กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ท 4.1

โครงสร้างประโยคและชนิดของประโยค

อ่านทำไม

หัวข้อนี้ต่อจาก «ชนิดของคำ» ตรง ๆ — พอรู้แล้วว่าแต่ละคำทำหน้าที่อะไร ขั้นต่อไปคือดูว่าเอาคำมาเรียงเป็น «ประโยค» แล้วได้ใจความแบบใด ข้อสอบเข้า ม.1 ออกเรื่องนี้ «มักออก» เพราะวัดได้ทั้งการหาประธาน–กริยา การนับจำนวนใจความ และการหาคำเชื่อม เรื่องนี้ยังเป็นฐานของ «การเรียงลำดับข้อความและประโยค» ในการเขียน และช่วยให้อ่านงานเขียนยาว ๆ อย่างพงศาวดารได้ว่าใจความหนึ่งจบตรงไหน

เรื่องย่อยที่ 1

ส่วนประกอบของประโยคและประโยคที่สมบูรณ์

องค์ความรู้

  • ประโยค คือข้อความที่มี ภาคประธาน และ ภาคแสดง ครบทั้งสองส่วน แล้วได้ใจความที่เข้าใจได้ทันที
  • ส่วนประกอบในประโยค มี 4 หน้าที่ ต้องแยกให้ออก
    1. ประธาน — ผู้กระทำหรือสิ่งที่ประโยคพูดถึง มักเป็นคำนามหรือคำสรรพนาม
    2. กริยา — การกระทำหรือสภาพของประธาน เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของภาคแสดง
    3. กรรม — สิ่งที่รับผลของการกระทำ (มีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นกับกริยา)
    4. ส่วนขยาย — คำหรือกลุ่มคำที่เติมเข้ามาเพื่อบอกเวลา สถานที่ ลักษณะ หรือเหตุผล เพิ่มได้หลายส่วน
  • ภาคประธานก็มีส่วนขยายได้ — «เด็กชายคนนั้น» มี «เด็กชาย» เป็นหลัก และ «คนนั้น» เป็นส่วนขยาย · ภาคแสดง คือทั้งส่วนที่เหลือซึ่งมีกริยาเป็นแกน
  • ประโยคที่สมบูรณ์ ต้องผ่าน 2 ข้อ
    1. มีภาคประธานและภาคแสดง ครบ
    2. ฟังจบแล้ว ได้ใจความ ไม่ต้องรอข้อความต่อ
  • ข้อความที่ยังไม่เป็นประโยค มี 3 แบบที่พบบ่อย — ขาดประธาน («ในห้องเรียน») · ขาดกริยา («เด็กดีมาก») · ได้ความไม่ครบจนต้องรอส่วนต่อไป («ถ้าฝนตก»)
  • ประโยคบอกเล่าในภาษาไทยมักเรียง «ประธาน + กริยา + กรรม» แต่ก็สลับได้เพื่อเน้น เช่น «จานนี้ ฉันล้างแล้ว» ซึ่งยกกรรม «จานนี้» ขึ้นต้นประโยคเพื่อเน้นว่าพูดถึงจานนั้น ส่วนประธานยังหาได้จากการถามว่า «ใครทำ» (คำตอบคือ «ฉัน» ที่อยู่ข้างหลังคำที่ถูกยกขึ้นมา)

