กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ท 3.1

มารยาทในการฟัง การดู และการพูด

สารบัญเรื่องย่อย (1 เรื่อง)

อ่านทำไม

มารยาทในการฟัง การดู และการพูด คือกิริยาและถ้อยคำที่แสดงว่าเราให้เกียรติคู่สนทนาและไม่รบกวนคนรอบข้าง เป็นเรื่องที่โรงเรียนทุกแห่งปลูกฝังมาตั้งแต่ประถม จึงถูกวัดในข้อสอบเข้า ม.1 บ่อยในรูปสถานการณ์ เช่น «ถ้าเพื่อนกำลังรายงานแล้วเราพบข้อมูลผิด ควรทำอย่างไร» «ในห้องดูสารคดีแล้วมีคนคุยกัน ควรบอกอย่างไร» «ข้อใดเป็นมารยาทในการแสดงความเห็น» เด็กที่รู้หลัก «ฟังให้จบ พูดให้เหมาะกับกาลเทศะ และไม่ทำร้ายคนอื่นด้วยคำพูด» จะตอบสถานการณ์แบบนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องท่องจำ

ข้อจำกัดของเว็บนี้ — เว็บติวนี้ไม่มีพาร์ทเปิดเสียงหรือคลิปให้ฟังจริง ข้อสอบทุกข้อจึงวัดเป็น ความรู้เชิงหลักการ คือให้อ่านสถานการณ์ที่พิมพ์ไว้เป็นตัวอักษร แล้วเลือกว่าข้อใดเป็นมารยาทที่ควรทำ ไม่ได้วัดการฟังหรือการพูดจริง

เรื่องย่อยที่ 1

มารยาทในการฟัง การดู และการพูด

องค์ความรู้

  • มารยาทในการฟัง ดู และพูด คือกิริยาและถ้อยคำที่แสดงว่าเราให้เกียรติผู้พูด ให้เกียรติผู้ฟัง และไม่รบกวนคนรอบข้าง — เป็นสิ่งที่ทำให้การสื่อสารในห้องเรียนและในชีวิตประจำวันราบรื่น
  • มารยาทในการฟัง
    • ตั้งใจฟังจนจบ ไม่พูดแทรกและไม่ตัดบท
    • มองผู้พูดพอเป็นธรรมชาติ พยักหน้าหรือตอบรับสั้น ๆ ให้รู้ว่ากำลังฟังอยู่
    • ไม่เล่นโทรศัพท์ ไม่วาดรูปเล่น ไม่คุยกับเพื่อนข้าง ๆ
    • ไม่หัวเราะเยาะผู้ที่พูดผิด และไม่ซุบซิบวิจารณ์ขณะเขาพูด
    • ถ้าไม่เข้าใจ ให้ถามเมื่อผู้พูดจบด้วยคำสุภาพ
  • มารยาทในการดู
    • ดูอย่างตั้งใจ จับประเด็น และจดสั้น ๆ เฉพาะใจความสำคัญ
    • ไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่นเมื่อดูในหอประชุม โรงภาพยนตร์ หรือในห้องเรียน
    • ไม่ยืนบังการมองของคนอื่น ถ่ายภาพหรืออัดคลิปในงานควรขออนุญาตก่อน
    • เมื่อแสดงความเห็นต่อสิ่งที่ดู ไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรงกับผู้พูดหรือผู้แสดง
  • มารยาทในการพูด
    • ใช้ถ้อยคำสุภาพ ขึ้นต้นและลงท้ายให้เหมาะกับบุคคลและโอกาส เช่น พูดกับครู เพื่อน หรือผู้ใหญ่ในชุมชน
    • รอให้ผู้พูดเดิมจบก่อน แล้วจึงเริ่มพูดของตัวเอง
    • ไม่พูดคนเดียวจนเกินเวลา และเปิดทางให้คนอื่นได้พูดบ้าง
    • ใช้ระดับภาษาให้เหมาะกับผู้ฟัง คำแสดงความสุภาพที่ใช้บ่อย เช่น ครับ · ค่ะ · ขอบคุณ · ขอโทษ · ขออนุญาต · รบกวนถามหน่อยครับ
    • พูดถึง «เรื่อง» ไม่พูดถึง «ตัวบุคคล» เมื่อต้องตำหนิหรือทักท้วง
  • มารยาทในช่องทางออนไลน์ — การแสดงความเห็นใต้คลิปหรือในกลุ่มแชตก็ต้องมีมารยาทเช่นเดียวกับการพูดต่อหน้า คือไม่ด่าทอ ไม่เยาะเย้ย ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น และไม่ส่งต่อข้อความที่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าจริง
  • มารยาทกับกาลเทศะ — เรื่องเดียวกันพูดกับเพื่อนได้ แต่ถ้าพูดกับครูต้องสุภาพขึ้น จึงต้องดูว่า «ใคร» «ที่ไหน» «เมื่อไร» ก่อนพูดทุกครั้ง
  • มารยาทที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม — การไม่ส่งต่อข้อความที่ยังไม่ตรวจสอบ และการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น ช่วยไม่ให้เกิดความเสียหายกับคนที่เราไม่เคยพบหน้าด้วย
ด้าน สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ฟัง ฟังจนจบ พยักหน้ารับ ถามเมื่อผู้พูดจบ พูดแทรก หัวเราะเยาะ ซุบซิบวิจารณ์
ดู จับประเด็น จดสั้น ๆ ไม่ส่งเสียงรบกวน ยืนบังคนอื่น เปิดเสียงดัง แสดงความเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง
พูด ถ้อยคำสุภาพตามกาลเทศะ เปิดทางให้คนอื่น พูดคนเดียวเกินเวลา ตำหนิตัวบุคคล
ออนไลน์ ตรวจสอบก่อนส่งต่อ เคารพข้อมูลส่วนตัวผู้อื่น ด่าทอ เยาะเย้ย แชร์ข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น

