กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ท 1.1

อ่านงานเขียนเชิงอธิบายและข้อมูล

อ่านทำไม

งานเขียนเชิงอธิบายคือข้อความที่เขียนขึ้นเพื่อ «บอกว่าเป็นอะไร» หรือ «ทำอย่างไร» ไม่ได้เล่าเป็นเรื่องเป็นราว เด็ก ป.6 จึงต้องอ่านให้จับจุดประสงค์ ลำดับขั้น และข้อห้ามให้ได้ก่อนลงมือทำตาม ในชีวิตจริงข้อความแบบนี้อยู่รอบตัว ทั้งฉลากยา ฉลากเครื่องใช้ไฟฟ้า ป้ายระเบียบโรงเรียน และใบวิธีทำอาหาร อีกด้านหนึ่งคือมารยาทในการอ่าน ซึ่งใช้ได้ตลอดชีวิตและเป็นตัวชี้วัด ป.6 ตรง ๆ ทั้ง ท 1.1 ป.6/6 และ ท 1.1 ป.6/9

เรื่องย่อยที่ 1

อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง และข้อแนะนำ แล้วปฏิบัติตาม

องค์ความรู้

  • งานเขียนเชิงอธิบาย คือข้อความที่มุ่งอธิบายข้อเท็จจริง วิธีทำ หรือคำแนะนำ ให้ผู้อ่าน «เข้าใจ» และ «ทำได้» ต่างจากเรื่องเล่าที่มีตัวละครและเหตุการณ์ดำเนินไป
  • โครงสร้างที่พบบ่อย ชื่อเรื่อง → บอกจุดประสงค์หรือสิ่งที่ต้องเตรียม → ลำดับขั้น → คำเตือนและข้อควรระวัง → สรุปสั้น ๆ
  • คำบอกลำดับ ช่วยให้เรียงขั้นตอนถูก ได้แก่ เริ่มแรก ก่อนอื่น ต่อมา จากนั้น ขั้นต่อไป สุดท้าย เมื่อเสร็จแล้ว
  • คำบอกเงื่อนไขและข้อบังคับ ต้องอ่านให้ครบ เพราะเปลี่ยนความหมายทั้งประโยค ได้แก่ ควร ต้อง ห้าม อย่า ถ้า…จึง ยกเว้น อย่างน้อย ไม่เกิน
  • วิธีอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย 4 ขั้น อ่านชื่อเรื่องและจุดประสงค์ → ไล่หาคำบอกลำดับ → สังเกตคำบอกเงื่อนไข → ทบทวนว่าต้องทำอะไรก่อน–หลัง แล้วลงมือทำทีละขั้น
ประเภทของงานเขียน ตัวอย่างที่เจอบ่อย สิ่งที่ต้องอ่านให้ได้
คำแนะนำและวิธีทำ วิธีปลูกถั่วงอกในแก้ว · วิธีประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ ขั้นตอนเรียงลำดับ และสิ่งที่ต้องเตรียม
คำสั่งและข้อปฏิบัติ ระเบียบการใช้ห้องสมุด · ป้าย «ห้ามวิ่ง» ในโรงอาหาร คำบังคับ ข้อห้าม และผู้ที่ต้องปฏิบัติ
ฉลากและคำแนะนำการใช้ ฉลากยา · ยาสีฟัน · คู่มือเครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดที่ใช้ จำนวนครั้ง และข้อควรระวัง
ข้อความให้ข้อมูล บทความให้ความรู้เรื่องขยะในทะเล ใจความสำคัญและรายละเอียดที่สนับสนุน