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «เด็กชายดีช่วยแม่ล้างจาน» แยกส่วนประกอบอย่างไร — «ดี» ในประโยคนี้เป็น ชื่อคน (คำนามวิสามัญ) จึงเป็นส่วนหนึ่งของภาคประธาน · ประธาน คือ «เด็กชายดี» · กริยา คือ «ช่วย» · กรรม คือ «แม่» · ส่วน «ล้างจาน» เป็น ส่วนขยาย ที่บอกว่าช่วยทำอะไร · ประโยคนี้มีทั้งสองภาคครบ จึงเป็นประโยคที่สมบูรณ์
  • «เด็กดี» เป็นประโยคหรือไม่ — ยังไม่เป็นประโยค เพราะมีเพียงคำนามกับคำวิเศษณ์ ยังไม่รู้ว่าเด็กดีทำอะไร · ถ้าเติมกริยาเป็น «เด็กดีตั้งใจเรียน» จึงเป็นประโยคที่สมบูรณ์
  • «ในห้องเรียนมีนักเรียนนั่งอ่านหนังสือ» ประธานคือคำใด — ประธานคือ «นักเรียน» ไม่ใช่ «ในห้องเรียน» เพราะ «ในห้องเรียน» เป็นส่วนขยายที่บอกสถานที่ · ประโยคนี้จึงไม่ใช่ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยประธาน
  • อ่าน «ราชาธิราช» (เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และคณะ · ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2496) ตอนที่ชาวพระคลังกราบทูลว่า «ด้วยพระมหาเทวีให้มาเรียกเอาไปแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมิได้เสด็จสวรรคต» แล้วหาภาคประธานและภาคแสดง — ข้อความนี้เป็น ประโยคที่สมบูรณ์ ภาคประธานคือ «พระมหาเทวี» และภาคแสดงคือ «ให้มาเรียกเอาไป…» โดยมี «แต่» ทำหน้าที่เชื่อมกับข้อความก่อนหน้าและบอกความว่า «ยังไม่ได้สวรรคต» · จะเห็นว่าในงานเขียนจริง ประโยคยาวได้มาก แต่ยังต้องมีสองภาคครบเสมอ

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["ข้อความที่อ่าน"] --> B{"มีภาคประธานและภาคแสดงครบหรือไม่"}
    B -->|"ไม่ครบ"| C["ยังไม่เป็นประโยค<br/>เช่น เด็กดี · ในห้องเรียน · ถ้าฝนตก"]
    B -->|"ครบ"| D{"ฟังจบแล้วได้ใจความหรือไม่"}
    D -->|"ไม่"| C
    D -->|"ได้"| E["เป็นประโยคที่สมบูรณ์"]
    E --> F["แยกส่วนประกอบได้<br/>ประธาน · กริยา · กรรม · ส่วนขยาย"]

คำบรรยายภาพ: ผังวิธีตรวจว่าข้อความหนึ่งเป็นประโยคที่สมบูรณ์หรือไม่ เริ่มจากดูว่ามีภาคประธานและภาคแสดงครบหรือยัง ถ้าไม่ครบก็ยังไม่เป็นประโยค ถ้าครบแล้วจึงดูว่าฟังจบแล้วได้ใจความหรือยัง เมื่อได้ใจความแล้วจึงเป็นประโยคที่สมบูรณ์ และแยกส่วนประกอบออกเป็นประธาน กริยา กรรม และส่วนขยายได้

เรื่องย่อยที่ 2

ประโยคสามัญ (ประโยคความเดียว)

