กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ม.1ม.1

ระบบเสียงในภาษาไทยและโครงสร้างพยางค์

อ่านทำไม

เวลาเขียนภาษาไทยเราใช้ รูป แต่เวลาพูดเราใช้ เสียง สองอย่างนี้ไม่ตรงกันเสมอไป เช่น «ทรง» เขียนด้วย ท แต่พูดเป็นเสียง ซ เรื่องนี้เป็นมุมมองของนักภาษาที่โรงเรียนแข่งขันสูงแตะในข้อสอบเข้า ม.1 เพราะอธิบายได้ว่าทำไมคำบางคำเขียนอย่างหนึ่งแต่อ่านอีกอย่างหนึ่ง และเป็นฐานของการ นับพยางค์ ในบทร้อยกรอง การอ่านออกเสียงให้ถูก และการผันวรรณยุกต์ที่จะเรียนต่อในหัวข้อ th-tone และ th-syllable

เรื่องย่อยที่ 1

เสียงพยัญชนะและเสียงสระในภาษาไทย

องค์ความรู้

  • ภาษาไทยเขียนด้วย «รูป» แต่สื่อสารด้วย «เสียง» รูปหนึ่งรูปอาจออกเสียงได้หลายเสียง และเสียงหนึ่งเสียงอาจเขียนได้หลายรูป จึงต้องแยกรูปออกจากเสียงให้ได้
  • พยัญชนะไทยมี 44 รูป แต่มีเสียงพยัญชนะเพียง 21 เสียง — ที่จำนวนไม่เท่ากันเพราะรูปหลายตัวออกเสียงเดียวกัน (หมายเหตุ: ฃ และ ฅ เลิกใช้แล้ว)
เสียง รูปพยัญชนะที่ออกเสียงนี้
/k/ ก
/kh/ ข · ฃ · ค · ฅ · ฆ
/ng/ ง
/ch/ จ
/ch/ (พ่นลม) ฉ · ช · ฌ
/s/ ซ · ศ · ษ · ส
/y/ ญ · ย
/d/ ฎ · ด
/t/ ฏ · ต
/th/ ฐ · ฑ · ฒ · ถ · ท · ธ
/n/ ณ · น
/b/ บ
/p/ ป
/ph/ ผ · พ · ภ
/f/ ฝ · ฟ
/m/ ม
/r/ ร
/l/ ล · ฬ
/w/ ว
/อ/ อ (ใช้เป็นเสียงพยัญชนะต้นของคำที่ขึ้นต้นด้วยสระ)
/h/ ห · ฮ
  • เสียงสระ เป็นเสียงที่เปล่งออกมาโดยไม่มีอะไรปิดกั้น เขียนด้วยรูปสระ 21 รูป แต่มีเสียงสระ 32 เสียง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    • สระเดี่ยว 18 เสียง — เป็นคู่เสียงสั้น–เสียงยาว 9 คู่ คือ อะ–อา · อิ–อี · อึ–อือ · อุ–อู · เอะ–เอ · แอะ–แอ · โอะ–โอ · เอาะ–ออ · เออะ–เออ
    • สระประสม 6 เสียง — เกิดจากสระเดี่ยว 2 เสียงประสมกัน เป็นคู่สั้น–ยาว 3 คู่ คือ เอียะ–เอีย · เอือะ–เอือ · อัวะ–อัว
    • สระเกิน 8 เสียง — ออกเสียงเกินกว่าหนึ่งเสียงแต่ไม่นับเป็นสระประสม ได้แก่ อำ · ใอ · ไอ · เอา · ฤ · ฤๅ · ฦ · ฦๅ
  • เสียงสั้นกับเสียงยาวเปลี่ยนความหมายของคำ — «กา» กับ «กะ» เป็นคนละคำ · «ตี» กับ «ติ» ก็เป็นคนละคำ · จึงต้องออกเสียงยาว–สั้นให้ตรง
  • รูปกับเสียงไม่ตรงกันบ่อยในคำที่มาจากภาษาต่างประเทศและการลดรูป — «ทรง» กับ «ทราย» พูดว่า ซง ซาย · «จันทร์» พูดว่า จัน (ไม่ต้องมีเสียง ท) · «เกษตร» พูดว่า กะ-เสด
  • การวิเคราะห์เสียงสระโดยละเอียดอยู่ในหัวข้อ th-tone — ในหัวข้อนี้ให้จำแนกให้ได้เพียงว่าเสียงที่ได้ยินเป็นสระเดี่ยว สระประสม หรือสระเกิน และเป็นเสียงสั้นหรือเสียงยาว เพราะเป็นข้อมูลที่ต้องใช้ต่อในการแยกพยางค์

