กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ท 1.1

อ่านออกเสียงและความหมายของคำ

อ่านทำไม

การอ่านมีสองหน้าที่พร้อมกัน — อ่านออกเสียงให้ผู้อื่นฟังได้ถูกต้องชัดเจน กับอ่านแล้วบอกได้ว่าคำ ประโยค และข้อความนั้นหมายถึงอะไร สองอย่างนี้เป็นฐานของการอ่านทุกแบบในชั้น ป.6 ถ้าออกเสียงคำผิดหรือนับพยางค์ผิด เรื่องที่อ่านก็จะเข้าใจคลาดไปทั้งเรื่อง ข้อสอบเข้า ม.1 จึงชอบออกเรื่องคำที่ออกเสียงยาก คำพ้องรูปพ้องเสียง การนับจำนวนพยางค์ และข้อความที่ต้องตีความจากบริบท เพราะเป็นจุดที่เด็กพลาดบ่อยที่สุด ส่วน «ความหมายโดยนัย» ซึ่งต่อยอดจากหัวข้อนี้ แยกไปอยู่ที่ th-fact.md

เรื่องย่อยที่ 1

อ่านออกเสียงคำและนับจำนวนพยางค์

องค์ความรู้

  • การอ่านออกเสียง คือการอ่านให้ผู้อื่นได้ยินและเข้าใจตรงกับที่ผู้เขียนต้องการ ต่างจาก การอ่านในใจ ที่อ่านคนเดียวเพื่อเก็บความ
  • หลัก 5 ข้อของการอ่านออกเสียงที่ดี
    • ออกเสียงคำให้ถูกต้อง ชัดเจน ครบพยางค์
    • จับวรรคตอนและหยุดให้ตรงจังหวะ ไม่กลืนคำ ไม่เพิ่มคำ
    • ใช้น้ำเสียงให้เหมาะกับเนื้อเรื่อง — บรรยายใช้เสียงเรียบ แสดงอารมณ์ใช้เสียงหนักเบาตามบท
    • อ่านความเร็วพอดี ไม่อ่านเร็วจนฟังไม่ทัน ไม่ลากเสียงจนฟังแล้วง่วง
    • หายใจให้เป็นจังหวะ หายใจที่จุดหยุดวรรค ไม่หายใจกลางคำ
  • คำที่ต้องระวังเป็นพิเศษตอนออกเสียง
ลักษณะคำ ตัวอย่าง วิธีออกเสียง
คำควบกล้ำ กล้า · ปลา · ขวาน · ครก ออกเสียงพยัญชนะต้นสองตัวรวมกันในพยางค์เดียว ตัวใดตัวหนึ่งตกไม่ได้
อักษรนำ หมา · หนู · หญ้า · อย่า ออกเสียงเป็นพยางค์เดียว ไม่แยกเป็น «หะ-มา»
ตัวการันต์ การ์ตูน · จันทร์ · สัตว์ ตัวที่มีเครื่องหมาย ์ ไม่ออกเสียง — การ์ตูน อ่าน «กา-ตูน» · จันทร์ อ่าน «จัน» · สัตว์ อ่าน «สัด»
คำยืมจากภาษาต่างประเทศ เกม · ฟรี · เบอร์ · คอมพิวเตอร์ อ่านตามเสียงที่คนไทยใช้จริง — คอมพิวเตอร์ อ่าน «คอม-พิว-เต้อ»
  • คำบางคำมีตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง เช่น ร ใน «จริง» (อ่าน «จิง») และ «เศร้า» (อ่าน «เส้า») — คำแบบนี้ต้องจำและสังเกตเป็นพิเศษ
  • พยางค์ คือเสียงที่เปล่งออกมาในครั้งเดียว มีเสียงสระเป็นแกนกลาง คำหนึ่งคำจึงมีได้ตั้งแต่หนึ่งพยางค์ขึ้นไป · การนับจำนวนพยางค์ให้นับจาก «เสียง» ไม่ใช่นับจากตัวอักษร
    • คำควบกล้ำและอักษรนำนับเป็น 1 พยางค์ — ปลา · กล้า · หมา · หญ้า
    • ตัวการันต์และตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง ไม่นับเพิ่ม — การ์ตูน = กา-ตูน (2 พยางค์) · จันทร์ = 1 · สัตว์ = 1 · จริง = 1
    • สระประสม เ-ีย เ-ือ -ัว นับเป็น 1 พยางค์ — เกีย · เสือ · ตัว
    • คำที่เขียนติดกันอาจมีหลายพยางค์ — โรงเรียน = 2 · ภาษา = 2 · นักเรียน = 2 · คอมพิวเตอร์ = 3
    • คำที่มีอักษรนำหรือตัวสะกดกึ่งสระทำให้นับพลาดได้ง่าย — สว่าง = สะ-หว่าง (2) · โรงเรียน คิดเป็น โรง + เรียน ไม่ใช่ 1
  • การอ่านบทร้อยแก้ว — หยุดตามเครื่องหมายวรรคตอนเป็นหลัก จุลภาค (,) หยุดสั้นพอให้หายใจ · มหัพภาค (.) หยุดยาวและจบความ · ปรัศนี (?) ขึ้นเสียงตอนท้าย · อัศเจรีย์ (!) เน้นเสียงให้หนักขึ้น
  • การอ่านบทร้อยกรอง — อ่านเป็นจังหวะตามวรรคของฉันทลักษณ์ ไม่ลากข้ามวรรค เพราะความหมายของบทกลอนผูกกับวรรคของมันเอง การหยุดผิดวรรคทำให้ความเพี้ยน · การนับจำนวนพยางค์ในวรรคคือเครื่องมือที่ใช้ตรวจว่าหยุดถูกที่ (ดูรายละเอียดฉันทลักษณ์ที่ th-prosody.md)
