กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ป.4–ป.6

โวหารการเขียน

สารบัญเรื่องย่อย (2 เรื่อง)

อ่านทำไม

โวหารคือ «ลีลาการเขียน» ที่ผู้เขียนเลือกใช้ให้เหมาะกับจุดประสงค์ของงาน ถ้าต้องการเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นตามลำดับ ต้องใช้โวหารบรรยาย ถ้าต้องการให้ผู้อ่านเห็นภาพและรู้สึกคล้อยตาม ต้องใช้โวหารพรรณนา ระดับ ป.6 จึงเน้นสองแบบนี้ ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบยกข้อความมาหนึ่งท่อนแล้วถามว่าเป็นโวหารใด เด็กจึงต้องจับสัญญาณให้ออกว่าท่อนนั้น «เล่าเหตุการณ์» หรือ «วาดภาพ» และเลือกใช้ให้เหมาะกับงานเขียนของตัวเอง

เรื่องย่อยที่ 1

โวหารบรรยาย

องค์ความรู้

  • โวหารบรรยาย (หรือ บรรยายโวหาร) คือการเขียนเล่าเรื่องราว เหตุการณ์ หรือขั้นตอนตามลำดับ ตรงไปตรงมา เน้นข้อเท็จจริงว่า «ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร» ไม่เน้นอารมณ์ความรู้สึก
  • งานเขียนที่ใช้บ่อย รายงาน · บันทึกเหตุการณ์ · ข่าว · คู่มือและตำรา · การเล่าเหตุการณ์ในเรียงความ
  • ลักษณะภาษา ประโยคสั้นยาวสลับกัน มีคำบอกลำดับหรือคำบอกเวลา เช่น เริ่มแรก ต่อมา จากนั้น สุดท้าย เมื่อวานนี้ เช้าวันรุ่งขึ้น และใช้คำกริยาเป็นตัวเดินเรื่อง
  • มีรายละเอียดได้ แต่เป็นรายละเอียดของเหตุการณ์ ไม่ใช่รายละเอียดของความรู้สึก เช่น บอกว่า «ไปถึงตลาดเวลาสิบโมง» ไม่ใช่ «ใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น»
  • วิธีเขียนบรรยายให้อ่านง่าย
    • เรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา ไม่สลับไปมา
    • หนึ่งประโยคบอกหนึ่งเหตุการณ์ อย่ายัดหลายเรื่องในประโยคเดียว
    • ใช้คำบอกเวลาหรือคำบอกลำดับ เพื่อให้ผู้อ่านตามทัน
    • ตัดคำฟุ่มเฟือยที่ไม่เพิ่มข้อมูลออก

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ข้อความว่า «เมื่อวานนี้ ฉันตื่นหกโมงเช้า ล้างหน้าแล้วไปช่วยแม่เตรียมอาหารเช้า ต่อมาเดินไปโรงเรียนกับเพื่อน ถึงโรงเรียนเจ็ดโมงครึ่ง» เป็นโวหารใด — เป็นโวหารบรรยาย เพราะเล่าเหตุการณ์ตามเวลาตรง ๆ มีคำบอกเวลาและคำบอกลำดับ ไม่ได้วาดภาพให้เห็นสีสันหรืออารมณ์ (ข้อความนี้แต่งขึ้นเพื่อฝึก)
  • โจทย์ยกข้อความมาถามว่าเป็นบรรยายหรือพรรณนา ให้ดูตรงไหนก่อน — ดูว่าประโยคหลัก «เล่าทำอะไร» หรือ «บอกว่าเป็นอย่างไร» ถ้าเป็นการกระทำเรียงกันไปให้ตอบบรรยาย
  • จะเปลี่ยนข้อความบรรยายให้เป็นพรรณนาได้อย่างไร — แทนที่จะบอกเพียงว่า «ไปถึงตลาด» ให้เพิ่มรายละเอียดที่เห็น ได้ยิน หรือได้กลิ่น แต่ยังคงจุดสำคัญของเหตุการณ์ไว้
  • จากงานเขียนจริง: «นิทานเวตาล» ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (ฉบับ พ.ศ. 2461 · บนวิกซอร์ซ) — เรื่องนี้เล่าเป็นตอน ๆ ว่าใครทำอะไรต่อจากใคร แต่ละตอนเดินหน้าเป็นลำดับชัดเจน จึงเป็นตัวอย่างของโวหารบรรยาย · เวลาอ่านให้จับ «เหตุการณ์» เป็นข้อ ๆ ว่าใครพบใคร เกิดอะไรต่อ แล้วจะเห็นว่าเนื้อเรื่องไม่กระโดดไปมา · วิธีคิดคือถ้าตัดรายละเอียดภาพออกได้โดยเนื้อเรื่องยังครบ ให้ถือว่าแกนหลักเป็นโวหารบรรยาย