องค์ความรู้

  • ประโยคสามัญ หรือ ประโยคความเดียว คือประโยคที่มี ใจความเดียว — มีประธานชุดเดียวและกริยาชุดเดียว ไม่มีคำเชื่อมระหว่างใจความ
  • วิธีตรวจ ถามว่า «ประโยคนี้พูดเรื่องเดียวหรือหลายเรื่อง» ถ้าพูดเรื่องเดียวและจบในตัว เป็นประโยคสามัญทันที
  • ใจความ หมายถึงข้อความหนึ่งที่บอกว่า «ใครทำอะไร» — ประโยคสามัญจึงมีกริยาเนื้อแท้เพียงชุดเดียว (กริยาช่วยหรือกริยาที่ตามหลังเพื่อขยายไม่นับเป็นคนละใจความ)
  • ประโยคสามัญไม่จำเป็นต้องสั้น — เติมส่วนขยายได้ไม่จำกัด เช่น «เด็กชายดีช่วยแม่ล้างจานอย่างขยันขันแข็งทุกวัน» ก็ยังเป็นประโยคสามัญ เพราะยังมีใจความเดียว
  • ข้อความที่มีคำเชื่อม «และ» มาเชื่อมคำสองคำในตำแหน่งเดียวกันก็ยังเป็นประโยคสามัญได้ เช่น «ฉันซื้อสมุดและดินสอ» — เชื่อม «สมุด» กับ «ดินสอ» ซึ่งเป็นกรรมตัวเดียวกัน ไม่ได้เพิ่มใจความใหม่
  • ประโยคสามัญเป็น หน่วยเล็กที่สุดของประโยค ใช้เป็นฐานในการนับว่าประโยคยาว ๆ มีกี่ใจความ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «น้องอ่านหนังสือ» เป็นประโยคชนิดใด — เป็น ประโยคสามัญ เพราะมีใจความเดียว ประธาน «น้อง» มีกริยา «อ่าน» มีกรรม «หนังสือ» ไม่มีคำเชื่อมระหว่างใจความ
  • «เด็กดีช่วยพ่อทำงาน» มีกี่ใจความ — มี ใจความเดียว คือ เด็กดีช่วยพ่อทำงาน · คำว่า «ทำงาน» เป็นส่วนขยายของกริยา «ช่วย» ไม่ได้เพิ่มใจความใหม่ จึงเป็นประโยคสามัญ
  • «ฉันซื้อสมุดและดินสอ» เป็นประโยคสามัญหรือประโยคความรวม — เป็น ประโยคสามัญ เพราะ «และ» เชื่อมคำนาม «สมุด» กับ «ดินสอ» ที่เป็นกรรมตัวเดียวกัน ไม่ได้เชื่อมสองใจความเข้าด้วยกัน
  • «วันนี้ฝนตก» เป็นประโยคที่สมบูรณ์หรือไม่ และเป็นชนิดใด — มีภาคประธาน «ฝน» และภาคแสดง «ตก» ครบ ได้ใจความเดียว → เป็น ประโยคที่สมบูรณ์แบบประโยคสามัญ

ภาพและไดอะแกรม

ประโยค จำนวนใจความ เป็นประโยคชนิดใด
น้องอ่านหนังสือ 1 ประโยคสามัญ
เด็กดีช่วยพ่อทำงาน 1 ประโยคสามัญ
ฉันซื้อสมุดและดินสอ 1 ประโยคสามัญ (และเชื่อมคำในตำแหน่งเดียวกัน)
เด็กชายดีช่วยแม่ล้างจานอย่างขยันขันแข็งทุกวัน 1 ประโยคสามัญ (มีส่วนขยายมากแต่ใจความเดียว)

คำบรรยายภาพ: ตารางยกประโยคสี่ประโยคที่มีใจความเดียวทั้งหมด จึงเป็นประโยคสามัญเหมือนกัน ทั้งประโยคสั้นอย่างน้องอ่านหนังสือและประโยคยาวที่มีส่วนขยายหลายส่วน และรวมประโยคที่ใช้คำว่าและเชื่อมคำนามสองคำซึ่งยังนับเป็นใจความเดียว

เรื่องย่อยที่ 3

ประโยครวม (ประโยคความรวม)

องค์ความรู้

  • ประโยคความรวม คือประโยคที่มี ตั้งแต่ 2 ใจความขึ้นไปที่มีน้ำหนักเท่ากัน แล้วเชื่อมกันด้วย คำสันธาน โดยไม่มีใจความใดทำหน้าที่ขยายใจความอื่น
  • คำเชื่อมที่พบบ่อย — «ทั้ง…และ» «และ» «แต่» «หรือ» «จึง» «ก็»
  • ประโยคความรวมแบ่งตามความสัมพันธ์ของสองใจความได้ 4 แบบ
ความสัมพันธ์ คำเชื่อม ตัวอย่าง
คล้อยตามกัน ทั้ง…และ · และ «ทั้งพ่อและแม่ช่วยกันทำงาน»
ขัดแย้งกัน แต่ «น้องอ่านหนังสือ แต่พี่ดูโทรทัศน์»
ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ «วันนี้จะเดินไปโรงเรียน หรือจะนั่งรถ»
เป็นเหตุเป็นผลกัน จึง · ก็ «ฝนตกหนัก พี่จึงไม่ไปเล่นที่สนาม»
  • วิธีแยกความรวมออกจากความซ้อน — ให้ลองตัดส่วนหนึ่งออก ถ้าตัดแล้วได้ข้อความที่ยังเป็นประโยคอยู่ ทั้งสองส่วน ส่วนนั้นเป็นความรวม · ถ้าตัดส่วนหนึ่งออกแล้วเหลือประโยคหลักที่ยังได้ใจความ (ส่วนที่ตัดเป็นเพียงตัวขยาย) เป็นความซ้อน
  • ความรวมนับจำนวนใจความได้ — มีกี่กริยาเนื้อแท้ที่เป็นอิสระต่อกัน ก็มีเท่านั้นใจความ
  • เครื่องหมายจุลภาค «,» คั่นได้แต่ไม่เปลี่ยนชนิดของประโยค — ชนิดของประโยคตัดสินที่คำเชื่อมและความสัมพันธ์ของใจความ ไม่ใช่ที่เครื่องหมาย