  • ขั้นตอนเตรียมอ่านออกเสียง — อ่านในใจหนึ่งรอบเพื่อจับเรื่องและอารมณ์ → ขีดคำยากกับจุดหยุดวรรคไว้ → ฝึกออกเสียงคำยาก → ค่อยอ่านออกเสียงจริง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • อ่าน «ปลา» กับ «ปา» ต่างกันอย่างไร — «ปลา» เป็นคำควบกล้ำ ต้องออกเสียง ป กับ ล รวมกันในพยางค์เดียว ถ้าออกเสียงตกเหลือ «ปา» ความหมายก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นทันที
  • «การ์ตูน» อ่านอย่างไรและมีกี่พยางค์ — อ่าน «กา-ตูน» จึงมี 2 พยางค์ เพราะ ร มีเครื่องหมายการันต์จึงไม่ออกเสียง ไม่ใช่อ่าน «การ-ตูน» และไม่นับเป็น 3 พยางค์
  • นับพยางค์ของ «จันทร์» «จริง» «โรงเรียน» «ภาษาไทย» — จันทร์ = 1 พยางค์ · จริง = 1 พยางค์ · โรงเรียน = 2 พยางค์ (โรง-เรียน) · ภาษาไทย = 3 พยางค์ (ภา-ษา-ไทย) · สังเกตว่าการนับไม่ได้ดูตามจำนวนตัวอักษร ดูตามเสียงที่เปล่งออกจริง
  • อ่าน «นิราศภูเขาทอง» ของสุนทรภู่ (กลอนแปด) ที่คัดมา 4 วรรคว่า «ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด / คิดถึงบาทบพิตรอดิศร / โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร / แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น» ต้องอ่านอย่างไร — บทนี้เป็น กลอนแปด จึงอ่านเป็นจังหวะ หยุดสั้นท้ายวรรคที่ 1 และ 3 แล้วหยุดยาวขึ้นเมื่อจบความที่วรรคที่ 2 และ 4 · คำว่า «โอ้» เป็นคำอุทาน ให้เน้นเสียงแล้วหยุดสั้นก่อนอ่านวรรคถัดไป · คำที่ต้องระวังเสียงคือ «บาทบพิตรอดิศร» ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกพระเจ้าแผ่นดิน ต้องออกเสียงครบทุกพยางค์ ไม่กลืนคำท้ายคำ · บทนี้พรรณนาความรำลึกถึงพระเจ้าแผ่นดินที่ล่วงลับ จึงอ่านด้วยน้ำเสียงเรียบช้า ไม่ลากเสียงจนฟังดูเป็นเรื่องเล่น
  • อ่านข้อความร้อยแก้วจาก «ราชาธิราช» (เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และคณะ) ที่ว่า «ด้วยพระมหาเทวีให้มาเรียกเอาไปแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมิได้เสด็จสวรรคต พระเจ้าราชาธิราชก็ทรงพระโกรธ จึงตรัสสั่งให้ไปเรียกเอามา» ต้องอ่านอย่างไร — ข้อความนี้เป็น ร้อยแก้ว จึงอ่านเรื่อยไปตามความหมายและหยุดตรงที่จบความ ไม่ต้องบังคับเป็นจังหวะวรรคละเท่า ๆ กันแบบบทร้อยกรอง · ประโยคนี้ยาว ให้หายใจตรงรอยต่อ «…ยังมิได้เสด็จสวรรคต / พระเจ้าราชาธิราชก็ทรงพระโกรธ» ไม่หายใจกลางคำ · คำว่า «สวรรคต» อ่าน «สะ-หวัน-คด» เป็นคำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ จึงอ่านด้วยเสียงเรียบ ไม่เน้นเล่นจนเสียความ · ถ้าอ่านเพี้ยนเป็น «สะ-หวั่น-คด» ผู้ฟังจะจับความไม่ได้ทันที
  • เจอข้อความลงท้ายด้วย «?» ต้องอ่านอย่างไร — ขึ้นเสียงสูงตอนท้ายประโยคเล็กน้อย เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าเป็นคำถาม ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านในใจหนึ่งรอบ<br/>จับเรื่องและอารมณ์] --> B[ขีดคำยาก<br/>และจุดหยุดวรรค]
    B --> C[นับพยางค์ของคำยาก<br/>คำควบ อักษรนำ ตัวการันต์]
    C --> D[ฝึกออกเสียงคำยาก<br/>ให้ครบพยางค์]
    D --> E[อ่านออกเสียง<br/>หยุดตรงวรรคตามฉันทลักษณ์]
    E --> F[ทบทวนคำที่อ่านผิด<br/>แล้วอ่านซ้ำให้ถูก]

คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนการอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง เริ่มจากอ่านในใจเพื่อจับเรื่องและอารมณ์ แล้วขีดคำยากกับจุดหยุดวรรคไว้ นับพยางค์ของคำยากทั้งคำควบกล้ำ อักษรนำ และตัวการันต์ ฝึกออกเสียงคำเหล่านั้นให้ครบพยางค์ จึงอ่านออกเสียงจริงโดยหยุดตรงวรรคตามฉันทลักษณ์ และปิดท้ายด้วยการทบทวนคำที่อ่านผิดเพื่ออ่านซ้ำให้ถูก

เด็กอ่านออกเสียงหน้าชั้นเรียน โดยบทกลอนมีเครื่องหมายขีดบอกจุดหยุดวรรคและตัวเลขจำนวนพยางค์กำกับ

คำบรรยายภาพ: ภาพเด็กยืนอ่านออกเสียงหน้าชั้นเรียนจากบทกลอนสี่ บนกระดาษมีเครื่องหมาย «/» ขีดกำกับท้ายแต่ละวรรคเพื่อบอกจุดหยุดหายใจ พร้อมตัวเลขกำกับจำนวนพยางค์ของแต่ละวรรค แสดงให้เห็นว่าการอ่านออกเสียงที่ดีต้องหยุดให้ตรงวรรคและนับพยางค์ให้ถูก