ภาพและไดอะแกรม

ประเด็น โวหารบรรยาย โวหารพรรณนา
จุดเน้น เล่าว่า «เกิดอะไรขึ้น» บอกว่า «เป็นอย่างไร»
ลำดับ ตามเวลาก่อน–หลัง ตามสิ่งที่ตาเห็นหรือใจรู้สึก
คำที่ใช้ คำบอกเวลา คำบอกลำดับ คำกริยา คำแสดงภาพ คำเปรียบเทียบ คำแสดงอารมณ์
งานเขียนที่เหมาะ รายงาน ข่าว คู่มือ บันทึกเหตุการณ์ วรรณคดี คำบรรยายทิวทัศน์ เรียงความเชิงชักชวน

คำบรรยายภาพ: ตารางเทียบโวหารบรรยายกับโวหารพรรณนา ด้านโวหารบรรยายเน้นเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น เรียงตามเวลา ใช้คำบอกเวลาและคำกริยา เหมาะกับรายงาน ข่าว และคู่มือ ส่วนโวหารพรรณนาเน้นบอกว่าเป็นอย่างไร ใช้คำแสดงภาพและคำเปรียบเทียบ เหมาะกับวรรณคดีและคำบรรยายทิวทัศน์

flowchart LR
    A[ข้อความที่โจทย์ยกมา] --> B{เล่าเหตุการณ์ตามลำดับหรือไม่}
    B -->|ใช่| C[โวหารบรรยาย]
    B -->|ไม่| D[ดูว่ามีคำแสดงภาพหรือคำเปรียบเทียบไหม]
    D -->|มี| E[โวหารพรรณนา]

คำบรรยายภาพ: ผังวิธีตัดสินว่าโจทย์ที่ยกมาเป็นโวหารบรรยายหรือโวหารพรรณนา เริ่มจากดูว่าข้อความเล่าเหตุการณ์ตามลำดับหรือไม่ ถ้าใช่ให้ตอบโวหารบรรยาย ถ้าไม่ให้ดูว่ามีคำแสดงภาพหรือคำเปรียบเทียบหรือไม่ ถ้ามีให้ตอบโวหารพรรณนา

เรื่องย่อยที่ 2

โวหารพรรณนา

องค์ความรู้

  • โวหารพรรณนา (หรือ พรรณนาโวหาร) คือการเขียนบรรยายให้ผู้อ่าน «เห็นภาพ» ด้วยรายละเอียดและประสาทสัมผัส เน้นให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกคล้อยตาม
  • งานเขียนที่ใช้บ่อย วรรณคดีและบทร้อยกรอง · คำบรรยายทิวทัศน์หรือบุคคล · คำโฆษณา · เรียงความเชิงชักชวน
  • เครื่องมือของพรรณนา
    • คำเปรียบเทียบ เช่น ดั่ง ดุจ ราว เหมือน ประหนึ่ง
    • คำที่กระตุ้นประสาทสัมผัส ทั้งตาเห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส และผิวกายได้สัมผัส
    • คำคุณศัพท์และคำวิเศษณ์ที่ละเอียด เช่น ทอประกาย ละมุน เอื่อย เย็นสบาย
  • ต่างจากบรรยายตรงจุดเน้น บรรยายตอบว่า «เกิดอะไรขึ้น» พรรณนาตอบว่า «มันเป็นอย่างไร» จึงอ่านแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์
  • วิธีเขียนพรรณนาให้ได้ผล เลือกจุดที่อยากให้เห็นภาพชัดเพียงไม่กี่จุด → เลือกคำที่กระตุ้นประสาทสัมผัส → เปรียบเทียบกับสิ่งที่ผู้อ่านรู้จัก → หยุดเมื่อภาพชัดแล้ว อย่ายืดจนใจความหาย
  • โวหารทั้งสองอยู่ในงานเดียวกันได้ งานเขียนจำนวนมากสลับกันไปมา ฉากเหตุการณ์ใช้บรรยาย ตอนพักหรือตอนชมวิวใช้พรรณนา โจทย์จึงต้องดู «ข้อความที่ยกมา» ไม่ใช่ดูทั้งเรื่อง

