กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ป.4–ป.6

คำพ้องรูป คำพ้องเสียง และคำพ้องความหมาย

อ่านทำไม

คำไทยมีคำที่เขียนเหมือนกันแต่อ่านไม่เหมือนกัน มีคำที่เสียงซ้ำกันแต่เขียนต่างกัน และมีคำหลายคำที่ความหมายเดียวกันจนใช้แทนกันได้ สามเรื่องนี้ทำให้เด็กอ่านผิดความและเขียนซ้ำคำในย่อหน้าจนผู้อ่านรำคาญ ข้อสอบเข้า ม.1 จึงชอบออกทั้งแนว «คำในข้อใดเป็นคำพ้องรูป» และแนว «คำที่ขีดเส้นใต้ในบทกลอนหมายถึงอะไร» หัวข้อนี้ยังช่วยอ่านบทร้อยกรองให้เข้าใจ เพราะกวีโบราณใช้คำพ้องความหมาย (ไวพจน์) เลือกคำให้คล้องจองกันตลอดเรื่อง

เรื่องย่อยที่ 1

คำพ้องรูป

องค์ความรู้

  • คำพ้องรูป คือคำที่ เขียนเหมือนกัน แต่อ่านออกเสียงต่างกัน และความหมายก็ต่างกันด้วย จึงอ่านให้ถูกได้ด้วยการดูความหมายในประโยคเท่านั้น
  • ตัวอย่างที่ออกสอบบ่อยที่สุด — «เพลา» อ่าน «เพลา» (พยางค์เดียว) แปลว่าแกนสำหรับสอดในดุมล้อ · อ่าน «เพ-ลา» (สองพยางค์) แปลว่าเวลา
  • ตัวอย่างคู่ที่สอง — «สระ» อ่าน «สะ» แปลว่าที่ขังน้ำ · อ่าน «สะ-หระ» แปลว่ารูปและเสียงของตัวอักษรที่ใช้ประสมคำ
  • อีกกลุ่มที่ต้องแยกให้ออก — คำที่เขียนเหมือนกันและอ่านเหมือนกันด้วย แต่ความหมายต่างกัน เช่น «เขา» (ภูเขา กับ สรรพนามแทนตัวบุคคล) · «ขัน» (ภาชนะ กับ อาการหัวเราะ) · «ตา» (อวัยวะ กับ คำเรียกญาติ) — กลุ่มนี้พ้องทั้งรูปและเสียง ข้อสอบมักใช้เป็นตัวลวงของคำพ้องรูป
  • วิธีคิดเมื่อเจอคำพ้องรูป — อ่านทั้งประโยคก่อน · ถามว่าคำนั้นในที่นี้ทำหน้าที่หรือหมายถึงอะไร · แล้วจึงเลือกวิธีอ่าน · ถ้าเลือกความหมายผิดก็อ่านผิดทันที
  • จำง่าย ๆ — พ้องรูป = รูปเดียว เสียงไม่เดียว · พ้องเสียง = เสียงเดียว รูปไม่เดียว

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «เพลารถหัก» กับ «เพลาผ่านไปนาน» อ่านเหมือนกันไหม — ไม่เหมือนกัน · «เพลารถ» หมายถึงแกนสำหรับสอดในดุมล้อ ออกเสียงเป็นพยางค์เดียว · «เพลาผ่านไปนาน» หมายถึงเวลา อ่านว่า «เพ-ลา» สองพยางค์
  • «ตักน้ำในสระ» กับ «พยัญชนะและสระ» เป็นคำประเภทใด — ทั้งสองคำเขียนเหมือนกันคือ «สระ» แต่อ่านต่างกัน («สะ» กับ «สะ-หระ») และหมายถึงคนละสิ่ง จึงเป็น คำพ้องรูป
  • «คำในข้อใดเป็นคำพ้องรูป: โต๊ะ · เพลา · ดินสอ · หนังสือ» — เพลา เพราะเขียนรูปเดียวแต่อ่านได้สองแบบตามความหมาย ส่วนคำอื่นอ่านได้แบบเดียว
  • «เขา» ใน «ยอดเขาสูงใหญ่» กับ «เขามาโรงเรียน» เป็นคำพ้องรูปหรือไม่ — ไม่ใช่ · ทั้งสองคำเขียนเหมือนและอ่านเหมือนว่า «เขา» จึงเป็นคำที่พ้องทั้งรูปและเสียง ไม่ใช่คำพ้องรูปตามนิยาม เพราะคำพ้องรูปต้องอ่านต่างกัน
  • «เพลา» ในงานเขียนเก่า ๆ — ในวรรณคดีและร้อยกรองไทย คำว่า «เพลา» มักใช้ในความหมายว่า «เวลา» เช่น «เพลาค่ำ» «เพลาเช้า» ส่วน «เพลา» ที่หมายถึงแกนล้อจะพบในบริบทช่างซ่อมเครื่องยนต์หรือรถเข็น — เด็กที่อ่านเจอคำนี้ในบทร้อยกรองจึงต้องเลือกอ่านว่า «เพ-ลา» ก่อนเสมอ
เรื่องย่อยที่ 2