เรื่องย่อยที่ 2

อธิบายความหมายของคำ ประโยค และข้อความ

องค์ความรู้

  • การอธิบายความหมาย คือการบอกว่าคำ ประโยค หรือข้อความนั้นต้องการสื่ออะไร ด้วยถ้อยคำของเราเอง โดยไม่เพิ่มความเห็นที่ไม่มีในเรื่อง
  • ความหมายของคำ — คำส่วนใหญ่มีได้หลายความหมาย ต้องดู บริบท คือคำที่อยู่รอบ ๆ เป็นตัวกำหนด
    • ความหมายตรง — ความหมายตามที่ใช้กันทั่วไป เช่น «ดอกไม้บาน»
    • คำพ้องรูป — เขียนเหมือนกันแต่อ่านต่างกันและความหมายต่างกัน เช่น «เพลา» · «สระ» เวลาอ่านต้องดูความหมายจากบริบทก่อน
    • คำพ้องเสียง — อ่านเหมือนกันแต่เขียนต่างกันและความหมายต่างกัน เช่น «จันทร์» (ดวงจันทร์) กับ «จันทน์» (ไม้จันทน์) · «การ» กับ «กาล»
    • คำพ้องความหมาย — คำต่างกันแต่ความหมายใกล้กัน ใช้แทนกันได้ในบริบทนั้น เช่น งาม · สวย
    • คำตรงข้าม — ความหมายกลับกัน เช่น สูง–ต่ำ · กว้าง–แคบ
    • ความหมายโดยนัย — ความหมายแฝงที่ผู้เขียนไม่ได้บอกตรง ๆ ต้องอ่านจากสิ่งที่เรื่องบอกไว้แล้วอนุมานเอง รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ th-fact-02 ของ th-fact.md
  • ความหมายของประโยค — ประโยคคือข้อความที่บอกความคิดได้ครบถ้วน หาคำตอบให้ได้ว่า ใครทำอะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไร เพราะอะไร ถ้าตอบได้ครบ แปลว่าเข้าใจความหมายของประโยคแล้ว
    • คำเชื่อมบอกความสัมพันธ์ของความหมาย — «เพราะ» บอกเหตุ–ผล · «แต่» บอกขัดแย้ง · «ถ้า…ก็» บอกเงื่อนไข · «และ» บอกเพิ่มเติม
    • บางประโยครูปเป็นคำถาม แต่ เจตนา ไม่ได้ต้องการรู้คำตอบ เช่น «ทำไมไม่ปิดไฟ?» เจตนาคือบอกให้ปิดไฟ จึงต้องตอบที่เจตนา ไม่ใช่ที่รูปประโยค
  • ความหมายของข้อความ — อธิบายความหมายของข้อความทั้งเรื่อง ต้องบอก ใจความสำคัญ กับ จุดประสงค์ของผู้เขียน ว่าเล่าเรื่อง ให้ความรู้ หรือชักชวน โดยยึด «ความหมายรวมของทั้งข้อความ» ไม่ใช่คำใดคำหนึ่ง และเมื่อเจอคำที่ไม่คุ้น ให้เดาความหมายจากคำแวดล้อมก่อนเปิดพจนานุกรม
  • ตารางช่วยคิดเวลาต้องตอบ
สิ่งที่ต้องอธิบาย คำถามที่ใช้ตั้งต้น
ความหมายของคำ คำนี้ในข้อความนี้หมายถึงอะไร มีคำอื่นใช้แทนได้ไหม
ความหมายของประโยค ใครทำอะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไร เพราะอะไร
ความหมายของข้อความ ทั้งเรื่องต้องการบอกอะไร ผู้เขียนเขียนเพื่ออะไร

