กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ท 5.1

บทอาขยานและบทร้อยกรอง

อ่านทำไม

บทอาขยานและบทร้อยกรองเป็น «ผลงาน» ของสาระวรรณคดีที่เด็ก ป.6 สัมผัสได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่อ่านแล้วตอบคำถาม — การท่องจำทำให้ได้ทั้งความแม่นยำทางภาษา จังหวะและเสียงของคำ และข้อคิดที่ติดตัวไปใช้ในชีวิต ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบถามว่าบทที่ยกมาเป็นคำประพันธ์ชนิดใด วรรคละกี่คำ ให้ข้อคิดอะไร และใครเป็นผู้แต่งหรือไม่ปรากฏผู้แต่ง เด็กที่ท่องโดยเข้าใจจังหวะและที่มาของบท จะตอบได้ทั้งข้อที่ถามกติกาและข้อที่ถามข้อคิด

เรื่องย่อยที่ 1

บทอาขยาน (เช่น บทไหว้ครู)

องค์ความรู้

  • บทอาขยาน คือบทร้อยกรองที่กำหนดให้ท่องจำได้ขึ้นใจ เนื้อหามักเป็นคำสอนหรือคำกลอนที่ไพเราะ · บทร้อยกรองที่มีคุณค่า คือบทที่เลือกท่องตามความสนใจของตัวเอง เพราะชอบเนื้อหา ภาษา หรือข้อคิดในบทนั้น
  • บทไหว้ครู เป็นบทอาขยานแบบหนึ่งที่ใช้กล่าวนับถือและระลึกถึงพระคุณครู ก่อนเริ่มเรียนหรือก่อนแสดง · บทไหว้ครูมีหลายสำนวนตามท้องถิ่นและตามโรงเรียน จึงต้องท่องตามฉบับที่โรงเรียนกำหนด ไม่ควรตัดต่อรวมหลายสำนวนเข้าด้วยกัน
  • ทำไมจึงต้องท่องจำ — ฝึกความจำและความแม่นยำทางภาษา · ได้จังหวะและเสียงของคำซึ่งเป็นลักษณะเด่นของร้อยกรอง · จำข้อคิดติดตัวไปใช้ในชีวิตได้ · เห็นคุณค่าของภาษาไทยและซาบซึ้งในคำประพันธ์
  • ชนิดของคำประพันธ์ที่ควรรู้ในระดับประถม
ชื่อคำประพันธ์ ลักษณะเด่นที่ต้องรู้
กลอนสี่ หนึ่งวรรคมี 4 คำ
กลอนสุภาพ (กลอนแปด) หนึ่งวรรคมี 8 คำ
กาพย์ยานี 11 1 บาท = 2 วรรค (5+6 = 11 คำ) · 1 บท = 2 บาท = 4 วรรค = 22 คำ
โคลง · ฉันท์ รู้จักชื่อและลักษณะเด่นกว้าง ๆ ว่ามีฉันทลักษณ์ของตัวเอง

คำบรรยายภาพ: ตารางชนิดของคำประพันธ์ที่ควรรู้ในระดับประถม กลอนสี่มีวรรคละ 4 คำ กลอนสุภาพหรือกลอนแปดมีวรรคละ 8 คำ กาพย์ยานี 11 มี 1 บาทเท่ากับ 2 วรรค รวม 11 คำ และ 1 บทเท่ากับ 4 วรรค รวม 22 คำ ส่วนโคลงและฉันท์ให้รู้จักชื่อและลักษณะเด่นกว้าง ๆ ว่ามีฉันทลักษณ์ของตัวเอง