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «ทั้งพ่อและแม่ช่วยกันทำงาน» เป็นประโยคชนิดใด — มีสองใจความ (พ่อช่วยทำงาน · แม่ช่วยทำงาน) เชื่อมด้วย «ทั้ง…และ» ซึ่งแสดงความคล้อยตามกัน → เป็น ประโยคความรวม
  • อ่าน «ราชาธิราช» (เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และคณะ · ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2496) ตอนที่ชาวพระคลังกราบทูลเรื่องพระธำมรงค์เพชรว่า «…แต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมิได้เสด็จสวรรคต พระเจ้าราชาธิราชก็ทรงพระโกรธ จึงตรัสสั่งให้ไปเรียกเอามา» แล้วบอกชนิดของประโยค — ประโยค «พระเจ้าราชาธิราชก็ทรงพระโกรธ จึงตรัสสั่งให้ไปเรียกเอามา» มี สองใจความ คือ «ทรงพระโกรธ» กับ «ตรัสสั่งให้ไปเรียกเอามา» เชื่อมด้วย «จึง» ซึ่งบอกความเป็นเหตุเป็นผลกัน → เป็น ประโยคความรวม ไม่ใช่ความซ้อน เพราะตัดส่วนใดออกแล้วอีกส่วนยังเป็นประโยคที่ได้ใจความ
  • «น้องอ่านหนังสือ แต่พี่ดูโทรทัศน์» เป็นความรวมแบบใด — เป็นแบบ ขัดแย้งกัน เพราะคำเชื่อม «แต่» บอกว่าสองใจความไปคนละทาง
  • «วันนี้จะเดินไปโรงเรียน หรือจะนั่งรถ» แสดงความสัมพันธ์แบบใด — แบบ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะมี «หรือ» ให้เลือก และยังเป็นความรวมอยู่ ไม่ใช่ประโยคคำถามเพราะจัดเป็นประโยคบอกเล่าแบบเสนอทางเลือก

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    P["ประโยคที่ต้องวิเคราะห์"] --> A["นับจำนวนใจความ"]
    A --> B{"มีกี่ใจความ"}
    B -->|"1"| C["ประโยคสามัญ"]
    B -->|"ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป"| D{"ตัดส่วนหนึ่งออกได้หรือไม่"}
    D -->|"ตัดแล้วทั้งสองส่วนยังเป็นประโยค"| E["ประโยคความรวม"]
    D -->|"ตัดแล้วเหลือประโยคหลักที่ยังได้ใจความ"| F["ประโยคความซ้อน"]
    E --> G["ดูคำเชื่อม<br/>ทั้ง…และ · และ = คล้อยตาม<br/>แต่ = ขัดแย้ง<br/>หรือ = เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง<br/>จึง · ก็ = เหตุเป็นผล"]

คำบรรยายภาพ: ผังวิธีจำแนกชนิดของประโยค เริ่มจากนับจำนวนใจความ ถ้ามีใจความเดียวเป็นประโยคสามัญ ถ้ามีตั้งแต่สองใจความขึ้นไปให้ลองตัดส่วนหนึ่งออก ถ้าตัดแล้วทั้งสองส่วนยังเป็นประโยคอยู่ให้ตอบประโยคความรวม และถ้าตัดแล้วเหลือประโยคหลักที่ยังได้ใจความให้ตอบประโยคความซ้อน จากนั้นจึงดูคำเชื่อมเพื่อบอกว่าความรวมนั้นเป็นแบบคล้อยตามกัน ขัดแย้งกัน ให้เลือก หรือเป็นเหตุเป็นผลกัน