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «ไฟในบ้านดับ» กับ «ไฟป่าลุกไหม้» คำว่า «ไฟ» หมายถึงอย่างเดียวกันไหม — ไม่เหมือนกัน «ไฟในบ้าน» หมายถึงกระแสไฟฟ้า ส่วน «ไฟป่า» หมายถึงเปลวไฟที่กำลังไหม้พืชพรรณ — คำเดียวกันเปลี่ยนความหมายได้ตามบริบท
  • «เพลารถหัก» กับ «เพลาผ่านไปนาน» อ่านเหมือนกันไหม — ไม่เหมือนกัน «เพลารถ» หมายถึงแกนสำหรับสอดในดุมล้อ ออกเสียงเป็นพยางค์เดียว ส่วน «เพลาผ่านไปนาน» หมายถึงเวลา อ่านว่า «เพ-ลา» สองพยางค์ — เป็นคำพ้องรูปที่ต้องดูความหมายก่อนจึงอ่านได้ถูก
  • «ฝนตกหนักแต่ชาวนายังไปนาได้» ประโยคนี้บอกความสัมพันธ์แบบใด — บอกความขัดแย้ง เพราะใช้คำเชื่อม «แต่» ระหว่างเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดด้วยกัน
  • «ทำไมไม่ปิดไฟ?» ต้องการให้ผู้ฟังทำอะไร — ต้องการให้ไปปิดไฟ ไม่ได้ต้องการรู้เหตุผลจริง ๆ จึงต้องตอบที่เจตนาของผู้พูด ไม่ใช่ตอบว่ารู้สึกอย่างไรกับความมืดหรือสว่าง
  • อ่านข้อความ «วันนี้ร้านคึกคัก ลูกค้าต่อแถวยาว» หมายความว่าอย่างไร — หมายถึงร้านมีคนมาใช้บริการมากจนต้องต่อแถว ไม่ได้หมายถึงมีเสียงดัง — ต้องเลือกความหมายที่เข้ากับทั้งสองประโยค ไม่ใช่คำใดคำหนึ่ง
  • อ่าน «โคลงโลกนิติ» บท «คนใดใจฉลาดด้วย ปัญญา» (คัดจาก «ประชุมโคลงโลกนิติ» · สำนวนเก่า · บทที่ ๑๑) 4 บรรทัดว่า «คนใดใจฉลาดด้วย ปัญญา / ฟังนักปราชญ์จรรจา ทั่วผู้ / แจ้งธรรมบัดเดี๋ยวมา พลับซาบ ใจนา / ดุจดั่งลิ้นอันรู้ ทราบด้วยรสแกง» แล้วอธิบายความหมายของข้อความทั้งบท — ทั้งบทต้องการบอกว่า คนที่ฉลาดเมื่อได้ฟังนักปราชญ์พูดก็เข้าใจธรรมได้ฉับไว เหมือนลิ้นที่รู้รสอาหารทันทีที่ได้ชิม · คำที่ต้องอธิบายให้ได้ก่อนคือ «จรรจา» (พูด เจรจา) · «พลับซาบ» (ซาบซึ้ง รู้ได้ฉับพลัน) และ «ทั่วผู้» (แก่คนทั้งหลาย) · ถ้าตอบเพียง «ลิ้นรู้รสแกง» จะได้ความหมายตรงของคำ แต่ยังไม่ได้ความหมายรวมของทั้งบท ซึ่งเป็นลักษณะของ ความหมายโดยนัย (แบบฝึกต่อใน th-fact.md)

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((อธิบายความหมาย))
    คำ
      ความหมายตรง
      ความหมายตามบริบท
      คำพ้องรูปและพ้องเสียง
      คำพ้องความหมายและคำตรงข้าม
    ประโยค
      ใครทำอะไร
      คำเชื่อมบอกความสัมพันธ์
      เจตนาของผู้พูด
    ข้อความ
      ใจความสำคัญ
      จุดประสงค์ผู้เขียน
      ความหมายรวมทั้งเรื่อง

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดรวบรวมสิ่งที่ต้องอธิบายเมื่อบอกความหมาย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ความหมายของคำ (ความหมายตรง ความหมายตามบริบท คำพ้องรูปพ้องเสียง คำพ้องความหมายและคำตรงข้าม) ความหมายของประโยค (ใครทำอะไร คำเชื่อมบอกความสัมพันธ์ และเจตนาของผู้พูด) และความหมายของข้อความ (ใจความสำคัญ จุดประสงค์ผู้เขียน และความหมายรวมทั้งเรื่อง)