คำพ้องเสียง

องค์ความรู้

  • คำพ้องเสียง คือคำที่ อ่านออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนต่างกัน และความหมายก็ต่างกัน · ตัวตัดสินจึงอยู่ที่ รูปเขียน และ ความหมายในบริบท
  • ชุดที่ออกสอบบ่อย — การ · กาล · การณ์ · กาน (ออกเสียง «กาน» เหมือนกัน) · จัน · จันทน์ · จันท์ («จัน») · ข่า · ฆ่า · ศาล · สาน · ศรี · สี · พัน · พรรณ
  • ความหมายของแต่ละรูปต่างกันชัด — «การ» หมายถึงงาน · «กาล» หมายถึงเวลา · «การณ์» หมายถึงเหตุที่เกิดขึ้น · «จัน» หมายถึงชื่อไม้และใช้เรียกวันจันทร์แบบย่อ · «จันทน์» หมายถึงไม้หอม · «จันท์» หมายถึงเมืองจันทบุรี
  • «ข่า» กับ «ฆ่า» — «ข่า» เป็นชื่อพืชหัว · «ฆ่า» หมายถึงทำให้ตาย · ออกเสียงเหมือนกันทั้งหมด ต่างกันแค่รูปเขียน
  • วิธีแยกพ้องเสียงกับพ้องรูป — ถ้ายกคู่คำมาเทียบแล้ว «เขียนเหมือนกัน» ให้ตอบพ้องรูป · ถ้า «เขียนต่างกันแต่อ่านเหมือนกัน» ให้ตอบพ้องเสียง
  • ระวังคำที่เขียนต่างกันแค่ตัวการันต์หรือตัวสะกด — «จัน» กับ «จันทร์» ออกเสียงเหมือนกัน จึงเป็นคำพ้องเสียง ไม่ใช่คำที่อ่านต่างกัน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «ข่า – ฆ่า» กับ «เพลา – เพลา» ต่างกันอย่างไร — คู่แรกเป็น คำพ้องเสียง เพราะเขียนต่างกันแต่ออกเสียงเหมือนกัน · คู่หลังเป็น คำพ้องรูป เพราะเขียนเหมือนกันแต่อ่านต่างกันตามความหมาย
  • «ไปซื้อข่าที่ตลาด» กับ «อย่าฆ่าสัตว์» เขียนคำว่า «ข่า» กับ «ฆ่า» สลับกันได้ไหม — ไม่ได้ · «ข่า» เป็นชื่อพืช · «ฆ่า» หมายถึงทำให้ตาย · แม้ออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนผิดรูปแล้วความหมายผิดทันที
  • «จัน» «จันทน์» «จันท์» ต่างกันอย่างไร — ทั้งสามคำออกเสียง «จัน» เหมือนกัน · «จันทร์» หรือ «จัน» ใช้เรียกวันและดวงจันทร์ · «จันทน์» เป็นชื่อไม้หอมที่ใช้ทำเครื่องหอม · «จันท์» เป็นคำเรียกเมืองจันทบุรี เมื่อเขียนจึงต้องดูว่าประโยคพูดถึงอะไร
  • «ศาล» กับ «สาน» ออกเสียงเหมือนกันหรือไม่ — เหมือนกัน (อ่าน «สาน» ทั้งคู่) จึงเป็นคำพ้องเสียง · «ศาล» หมายถึงที่พิจารณาคดีหรือที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ · «สาน» หมายถึงการสอดสลับกัน เช่น «สานตะกร้า»
  • ชื่อนิทานพื้นบ้านภาคอีสาน «ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่» (สำนวนจากฐานข้อมูลนิทาน ตำนาน เรื่องเล่าพื้นบ้าน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร) ช่วยให้เห็นคำพ้องเสียงได้อย่างไร — คำว่า «ฆ่า» ในชื่อเรื่องออกเสียงเหมือน «ข่า» ที่เป็นชื่อพืช · ถ้าเขียนสลับเป็น «ก่องข้าวน้อยข่าแม่» ความหมายจะเปลี่ยนเป็นเรื่องไร้สาระทันที · เด็กชายในเรื่องโกรธจนลงมือทำร้ายแม่เพียงเพราะเห็นก่องข้าวเล็กและคิดว่าแม่ให้ข้าวน้อย ทั้งที่แม่บรรจุข้าวมาแน่นเต็มก่องด้วยความรัก — นิทานเรื่องนี้จึงใช้ได้ทั้งฝึกรู้จักคำพ้องเสียงและสอนเรื่องการไม่ให้ความโกรธมาบังสติ