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • อ่าน «กาพย์เห่เรือ» ตอน เห่ชมเรือกระบวน ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง · ฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมศิลปากร) 4 วรรคว่า «พระเสด็จโดยแดนชล / ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย / กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย / พายอ่อนหยับจับงามงอน» แล้วหาคำที่รูปกับเสียงไม่ตรงกัน — «ทรง» เป็นคำสำคัญ เพราะเขียนด้วย ท แต่พูดว่า «ซง» เป็นเสียง ซ · จะเห็นว่าถ้านับจากรูปเขียนจะนับเสียงผิดทันที
  • «เฉิดฉาย» มีเสียงพยัญชนะต้นอะไร และซ้ำกันหรือไม่ — ทั้ง «ฉ» สองตัวออกเสียง /ch/ แบบพ่นลม เหมือนกัน จึงเป็นการเล่นเสียงพยัญชนะต้นซ้ำภายในวรรค (สัมผัสอักษร) ไม่ใช่เสียงต่างกัน
  • «อ่อน» มีเสียงพยัญชนะต้นหรือไม่ — มี คือ อ ที่ทำหน้าที่เป็นเสียงพยัญชนะต้น /อ/ ไม่ใช่สระลอย · คำที่ขึ้นต้นด้วยสระในภาษาไทยจึงมีเสียงพยัญชนะต้นเสมอในทางเสียง
  • «กา» กับ «กะ» ต่างกันที่ใด และต่างกันเพราะอะไร — ต่างกันที่ ความยาวของเสียงสระ คือเสียงยาวกับเสียงสั้น ไม่ใช่เพราะพยัญชนะหรือตัวสะกด จึงเป็นคนละคำคนละความหมาย

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A["รูปพยัญชนะ 44 รูป"] --> B["เสียงพยัญชนะ 21 เสียง"]
    B --> C["ออกเสียงเดียวกันหลายรูป<br/>เช่น ศ ษ ส ต่างก็เป็นเสียง s"]
    B --> D["รูปเดียวออกได้หลายเสียง<br/>เช่น ฑ บางคำเป็น th บางคำเป็น d"]
    A --> E["ตัวอักษรที่เลิกใช้แล้ว ฃ ฅ"]

คำบรรยายภาพ: ผังความสัมพันธ์ระหว่างรูปพยัญชนะกับเสียงพยัญชนะ รูปพยัญชนะ 44 รูปนับเป็นเสียงได้ 21 เสียง เพราะรูปหลายตัวออกเสียงเดียวกัน เช่น ศ ษ และ ส ต่างก็ออกเสียงเดียวกัน ตรงกันข้ามรูปอย่าง ฑ ออกได้สองเสียงตามคำ และมีตัวอักษร ฃ กับ ฅ ที่เลิกใช้แล้ว

เรื่องย่อยที่ 2

โครงสร้างพยางค์ (พยัญชนะต้น สระ ตัวสะกด วรรณยุกต์)