  • ร้อยกรองมีสัมผัสบังคับระหว่างวรรค คือให้คำท้ายวรรคหนึ่งพ้องเสียงกับคำในวรรคถัดไป จังหวะนี้เองที่ทำให้บทกลอนอ่านไพเราะกว่าร้อยแก้ว
  • วิธีท่องจำบทอาขยานให้ติดปาก
    1. อ่านออกเสียงคำให้ถูกต้องก่อน ไม่ท่องทั้งที่ยังอ่านคำผิด
    2. แบ่งบทเป็นวรรค ท่องทีละวรรคจนขึ้นใจจึงต่อวรรคถัดไป
    3. ท่องรวมทั้งบท แล้วทบทวนซ้ำทุกวัน วันละ 2–3 รอบ ดีกว่าท่องรวดเดียวเป็นชั่วโมง
    4. ให้เพื่อนหรือผู้ใหญ่ฟัง แล้วให้ช่วยทักว่าเราท่องผิดคำตรงไหน
  • อ่านบทร้อยกรองให้ไพเราะ — อ่านเป็นจังหวะตามวรรค ไม่รวดเร็วจนห้วน · ออกเสียงคำให้ชัดทุกคำ · หยุดพักสั้น ๆ เมื่อจบวรรค · ใช้น้ำเสียงให้เหมาะกับเนื้อความของบท
  • นับคำเพื่อตรวจว่าจำครบ — บทอาขยานประเภทกาพย์และกลอนนับคำได้ ถ้าจำตกคำ วรรคที่ขาดจะสั้นกว่าวรรคอื่นจนเห็นได้เอง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • บทอาขยาน «วิชาเหมือนสินค้า» ขึ้นต้นว่า «วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล / ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา» — เป็นคำประพันธ์ชนิดใด และให้ข้อคิดอะไร — วรรคหน้ามี 5 คำ วรรคหลังมี 6 คำ รวมบาทละ 11 คำ จึงเป็น กาพย์ยานี 11 (1 บท = 2 บาท = 4 วรรค = 22 คำ) · ข้อคิดคือวิชาความรู้มีค่าเหมือนสินค้าที่อยู่เมืองไกล ต้องเพียรพยายามและอดทนไปจึงจะได้มา
  • «วิชาเหมือนสินค้า» ใครแต่ง — บทนี้ปรากฏอยู่ใน «สุภาษิตศรีสวัสดิ์» ของนายมี (หมื่นพรหมสมพัตสร) กวีสมัยรัชกาลที่ 3 แต่หนังสือบทอาขยานหลายฉบับระบุว่า «ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง» · กรณีนี้สอนว่าให้แยก «ชื่อบทที่เราจำได้ขึ้นใจ» ออกจาก «ชื่อคนแต่งที่พิสูจน์ได้» และไม่ควรเดาว่าใครแต่ง
  • ท่องบทอาขยานจากวรรณคดีจริงเรื่องอื่นได้อีกไหม — ได้ เช่น «สังข์ทอง ตอน กำเนิดพระสังข์» (บทละครนอก พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ตอนที่พระสังข์แอบออกจากหอยสังข์มาช่วยพระมารดา หุงข้าวหาปลาไว้ท่าแม่ และไล่ไก่ป่าที่มากินข้าวของแม่ ให้ข้อคิดเรื่องความกตัญญู · หรือ «พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเข้าเมืองการเวก» ของสุนทรภู่ ที่ว่า «รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา / รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี» ให้ข้อคิดว่าความรู้มีค่าที่สุดและต้องรู้จักรักษาตัว — เมื่อเลือกท่องบทใดแล้ว ควรบอกให้ได้ว่าชอบเพราะข้อคิดใดหรือเพราะถ้อยคำตอนใดไพเราะ
  • «รักเรียนอ่านเขียน / หมั่นเพียรเขียนอ่าน» มีวรรคละกี่คำ — วรรคละ 4 คำ จึงจัดเป็น กลอนสี่ และมีคำท้ายวรรคคือ «เขียน» สัมผัสกับ «เพียร» ในวรรคถัดไป (ตัวอย่างที่แต่งขึ้นเพื่อฝึกนับคำและดูสัมผัส)
  • บทที่มีวรรคละ 8 คำ จัดเป็นคำประพันธ์ชนิดใด — กลอนสุภาพ (กลอนแปด)
  • กาพย์ยานี 11 หนึ่งบาทและหนึ่งบทมีกี่คำ — 1 บาท = 2 วรรค รวม 11 คำ (วรรคหน้า 5 คำ และวรรคหลัง 6 คำ) · 1 บท = 2 บาท = 4 วรรค รวม 22 คำ
  • ถ้าต้องท่องบทอาขยานยาว 4 วรรค ควรเริ่มอย่างไร — อ่านออกเสียงให้ถูกทุกคำก่อน แล้วแบ่งท่องทีละวรรค จากนั้นต่อสองวรรคและต่อทั้งบท พร้อมทบทวนทุกวัน

