กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ป.4–ป.6

ไตรยางศ์ อักษรนำ และอักษรควบ

อ่านทำไม

«มา» กับ «หมา» เขียนต่างกันแค่ตัว ห แต่เสียงกลับไม่เหมือนกัน «ปลา» กับ «ปา» ก็ต่างกันแค่ตัว ล คำตอบอยู่ที่ ไตรยางศ์ (การแบ่งพยัญชนะออกเป็น 3 ชั้น) และการอ่านตัวอักษรสองตัวที่มาเรียงติดกันว่าเป็น «อักษรควบ» หรือ «อักษรนำ» หัวข้อนี้เป็นหลักการใช้ภาษาที่แทบทุกโรงเรียนออกสอบทุกปี และเป็นฐานให้เรื่องวรรณยุกต์กับคำเป็น–คำตายในหัวข้อถัด ๆ ไป ถ้าแยกสามชั้นอักษรกับอ่านคำควบ–คำนำได้ ที่เหลือก็จะง่ายขึ้นมาก

เรื่องย่อยที่ 1

ไตรยางศ์ (อักษรสูง อักษรกลาง อักษรต่ำ)

องค์ความรู้

  • ไตรยางศ์ แปลว่า «สามหมู่» คือการแบ่งพยัญชนะไทยทั้ง 44 ตัว ออกเป็น 3 ชั้นตามพื้นเสียง ก่อนที่จะใส่รูปวรรณยุกต์ลงไป
ชั้นอักษร จำนวน พยัญชนะ
อักษรกลาง 9 ตัว ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ
อักษรสูง 11 ตัว ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห
อักษรต่ำ 24 ตัว ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ
  • อักษรต่ำเดี่ยว 10 ตัว — ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ เป็นอักษรต่ำที่ ไม่มีคู่เสียง กับอักษรสูง จึงต้องอาศัยตัวอื่นมาช่วยนำเวลาผันวรรณยุกต์
  • อักษรต่ำคู่ 14 ตัว — ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ เป็นอักษรต่ำที่ มีคู่เสียง กับอักษรสูง เช่น ค–ข · ช–ฉ · ท–ถ · พ–ผ · ฟ–ฝ · ซ–ส
  • ตัวอักษร ฃ ฅ เลิกใช้แล้ว ออกเสียงเหมือน ข ค แต่ยังพบในพจนานุกรมและคำเก่า
  • รู้ไตรยางศ์ไปทำไม — (1) เลือกใช้รูปวรรณยุกต์ให้ถูก (ดู th-tone) · (2) แยกคำเป็น–คำตาย (ดู th-syllable) · (3) อ่านออกเสียงคำที่มี ห นำ ให้ถูกว่า «หญ้า» ไม่ใช่ «ย่า»

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «งา» «ง่า» «ง้า» ต่างกันอย่างไร — ทั้งสามคำใช้อักษรต่ำเดี่ยวตัว ง ตัวเดียวกัน แต่รูปวรรณยุกต์ทำให้เสียงต่างกัน จึงต้องรู้ก่อนว่า ง อยู่ชั้นอักษรต่ำ
  • «หมา» กับ «มา» อ่านเหมือนกันไหม — ไม่เหมือน · «หมา» มี ห นำ จึงผันเหมือนอักษรสูงและออกเสียงจัตวา ส่วน «มา» เป็นอักษรต่ำเดี่ยวตามปกติจึงออกเสียงสามัญ · สังเกตว่า «หญ้า» กับ «ย่า» ที่เขียนต่างกันกลับออกเสียงเหมือนกันทุกประการ จึงเป็นคำพ้องเสียง (ดู th-homonym)
  • บทกลอนอาขยาน «วิชาเหมือนสินค้า» (คัดจาก «สุภาษิตศรีสวัสดิ์» ของนายมี · หมื่นพรหมสมพัตสร สมัยรัชกาลที่ 3) วรรคที่ว่า «วิชาเหมือนสินค้า / อันมีค่าอยู่เมืองไกล» มีคำจากอักษรทั้งสามชั้นหรือไม่ — มีครบ · «วิชา» ขึ้นต้นด้วย ว (อักษรต่ำเดี่ยว) · «สินค้า» ส (อักษรสูง) กับ ค (อักษรต่ำคู่) · «เมือง» ม (อักษรต่ำเดี่ยว) · «ไกล» ก (อักษรกลาง) · เห็นได้ว่าบทอาขยานบทเดียวก็แยกสามชั้นอักษรได้ครบ และคำว่า «เหมือน» ยังมี ห นำ ม อีกด้วย