องค์ความรู้

  • พยางค์ คือหน่วยเสียงที่เปล่งออกมา ในครั้งเดียว โดยมี สระเป็นแกนเสียง — หนึ่งครั้งที่เราเปิดปากออกเสียงได้หนึ่งพยางค์
  • โครงสร้างพยางค์ เรียงเป็น 4 ช่อง
ช่องที่ องค์ประกอบ จำเป็นหรือไม่
1 พยัญชนะต้น ต้องมี — ถ้าเขียนขึ้นต้นด้วยสระ จะใช้เสียง อ ทำหน้าที่แทน
2 สระ ต้องมี เป็นแกนเสียงของพยางค์
3 ตัวสะกด มีหรือไม่มีก็ได้
4 เสียงวรรณยุกต์ ประจำอยู่กับพยางค์นั้น
  • ช่องที่ 1 พยัญชนะต้น — อาจเป็น เสียงเดี่ยว («ปา») หรือ เสียงควบ 2 เสียง («ปลา» · «กลอง» · «กว้าง») หรือ เสียง อ /อ/ ถ้าคำนั้นเขียนขึ้นต้นด้วยสระ («อา» «อิน»)
  • ช่องที่ 2 สระ — เป็นแกนบังคับของทุกพยางค์ มีทั้งสระเดี่ยว สระประสม และสระที่แยกออกเป็น 2 พยางค์ไม่ได้ (ดู th-phonetic-01)
  • ช่องที่ 3 ตัวสะกด — จะมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้าไม่มีเรียก พยางค์เปิด («ปา» «โต๊ะ») ถ้ามีเรียก พยางค์ปิด («ปาก» «จาน»)
    • เสียงตัวสะกดที่ใช้ได้มี 8 เสียง ตามชื่อมาตรา คือ แม่กก แม่กด แม่กบ แม่กง แม่กน แม่กม แม่เกย และแม่เกอว
    • ตัวสะกดที่เขียนรูปต่างกันแต่ออกเสียงเดียวกันได้ เช่น «มาก» ลงท้ายด้วย ก และ «พากย์» ลงท้ายด้วย ย แต่ทั้งคู่มีเสียงตัวสะกดเป็นเสียง ก อยู่ใน แม่กก · «จันทร์» ลงท้ายด้วย ร แต่พูดว่า จัน จึงมีเสียงตัวสะกดเป็นเสียง น อยู่ใน แม่กน
  • ช่องที่ 4 เสียงวรรณยุกต์ — เสียงวรรณยุกต์มี 5 เสียง คือ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พยางค์ต่างกัน («ปา» กับ «ป่า» ต่างกันที่วรรณยุกต์) — หลักการผันวรรณยุกต์อยู่ในหัวข้อ th-tone และการแยกคำเป็น–คำตายอยู่ในหัวข้อ th-syllable
  • วิธีนับพยางค์ — นับจากเสียงที่เปล่งออกมา ไม่ได้นับจำนวนตัวอักษร เช่น «โรงเรียน» = 2 พยางค์ (โรง · เรียน) · «ภาษา» = 2 พยางค์ (ภา · ษา) · «สวัสดี» = 3 พยางค์ (สะ · หฺวัด · ดี)
  • การนับพยางค์ใช้ตรวจคำในบทร้อยกรองได้ด้วย — กลอนแปดวรรคละ 8 พยางค์ · กาพย์ยานี 11 วรรคหน้า 5 พยางค์ วรรคหลัง 6 พยางค์

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • นับพยางค์ของ «กาพย์เห่เรือ» ตอน เห่ชมเรือกระบวน ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (ฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมศิลปากร) ว่า «พระเสด็จโดยแดนชล / ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย» ได้เท่าไร — วรรคแรก พระ · เสด็จ · โดย · แดน · ชล = 5 พยางค์ และวรรคหลัง ทรง · เรือ · ต้น · งาม · เฉิด · ฉาย = 6 พยางค์ ตรงตามฉันทลักษณ์กาพย์ยานี 11 พอดี · ถ้านับจาก «ตัวอักษร» จะนับผิดทันที เพราะ «เฉิด» มี 4 ตัวอักษรแต่เป็นเพียง 1 พยางค์
  • «โรงเรียน» นับพยางค์อย่างไร — นับจากเสียงที่เปล่งออกได้ 2 ครั้ง คือ โรง + เรียน · «โรง» มีตัวสะกด ง อยู่ใน แม่กง · «เรียน» มีตัวสะกด น อยู่ใน แม่กน โดยตัว ย ใน «เรีย» เป็นส่วนของสระ ไม่ใช่ตัวสะกด
  • แยกส่วนประกอบของพยางค์ในคำว่า «ปลา» — พยัญชนะต้นเป็นเสียงควบ /p/ + /l/ · สระคือสระอา (เสียงยาว) · ไม่มีตัวสะกด เป็นพยางค์เปิด · เสียงวรรณยุกต์เป็นเสียงสามัญ
  • «จันทร์» มีตัวสะกดหรือไม่ — มี คือตัวสะกดจากเสียง น ซึ่งอยู่ใน แม่กน แม้ในรูปเขียนจะไม่ปรากฏตัว น อยู่ท้ายคำก็ตาม

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A["พยางค์ 1 พยางค์"] --> B["พยัญชนะต้น<br/>เดี่ยว · ควบ · อ"]
    A --> C["สระ<br/>แกนบังคับของพยางค์"]
    A --> D["ตัวสะกด<br/>มีหรือไม่มีก็ได้"]
    A --> E["เสียงวรรณยุกต์<br/>สามัญ เอก โท ตรี จัตวา"]
    D --> F["ไม่มีตัวสะกด = พยางค์เปิด<br/>ปา · โต๊ะ"]
    D --> G["มีตัวสะกด = พยางค์ปิด<br/>ปาก · จาน"]