เรื่องย่อยที่ 4

ประโยคซ้อน (ประโยคความซ้อน)

องค์ความรู้

  • ประโยคความซ้อน คือประโยคที่มี ประโยคหลัก 1 ประโยค และ ประโยคย่อย ที่เข้าไปทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของประโยคหลัก เช่น ขยายคำนาม หรือบอกเหตุ
  • คำเชื่อมที่พบบ่อย — «ที่» «ซึ่ง» «อัน» (ขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้า) · «เพราะ» «เนื่องจาก» (บอกเหตุ)
  • ประโยคย่อยขยายคำนาม — «นักเรียน ที่ขยันอ่านหนังสือ จะสอบได้คะแนนดี» ประโยคย่อย «ที่ขยันอ่านหนังสือ» ขยายคำว่า «นักเรียน» เหมือนเป็นคำวิเศษณ์ยาว ๆ ตัวหนึ่ง
  • ประโยคย่อยบอกเหตุ — «ฉันมาโรงเรียนสาย เพราะรถติด» ประโยคหลักคือ «ฉันมาโรงเรียนสาย» และ «เพราะรถติด» เป็นประโยคย่อยที่บอกเหตุของประโยคหลัก
  • วิธีตรวจที่ใช้ได้ทุกข้อ — ตัดประโยคย่อยออก ถ้า ประโยคหลักยังเป็นประโยคที่ได้ใจความอยู่ แสดงว่าส่วนที่ตัดเป็นประโยคย่อย → เป็นความซ้อน
  • จุดที่เด็กสับสนมากที่สุด คือ «เพราะ» กับ «จึง» — «เพราะ» นำประโยคย่อยที่บอกเหตุ จึงเป็น ความซ้อน · «จึง» เชื่อมสองใจความที่น้ำหนักเท่ากัน จึงเป็น ความรวม
  • ประโยคความซ้อนยังเป็นเรื่องระดับ ม.1 ที่โรงเรียนแข่งขันสูงแตะในข้อสอบ แต่มักออกในรูปถามชนิดของประโยค จึงควรฝึกให้คุ้นตั้งแต่ ป.6

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • «นักเรียนที่ขยันอ่านหนังสือจะสอบได้คะแนนดี» เป็นประโยคชนิดใด — ตัด «ที่ขยันอ่านหนังสือ» ออก แล้วเหลือ «นักเรียนจะสอบได้คะแนนดี» ซึ่งยังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ → เป็น ประโยคความซ้อน โดย «ที่ขยันอ่านหนังสือ» เป็นประโยคย่อยที่ขยายคำว่า «นักเรียน»
  • «ฉันมาโรงเรียนสายเพราะรถติด» เป็นประโยคชนิดใด — ประโยคหลักคือ «ฉันมาโรงเรียนสาย» และ «เพราะรถติด» เป็นประโยคย่อยที่บอกเหตุ → เป็น ประโยคความซ้อน
  • «ฝนตกหนัก พี่จึงไม่ไปเล่นที่สนาม» กับ «พี่ไม่ไปเล่นที่สนามเพราะฝนตกหนัก» ต่างกันอย่างไร — ประโยคแรกใช้ «จึง» จึงเป็น ประโยคความรวม แบบเหตุเป็นผล · ประโยคที่สองใช้ «เพราะ» จึงเป็น ประโยคความซ้อน เพราะมีประโยคหลักกับประโยคย่อย · สองประโยคบอกเรื่องเดียวกันแต่ คนละชนิด เพราะคำเชื่อมต่างกัน
  • «หนังสือที่อยู่ในกระเป๋าเป็นของฉัน» ประโยคย่อยคือส่วนใด และขยายคำใด — ประโยคย่อยคือ «ที่อยู่ในกระเป๋า» ขยายคำว่า «หนังสือ» · ถ้าตัดประโยคย่อยออก เหลือ «หนังสือเป็นของฉัน» ซึ่งยังได้ใจความ