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • ข้อความว่า «ยามเย็น แสงทองทอดยาวบนผืนน้ำ ท้องฟ้าแต้มสีส้มอมชมพู สายลมพัดเอื่อยพาเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังซู่ ๆ» เป็นโวหารใด — เป็นโวหารพรรณนา เพราะมีทั้งภาพสี แสง และเสียง ให้ผู้อ่านเห็นภาพและได้ยินไปพร้อมกัน (ตัวอย่างนี้แต่งขึ้นเพื่อฝึก)
  • แยกให้ออกว่าท่อนใดเป็นพรรณนา — ถ้าตัดคำแสดงภาพออกแล้วเนื้อเรื่องยังเดิม แสดงว่าท่อนนั้นเป็นบรรยาย · ถ้าตัดคำแสดงภาพออกแล้วภาพหายไปทันที แสดงว่าเป็นพรรณนา
  • โจทย์ให้แต่งประโยคพรรณนาทะเล 1 ประโยค ต้องมีอะไรบ้าง — มีภาพที่ตาเห็นอย่างน้อยหนึ่งอย่าง และมีคำเปรียบเทียบหรือคำแสดงเสียงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เช่น «น้ำทะเลสีเขียวมรกตเป็นประกายเมื่อต้องแดด เสียงคลื่นดังก้องเหมือนดนตรี»
  • เขียนพรรณนายาวมากจนผู้อ่านลืมว่าเรื่องคืออะไร ควรแก้อย่างไร — กลับไปดูว่าใจความหลักของตอนนั้นคืออะไร แล้วตัดรายละเอียดที่ไม่ช่วยให้ภาพชัดออก ให้เหลือเพียงสองสามจุดที่เด่นที่สุด
  • จากงานเขียนจริง: «นิราศภูเขาทอง» ของสุนทรภู่ (กลอนแปด · ฉบับบนวิกซอร์ซ) — ตอนที่กวีล่องเรือผ่านชุมชนและวัดต่าง ๆ เป็นตอนที่ใช้โวหารพรรณนาเต็มที่ คือชมทิวทัศน์สองฝั่งน้ำและแทรกความรู้สึกของตัวเองลงไป · ถ้าจะตอบว่าเป็นพรรณนา ให้ชี้ที่คำที่ทำให้ «เห็นภาพ» และ «รู้สึก» ไม่ใช่ชี้ที่ลำดับเหตุการณ์ · วิธีคิดคือหาประโยคที่ถ้าตัดออกแล้วเรื่องไม่เสีย แต่ «ภาพ» หายไป

ภาพและไดอะแกรม

mindmap
  root((โวหารพรรณนา))
    ตาเห็น
      แสง สี รูปทรง
    หูได้ยิน
      เสียงคลื่น เสียงลม
    กายสัมผัส
      อุ่น เย็น ละมุน
    คำเปรียบเทียบ
      ดั่ง ดุจ เหมือน ประหนึ่ง

คำบรรยายภาพ: แผนภาพความคิดเรื่องเครื่องมือของโวหารพรรณนา แยกเป็นสี่กลุ่มคือสิ่งที่ตาเห็น เช่น แสง สี และรูปทรง สิ่งที่หูได้ยิน เช่น เสียงคลื่นและเสียงลม สิ่งที่ผิวกายสัมผัส เช่น ความอุ่น เย็น และความละมุน และกลุ่มคำเปรียบเทียบอย่างดั่ง ดุจ เหมือน และประหนึ่ง ซึ่งทุกกลุ่มใช้เพื่อทำให้ผู้อ่านเห็นภาพและรู้สึกคล้อยตาม

ข้อควรระวัง

  • «บรรยาย» ในที่นี้ไม่ใช่การบรรยายหน้าชั้นเรียน — โวหารบรรยายหมายถึงลีลาการเขียนเล่าเหตุการณ์ อย่าสับสนกับคำว่า «การบรรยาย»
  • โวหารบรรยายกับพรรณนาต่างกันที่ «เล่า» กับ «ให้เห็นภาพ» — ข้อสอบชอบลวงด้วยข้อความที่ปนสาระสวย ๆ แต่ใจความยังเป็นการเล่าเหตุการณ์
  • ดูที่ข้อความที่โจทย์ยกมา ไม่ใช่ดูทั้งเรื่อง — งานเขียนเรื่องเดียวมีได้หลายโวหาร เพราะฉากเหตุการณ์ใช้บรรยาย ตอนชมวิวใช้พรรณนา
  • พรรณนาไม่ใช่การยัดคำสวย — ถ้าคำสวยไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการสื่อ กลับทำให้ภาพมัว
  • โวหารต้องเลือกให้เหมาะกับงาน — รายงานและคู่มือใช้บรรยายเป็นหลัก ถ้าใส่พรรณนายาว ๆ จะทำให้อ่านยากและไม่ตรงจุดประสงค์

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 61–62)
  • แหล่งติวเตอร์ยืนยันว่ามักออก: [WE-GEN] [WE-THAI] [MKD] [TWA] — ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §1.2
  • ตัวชี้วัด ป.6: โวหารการเขียนไม่มีตัวชี้วัดตรงใน ป.6 · ใช้ ท 2.1 ป.6/2 (เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม) เป็นฐาน — ../_ref/p6-indicators.md
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
  • งานทั้งสองเรื่องพ้นลิขสิทธิ์แล้ว (ผู้แต่งเสียชีวิตเกิน 50 ปี)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?