การ์ตูนเทียบคำพ้องรูป «เพลา» ที่หมายถึงแกนล้อกับที่หมายถึงเวลา

คำบรรยายภาพ: ภาพการ์ตูนสองช่องเทียบคำที่เขียนเหมือนกันแต่ความหมายต่างกัน ช่องซ้ายเป็นภาพล้อรถที่มีแกนเพลาและป้ายคำอ่าน «เพลา» พยางค์เดียว ช่องขวาเป็นภาพนาฬิกากับปฏิทินและป้ายคำอ่าน «เพ-ลา» สองพยางค์ เพื่อให้เห็นว่าความหมายของคำเป็นตัวกำหนดวิธีอ่าน

ข้อควรระวัง

  • ห้ามออกเสียงตัวอักษรทุกตัวตามที่เห็น — ตัวที่มีเครื่องหมายการันต์และตัวอักษรที่ไม่ออกเสียงมีอยู่ทั่วไป เช่น «การ์ตูน» อ่าน «กา-ตูน» · «จริง» อ่าน «จิง» ถ้าอ่านตามตัวอักษรจะได้จำนวนพยางค์เกินจริง
  • คำควบกล้ำอย่าออกเสียงตก — «ปลา» ไม่ใช่ «ปา» · «ขวาน» ไม่ใช่ «ขาน» ออกเสียงตกแล้วความหมายเปลี่ยนทันที
  • นับพยางค์จากเสียง ไม่ใช่จากตัวอักษร — «จันทร์» 6 ตัวอักษรแต่นับ 1 พยางค์ · «ภาษา» 4 ตัวอักษรแต่นับ 2 พยางค์ การนับผิดทำให้จับจังหวะบทร้อยกรองผิดไปด้วย
  • คำพ้องรูปต้องอ่านให้ตรงกับความหมายในบริบท — «เพลา» ที่หมายถึงเวลากับที่หมายถึงแกนล้ออ่านไม่เหมือนกัน ถ้าอ่านรวมเป็นแบบเดียวจะจับความหมายของข้อความผิด
  • ความหมายของข้อความให้ยึด «ทั้งเรื่อง» — คำตอบที่ถูกต้องคือข้อที่ครอบคลุมความหมายรวม ไม่ใช่ข้อที่ยกคำหรือเหตุการณ์ตอนใดตอนหนึ่งในเรื่องขึ้นมา และคำถามที่ถาม «เจตนา» ให้ตอบที่เจตนา ไม่ใช่ที่รูปประโยค

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 40–41)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ท 1.1 ป.6/1 (อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง) · ท 1.1 ป.6/2 (อธิบายความหมายของคำ ประโยค และข้อความ) (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf
  • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เล่มหลัก) (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf
  • หน้าฮับรวมหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • ไฟล์ต้นฉบับในโปรเจ็ค: ../_ref/thai-2551-obec.pdf · ../_ref/core-2551.pdf (ดู ../_ref/SOURCES.md)
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
    • «นิราศภูเขาทอง» — สุนทรภู่ (กลอนแปด) · ข้อความฉบับเผยแพร่บนวิกิซอร์ซ https://th.wikisource.org/wiki/นิราศภูเขาทอง (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • «ราชาธิราช» — เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และคณะ · ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2496 — คัดจากความตอนที่พระมหาเทวีเรียกพระธำมรงค์คืนจากท้องพระคลัง https://th.wikisource.org/wiki/ราชาธิราช/เล่ม_๑๒ (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • «โคลงโลกนิติ» บทที่ ๑๑ (สำนวนเก่า) — คัดจาก «ประชุมโคลงโลกนิติ» (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงชำระ) https://th.wikisource.org/wiki/ประชุมโคลงโลกนิติ/๐๑๑ (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?