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["ยกคำสองคำมาเทียบ"] --> B{"เขียนเหมือนกันไหม"}
    B -- "เหมือน" --> C{"อ่านเหมือนกันไหม"}
    C -- "อ่านต่าง" --> D["คำพ้องรูป<br/>เพลา · สระ"]
    C -- "อ่านเหมือน" --> E["พ้องทั้งรูปและเสียง<br/>เขา · ขัน · ตา"]
    B -- "เขียนต่าง" --> F["คำพ้องเสียง<br/>การ กาล การณ์ · ข่า ฆ่า · จัน จันทร์"]

คำบรรยายภาพ: ผังแยกคำที่มักสับสน เริ่มจากยกคำสองคำมาเทียบกัน ถ้าเขียนเหมือนกันให้ดูต่อว่าอ่านเหมือนกันหรือไม่ ถ้าอ่านต่างกันเป็นคำพ้องรูป เช่น เพลาและสระ ถ้าอ่านเหมือนกันเป็นคำที่พ้องทั้งรูปและเสียง เช่น เขา ขัน ตา แต่ถ้าเขียนต่างกันแต่ออกเสียงเหมือนกัน เป็นคำพ้องเสียง เช่น การ กาล การณ์ และ ข่า ฆ่า

เรื่องย่อยที่ 3

คำพ้องความหมาย (ไวพจน์)