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["เห็นพยัญชนะต้นของคำ"] --> B{"พื้นเสียงเป็นอย่างไร"}
    B -- "ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ" --> C["อักษรกลาง<br/>ผันได้ 5 เสียง"]
    B -- "ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห" --> D["อักษรสูง<br/>ผันได้ เอก โท จัตวา"]
    B -- "ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ" --> E["อักษรต่ำ<br/>ผันได้ สามัญ โท ตรี"]
    E --> F{"มีคู่เสียงกับอักษรสูงไหม"}
    F -- "มี" --> G["อักษรต่ำคู่ 14 ตัว"]
    F -- "ไม่มี" --> H["อักษรต่ำเดี่ยว 10 ตัว<br/>ต้องอาศัย ห หรือ อ นำ"]

คำบรรยายภาพ: ผังการแยกไตรยางศ์ เริ่มจากดูพยัญชนะต้นของคำ แล้วถามว่าพื้นเสียงสูง กลาง หรือต่ำ คำตอบจะบอกว่าคำนั้นเป็นอักษรกลางซึ่งผันได้ 5 เสียง อักษรสูงซึ่งผันได้เอก โท จัตวา หรืออักษรต่ำซึ่งผันได้สามัญ โท ตรี จากนั้นอักษรต่ำยังแยกต่อว่ามีคู่เสียงกับอักษรสูงหรือไม่ ถ้ามีเป็นอักษรต่ำคู่ ถ้าไม่มีเป็นอักษรต่ำเดี่ยวซึ่งต้องอาศัย ห หรือ อ นำ ช่วยผัน

เรื่องย่อยที่ 2

อักษรนำ (ห นำ และอักษรนำอื่น)

องค์ความรู้

  • อักษรนำ คือพยัญชนะต้น 2 ตัวที่เขียนเรียงติดกัน แล้วตัวหน้าออกเสียงเป็น «อะ» กึ่งเสียงหรือทำหน้าที่นำเสียงตัวหลัง ทำให้คำนั้น เพิ่มจำนวนพยางค์ หรือเปลี่ยนเสียงของตัวหลัง
  • ห นำ — ห + อักษรต่ำเดี่ยวตัวใดตัวหนึ่ง (ง ญ ณ น ม ย ร ล ว) แล้วออกเสียงเป็น พยางค์เดียว โดย ห ทำเสียงให้คำนั้นกลายเป็นพื้นเสียงอักษรสูง · ตัวอย่าง หญ้า · หญิง · หมา · หมู · หนัก · หนู · หวาน · หลาน · หลาย · ใหญ่ · หมอน
  • อ นำ — อ + ย ได้แก่ อย่า · อยู่ · อย่าง · อยาก · อยู่แล้ว — ออกเสียงเป็นพยางค์เดียวและมีเสียงเอก
  • อักษรนำที่ออกเสียง «อะ» กึ่งเสียง — ตัวหน้าเป็นอักษรกลางหรืออักษรสูง แล้วเพิ่มอีกหนึ่งพยางค์ให้คำ · ตัวอย่าง จมูก (จะ-หฺมูก) · ตลาด (ตะ-หลาด) · ขนม (ขะ-หนม) · ฉลาด (ฉะ-หลาด) · สบาย (สะ-บาย) · ถนน (ถะ-หนน) · สวัสดี (สะ-หฺวัด-ดี)
  • เวลาผันวรรณยุกต์ คำที่มี ห นำ ให้ผันเหมือนอักษรสูง — หมา (จัตวา) · หม่า (เอก) · หม้า (โท) จึงผันได้ 3 เสียงแบบเดียวกับอักษรสูง ไม่ใช่ตามแบบอักษรต่ำ (สามัญ โท ตรี)
  • ห้ามออกเสียงแยกเป็น «หะ-มา» — ห ในคำพวกนี้ไม่ออกเสียงเป็นพยางค์ของตัวเอง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • คำว่า «หยับ» ในอาขยานกับคำว่า «ยับ» ต่างกันตรงไหน — «หยับ» มี ห นำ จึงผันเหมือนอักษรสูง · ทั้งสองคำเป็นคำตายเพราะสะกดด้วยแม่ กบ · «หยับ» จึงออกเสียงเอก (แปลว่า คีบ หยิบ) ส่วน «ยับ» ออกเสียงตรี (แปลว่า ยู่ย่น ใช้การไม่ได้) — สังเกตว่ามีหรือไม่มี ห ทำให้ทั้งเสียงและความหมายเปลี่ยนทันที
  • คำใดเป็นคำที่มีอักษรนำ: ปลา · จมูก · ครับ · โต๊ะ — จมูก เท่านั้น เพราะอ่านเป็น «จะ-หฺมูก» มีเสียง อะ กึ่งเสียงเพิ่มขึ้นมา ส่วน ปลา กับ ครับ เป็นอักษรควบที่ออกเสียงรวมพยางค์เดียว และ โต๊ะ ไม่มีตัวอักษรนำ
  • «หญ้า» «หมา» «หวาน» ต้องออกเสียงอย่างไรจึงจะถูก — ทั้งสามคำมี ห นำ ให้ออกเสียงเป็นพยางค์เดียวโดยไม่แยกเป็น «หะ-ญ้า» หรือ «หะ-มา» · คำที่ขึ้นต้นด้วย ห แล้วตามด้วย ญ ย ร ล ว ม น ง จึงต้องฝึกอ่านเป็นชุด แล้วเทียบเสียงกับคำที่ไม่มี ห เช่น «หญ้า–ย่า» «หมา–มา» «หวาน–วาน» เพื่อให้หูจับความต่างได้
  • อ่าน «ราชาธิราช» (เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และคณะ · ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2496) ตอนที่ว่า «สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมิได้เสด็จสวรรคต» คำว่า «สวรรคต» มีอักษรนำหรือไม่ — มี · «สวรรคต» อ่านว่า «สะ-หวัน-คด» ตัว ส นำ ว จึงกลายเป็นเสียง «สะ» แล้ว «ร» ที่เขียนไว้ทำหน้าที่เป็นตัวสะกดเสียง «น» ต่อด้วย «คด» — เป็นคำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ด้วย จึงต้องระวังทั้งการอ่านและการใช้คำ