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A["ประโยคความซ้อน 1 ประโยค"] --> B["ประโยคหลัก<br/>ตัดประโยคย่อยออกแล้วยังได้ใจความ"]
    A --> C["ประโยคย่อย<br/>ที่ · ซึ่ง · อัน · เพราะ · เนื่องจาก"]
    C --> D["ขยายคำนาม<br/>นักเรียนที่ขยันอ่านหนังสือ"]
    C --> E["บอกเหตุ<br/>เพราะรถติด"]

คำบรรยายภาพ: ผังโครงสร้างประโยคความซ้อน ประกอบด้วยประโยคหลักหนึ่งประโยคที่ตัดประโยคย่อยออกแล้วยังได้ใจความ และประโยคย่อยที่เชื่อมด้วยคำว่า ที่ ซึ่ง อัน เพราะ หรือเนื่องจาก โดยประโยคย่อยทำหน้าที่ได้สองอย่างคือขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้าหรือบอกเหตุของประโยคหลัก

ข้อควรระวัง

  • ประโยคต้องมีภาคประธานและภาคแสดงครบ — ข้อความอย่าง «เด็กดี» «ในห้องเรียน» ยังไม่นับเป็นประโยค อย่าตอบว่าเป็นประโยคเพราะอ่านแล้วเข้าใจ
  • อย่าสลับประโยคความรวมกับประโยคความซ้อน — เกณฑ์ตัดสินคือ «ตัดส่วนหนึ่งออกแล้วเหลืออะไร» ไม่ใช่ «ประโยคยาวสั้น» · «ทั้ง…และ» เป็นความรวมเสมอ แม้ข้อสอบจะวางไว้เป็นตัวลวงคู่ความซ้อน
  • «เพราะ» กับ «จึง» ชี้ชนิดของประโยคคนละอย่าง — «เพราะ» = ความซ้อน · «จึง» = ความรวม เรื่องนี้เป็นตัวลวงที่ออกบ่อยมาก
  • «และ» ไม่ได้แปลว่าเป็นความรวมทุกครั้ง — ถ้าเชื่อมคำสองคำในตำแหน่งเดียวกัน เช่น «ซื้อสมุดและดินสอ» ประโยคยังเป็นประโยคสามัญ
  • ส่วนขยายไม่นับเป็นใจความใหม่ — «ช่วยแม่ล้างจานอย่างขยันขันแข็งทุกวัน» ยังเป็นใจความเดียว อย่านับ «ล้างจาน» เป็นอีกใจความ
  • «ที่» ต้องดูว่าทำหน้าที่เชื่อมประโยคหรือเป็นคำอื่นก่อน — ถ้าประโยคย่อยตัดออกได้โดยประโยคหลักยังอยู่ครบ ให้ตอบความซ้อน

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 31–34)
  • ขอบเขตและหลักฐานรายเรื่อง: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md — §1.2 «โครงสร้างประโยคที่สมบูรณ์ · ชนิดของประโยค (สามัญ/รวม/ซ้อน)» ป.4–ป.6 → ม.ต้น «มักออก» (WE-THAI · MKD) · §1.3 «ประโยค» เป็นสายวิเคราะห์ที่ KCR69 เน้น
  • ตัวชี้วัด ป.6: ท 4.1 ป.6/1 (วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค) · ท 4.1 ป.6/4 (ระบุลักษณะของประโยค) — ดู ../_ref/p6-indicators.md · เรื่องย่อย th-syntax-04 (ประโยคซ้อน) เป็นเนื้อหาระดับ ม.1 ที่โรงเรียนแข่งขันสูงแตะ
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf
  • หน้า hub รวมลิงก์เอกสารหลักสูตรทางการ สพฐ. — https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
    • «ราชาธิราช» — เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และคณะ · ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2496 — คัดจากความตอนที่ชาวพระคลังกราบทูลเรื่องพระธำมรงค์เพชร https://th.wikisource.org/wiki/ราชาธิราช/เล่ม_๑๒ (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • งานเรื่องนี้พ้นลิขสิทธิ์แล้ว (เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ถึงแก่กรรม พ.ศ. 2348)
  • เรื่องที่เกี่ยวข้อง: ชนิดและหน้าที่ของคำที่ th-gram.md · การเรียงลำดับข้อความและประโยคที่ th-spell.md · ระดับภาษาที่ th-register.md

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?