กำลังเตรียมเว็บ…
ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ภาษาไทยระดับ ป.4–ป.6ท 2.1

เขียนย่อความและเรียงความ

อ่านทำไม

การเขียนสามเรื่องนี้ต่อกันเป็นสายเดียว เริ่มจากวาง แผนภาพโครงเรื่อง ให้คิดเป็นก่อน แล้วจึง เขียนย่อความ ให้จับใจความจากเรื่องที่อ่าน แล้วสรุปด้วยถ้อยคำของตัวเอง และ เขียนเรียงความ ให้ครบคำนำ เนื้อเรื่อง สรุป เด็ก ป.6 ต้องรู้เพราะข้อสอบเข้า ม.1 ถามบ่อยทั้งการวางโครงเรื่องก่อนเขียน การเลือกข้อความที่เป็น «ย่อความที่ดี» และการเลือกคำนำ–สรุปที่เหมาะสม หัวข้อนี้ตรงกับตัวชี้วัด ท 2.1 ป.6/3 ถึง ท 2.1 ป.6/5

เรื่องย่อยที่ 1

การวางโครงเรื่องและแผนภาพความคิด

องค์ความรู้

  • แผนภาพโครงเรื่อง คือภาพร่างที่บอกว่าจุดสำคัญของเรื่องมีอะไรบ้าง แล้ววางเรียงตามลำดับก่อน–หลัง ใช้ทั้งตอนอ่าน (เพื่อจับโครงเรื่อง) และตอนเขียน (เพื่อไม่ให้หลงประเด็น)
  • องค์ประกอบของโครงเรื่อง มี 5 ส่วน เรียงตามลำดับ
    • ตัวละครและฉาก — ใคร อยู่ที่ไหน เมื่อไร
    • เหตุการณ์เริ่มเรื่อง — เรื่องเริ่มจากอะไร
    • ปัญหาหรือเหตุการณ์สำคัญ — เกิดอะไรขึ้นต่อไป
    • จุดสูงสุดของเรื่อง — ตอนที่เรื่องตึงเครียดที่สุด
    • การคลี่คลายและตอนจบ — ปัญหาจบลงอย่างไร พร้อมข้อคิด
  • แผนภาพความคิด คือผังที่เริ่มจากหัวเรื่องตรงกลาง แล้วแตกกิ่งออกเป็นความคิดหลัก และเติมรายละเอียดย่อยที่คิดต่อไป ใช้ได้กับทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเล่าและเรื่องอธิบาย
  • ขั้นตอนการใช้แผนภาพพัฒนางานเขียน เขียนหัวเรื่องไว้ตรงกลาง → แตกกิ่งความคิดหลัก → เติมรายละเอียดย่อยลงในแต่ละกิ่ง → ตรวจว่าครบประเด็นและลำดับไม่สลับกัน แล้วจึงลงมือเขียนจริง
  • ประโยชน์ เห็นภาพรวมก่อนเขียน · ไม่เขียนวกวนหรือซ้ำประเด็นเดิม · ขาดประเด็นตรงไหนเห็นได้ทันที · เขียนต่อได้เร็วเพราะมีกรอบความคิดอยู่แล้ว
  • โครงเรื่องไม่ใช่ตัวงานเขียน เป็นเพียงเครื่องมือเตรียมคิด ไม่ต้องส่งเป็นคำตอบแทนเรียงความ