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["เจอพยัญชนะต้น 2 ตัวเรียงติดกัน"] --> B{"อ่านออกเสียงแบบไหน"}
    B -- "ออกเสียงพยัญชนะสองตัวรวมกัน<br/>พยางค์เดียว ไม่มีเสียง อะ" --> C["อักษรควบ<br/>ปลา · ครับ · แพร้ว"]
    B -- "ตัวหน้าเป็น ห หรือ อ<br/>ออกเสียงเป็นพยางค์เดียว" --> D["ห นำ / อ นำ<br/>หญ้า · หมา · อย่า"]
    B -- "มีเสียง อะ กึ่งเสียง<br/>เพิ่มขึ้นอีกพยางค์" --> E["อักษรนำอื่น<br/>จมูก · ตลาด · ขนม"]

คำบรรยายภาพ: ผังแยกคำที่เขียนพยัญชนะต้นสองตัวติดกันออกเป็น 3 ทาง ทางแรกออกเสียงพยัญชนะสองตัวรวมกันในพยางค์เดียวเรียกว่าอักษรควบ เช่น ปลา ครับ แพร้ว ทางที่สองเป็นคำที่มี ห นำ หรือ อ นำ ออกเสียงยังเป็นพยางค์เดียว เช่น หญ้า หมา อย่า และทางที่สามมีเสียง อะ กึ่งเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งพยางค์เรียกว่าอักษรนำอื่น เช่น จมูก ตลาด ขนม

