอน เห่ชมเรือกระบวน ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) 4 วรรคว่า «พระเสด็จโดยแดนชล / ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย / กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย / พายอ่อนหยับจับงามงอน» ใช้กลวิธีใด — เห็นได้ชัด 2 อย่าง · อย่างแรกคือ การเล่นเสียงและสัมผัส เพราะคำท้ายวรรค «เฉิดฉาย» รับเสียงกับคำท้ายวรรคถัดไป «พรรณราย» (ฉาย–ราย) ทำให้อ่านเป็นจังหวะและจำง่าย · อย่างที่สองคือ การใช้คำซ้ำ เพราะคำว่า «งาม» ปรากฏถึงสองวรรค («งามเฉิดฉาย» และ «งามงอน») เพื่อย้ำความงามของขบวนเรือ · ทั้งบทเป็นการ พรรณนา ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ให้ดำเนินไป เป็นการชี้ให้เห็นว่ากลวิธีการประพันธ์ดูได้จาก «วิธีใช้คำ» ไม่ได้ดูจากเนื้อเรื่อง
- «โคลงโลกนิติ» บทที่ ๒๕ (สำนวนเก่า) ว่า «กัลออมเพ็ญเพียบน้ำ ฤๅมี เสียงนา / กัลออมพร่องชลธี เฟื่องฟื้น / ผู้ปราชญ์ห่อนวาที สรรเสริญ ตนนา / คนถ่อยความรู้ตื้น มากถ้อยลามปาม» ใช้กลวิธีใด — เด่นที่ การเปรียบเทียบ คือยกหม้อน้ำที่เต็มเปี่ยมซึ่งไม่ส่งเสียง มาเทียบกับหม้อน้ำที่พร่องแล้วส่งเสียงกระฉอก เพื่อสื่อถึงคนที่มีความรู้จริงซึ่งไม่โอ้อวด ตรงข้ามกับคนที่รู้น้อยแต่ชอบพูดยกตน · ยังมี การใช้คำซ้ำ ที่คำว่า «กัลออม» ปรากฏสองวรรคเพื่อย้ำภาพการเปรียบให้ติดตา และมี การใช้อักษรวิธีแบบโคลง ที่ใส่คำสร้อย «นา» ปิดวรรคเพื่อความไพเราะ · บทนี้จึงเป็นตัวอย่างว่า การเปรียบเทียบหนึ่งครั้งสามารถแบกใจความทั้งบทไว้ได้
- «โคลงโลกนิติ» บทที่ ๑๑ (สำนวนเก่า) ว่า «คนใดใจฉลาดด้วย ปัญญา / ฟังนักปราชญ์จรรจา ทั่วผู้ / แจ้งธรรมบัดเดี๋ยวมา พลับซาบ ใจนา / ดุจดั่งลิ้นอันรู้ ทราบด้วยรสแกง» ใช้กลวิธีใด — วรรคสุดท้ายใช้ การเปรียบเทียบ โดยมีคำเชื่อม «ดุจดั่ง» ยก «ลิ้นที่รู้รสอาหาร» มาเทียบกับ «คนฉลาดที่ฟังนักปราชญ์แล้วเข้าใจได้ฉับไว» · กลวิธีนี้ทำให้เรื่องนามธรรม (ความเข้าใจ) กลายเป็นภาพที่จับต้องได้
- แบบฝึกหัด: «คืนนั้นลมหนาวพัดผ่านทุ่งนา ต้นข้าวเอนไหวเป็นระลอก ระลอกแล้วระลอกเล่า» ใช้กลวิธีใด — มี การใช้คำซ้ำ («ระลอก» ซ้ำ) เพื่อเน้นภาพและจังหวะ และมีการ พรรณนา ให้เห็นภาพท้องนาในคืนหนาว · แต่ยังไม่ใช่ «การเปรียบเทียบ» เพราะไม่ได้ยกของสองอย่างมาเทียบกัน (ตัวอย่างนี้แต่งขึ้นเพื่อฝึกหาคำซ้ำและแยกพรรณนาออกจากเปรียบเทียบ)
ภาพและไดอะแกรม
mindmap
root((กลวิธีการประพันธ์))
การเลือกใช้คำ
คำตรง กระชับ
คำบอกสี เสียง กลิ่น ความรู้สึก
การเปรียบเทียบ
เหมือน ดั่ง ดุจ เปรียบ เสมือน
ทำให้สิ่งไม่คุ้นเข้าใจได้
การใช้คำซ้ำ
ซ้ำคำสำคัญในวรรคใกล้กัน
เน้นอารมณ์และย้ำความ
การเล่นเสียงและสัมผัส
คำท้ายวรรครับเสียงกัน
อ่านไพเราะ จำง่าย
การใช้โวหาร
โวหารบรรยาย เล่าเหตุการณ์
โวหารพรรณนา ขยายรายละเอียด
กลวิธีเสริม
ยกสำนวนหรือสุภาษิตแทรก
ใช้คำยืมบาลีและสันสกฤต
คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดรวบรวมกลวิธีการประพันธ์ที่พบบ่อย แบ่งเป็น 6 กลุ่ม คือ การเลือกใช้คำที่ตรงและบอกประสาทสัมผัส การเปรียบเทียบด้วยคำเชื่อมอย่างเหมือนหรือดั่ง การใช้คำซ้ำเพื่อเน้นอารมณ์ การเล่นเสียงและสัมผัสที่คำท้ายวรรครับกัน การใช้โวหารบรรยายกับโวหารพรรณนา และกลวิธีเสริมอย่างการยกสำนวนสุภาษิตแทรกกับการใช้คำยืมบาลีและสันสกฤต

คำบรรยายภาพ: ภาพบทร้อยกรอง 4 วรรคที่มีเส้นใต้สีต่างกันชี้จุดที่ใช้กลวิธีต่างกัน คือสีหนึ่งสำหรับคำที่ซ้ำกัน อีกสีสำหรับคำที่ใช้เปรียบเทียบ และอีกสีสำหรับคำท้ายวรรคที่สัมผัสกัน พร้อมป้ายกำกับใต้บทกลอนว่าจุดใดแสดงกลวิธีใด เพื่อให้เห็นว่ากลวิธีการประพันธ์ดูได้จากวิธีใช้คำจริงในบท
