คำมูล
องค์ความรู้
- คำมูล คือคำที่ตั้งขึ้นใช้เป็นคำโดด มีความหมายในตัวเอง และ แยกส่วนประกอบออกไม่ได้ — ถ้าแยกออกแล้วมีส่วนใดไม่เหลือความหมายเดิม คำนั้นก็ยังเป็นคำมูล
- คำมูลมีทั้งแบบ พยางค์เดียว เช่น «ดิน» «น้ำ» «ไฟ» «ดี» «วิ่ง» และแบบ หลายพยางค์ เช่น «กระเป๋า» «สะพาน» «มะละกอ»
- คำมูลหลายพยางค์ที่ยกมา ไม่ใช่คำประสม เพราะแต่ละพยางค์ไม่มีความหมายเป็นคำ ๆ เช่น «กะ-ทิ» แยกแล้ว «กะ» หรือ «ทิ» ไม่ได้แปลว่าอะไรเกี่ยวกับน้ำกะทิ
- วิธีตรวจว่าเป็นคำมูลหรือไม่ มี 2 ข้อ ใช้แทนกันได้
- แยกส่วนประกอบ — ถ้าแบ่งแล้วมีส่วนที่ไม่เหลือความหมาย คำนั้นเป็นคำมูล
- ลองใช้โดด ๆ — ถ้าใช้คำนั้นตามลำพังได้และคนไทยเข้าใจทันที คำนั้นเป็นคำมูล
- คำมูลเป็น «วัตถุดิบ» ของการสร้างคำแบบอื่นทั้งหมด ทั้งคำประสม คำซ้ำ และคำซ้อน ต้องหาคำมูลให้ได้ก่อนจึงจะบอกวิธีสร้างคำได้
ตัวอย่างและวิธีคิด
- «กระเป๋า» เป็นคำมูลหรือเป็นคำประสม — ลองแยกเป็น «กระ» + «เป๋า» แล้ว «เป๋า» ไม่ได้แปลว่าสิ่งใดที่ใช้ใส่ของ จึงแยกไม่ได้ → เป็นคำมูลหลายพยางค์
- «น้ำแข็ง» เป็นคำมูลหรือไม่ — แยกเป็น «น้ำ» + «แข็ง» แล้วได้ความหมายทั้งสองคำ (ของเหลว + แข็งตัว) → ไม่ใช่คำมูล แต่เป็นคำประสม
- «มะละกอ» กับ «มะนาว» ต่างกันอย่างไรเรื่องการสร้างคำ — ทั้งคู่เป็น คำมูล เหมือนกัน เพราะ «มะ» ไม่ได้มีความหมายเป็นคำเดี่ยวในทั้งสองคำ ไม่ต้องไปเทียบกับคำที่ขึ้นต้นด้วย «มะ» คำอื่น
- หาคำมูลใน «เด็กดีช่วยพ่อทำงาน» — ได้ 6 คำ คือ «เด็ก» «ดี» «ช่วย» «พ่อ» «ทำ» และ «งาน» เป็นคำมูลพยางค์เดียวทั้งหมด
ภาพและไดอะแกรม
flowchart TD
A["เจอคำที่ต้องวิเคราะห์"] --> B["ลองแยกส่วนประกอบออก"]
B --> C{"มีส่วนใดที่ไม่เหลือความหมายหรือไม่"}
C -->|"มี"| D["เป็นคำมูล<br/>เช่น กระเป๋า · สะพาน · มะละกอ"]
C -->|"ไม่มี ทุกส่วนยังมีความหมาย"| E["เป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่<br/>ดูต่อว่าใช้วิธีใด"]
E --> F["คำประสม · คำซ้ำ · คำซ้อน"]
คำบรรยายภาพ: ผังวิธีตรวจว่าคำหนึ่งเป็นคำมูลหรือเป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่ เริ่มจากลองแยกคำนั้นออกเป็นส่วน ๆ ถ้ามีส่วนใดไม่เหลือความหมายก็เป็นคำมูล เช่น กระเป๋า สะพาน มะละกอ ถ้าทุกส่วนยังมีความหมายครบก็เป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่ แล้วจึงแยกต่อว่าใช้วิธีประสม ซ้ำ หรือซ้อน