องค์ความรู้

  • คำพ้องความหมาย หรือ ไวพจน์ คือคำหลายคำที่มีความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงกัน ใช้แทนกันได้ · มีไว้เพื่อ หลบคำซ้ำ ในงานเขียนและเพื่อให้กวีเลือกคำให้คล้องจองกับสัมผัส
  • ชุดไวพจน์ที่ต้องรู้จัก
ความหมาย คำที่ใช้แทนกันได้
ตา เนตร · นัยน์ · จักษุ
น้ำ ชล · ชลธี · วารี · อาโป
ไฟ เพลิง · อัคนี
หน้า พักตร์ · มุข
บ้าน · เรือน เคหะ · ที่พัก
เมือง นคร · บุรี
ดอกไม้ บุปผา · มาลี
ดวงจันทร์ ศศิธร · จันทรา
ท้องฟ้า อัมพร · โพยม · อากาศ
  • เลือกใช้ให้เหมาะกับบริบท — «ตา» «น้ำ» «ไฟ» ใช้ได้ทั้งการพูดและการเขียน · «เนตร» «ชล» «เพลิง» «พักตร์» เป็นคำที่ใช้ในงานเขียนหรือบทร้อยกรอง จึงไม่ใช้ในบทสนทนาธรรมดา
  • ไวพจน์ต่างจากคำพ้องรูปและคำพ้องเสียง — ไวพจน์เป็นเรื่องของ ความหมาย ไม่เกี่ยวกับเสียงหรือรูปเขียน · คำพ้องเสียงเป็นเรื่องของเสียง · คำพ้องรูปเป็นเรื่องของรูปเขียน
  • ประโยชน์ที่ได้จริง — เมื่อเขียนเรียงความแล้วคำว่า «สวย» ซ้ำหลายครั้ง ให้สลับเป็น «งาม» «น่าดู» «โสภา» ตามระดับภาษา และเมื่ออ่านบทร้อยกรองจะรู้ว่ากวีสลับคำไม่ให้ซ้ำโดยไม่เปลี่ยนความ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «ตา» «เนตร» «นัยน์» ใช้ต่างกันอย่างไร — ทั้งสามคำหมายถึงอวัยวะที่ใช้ดูเหมือนกัน · «ตา» ใช้ได้ทั่วไป · «เนตร» และ «นัยน์» เป็นคำที่ใช้ในงานเขียนหรือบทร้อยกรอง จึงเหมาะกับข้อความที่ต้องการความไพเราะ
  • «น้ำ» มีไวพจน์อะไรบ้าง — «ชล» «วารี» «อาโป» · ในบทร้อยกรองยังใช้ «ชลธี» (ทะเล) ได้ด้วย · เลือกใช้ตามที่ข้อความต้องการ
  • ข้อใดเป็นคำพ้องความหมายของ «บ้าน»: เรือน · กำแพง · ประตู · หลังคา — เรือน เพราะหมายถึงที่อยู่เช่นเดียวกับ «บ้าน» · ที่เหลือเป็นส่วนประกอบของบ้านหรือสิ่งที่อยู่ในบริเวณบ้าน ไม่ได้หมายถึงตัวบ้าน
  • อ่าน «รามเกียรติ์» ตอนศึกอินทรชิต (บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) 2 วรรคที่ว่า «เลื่อนเมฆลอยมาในอากาศ อำไพโอภาสประภัสสร / ไขแสงแข่งสีศศิธร อัมพรเอี่ยมพื้นโพยมพราย» แล้วหาไวพจน์ในบทนี้ — «ศศิธร» เป็น ไวพจน์ของดวงจันทร์ · «อัมพร» และ «โพยม» เป็น ไวพจน์ของท้องฟ้า · ส่วน «อากาศ» ในวรรคแรกก็ใช้ในความหมายว่าท้องฟ้าเช่นเดียวกัน · เห็นได้ว่ากวีเลือกใช้คำต่าง ๆ กันเพื่อไม่ให้ซ้ำคำในบทร้อยกรองเดียวกัน ทั้งที่ความหมายเดียวกัน
  • อ่าน «โคลงโลกนิติ» บทที่ ๒๕ (คัดจาก «ประชุมโคลงโลกนิติ» · สำนวนเก่า) ตอนที่ว่า «กัลออมพร่องชลธี เฟื่องฟื้น» แล้วดูคำว่า «ชลธี» — «ชลธี» เป็น ไวพจน์ของทะเล (มาจาก ชล = น้ำ + ธิ = ผู้ทรง) จึงหมายถึงแหล่งน้ำขนาดใหญ่ · กวีใช้คำนี้แทนคำว่า «ทะเล» เพื่อให้ได้สัมผัสและจังหวะตามที่โคลงกำหนด · ถ้าเขียนเป็นร้อยแก้วก็เขียนได้ว่า «หม้อน้ำที่พร่องก็เหมือนทะเลที่เหือดแห้ง»

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((คำพ้องความหมาย ไวพจน์))
    ร่างกาย
      ตา = เนตร นัยน์ จักษุ
      หน้า = พักตร์ มุข
    ธรรมชาติ
      น้ำ = ชล วารี อาโป
      ทะเล = ชลธี
      ไฟ = เพลิง อัคนี
      ท้องฟ้า = อัมพร โพยม
      ดวงจันทร์ = ศศิธร จันทรา
    ที่อยู่และเมือง
      บ้าน = เรือน เคหะ
      เมือง = นคร บุรี
    พรรณไม้
      ดอกไม้ = บุปผา มาลี