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[เลือกบทที่จะท่อง] --> B[อ่านออกเสียงให้ถูกทุกคำ]
    B --> C[แบ่งบทเป็นวรรค ท่องทีละวรรค]
    C --> D[ต่อวรรคเป็นสองวรรค แล้วท่องทั้งบท]
    D --> E[ทบทวนทุกวันและท่องให้คนอื่นฟัง]
    E --> F{ท่องผิดคำตรงไหนหรือไม่}
    F -->|มี| B
    F -->|ไม่มี| G[ท่องได้ขึ้นใจ พร้อมบอกข้อคิดของบท]

คำบรรยายภาพ: แผนผังลำดับขั้นตอนการท่องจำบทอาขยาน เริ่มจากเลือกบทที่จะท่อง อ่านออกเสียงให้ถูกต้อง แบ่งบทเป็นวรรคแล้วท่องทีละวรรค ต่อเป็นสองวรรคและทั้งบท แล้วทบทวนทุกวันพร้อมท่องให้คนอื่นฟังเพื่อตรวจความถูกต้อง ถ้าพบว่าท่องผิดคำให้กลับไปอ่านออกเสียงใหม่จนถูกก่อนจึงท่องซ้ำ

ภาพเด็กอ่านบทอาขยานโดยมีเครื่องหมายวรรคและคำที่สัมผัสกันเน้นไว้

คำบรรยายภาพ: ภาพเด็กยืนอ่านบทร้อยกรองจากแผ่นบทอาขยาน โดยในแผ่นมีเส้นแบ่งวรรคให้เห็นจังหวะชัดเจน และมีคำที่สัมผัสกันถูกเน้นสีไว้ ช่วยให้เห็นว่าร้อยกรองอ่านเป็นจังหวะตามวรรคและมีสัมผัสบังคับ