เรื่องย่อยที่ 3

อักษรควบแท้และอักษรควบไม่แท้

องค์ความรู้

  • อักษรควบ คือพยัญชนะต้น 2 ตัวที่ออกเสียง พร้อมกันในพยางค์เดียว — ต่างจากอักษรนำตรงที่ไม่มีเสียง อะ กึ่งเสียงเพิ่มมา
  • อักษรควบแท้ (ควบกล้ำ) — ตัวหลังเป็น ร ล ว เสียงทั้งสองตัวออกครบ · ตัวอย่าง กลม · ปลา · ครก · เพลง · กว้าง · ขวา · ครับ · ตรวจ · แปรง · ปลาย · ครอบครัว · กล้วย (ควบถึง 3 ตัวคือ ก ล ว)
  • อักษรควบไม่แท้ — ตัวหลังไม่ออกเสียง ตัวหน้าออกเสียงตามปกติ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่ม ออกเสียง ตัวอย่าง
ร ที่ไม่ออกเสียง อ่านเหมือนตัวหน้าตัวเดียว จริง (จิง) · ศรี (สี) · สร้อย (ซ้อย) · เสริม (เสิม) · เศร้า (เส้า)
ทร ออกเสียง ซ ทราย (ซาย) · ทรง (ซง) · ทราบ (ซาบ) · ทรุด (ซุด)
ล ที่ไม่ออกเสียง ออกเสียงเป็นตัวสะกด น ชล (ชน) · กาล (กาน) · ศีล (สีน) · พยาบาล (พะ-ยา-บาน)
  • วิธีแยกให้ชัด — ถ้าออกเสียงสองตัวรวมกันและไม่เพิ่มพยางค์ = ควบ (ปลา) · ถ้ามีเสียง อะ กึ่งเสียงเพิ่มพยางค์ = นำ (ตลาด = ตะ-หลาด) · ถ้าเห็นตัว ร ล หลังพยัญชนะต้นแต่ไม่ได้ยินเสียงนั้น = ควบไม่แท้ (จริง = จิง)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «เศร้า» อ่านอย่างไร และเป็นคำประเภทใด — อ่านว่า «เส้า» เพราะ ร ไม่ออกเสียง จึงเป็นอักษรควบไม่แท้ · เช่นเดียวกับ «จริง» ที่อ่านว่า «จิง» และ «ศรี» ที่อ่านว่า «สี»
  • «ปลา» กับ «ปา» ต่างกันอย่างไร — «ปลา» เป็นอักษรควบแท้ ต้องออกเสียง ป กับ ล พร้อมกันในพยางค์เดียว ถ้าออกเสียงตกเหลือ «ปา» ความหมายก็เปลี่ยนเป็นคนละคำ
  • ข้อใดเป็นคำควบไม่แท้: กลอง · ตรวจ · ทรง · ปลาย — ทรง อ่านว่า «ซง» เพราะ ทร ออกเสียงเป็น ซ · ส่วน กลอง ตรวจ และปลาย เป็นอักษรควบแท้ที่ออกเสียง กล ตร ปล ครบทุกตัว
  • อ่าน «กาพย์เห่เรือ» ตอน เห่ชมเรือกระบวน (เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร · เจ้าฟ้ากุ้ง · 4 วรรคแรกจากฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมศิลปากร) ที่ว่า «พระเสด็จโดยแดนชล / ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย / กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย / พายอ่อนหยับจับงามงอน» ข้อความนี้มีอักษรควบและอักษรนำแบบใดบ้าง — «ชล» อ่านว่า «ชน» และ «ทรง» อ่านว่า «ซง» จึงเป็น อักษรควบไม่แท้ · «แพร้ว» ใน «แพร้วพรรณราย» เป็น อักษรควบแท้ เพราะ พ กับ ร ออกเสียงรวมกันในพยางค์เดียว · «หยับ» เป็น อักษรนำแบบ ห นำ ออกเสียงพยางค์เดียวว่า «หฺยับ» · เห็นได้ว่าบทร้อยกรองบทเดียวมีทั้งควบแท้ ควบไม่แท้ และอักษรนำ จึงเป็นบทที่ใช้ฝึกอ่านออกเสียงได้ดีมาก
  • อ่าน «รามเกียรติ์» ตอนศึกอินทรชิต (บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) 2 วรรคที่ว่า «เลื่อนเมฆลอยมาในอากาศ อำไพโอภาสประภัสสร / ไขแสงแข่งสีศศิธร อัมพรเอี่ยมพื้นโพยมพราย» พบคำประเภทใด — «ประภัสสร» มี ปร เป็น อักษรควบแท้ (ป ควบ ร) ส่วน «พราย» ก็มี พร เป็นอักษรควบแท้เช่นกัน · «โพยม» อ่านว่า «พะ-โยม» จึงเป็น อักษรนำ เพราะ พ ออกเสียงเป็น อะ กึ่งเสียงแล้วจึงตามด้วย ย