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดรวมคำพ้องความหมาย แบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มร่างกายมีคำว่า เนตร นัยน์ จักษุ ที่ใช้แทนตา และพักตร์ มุข ที่ใช้แทนหน้า กลุ่มธรรมชาติมี ชล วารี อาโป ที่ใช้แทนน้ำ ชลธี ที่ใช้แทนทะเล เพลิงและอัคนีที่ใช้แทนไฟ อัมพรและโพยมที่ใช้แทนท้องฟ้า และศศิธรกับจันทรา ที่ใช้แทนดวงจันทร์ กลุ่มที่อยู่และเมืองมีเรือน เคหะ ที่ใช้แทนบ้าน และนคร บุรี ที่ใช้แทนเมือง ส่วนกลุ่มพรรณไม้มีบุปผาและมาลีที่ใช้แทนดอกไม้

ข้อควรระวัง

  • พ้องรูปกับพ้องเสียงคนละนิยาม — พ้องรูปคือเขียนเหมือนอ่านต่าง (เพลา · สระ) · พ้องเสียงคือเขียนต่างอ่านเหมือน (ข่า–ฆ่า · จัน–จันทร์) ถ้าจำสลับจะตอบผิดทั้งชุด
  • คำที่เขียนเหมือนและอ่านเหมือนไม่ใช่คำพ้องรูป — «เขา» «ขัน» «ตา» จัดเป็นคำที่พ้องทั้งรูปและเสียง อย่าไปตอบว่าเป็นคำพ้องรูป
  • คำพ้องรูปต้องดูความหมายก่อนอ่าน — «เพลา» ในบทร้อยกรองอ่านว่า «เพ-ลา» (เวลา) ไม่ใช่ «เพลา» (แกนล้อ) · อ่านผิดแล้วจับความของบทผิดทั้งวรรค
  • ไวพจน์ไม่ใช่คำพ้องเสียง — ไวพจน์เป็นเรื่องของความหมายที่ใช้แทนกันได้ (ตา–เนตร) ไม่ได้เกี่ยวกับเสียงที่ซ้ำกัน
  • ไวพจน์บางคำใช้ในภาษาพูดไม่ได้ — «เนตร» «พักตร์» «ชลธี» เป็นคำที่เหมาะกับงานเขียน เมื่อเขียนจดหมายถึงเพื่อนหรือพูดในห้องเรียนจึงไม่ควรใช้
  • ระวังคำที่เติมเครื่องหมายวรรคตอนหรือตัวการันต์ — «จัน» กับ «จันทร์» ออกเสียงเท่ากัน จึงเป็นคำพ้องเสียง จะเขียนผิดรูปไม่ได้

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 12–14)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ไม่มีตัวชี้วัดชั้น ป.6 ที่ระบุ «คำพ้องรูป คำพ้องเสียง คำพ้องความหมาย» โดยตรง (ดู ../_ref/p6-indicators.md) — เป็นความรู้ที่ใช้กับ ท 1.1 ป.6/2 (อธิบายความหมายของคำ ประโยค และข้อความ) และ ท 2.1 ป.6/2 (เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf (ไฟล์เก็บไว้ที่ ../_ref/thai-2551-obec.pdf)
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
    • «รามเกียรติ์» — บทละครพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช · ตอนศึกอินทรชิต https://th.wikisource.org/wiki/รามเกียรติ์ (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • «โคลงโลกนิติ» บทที่ ๒๕ (สำนวนเก่า) — คัดจาก «ประชุมโคลงโลกนิติ» (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงชำระ) https://th.wikisource.org/wiki/ประชุมโคลงโลกนิติ/๐๒๕ (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • «ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่» — นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน (จ. ยโสธร) ฐานข้อมูลนิทาน ตำนาน เรื่องเล่าพื้นบ้าน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร https://folktales.sac.or.th/folktale-details.php?id=3 (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?