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • อ่านเรื่องเล่าแล้วให้วางโครงเรื่อง — ไล่หาทีละส่วน ตัวละครคือใคร ฉากอยู่ที่ไหน เหตุการณ์เริ่มจากอะไร ปัญหาคืออะไร จุดสูงสุดอยู่ตรงไหน แล้วตอนจบคลี่คลายอย่างไร พร้อมข้อคิด
  • ให้หัวข้อ «การอ่านหนังสือ» อยากเขียนเรียงความ จะวางแผนภาพความคิดอย่างไร — หัวเรื่องกลางคือการอ่านหนังสือ แตกกิ่งความคิดหลัก เช่น อ่านให้มีความรู้ อ่านให้ผ่อนคลาย อ่านให้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ แล้วเติมตัวอย่างสั้น ๆ ใต้แต่ละกิ่ง
  • จากงานเขียนจริง: นิทานพื้นบ้าน «ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่» (ผู้แต่งไม่ปรากฏ เพราะเล่าสืบต่อกันมา · ฉบับในฐานข้อมูลนิทานพื้นบ้าน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร) — วางโครงเรื่องได้ครบ 5 ส่วน · ตัวละครและฉาก: ชายหนุ่มกับแม่ผู้ชรา อยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งและมีนาอยู่นอกหมู่บ้าน · เหตุการณ์เริ่มเรื่อง: วันหนึ่งชายหนุ่มออกไปไถนาตั้งแต่เช้าและหิวมาก · ปัญหาหรือเหตุการณ์สำคัญ: วันนั้นแม่มาส่งข้าวช้ากว่าทุกวัน พอเห็นก่องข้าวใบเล็กเขาจึงคิดว่าแม่ให้ข้าวมาน้อย · จุดสูงสุดของเรื่อง: เขาโกรธจนหูอื้อตาลายและลงมือทำร้ายแม่ · การคลี่คลายและตอนจบ: พอกินข้าวจนอิ่มจึงเห็นว่าข้าวยังไม่หมดก่อง รู้ว่าแม่บรรจุมาเต็มก่องด้วยความรัก แต่ก็สายเกินไป · ข้อคิด: อย่าให้ความโกรธมาบังสติ และควรรีบตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ตั้งแต่ท่านยังอยู่ — พอเขียนครบ 5 ส่วนตามลำดับ จะเห็นทันทีว่าเรื่องเริ่มตรงไหน ปัญหาคืออะไร และจบลงอย่างไร
  • ทำไมจึงควรวางโครงเรื่องก่อนเขียน — ช่วยให้รู้ตัวตลอดว่ากำลังเขียนประเด็นใด และป้องกันการเขียนข้ามไปข้ามมาจนผู้อ่านจับใจความไม่ได้

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[ชื่อเรื่อง · ตัวละคร · ฉาก] --> B[เหตุการณ์เริ่มเรื่อง]
    B --> C[ปัญหาหรือเหตุการณ์สำคัญ]
    C --> D[จุดสูงสุดของเรื่อง]
    D --> E[คลี่คลายและตอนจบ]
    E --> F[ข้อคิดจากเรื่อง]

คำบรรยายภาพ: แผนภาพโครงเรื่องของเรื่องเล่า เรียงจากบนลงล่าง เริ่มที่ชื่อเรื่องกับตัวละครและฉาก ต่อด้วยเหตุการณ์เริ่มเรื่อง ปัญหาหรือเหตุการณ์สำคัญ จุดสูงสุดของเรื่อง การคลี่คลายและตอนจบ และปิดท้ายที่ข้อคิดจากเรื่อง