คำบรรยายภาพ: ตารางเทียบสิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ไม่ควรทำในมารยาททั้งสี่ด้าน คือการฟังที่ควรฟังจนจบและห้ามพูดแทรก การดูที่ควรจับประเด็นและห้ามบังการมองของคนอื่น การพูดที่ควรใช้ถ้อยคำสุภาพและห้ามพูดคนเดียวเกินเวลา และการสื่อสารออนไลน์ที่ควรตรวจสอบก่อนส่งต่อและห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เพื่อนกำลังรายงานหน้าชั้น แล้วเราต้องการแก้ข้อมูลที่ผิด ควรทำอย่างไร — รอให้เพื่อนรายงานจบก่อน แล้วยกมือขออนุญาตจากครู จากนั้นพูดถึงตัวข้อมูลโดยไม่ตำหนิตัวเพื่อน เช่น «ตรงช่วงจำนวนครัวเรือน หนูอ่านมาเป็นอีกจำนวนหนึ่งครับ»
  • ดูสารคดีในห้องเรียน แล้วเพื่อนคุยกันตลอดเวลา ควรบอกอย่างไร — บอกด้วยถ้อยคำสุภาพและเหตุผลสั้น ๆ ว่าเสียงคุยทำให้ฟังไม่ชัด หรือย้ายไปนั่งห่างเล็กน้อยโดยไม่โต้เถียงกันในห้อง
  • มีคนตั้งคำถามที่เราตอบไม่ได้ในระหว่างพูดโน้มน้าว — ฟังให้จบก่อน แล้วพูดว่า «คำถามนี้ดี ผมยังไม่มีข้อมูลตรงส่วนนี้ ขอกลับไปค้นแล้วมาบอกอีกครั้งครับ» การตอบแบบนี้ยังรักษาความน่าเชื่อถือไว้ได้ดีกว่าเดาคำตอบ
  • ในกลุ่มแชตมีเพื่อนส่งข้อความล้อเลียนรูปร่างของเพื่อนอีกคน ควรทำอย่างไร — ไม่ส่งต่อและไม่หัวเราะตาม แล้วบอกในกลุ่มว่าข้อความแบบนี้ทำให้คนอื่นเสียใจ ควรลบและขอโทษ ซึ่งเป็นการใช้มารยาทออนไลน์แบบเดียวกับมารยาทต่อหน้า
  • «นิทานเวตาล» ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (นามปากกา น.ม.ส. · พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2461) แสดงมารยาทในการฟังอย่างไร — ตลอดเรื่อง ท้าววิกรมาทิตย์ ฟังนิทานแต่ละเรื่องจนจบก่อนจึงตอบปัญหา ไม่ตัดบทกลางเรื่อง และเมื่อตอบก็ยกเหตุการณ์ในเรื่องที่เพิ่งฟังมาเป็นหลักฐาน · แม้เวตาลจะยั่วให้ตอบผิดหรือกลับไปอยู่ที่ต้นไม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระองค์ก็ยังฟังเรื่องใหม่จนจบทุกครั้ง · เรื่องนี้จึงเป็นตัวอย่างของ «ฟังให้จบ แล้วจึงตอบ» และ «ตอบด้วยเหตุผลจากเรื่อง ไม่ใช่ด้วยอารมณ์» ซึ่งเป็นมารยาทในการฟังข้อแรกที่เราควรทำตาม · ถ้าถูกถามว่า «ท้าววิกรมาทิตย์มีมารยาทในการฟังข้อใดชัดที่สุด» ให้ตอบว่า «ฟังจนจบเรื่องก่อนตอบ»