คำบรรยายภาพ: ตารางแยกงานเขียนเชิงอธิบายเป็น 4 ประเภท พร้อมตัวอย่างที่เจอบ่อยและสิ่งที่ต้องอ่านให้ได้ โดยคำแนะนำและวิธีทำต้องได้ลำดับขั้น คำสั่งและข้อปฏิบัติต้องได้คำบังคับและข้อห้าม ฉลากและคำแนะนำการใช้ต้องได้ขนาดกับข้อควรระวัง และข้อความให้ข้อมูลต้องได้ใจความสำคัญ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ฉลากยาเขียนว่า «รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร» ต้องทำอย่างไร — ใน 1 วัน กิน 3 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด รวม 3 เม็ด และต้องกินหลังอาหารทุกมื้อ คำว่า «หลัง» เป็นเงื่อนไขที่ห้ามข้าม
  • อ่านวิธีปลูกถั่วงอก «ขั้นแรก แช่เมล็ดถั่ว… จากนั้นนำไปใส่ในตะกร้า… สุดท้ายรดน้ำวันละ 2 ครั้ง» ขั้นที่สามทำอะไร — รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เพราะคำว่า «สุดท้าย» ชี้ขั้นสุดท้ายของที่เขียนไว้
  • ป้ายในห้องสมุดเขียนว่า «ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าห้องอ่าน» ข้อใดทำได้ — พกขวดน้ำเข้าไปไม่ได้ แต่ยืมหนังสือไปอ่านที่โต๊ะได้ เพราะป้ายห้ามเฉพาะการกินและดื่มในห้องอ่าน ไม่ได้ห้ามการยืมหนังสือ
  • อ่านคำเตือน «ถ้าต้องใช้ต่อเนื่องเกิน 7 วัน ควรปรึกษาแพทย์» หมายความว่าอย่างไร — ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน ต้องให้ผู้ใหญ่พาไปพบแพทย์ ไม่ซื้อยากินเองต่อไป
  • จากงานเขียนจริง: «โคลงโลกนิติ» (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงชำระ · ฉบับที่เผยแพร่บนวิกซอร์ซ) — โคลงโลกนิติเป็นบทสอนใจที่ให้ «ข้อแนะนำ» ไว้สั้น ๆ บทหนึ่งมี 4 บาท รวม 30 คำ เช่นบทที่ ๒๕ ที่ยก «หม้อน้ำเต็มไม่ส่งเสียง หม้อน้ำพร่องกลับกระฉอก» มาเตือนว่าคนที่มีความรู้จริงมักไม่โอ้อวด · วิธีอ่านให้ได้ประโยชน์คือจับ «คำสั่งสอน» ในบท แล้วแปลงเป็นสิ่งที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่ออ่านบทนั้นก็ตั้งกติกากับตัวเองว่าเมื่อรู้อะไรก็ให้เล่าเท่าที่รู้ ไม่พูดยกตน · ถ้าอ่านแล้วเพียงท่องจำแต่ไม่นำไปปฏิบัติ ก็ยังไม่นับว่าอ่าน «แล้วปฏิบัติตาม»

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านชื่อเรื่องและดูว่าผู้เขียนเขียนเพื่ออะไร] --> B[หาคำบอกลำดับ เริ่มแรก ต่อมา สุดท้าย]
    B --> C[สังเกตคำบอกเงื่อนไข ควร ต้อง ห้าม ถ้า]
    C --> D[ลงมือทำทีละขั้น แล้วทบทวนว่าครบทุกขั้นไหม]

คำบรรยายภาพ: แผนผังวิธีอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย เริ่มจากอ่านชื่อเรื่องเพื่อจับจุดประสงค์ หาคำบอกลำดับเพื่อเรียงขั้นตอน สังเกตคำบอกเงื่อนไขที่กำหนดว่าอะไรต้องทำหรือห้ามทำ จากนั้นจึงลงมือทำตามทีละขั้นและทบทวนว่าไม่ได้ข้ามขั้นใด

เรื่องย่อยที่ 2

มารยาทในการอ่าน

องค์ความรู้

  • มารยาทในการอ่าน คือการปฏิบัติตนให้เหมาะสมทั้งต่อหนังสือ ต่อผู้อ่านคนอื่น และต่อสถานที่ที่เราอ่านอยู่
  • ต่อหนังสือ ไม่ขีดเขียน พับ ม้วน ฉีก หรือวางของทับ · ไม่พับมุมหนังสือเป็นที่คั่น · ไม่ทำหนังสือเปียกหรือเปื้อนอาหาร · เก็บเข้าที่หรือคืนตามกำหนดเวลา
  • ต่อผู้อ่านคนอื่น อ่านในใจในที่ส่วนรวม ไม่ส่งเสียงดังรบกวน · ไม่ชิงหนังสือจากมือผู้อื่น · ถ้าจะยืมต้องขออนุญาตก่อนและคืนตรงเวลา · ไม่ชูหนังสือบังสายตาคนข้างหลัง · ปิดเสียงมือถือขณะอ่านในห้องอ่านหนังสือ
  • ต่อสถานที่ วางกระเป๋าและรองเท้าให้เป็นระเบียบ ไม่นั่งเก้าอี้กีดทางเดิน ไม่กินอาหารในบริเวณที่ห้ามไว้
  • อ่านออกเสียงให้ผู้อื่นฟัง ต้องอ่านชัดถ้อยชัดคำ วรรคตอนถูกต้อง ไม่อ่านเร็วเกินไป และมองผู้ฟังบ้าง ไม่ก้มอ่านอย่างเดียว
  • อ่านจากจอ ก็มีมารยาทเช่นกัน ไม่เปิดเสียงดังในที่สาธารณะ ไม่แชร์ต่อข้อความที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ และไม่คัดข้อความของผู้อื่นไปใช้โดยไม่บอกที่มา
ควรทำ ไม่ควรทำ
อ่านในใจเมื่ออยู่ในห้องอ่านหนังสือ คุยโทรศัพท์หรือเปิดเพลงเสียงดัง
จดโน้ตลงสมุดของตัวเอง ขีดเส้นใต้หรือเขียนในหนังสือของห้องสมุด
คืนหนังสือภายในวันที่กำหนด ยืมต่อเงียบ ๆ หรือส่งต่อให้คนอื่นโดยไม่แจ้ง
ขออนุญาตก่อนยืมหนังสือของเพื่อน หยิบหนังสือจากมือเพื่อนไปอ่านทันที

