อ่านออกเสียงคำและนับจำนวนพยางค์
องค์ความรู้
- การอ่านออกเสียง คือการอ่านให้ผู้อื่นได้ยินและเข้าใจตรงกับที่ผู้เขียนต้องการ ต่างจาก การอ่านในใจ ที่อ่านคนเดียวเพื่อเก็บความ
- หลัก 5 ข้อของการอ่านออกเสียงที่ดี
- ออกเสียงคำให้ถูกต้อง ชัดเจน ครบพยางค์
- จับวรรคตอนและหยุดให้ตรงจังหวะ ไม่กลืนคำ ไม่เพิ่มคำ
- ใช้น้ำเสียงให้เหมาะกับเนื้อเรื่อง — บรรยายใช้เสียงเรียบ แสดงอารมณ์ใช้เสียงหนักเบาตามบท
- อ่านความเร็วพอดี ไม่อ่านเร็วจนฟังไม่ทัน ไม่ลากเสียงจนฟังแล้วง่วง
- หายใจให้เป็นจังหวะ หายใจที่จุดหยุดวรรค ไม่หายใจกลางคำ
- คำที่ต้องระวังเป็นพิเศษตอนออกเสียง
| ลักษณะคำ | ตัวอย่าง | วิธีออกเสียง |
|---|---|---|
| คำควบกล้ำ | กล้า · ปลา · ขวาน · ครก | ออกเสียงพยัญชนะต้นสองตัวรวมกันในพยางค์เดียว ตัวใดตัวหนึ่งตกไม่ได้ |
| อักษรนำ | หมา · หนู · หญ้า · อย่า | ออกเสียงเป็นพยางค์เดียว ไม่แยกเป็น «หะ-มา» |
| ตัวการันต์ | การ์ตูน · จันทร์ · สัตว์ | ตัวที่มีเครื่องหมาย ์ ไม่ออกเสียง — การ์ตูน อ่าน «กา-ตูน» · จันทร์ อ่าน «จัน» · สัตว์ อ่าน «สัด» |
| คำยืมจากภาษาต่างประเทศ | เกม · ฟรี · เบอร์ · คอมพิวเตอร์ | อ่านตามเสียงที่คนไทยใช้จริง — คอมพิวเตอร์ อ่าน «คอม-พิว-เต้อ» |
- คำบางคำมีตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง เช่น ร ใน «จริง» (อ่าน «จิง») และ «เศร้า» (อ่าน «เส้า») — คำแบบนี้ต้องจำและสังเกตเป็นพิเศษ
- พยางค์ คือเสียงที่เปล่งออกมาในครั้งเดียว มีเสียงสระเป็นแกนกลาง คำหนึ่งคำจึงมีได้ตั้งแต่หนึ่งพยางค์ขึ้นไป · การนับจำนวนพยางค์ให้นับจาก «เสียง» ไม่ใช่นับจากตัวอักษร
- คำควบกล้ำและอักษรนำนับเป็น 1 พยางค์ — ปลา · กล้า · หมา · หญ้า
- ตัวการันต์และตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง ไม่นับเพิ่ม — การ์ตูน = กา-ตูน (2 พยางค์) · จันทร์ = 1 · สัตว์ = 1 · จริง = 1
- สระประสม เ-ีย เ-ือ -ัว นับเป็น 1 พยางค์ — เกีย · เสือ · ตัว
- คำที่เขียนติดกันอาจมีหลายพยางค์ — โรงเรียน = 2 · ภาษา = 2 · นักเรียน = 2 · คอมพิวเตอร์ = 3
- คำที่มีอักษรนำหรือตัวสะกดกึ่งสระทำให้นับพลาดได้ง่าย — สว่าง = สะ-หว่าง (2) · โรงเรียน คิดเป็น โรง + เรียน ไม่ใช่ 1
- การอ่านบทร้อยแก้ว — หยุดตามเครื่องหมายวรรคตอนเป็นหลัก จุลภาค (,) หยุดสั้นพอให้หายใจ · มหัพภาค (.) หยุดยาวและจบความ · ปรัศนี (?) ขึ้นเสียงตอนท้าย · อัศเจรีย์ (!) เน้นเสียงให้หนักขึ้น
- การอ่านบทร้อยกรอง — อ่านเป็นจังหวะตามวรรคของฉันทลักษณ์ ไม่ลากข้ามวรรค เพราะความหมายของบทกลอนผูกกับวรรคของมันเอง การหยุดผิดวรรคทำให้ความเพี้ยน · การนับจำนวนพยางค์ในวรรคคือเครื่องมือที่ใช้ตรวจว่าหยุดถูกที่ (ดูรายละเอียดฉันทลักษณ์ที่
th-prosody.md) - ขั้นตอนเตรียมอ่านออกเสียง — อ่านในใจหนึ่งรอบเพื่อจับเรื่องและอารมณ์ → ขีดคำยากกับจุดหยุดวรรคไว้ → ฝึกออกเสียงคำยาก → ค่อยอ่านออกเสียงจริง
ตัวอย่างและวิธีคิด
- อ่าน «ปลา» กับ «ปา» ต่างกันอย่างไร — «ปลา» เป็นคำควบกล้ำ ต้องออกเสียง ป กับ ล รวมกันในพยางค์เดียว ถ้าออกเสียงตกเหลือ «ปา» ความหมายก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นทันที
- «การ์ตูน» อ่านอย่างไรและมีกี่พยางค์ — อ่าน «กา-ตูน» จึงมี 2 พยางค์ เพราะ ร มีเครื่องหมายการันต์จึงไม่ออกเสียง ไม่ใช่อ่าน «การ-ตูน» และไม่นับเป็น 3 พยางค์