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((มารยาทในการฟัง ดู พูด))
    การฟัง
      ฟังจนจบ ไม่พูดแทรก
      มองผู้พูด พยักหน้ารับ
      ไม่เล่นโทรศัพท์ ไม่คุยกับเพื่อน
      ไม่หัวเราะเยาะผู้ที่พูดผิด
    การดู
      จับประเด็น จดสั้น ๆ
      ไม่ส่งเสียงรบกวน
      ไม่บังการมองของคนอื่น
      แสดงความเห็นด้วยถ้อยคำสุภาพ
    การพูด
      ถ้อยคำสุภาพตามกาลเทศะ
      รอจังหวะ ไม่ตัดบท
      ไม่พูดคนเดียวเกินเวลา
      พูดถึงเรื่อง ไม่พูดถึงตัวบุคคล
    ช่องทางออนไลน์
      ไม่ด่าทอ ไม่เยาะเย้ย
      ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผู้อื่น
      ไม่ส่งต่อข้อความที่ยังไม่ตรวจสอบ

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดรวบรวมมารยาทในการสื่อสาร แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ มารยาทในการฟัง มารยาทในการดู มารยาทในการพูด และมารยาทในช่องทางออนไลน์ โดยแต่ละกลุ่มแจกแจงข้อปฏิบัติสั้น ๆ เช่น การฟังจนจบโดยไม่พูดแทรก การจับประเด็นขณะดูโดยไม่รบกวนผู้อื่น การใช้ถ้อยคำสุภาพตามกาลเทศะ และการไม่ส่งต่อข้อความที่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าจริง

ภาพนักเรียนในห้องเรียนสามฉาก เทียบการฟังอย่างตั้งใจ การดูอย่างมีสมาธิ และการพูดหน้าชั้นด้วยถ้อยคำสุภาพ

คำบรรยายภาพ: ภาพนักเรียนในห้องเรียนสามฉากวางเรียงกัน ฉากแรกนั่งฟังเพื่อนพูดโดยไม่พูดแทรกและไม่เล่นโทรศัพท์ ฉากที่สองนั่งดูสื่ออย่างมีสมาธิและจดใจความสำคัญ ฉากที่สามยืนพูดหน้าชั้นด้วยสีหน้าท่าทางและถ้อยคำสุภาพ พร้อมคำอธิบายสั้นใต้ภาพแต่ละฉากเพื่อให้เห็นแนวปฏิบัติที่ดีทั้งการฟัง การดู และการพูด

ข้อควรระวัง

  • มารยาทต้องครบทั้งสามด้าน — ฟังดีแต่พูดแทรก หรือพูดสุภาพแต่เล่นโทรศัพท์ขณะคนอื่นพูด ก็ยังถือว่าไม่มีมารยาท
  • ฟังให้จบก่อนจึงตอบ — การตัดบทหรือตอบทันทีที่ยังฟังไม่จบทำให้เข้าใจเรื่องผิดและไม่ให้เกียรติผู้พูด
  • ทักท้วงให้พูดถึง «เรื่อง» ไม่ใช่ «ตัวบุคคล» — ถ้าข้อมูลผิดให้ชี้ที่ตัวข้อมูล ไม่ใช่ตำหนิคนพูด
  • กาลเทศะกำหนดความสุภาพ — เรื่องเดียวกันพูดกับเพื่อนได้ แต่พูดกับครูต้องสุภาพขึ้น จึงต้องดูว่าใคร ที่ไหน เมื่อไร ก่อนพูด
  • มารยาทออนไลน์ก็คือมารยาทต่อหน้า — ไม่ด่าทอ ไม่เยาะเย้ย ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น และไม่ส่งต่อข้อความที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ
  • เว็บนี้ไม่มีพาร์ทฟังเสียงจริง — ข้อสอบจึงให้อ่านสถานการณ์แล้วเลือกข้อที่เป็นมารยาท ต้องอ่านให้ครบว่าสถานการณ์นั้นเกิด «ที่ไหน กับใคร» ก่อนตอบ

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 75)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ท 3.1 ป.6/6 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้า hub หลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
  • งานทุกเรื่องที่ยกมาข้างต้นพ้นลิขสิทธิ์แล้ว (ผู้แต่งสิ้นชีวิตหรือสิ้นพระชนม์เกิน 50 ปี)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?