คำบรรยายภาพ: ผังโครงสร้างพยางค์หนึ่งพยางค์ มีสี่ช่องเรียงกัน คือพยัญชนะต้นซึ่งอาจเป็นเสียงเดี่ยว เสียงควบ หรือเสียง อ ถัดมาคือสระที่เป็นแกนบังคับ แล้วเป็นตัวสะกดซึ่งมีหรือไม่มีก็ได้ และสุดท้ายคือเสียงวรรณยุกต์ โดยพยางค์ที่ไม่มีตัวสะกดเรียกว่าพยางค์เปิด และพยางค์ที่มีตัวสะกดเรียกว่าพยางค์ปิด

ข้อควรระวัง

  • รูปไม่เท่ากับเสียง — อย่านับจำนวนตัวอักษรเป็นจำนวนเสียง เช่น «จันทร์» เขียนด้วยตัวอักษรหลายตัวแต่พูดเพียง 1 พยางค์ · «เกษตร» เขียน 5 ตัวอักษรแต่พูดเป็น 2 พยางค์
  • อย่านับ «อ» ที่ขึ้นต้นคำเป็นสระลอย — ในทางเสียง คำที่ขึ้นต้นด้วยสระมีเสียงพยัญชนะต้นเสมอ จึงไม่ใช่พยางค์ที่ไม่มีพยัญชนะต้น
  • เสียงสั้น–เสียงยาวสำคัญกว่าที่คิด — «กา» กับ «กะ» «ตี» กับ «ติ» เป็นคนละคำ ออกเสียงผิดความยาวเมื่อไรความหมายเปลี่ยนทันที
  • สระประสมไม่ใช่สระเกิน — เอีย เอือ อัว เป็นสระประสมเพราะมาจากสระเดี่ยวสองเสียงรวมกัน ส่วน อำ ใอ ไอ เอา ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ เป็นสระเกิน อย่าเหมารวมว่าเป็นอย่างเดียวกัน
  • นับพยางค์ต้องนับจากเสียงที่เปล่งออกมา — «เสด็จ» นับเป็น 1 พยางค์เสมอ แม้จะเขียนเป็นหลายตัวอักษร และคำที่มีเสียงควบอย่าง «ปลา» «กลอง» ก็นับเพียง 1 พยางค์
  • การแยกเสียงพยัญชนะกับการวิเคราะห์อักษรเป็นคนละเรื่อง — «ไตรยางศ์ อักษรนำ และอักษรควบ» เป็นเรื่องของรูปเขียน อยู่ในหัวข้อ th-ortho ไม่ใช่เรื่องระบบเสียง

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 29–30)
  • ขอบเขตและหลักฐานรายเรื่อง: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md — §1.2 «ระบบเสียงในภาษาไทย · โครงสร้างพยางค์» ระดับ ม.ต้น สถานะ «บางโรงเรียนแตะ» (ไม่ยืนยันความถี่) · §4 จัด «ระบบเสียงในภาษาไทย · โครงสร้างพยางค์ · พยางค์คำเป็น–คำตาย» ไว้ในกลุ่ม «ยืนยันได้แหล่งเดียว» (WE-THAI)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ไม่มีเรื่องนี้ตรง ๆ (เป็นเรื่องระดับ ม.1) — ดู ../_ref/p6-indicators.md · ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องทางอ้อมคือ ท 1.1 ป.6/1 (อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf
  • หน้า hub รวมลิงก์เอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
    • «กาพย์เห่เรือ» ตอน เห่ชมเรือกระบวน — เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) สมัยอยุธยาตอนปลาย · คัด 4 วรรคแรกจากฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมศิลปากร https://www.finearts.go.th/main/view/9808 (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • งานเรื่องนี้พ้นลิขสิทธิ์แล้ว (เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 2298)
  • เรื่องที่เกี่ยวข้อง: การผันวรรณยุกต์และเสียงสระที่ th-tone.md · คำเป็น–คำตายและการนับเสียงพยางค์ที่ th-syllable.md · ไตรยางศ์และอักษรควบที่ th-ortho.md · ฉันทลักษณ์ที่ใช้นับคำในวรรค (กลอนแปด · กาพย์ยานี 11) ที่ th-prosody.md

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?