เรื่องย่อยที่ 2

บทร้อยกรองและสุภาษิตที่มีคุณค่า

องค์ความรู้

  • บทร้อยกรองที่มีคุณค่า คือบทที่เลือกท่องตามความสนใจของตนเอง เพราะเห็นว่าเนื้อหาสอนใจ ถ้อยคำไพเราะ หรือจังหวะน่าฟัง — ต่างจากบทอาขยานที่ทางโรงเรียนกำหนดให้ท่องทั้งชั้น
  • การเลือกบทที่จะท่อง ควรดู 3 อย่าง — บทนั้น เหมาะกับวัย ของเราหรือไม่ · เราเข้าใจ ข้อคิด ของบทหรือยัง · เราอ่าน ออกเสียงได้ถูกต้อง ทุกคำหรือไม่ ถ้ายังอ่านผิดอยู่ต้องแก้ก่อนท่อง
  • สุภาษิตและคติพจน์ มักอยู่ในรูปร้อยกรองสั้น ๆ หรือร่าย จึงท่องง่ายและจำข้อคิดได้ติดปาก ทั้งยังเป็นถ้อยคำที่คนไทยใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน
  • คุณค่าที่ได้จากบทร้อยกรองและสุภาษิต มี 2 ด้านหลัก
    • ด้านข้อคิด — เป็นคติเตือนใจที่นำไปใช้กับชีวิตได้ เช่น ความเพียร การรู้จักประมาณตน ความกตัญญู
    • ด้านภาษา — ได้คำและสำนวนใหม่ ได้รู้จักจังหวะและสัมผัสของร้อยกรอง และได้บทที่จำไปใช้เขียนหรือพูดต่อได้
  • สุภาษิตพระร่วง เป็นร่ายสุภาพสมัยสุโขทัยที่ ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง ถ้านำมาอ้างต้องบอกว่า «ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง» และห้ามเดาว่าเป็นพระราชนิพนธ์ของกษัตริย์พระองค์ใด
  • บทร้อยกรองที่มีคุณค่าอาจอยู่ในรูปกลอนแปดหรือกาพย์ก็ได้ สิ่งที่ทำให้ «มีคุณค่า» คือข้อคิดและความไพเราะของถ้อยคำ ไม่ใช่ชนิดของคำประพันธ์
  • อ่านแล้วต้องบอกได้ว่าชอบตอนใดและเพราะอะไร — ข้อสอบชอบถามว่า «ข้อใดเป็นเหตุผลที่ควรท่องจำบทนี้» คำตอบที่ใช้ได้ต้องอ้างเนื้อหาหรือข้อคิดของบทนั้นจริง ไม่ใช่ตอบว่า «เพราะสวยงาม» ลอย ๆ
บทที่ควรรู้จัก ที่มาและผู้แต่ง ข้อคิดที่ได้
«เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่» สุภาษิตพระร่วง · สมัยสุโขทัย · ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง ให้ตั้งใจเรียนเมื่อยังเด็ก แล้วจึงทำมาหากินเมื่อโตขึ้น
«รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา / รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี» พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเข้าเมืองการเวก · สุนทรภู่ ความรู้มีค่าที่สุด และต้องรู้จักรักษาตัวให้พ้นภัย
«นกน้อยขนน้อยแต่พอตัว รังแต่งจุเมียผัวอยู่ได้» โคลงโลกนิติ · กรมพระยาเดชาดิศร ทรงชำระ ให้รู้จักประมาณตน ทำงานให้พอเหมาะกับกำลังตัวเอง
«พระเสด็จโดยแดนชล / ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย» กาพย์เห่เรือ ตอน เห่ชมเรือกระบวน · เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ชื่นชมความงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และได้จังหวะสัมผัสของกาพย์ยานี