เรื่องย่อยที่ 2

เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน

องค์ความรู้

  • ย่อความ คือการสรุปเรื่องที่อ่านให้สั้นลงด้วย ถ้อยคำของตัวเอง โดยยังได้ใจความสำคัญครบถ้วน ไม่เพิ่มความเห็น และไม่เปลี่ยนเนื้อเรื่อง
  • ต่างจากการลอกข้อความ ย่อความต้องเรียบเรียงใหม่ ถ้ายกข้อความจากต้นฉบับมาติดกันทั้งท่อนถือว่าไม่ใช่ย่อความ
  • ขั้นตอนการย่อความ
    1. อ่านเรื่องให้จบก่อน แล้วอ่านซ้ำอย่างช้า ๆ เพื่อจับใจความ
    2. หาใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า มักอยู่ที่ประโยคแรกหรือประโยคสุดท้าย
    3. ตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออก เก็บไว้แต่ส่วนที่ขาดแล้วใจความเสีย
    4. เขียนใหม่ด้วยถ้อยคำของตัวเอง แล้วเรียบเรียงให้ต่อเนื่องเป็นความเรียง
    5. ตรวจว่าครบทั้ง ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และผลเป็นอย่างไร
  • สิ่งที่ตัดออกได้ คำซ้ำ · ประโยคขยายความยาว ๆ · ตัวอย่างซ้ำหลายตัวอย่างที่สื่อเรื่องเดียวกัน · รายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่กระทบใจความ
  • สิ่งที่ห้ามทำ ห้ามเติมความคิดเห็นของผู้ย่อ · ห้ามเพิ่มเนื้อหาที่ต้นเรื่องไม่มี · ห้ามเปิดและปิดเรื่องแบบเรียงความด้วยความคิดของตัวเอง
  • ความยาว ต้องสั้นกว่าต้นเรื่องเดิมชัดเจน ถ้าย่อแล้วยังยาวไล่เลี่ยกับต้นฉบับ แสดงว่ายังไม่ได้ตัดส่วนเกินออก

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • จากเรื่อง «เมื่อวันเสาร์ สมชายตื่นแต่เช้าเพื่อไปช่วยแม่ขายผักที่ตลาด ระหว่างทางรถจักรยานยางแบน เขาจึงเข็นไปจนถึงร้านซ่อม ทำให้ไปถึงตลาดสาย แต่แม่ยังไม่ว่าอะไรและบอกให้เขาช่วยจัดผักต่อ» — ย่อความได้ว่า «วันเสาร์ สมชายตื่นแต่เช้าไปช่วยแม่ขายผักที่ตลาด แต่รถจักรยานยางแบนจึงไปถึงสาย แม่ไม่ว่าและให้ช่วยจัดผักต่อ» — เก็บเหตุการณ์สำคัญครบ ตัดคำขยายและรายละเอียดที่ไม่จำเป็น จาก 3 ประโยคเหลือ 1 ประโยค (ข้อความต้นเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อฝึกย่อความ)
  • ข้อใดเป็นย่อความที่ดีที่สุด — เลือกข้อที่สั้นและได้ใจความครบ ไม่ใช่ข้อที่คัดประโยคเดิมมาทั้งประโยค และไม่ใช่ข้อที่แถมความคิดเห็นของผู้เขียนลงไป
  • ย่อความเรื่องอธิบาย ทำอย่างไร — หาประเด็นหลักของแต่ละย่อหน้า แล้วเขียนเป็นข้อ ๆ ให้ต่อเนื่องกัน ไม่ต้องคงตัวอย่างครบทุกตัวอย่าง ยกไว้เพียงตัวอย่างที่จำเป็นต่อการเข้าใจ
  • จากงานเขียนจริง: บทร้อยกรอง «นิราศภูเขาทอง» ของสุนทรภู่ (กลอนแปด · ฉบับบนวิกซอร์ซ) — ใจความสำคัญคือกวีบันทึกการเดินทางทางเรือจากวัดราชบุรณะ กรุงเทพฯ ไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และแทรกความรู้สึกอาลัยต่อชีวิตที่เปลี่ยนไป · ย่อความได้ว่า «กวีเล่าการเดินทางทางเรือจากกรุงเทพฯ ไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทองที่อยุธยา พร้อมรำพันถึงชีวิตที่เคยสุขสบายแล้วเปลี่ยนไป» · วิธีคิดคือเปลี่ยนบทร้อยกรองให้เป็นความเรียงด้วยถ้อยคำของตัวเอง ตัดคำสร้อยและคำเอ่ยอย่าง «โอ้» «เจ้าเอย» ออก ไม่คัดวรรคเดิมมาต่อกันทั้งท่อน และไม่เติมความเห็นของเราลงไป · แต่ถ้าย่อแล้วเหลือเพียง «กวีไปนมัสการเจดีย์» ก็ถือว่าตัดมากเกินไปจนเหตุและผลหายไป
  • ย่อความแล้วสั้นเกินไปจนใจความหาย ควรทำอย่างไร — กลับไปอ่านต้นเรื่องใหม่ เติมเฉพาะส่วนที่จำเป็น เช่น เหตุและผลสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดแล้วผู้อ่านไม่เข้าใจเรื่อง