- นับพยางค์ของ «จันทร์» «จริง» «โรงเรียน» «ภาษาไทย» — จันทร์ = 1 พยางค์ · จริง = 1 พยางค์ · โรงเรียน = 2 พยางค์ (โรง-เรียน) · ภาษาไทย = 3 พยางค์ (ภา-ษา-ไทย) · สังเกตว่าการนับไม่ได้ดูตามจำนวนตัวอักษร ดูตามเสียงที่เปล่งออกจริง
- อ่าน «นิราศภูเขาทอง» ของสุนทรภู่ (กลอนแปด) ที่คัดมา 4 วรรคว่า «ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด / คิดถึงบาทบพิตรอดิศร / โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร / แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น» ต้องอ่านอย่างไร — บทนี้เป็น กลอนแปด จึงอ่านเป็นจังหวะ หยุดสั้นท้ายวรรคที่ 1 และ 3 แล้วหยุดยาวขึ้นเมื่อจบความที่วรรคที่ 2 และ 4 · คำว่า «โอ้» เป็นคำอุทาน ให้เน้นเสียงแล้วหยุดสั้นก่อนอ่านวรรคถัดไป · คำที่ต้องระวังเสียงคือ «บาทบพิตรอดิศร» ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกพระเจ้าแผ่นดิน ต้องออกเสียงครบทุกพยางค์ ไม่กลืนคำท้ายคำ · บทนี้พรรณนาความรำลึกถึงพระเจ้าแผ่นดินที่ล่วงลับ จึงอ่านด้วยน้ำเสียงเรียบช้า ไม่ลากเสียงจนฟังดูเป็นเรื่องเล่น
- อ่านข้อความร้อยแก้วจาก «ราชาธิราช» (เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และคณะ) ที่ว่า «ด้วยพระมหาเทวีให้มาเรียกเอาไปแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมิได้เสด็จสวรรคต พระเจ้าราชาธิราชก็ทรงพระโกรธ จึงตรัสสั่งให้ไปเรียกเอามา» ต้องอ่านอย่างไร — ข้อความนี้เป็น ร้อยแก้ว จึงอ่านเรื่อยไปตามความหมายและหยุดตรงที่จบความ ไม่ต้องบังคับเป็นจังหวะวรรคละเท่า ๆ กันแบบบทร้อยกรอง · ประโยคนี้ยาว ให้หายใจตรงรอยต่อ «…ยังมิได้เสด็จสวรรคต / พระเจ้าราชาธิราชก็ทรงพระโกรธ» ไม่หายใจกลางคำ · คำว่า «สวรรคต» อ่าน «สะ-หวัน-คด» เป็นคำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ จึงอ่านด้วยเสียงเรียบ ไม่เน้นเล่นจนเสียความ · ถ้าอ่านเพี้ยนเป็น «สะ-หวั่น-คด» ผู้ฟังจะจับความไม่ได้ทันที
- เจอข้อความลงท้ายด้วย «?» ต้องอ่านอย่างไร — ขึ้นเสียงสูงตอนท้ายประโยคเล็กน้อย เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าเป็นคำถาม ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า
ภาพและไดอะแกรม
flowchart TD
A[อ่านในใจหนึ่งรอบ<br/>จับเรื่องและอารมณ์] --> B[ขีดคำยาก<br/>และจุดหยุดวรรค]
B --> C[นับพยางค์ของคำยาก<br/>คำควบ อักษรนำ ตัวการันต์]
C --> D[ฝึกออกเสียงคำยาก<br/>ให้ครบพยางค์]
D --> E[อ่านออกเสียง<br/>หยุดตรงวรรคตามฉันทลักษณ์]
E --> F[ทบทวนคำที่อ่านผิด<br/>แล้วอ่านซ้ำให้ถูก]
คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนการอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง เริ่มจากอ่านในใจเพื่อจับเรื่องและอารมณ์ แล้วขีดคำยากกับจุดหยุดวรรคไว้ นับพยางค์ของคำยากทั้งคำควบกล้ำ อักษรนำ และตัวการันต์ ฝึกออกเสียงคำเหล่านั้นให้ครบพยางค์ จึงอ่านออกเสียงจริงโดยหยุดตรงวรรคตามฉันทลักษณ์ และปิดท้ายด้วยการทบทวนคำที่อ่านผิดเพื่ออ่านซ้ำให้ถูก

คำบรรยายภาพ: ภาพเด็กยืนอ่านออกเสียงหน้าชั้นเรียนจากบทกลอนสี่ บนกระดาษมีเครื่องหมาย «/» ขีดกำกับท้ายแต่ละวรรคเพื่อบอกจุดหยุดหายใจ พร้อมตัวเลขกำกับจำนวนพยางค์ของแต่ละวรรค แสดงให้เห็นว่าการอ่านออกเสียงที่ดีต้องหยุดให้ตรงวรรคและนับพยางค์ให้ถูก