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A["อักษรควบ"] --> B["ควบแท้<br/>ตัวหลังเป็น ร ล ว<br/>กลม · ปลา · แพร้ว"]
    A --> C["ควบไม่แท้ — ร หายเสียง<br/>จริง · ศรี · เศร้า"]
    A --> D["ควบไม่แท้ — ทร เป็น ซ<br/>ทราย · ทรง · ทราบ"]
    A --> E["ควบไม่แท้ — ล หายเสียง<br/>ชล · กาล · พยาบาล"]

คำบรรยายภาพ: ผังแยกอักษรควบออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มแรกคือควบแท้ที่ตัวหลังเป็น ร ล หรือ ว และออกเสียงครบทั้งสองตัว เช่น กลม ปลา แพร้ว อีกสามกลุ่มเป็นควบไม่แท้ คือกลุ่มที่ ร หายเสียง เช่น จริง ศรี · กลุ่มที่ ทร ออกเสียงเป็น ซ เช่น ทราย ทรง ทราบ · และกลุ่มที่ ล หายเสียงแล้วออกเสียงเป็นตัวสะกด น เช่น ชล กาล พยาบาล

ข้อควรระวัง

  • อักษรควบกับอักษรนำคนละเรื่อง — ควบออกเสียงสองตัวรวมกันในพยางค์เดียว (ปลา) ส่วนนำมีเสียง อะ กึ่งเสียงเพิ่มพยางค์ (ตลาด = ตะ-หลาด) หรือมี ห นำ ถ้าตอบสลับกันจะผิดทั้งข้อ
  • อักษรต่ำเดี่ยวต้องอาศัย ห หรือ อ นำ — ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ ไม่มีคู่เสียงกับอักษรสูง จึงต้องมีตัวนำเวลาผัน เช่น หมา ใหญ่ อย่า · อย่าตอบว่าอักษรต่ำผันได้ครบ 5 เสียงเอง
  • ควบไม่แท้ให้ดูที่เสียงจริง ไม่ใช่ดูที่ตัวอักษร — เขียน จริง แต่ต้องอ่าน «จิง» · เขียน ทรง แต่ต้องอ่าน «ซง» · ถ้าอ่านตามตัวอักษรจะผิดทันที
  • ห นำ ออกเสียงพยางค์เดียว — หมา อ่าน «หฺมา» ไม่ใช่ «หะ-มา» และ ห ไม่ออกเสียงเป็นพยางค์ของตัวเอง
  • อย่าจำตัวอักษรที่เลิกใช้สลับกับตัวที่ยังใช้ — ฃ ฅ ออกเสียงเหมือน ข ค · แต่ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ศ ษ ฬ ยังใช้อยู่ในคำยืมและการเขียนชื่อ จึงต้องนับในไตรยางศ์ด้วย

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 1–3)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ไม่มีตัวชี้วัดชั้น ป.6 ที่ระบุ «ไตรยางศ์ อักษรนำ อักษรควบ» โดยตรง (ดู ../_ref/p6-indicators.md) — เป็นความรู้พื้นฐานที่ใช้กับ ท 4.1 ป.6/2 (ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล) และ ท 2.1 ป.6/2 (เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf (ไฟล์เก็บไว้ที่ ../_ref/thai-2551-obec.pdf)
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
    • «กาพย์เห่เรือ» ตอน เห่ชมเรือกระบวน — เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) สมัยอยุธยาตอนปลาย · คัด 4 วรรคแรกจากฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมศิลปากร https://www.finearts.go.th/main/view/9808 (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • บทอาขยาน «วิชาเหมือนสินค้า» — คัดจาก «สุภาษิตศรีสวัสดิ์» ของนายมี (หมื่นพรหมสมพัตสร) สมัยรัชกาลที่ 3 วารสารราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 39 ฉบับที่ 3 (https://www.orst.go.th/FILEROOM/CABROYINWEB/DRAWER004/GENERAL/DATA0000/00000038.FLP/html/250/)
    • «ราชาธิราช» — เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และคณะ · ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2496 https://th.wikisource.org/wiki/ราชาธิราช/เล่ม_๑๒ (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • «รามเกียรติ์» — บทละครพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช · ตอนศึกอินทรชิต https://th.wikisource.org/wiki/รามเกียรติ์ (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?