คำบรรยายภาพ: ตารางบทร้อยกรองและสุภาษิตที่น่ารู้จัก 4 บท แต่ละแถวบอกข้อความสั้นจากบท ชื่อเรื่องกับผู้แต่งหรือที่มา และข้อคิดที่ได้ เช่น สุภาษิตพระร่วงสอนให้ตั้งใจเรียนแต่ยังเด็ก พระอภัยมณีสอนว่าความรู้มีค่าที่สุด โคลงโลกนิติสอนให้รู้จักประมาณตน และกาพย์เห่เรือพรรณนาความงามของขบวนเรืออย่างไพเราะ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่» มีที่มาอย่างไร ใช้ท่องจำได้ไหม — เป็นวรรคแรกของ «สุภาษิตพระร่วง» ร่ายสุภาพสมัยสุโขทัยที่ ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง · แปลว่าให้ตั้งใจเรียนตอนยังเล็ก แล้วค่อยทำมาหากินเมื่อโตขึ้น · วรรคสั้น จำง่าย และให้ข้อคิดเรื่องการเรียน จึงใช้เป็นบทท่องจำได้ · เวลาอ้างในงานเขียนต้องเขียนว่า «สุภาษิตพระร่วง (สมัยสุโขทัย · ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง)» ไม่ใช่ระบุว่าเป็นพระราชนิพนธ์ของกษัตริย์พระองค์ใด
  • «รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา / รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี» เป็นคำประพันธ์ชนิดใด — เป็น กลอนแปด (กลอนสุภาพ) วรรคละ 8 คำ จาก «พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเข้าเมืองการเวก» ของสุนทรภู่ · ให้ข้อคิดว่าความรู้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด และเมื่อมีความรู้แล้วต้องรู้จักรักษาตัวให้พ้นภัยด้วย
  • «นกน้อยขนน้อยแต่พอตัว» มีค่าตรงไหน — เป็นคำเปรียบเทียบสั้น ๆ ที่เห็นภาพชัดและจำง่าย · บทนี้ยกนกตัวเล็กที่ทำรังแต่พออยู่กับคู่ของตัวเองมาเตือนให้คนรู้จักประมาณตน ไม่คิดการใหญ่เกินกำลัง · จึงมีคุณค่าทั้งด้านข้อคิดและด้านภาษาในบทเดียวกัน
  • จะเลือกบทมาท่องเอง ควรดูอะไรเป็นอย่างแรก — ต้อง อ่านออกเสียงได้ถูกต้องทุกคำ ก่อน ถ้ายังอ่านผิดอยู่แล้วท่องไปจะจำความผิดติดปาก และแก้กลับยาก · จากนั้นจึงดูว่าข้อคิดในบทเหมาะกับวัยของเราและเราอธิบายข้อคิดนั้นได้หรือยัง
  • «กาพย์เห่เรือ» มีคุณค่าด้านข้อคิดหรือด้านภาษามากกว่ากัน — ขึ้นกับว่าเราอ้างส่วนใด · ถ้าชี้ที่ความงามของขบวนเรือและจังหวะสัมผัสของกาพย์ยานี ก็เป็น คุณค่าด้านภาษาและความบันเทิง มากกว่าด้านข้อคิด · แต่ถ้าชี้ที่ความจงรักภักดีต่อสถาบันและความภาคภูมิในพระราชพิธี ก็เป็นด้านสังคมและวัฒนธรรม · คำตอบที่ถูกคือ ต้องบอกว่าอ้างจากส่วนใดของบทและเพราะอะไร ตอบกว้าง ๆ ว่า «มีคุณค่าทุกด้าน» ใช้ไม่ได้

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อยากท่องบทร้อยกรองหรือสุภาษิตที่มีคุณค่า] --> B{อ่านออกเสียงได้ถูกทุกคำหรือยัง}
    B -->|ยัง| C[ฝึกอ่านให้ถูกก่อน แล้วจึงกลับมาท่อง]
    B -->|ได้แล้ว| D{อธิบายข้อคิดของบทได้หรือยัง}
    D -->|ยัง| E[หาความหมายของคำยากและสรุปข้อคิดจากเนื้อเรื่อง]
    D -->|ได้แล้ว| F{บทนี้เหมาะกับวัยและความสนใจของเราหรือไม่}
    F -->|เหมาะ| G[ท่องจำ แบ่งทีละวรรค แล้วทบทวนทุกวัน]
    F -->|ไม่เหมาะ| A
    G --> H[บอกได้ว่าชอบตอนใดและเพราะอะไร]

คำบรรยายภาพ: แผนผังขั้นตอนการเลือกบทร้อยกรองหรือสุภาษิตที่มีคุณค่ามาท่องจำ เริ่มจากตรวจว่าอ่านออกเสียงได้ถูกทุกคำหรือยัง ถ้ายังให้ฝึกอ่านให้ถูกก่อน จากนั้นดูว่าอธิบายข้อคิดของบทได้หรือยัง ถ้ายังให้หาความหมายของคำยากและสรุปข้อคิดก่อน แล้วจึงตรวจว่าบทนั้นเหมาะกับวัยและความสนใจของเราหรือไม่ ถ้าเหมาะให้ท่องจำทีละวรรคและทบทวนทุกวัน แล้วปิดท้ายด้วยการบอกได้ว่าชอบตอนใดของบทและเพราะอะไร

