เสียงพยัญชนะและเสียงสระในภาษาไทย
องค์ความรู้
- ภาษาไทยเขียนด้วย «รูป» แต่สื่อสารด้วย «เสียง» รูปหนึ่งรูปอาจออกเสียงได้หลายเสียง และเสียงหนึ่งเสียงอาจเขียนได้หลายรูป จึงต้องแยกรูปออกจากเสียงให้ได้
- พยัญชนะไทยมี 44 รูป แต่มีเสียงพยัญชนะเพียง 21 เสียง — ที่จำนวนไม่เท่ากันเพราะรูปหลายตัวออกเสียงเดียวกัน (หมายเหตุ: ฃ และ ฅ เลิกใช้แล้ว)
| เสียง | รูปพยัญชนะที่ออกเสียงนี้ |
|---|---|
| /k/ | ก |
| /kh/ | ข · ฃ · ค · ฅ · ฆ |
| /ng/ | ง |
| /ch/ | จ |
| /ch/ (พ่นลม) | ฉ · ช · ฌ |
| /s/ | ซ · ศ · ษ · ส |
| /y/ | ญ · ย |
| /d/ | ฎ · ด |
| /t/ | ฏ · ต |
| /th/ | ฐ · ฑ · ฒ · ถ · ท · ธ |
| /n/ | ณ · น |
| /b/ | บ |
| /p/ | ป |
| /ph/ | ผ · พ · ภ |
| /f/ | ฝ · ฟ |
| /m/ | ม |
| /r/ | ร |
| /l/ | ล · ฬ |
| /w/ | ว |
| /อ/ | อ (ใช้เป็นเสียงพยัญชนะต้นของคำที่ขึ้นต้นด้วยสระ) |
| /h/ | ห · ฮ |
- เสียงสระ เป็นเสียงที่เปล่งออกมาโดยไม่มีอะไรปิดกั้น เขียนด้วยรูปสระ 21 รูป แต่มีเสียงสระ 32 เสียง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
- สระเดี่ยว 18 เสียง — เป็นคู่เสียงสั้น–เสียงยาว 9 คู่ คือ อะ–อา · อิ–อี · อึ–อือ · อุ–อู · เอะ–เอ · แอะ–แอ · โอะ–โอ · เอาะ–ออ · เออะ–เออ
- สระประสม 6 เสียง — เกิดจากสระเดี่ยว 2 เสียงประสมกัน เป็นคู่สั้น–ยาว 3 คู่ คือ เอียะ–เอีย · เอือะ–เอือ · อัวะ–อัว
- สระเกิน 8 เสียง — ออกเสียงเกินกว่าหนึ่งเสียงแต่ไม่นับเป็นสระประสม ได้แก่ อำ · ใอ · ไอ · เอา · ฤ · ฤๅ · ฦ · ฦๅ
- เสียงสั้นกับเสียงยาวเปลี่ยนความหมายของคำ — «กา» กับ «กะ» เป็นคนละคำ · «ตี» กับ «ติ» ก็เป็นคนละคำ · จึงต้องออกเสียงยาว–สั้นให้ตรง
- รูปกับเสียงไม่ตรงกันบ่อยในคำที่มาจากภาษาต่างประเทศและการลดรูป — «ทรง» กับ «ทราย» พูดว่า ซง ซาย · «จันทร์» พูดว่า จัน (ไม่ต้องมีเสียง ท) · «เกษตร» พูดว่า กะ-เสด
- การวิเคราะห์เสียงสระโดยละเอียดอยู่ในหัวข้อ th-tone — ในหัวข้อนี้ให้จำแนกให้ได้เพียงว่าเสียงที่ได้ยินเป็นสระเดี่ยว สระประสม หรือสระเกิน และเป็นเสียงสั้นหรือเสียงยาว เพราะเป็นข้อมูลที่ต้องใช้ต่อในการแยกพยางค์
ตัวอย่างและวิธีคิด
- อ่าน «กาพย์เห่เรือ» ตอน เห่ชมเรือกระบวน ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง · ฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมศิลปากร) 4 วรรคว่า «พระเสด็จโดยแดนชล / ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย / กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย / พายอ่อนหยับจับงามงอน» แล้วหาคำที่รูปกับเสียงไม่ตรงกัน — «ทรง» เป็นคำสำคัญ เพราะเขียนด้วย ท แต่พูดว่า «ซง» เป็นเสียง ซ · จะเห็นว่าถ้านับจากรูปเขียนจะนับเสียงผิดทันที
- «เฉิดฉาย» มีเสียงพยัญชนะต้นอะไร และซ้ำกันหรือไม่ — ทั้ง «ฉ» สองตัวออกเสียง /ch/ แบบพ่นลม เหมือนกัน จึงเป็นการเล่นเสียงพยัญชนะต้นซ้ำภายในวรรค (สัมผัสอักษร) ไม่ใช่เสียงต่างกัน
- «อ่อน» มีเสียงพยัญชนะต้นหรือไม่ — มี คือ อ ที่ทำหน้าที่เป็นเสียงพยัญชนะต้น /อ/ ไม่ใช่สระลอย · คำที่ขึ้นต้นด้วยสระในภาษาไทยจึงมีเสียงพยัญชนะต้นเสมอในทางเสียง
- «กา» กับ «กะ» ต่างกันที่ใด และต่างกันเพราะอะไร — ต่างกันที่ ความยาวของเสียงสระ คือเสียงยาวกับเสียงสั้น ไม่ใช่เพราะพยัญชนะหรือตัวสะกด จึงเป็นคนละคำคนละความหมาย
ภาพและไดอะแกรม
flowchart LR
A["รูปพยัญชนะ 44 รูป"] --> B["เสียงพยัญชนะ 21 เสียง"]
B --> C["ออกเสียงเดียวกันหลายรูป<br/>เช่น ศ ษ ส ต่างก็เป็นเสียง s"]
B --> D["รูปเดียวออกได้หลายเสียง<br/>เช่น ฑ บางคำเป็น th บางคำเป็น d"]
A --> E["ตัวอักษรที่เลิกใช้แล้ว ฃ ฅ"]
คำบรรยายภาพ: ผังความสัมพันธ์ระหว่างรูปพยัญชนะกับเสียงพยัญชนะ รูปพยัญชนะ 44 รูปนับเป็นเสียงได้ 21 เสียง เพราะรูปหลายตัวออกเสียงเดียวกัน เช่น ศ ษ และ ส ต่างก็ออกเสียงเดียวกัน ตรงกันข้ามรูปอย่าง ฑ ออกได้สองเสียงตามคำ และมีตัวอักษร ฃ กับ ฅ ที่เลิกใช้แล้ว