คำบรรยายภาพ: ตารางเทียบสิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่ไม่ควรทำในการอ่าน ฝั่งควรทำคืออ่านในใจในห้องอ่านหนังสือ จดโน้ตลงสมุดของตัวเอง คืนหนังสือตามกำหนด และขออนุญาตก่อนยืม ฝั่งไม่ควรทำคือคุยโทรศัพท์เสียงดัง ขีดเขียนในหนังสือของห้องสมุด ยืมต่อเงียบ ๆ และหยิบหนังสือจากมือเพื่อน

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • เพื่อนกำลังอ่านหนังสือเล่มเดียวกับที่เราอยากอ่าน ควรทำอย่างไร — ขออ่านต่อเมื่อเพื่อนอ่านเสร็จ หรือถามว่าจะยืมได้เมื่อไร ไม่ใช่ดึงจากมือเพื่อน
  • ยืมหนังสือห้องสมุดมาแล้วทำหน้าหนังสือหลุด ควรทำอย่างไร — บอกบรรณารักษ์ตามตรงเพื่อซ่อมหรือชดใช้ ไม่ใช่ติดเทปเองแล้วคืนเงียบ ๆ
  • อ่านหนังสือในห้องสมุดแล้วมีคนโทรเข้า ควรทำอย่างไร — ปิดเสียงหรือรับสายสั้น ๆ แล้วออกไปคุยนอกห้อง เพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น
  • ครูให้อ่านออกเสียงบทความให้เพื่อนฟัง ควรระวังอะไร — ออกเสียงให้ชัด วรรคตอนถูก ระดับเสียงพอดี และอ่านช้าให้เพื่อนตามทัน

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[มารยาทในการอ่าน] --> B[ต่อหนังสือ]
    A --> C[ต่อผู้อ่านคนอื่น]
    A --> D[ต่อสถานที่]
    B --> B1[ไม่ขีดเขียน พับ ฉีก และคืนตรงเวลา]
    C --> C1[อ่านในใจในที่ส่วนรวม ไม่ชิงหนังสือของผู้อื่น]
    D --> D1[วางของเป็นระเบียบ ไม่กินอาหารในบริเวณที่ห้าม]

คำบรรยายภาพ: แผนผังมารยาทในการอ่าน แบ่งเป็น 3 ด้าน คือมารยาทต่อหนังสือ ได้แก่ไม่ขีดเขียน พับ ฉีก และคืนหนังสือตามกำหนดเวลา มารยาทต่อผู้อ่านคนอื่น ได้แก่อ่านในใจในที่ส่วนรวมและไม่ชิงหนังสือของผู้อื่น และมารยาทต่อสถานที่ ได้แก่วางของเป็นระเบียบและไม่กินอาหารในบริเวณที่ห้ามไว้

ข้อควรระวัง

  • งานเขียนเชิงอธิบายไม่ใช่เรื่องเล่า — ไม่มีตัวละครหรือเหตุการณ์ ถ้าอ่านแบบหาความสนุกจะจับจุดประสงค์ไม่ออก ให้อ่านหาลำดับขั้นและคำสั่งเป็นหลัก
  • ห้ามอ่านข้ามคำบอกเงื่อนไข — คำว่า «ห้าม» «ยกเว้น» «อย่างน้อย» «ไม่เกิน» และ «หลังอาหาร» เปลี่ยนคำตอบได้ทันที โดยเฉพาะบนฉลากยาและป้ายระเบียบ
  • «อ่านแล้ว» ไม่เท่ากับ «ปฏิบัติตาม» — โจทย์แนวปฏิบัติตามต้องตอบเป็น «ทำอะไร ขั้นไหน» ไม่ใช่ท่องข้อความเดิม
  • มารยาทในการอ่านมีทั้งต่อหนังสือ ผู้อ่าน และสถานที่ — ตอบให้ครบด้าน อย่าตอบแค่ «ไม่ส่งเสียงดัง»
  • อ่านจากจอต่างจากอ่านจากกระดาษตรงที่ต่อได้ทันที — จึงยิ่งต้องยับยั้ง ไม่กดแชร์หรือคัดข้อความของผู้อื่นก่อนตรวจที่มา

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 53–54)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ท 1.1 ป.6/6 (อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏิบัติตาม) · ท 1.1 ป.6/9 (มีมารยาทในการอ่าน) — ../_ref/p6-indicators.md
  • หมายเหตุขอบเขต: สองเรื่องย่อยนี้ไม่พบแหล่งติวเตอร์ยืนยันความถี่ แต่มีในตัวชี้วัด ป.6 ตรง ๆ — ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §1.2
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?