ภาพการ์ดบทร้อยกรองสี่ใบที่เขียนชื่อเรื่อง ผู้แต่ง และข้อคิดของแต่ละบท

คำบรรยายภาพ: ภาพการ์ดบทร้อยกรองสี่ใบวางเรียงกัน แต่ละใบเขียนบทกลอนสั้น ๆ หนึ่งบท พร้อมช่องด้านล่างสำหรับเขียนชื่อเรื่อง ผู้แต่งหรือที่มา และข้อคิดที่ได้จากบทนั้น ช่วยให้เห็นวิธีทำสมุดบทอาขยานของตัวเองที่อ้างที่มาและข้อคิดได้ครบ

ข้อควรระวัง

  • ท่องอาขยานต้องท่องให้ถูกคำตั้งแต่ต้น — ถ้าจำผิดแล้วท่องซ้ำหลายรอบ จะแก้กลับได้ยาก ให้ฟังเสียงผู้ใหญ่หรือเพื่อนตรวจก่อน
  • แยก «ชื่อบท» ออกจาก «ชื่อผู้แต่งที่พิสูจน์ได้» — บทอาขยานหลายบทที่คนจำได้ขึ้นใจ กลับไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง เช่น «วิชาเหมือนสินค้า» และ «สุภาษิตพระร่วง» ให้บอกว่าไม่ปรากฏ ไม่ควรเดา
  • นับคำให้ตรงชนิดคำประพันธ์ — กลอนสี่วรรคละ 4 คำ · กลอนแปดวรรคละ 8 คำ · กาพย์ยานี 11 มี 1 บาท = 2 วรรค รวม 11 คำ และ 1 บท = 4 วรรค รวม 22 คำ
  • บทไหว้ครูมีหลายสำนวน — ท่องตามฉบับที่โรงเรียนกำหนด ไม่ตัดต่อรวมหลายสำนวนเข้าด้วยกัน
  • ตอบ «คุณค่าของบท» ต้องชี้ตอนที่อ้าง — บอกว่าชอบหรือมีคุณค่าตรงไหน เพราะอะไร ไม่ใช่ตอบกว้าง ๆ ว่า «สวยงาม» หรือ «มีคุณค่าทุกด้าน»
  • อ้างที่มาให้ครบเมื่อใช้สุภาษิต — บอกชื่อเรื่องและ «ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง» เท่าที่พิสูจน์ได้ ไม่เดาผู้แต่งขึ้นเอง

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 80–81)
  • ตัวชี้วัด ป.6: ท 5.1 ป.6/4 (ดู ../_ref/p6-indicators.md)
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf
  • หน้า hub หลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
    • บทอาขยาน «วิชาเหมือนสินค้า» — คัดจาก «สุภาษิตศรีสวัสดิ์» ของนายมี (หมื่นพรหมสมพัตสร) สมัยรัชกาลที่ 3 — วารสารราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 39 ฉบับที่ 3 (https://www.orst.go.th/FILEROOM/CABROYINWEB/DRAWER004/GENERAL/DATA0000/00000038.FLP/html/250/)
    • «สังข์ทอง» — บทละครนอก พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย · ตอนกำเนิดพระสังข์
    • «พระอภัยมณี» — พระสุนทรโวหาร (ภู่) · ตอน สุดสาครเข้าเมืองการเวก
    • «โคลงโลกนิติ» — สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงชำระ (จารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พ.ศ. 2374)
    • «กาพย์เห่เรือ» ตอน เห่ชมเรือกระบวน — เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) · คัด 4 วรรคแรกจากฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมศิลปากร (https://www.finearts.go.th/main/view/9808)
    • «สุภาษิตพระร่วง» — สมัยสุโขทัย · ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง · วรรคแรก «เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่»
  • ตัวอย่างที่กำกับ «แต่งขึ้นเพื่อฝึก» เป็นข้อความที่จัดทำขึ้นเพื่อฝึกนับคำและดูสัมผัส ไม่ใช่ข้อความจากวรรณคดี
  • งานทุกเรื่องที่ยกมาข้างต้นพ้นลิขสิทธิ์แล้ว (ผู้แต่งสิ้นชีวิตหรือสิ้นพระชนม์เกิน 50 ปี)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?