ภาพและไดอะแกรม

flowchart TD
    A[อ่านเรื่องให้จบ] --> B[จับใจความสำคัญแต่ละย่อหน้า]
    B --> C[ตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น]
    C --> D[เขียนใหม่ด้วยถ้อยคำของตัวเอง]
    D --> E[เรียบเรียงให้ต่อเนื่อง]
    E --> F[ตรวจว่าใจความครบและไม่เติมความเห็น]

คำบรรยายภาพ: แผนภาพขั้นตอนการย่อความ เรียงจากบนลงล่าง เริ่มที่อ่านเรื่องให้จบ จับใจความสำคัญแต่ละย่อหน้า ตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น เขียนใหม่ด้วยถ้อยคำของตัวเอง เรียบเรียงให้ต่อเนื่อง และตรวจครั้งสุดท้ายว่าใจความครบและไม่เติมความเห็นของผู้ย่อ

เรื่องย่อยที่ 3

เขียนเรียงความ

องค์ความรู้

  • เรียงความ คืองานเขียนร้อยแก้วที่ผู้เขียนเรียบเรียงความคิดของตนเองในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นคล้อยตาม · ต่างจากย่อความตรงที่ เรียงความคือการเขียนความคิดของเราเอง ส่วนย่อความคือการสรุปเรื่องที่ผู้อื่นเขียนไว้
  • เรียงความมี 3 ส่วน ต้องครบและเรียงตามลำดับ
    • คำนำ — เปิดเรื่อง บอกว่าจะเขียนเรื่องอะไร ทำไมจึงน่าสนใจ เขียนสั้นเพียง 2–3 ประโยค
    • เนื้อเรื่อง — ขยายเป็น 2–3 ประเด็น เรียงตามแผนภาพโครงเรื่อง แต่ละประเด็นมีคำอธิบายและตัวอย่างประกอบ
    • สรุป — ย้ำแนวคิดสำคัญของเรื่อง ไม่เพิ่มประเด็นใหม่ และอาจฝากข้อคิดหรือชวนให้ลงมือทำ
  • หัวใจของการเขียน 1 ย่อหน้าใช้เพียง 1 ประเด็น ขึ้นย่อหน้าใหม่เมื่อเปลี่ยนประเด็น แล้วเชื่อมความคิดให้ต่อเนื่องด้วยคำเชื่อม เช่น เริ่มจาก · ต่อมา · นอกจากนี้ · ดังนั้น · สรุปแล้ว
  • ลักษณะเรียงความที่ดี ตรงประเด็น · มีลำดับความคิดชัดเจน · มีตัวอย่างหรือเหตุผลประกอบ · ใช้ถ้อยคำสุภาพและถูกต้อง · สะกดคำและวางเครื่องหมายวรรคตอนถูก
  • ความยาว เรียงความสั้นที่เขียนในห้องสอบมักมี 3–4 ย่อหน้า คือคำนำ 1 ย่อหน้า เนื้อเรื่อง 1–2 ย่อหน้า และสรุป 1 ย่อหน้า

ตัวอย่างและวิธีคิด

  • หัวข้อ «การมีวินัยในห้องเรียน» — คำนำ บอกว่าวินัยคือการทำตามข้อตกลงของส่วนรวม เนื้อเรื่อง ประเด็นที่ 1 วินัยต่อตัวเอง เช่น ส่งงานตรงเวลา ตั้งใจฟังครู ประเด็นที่ 2 วินัยต่อเพื่อน เช่น ไม่ส่งเสียงรบกวน ไม่แย่งของกัน สรุป ย้ำว่าวินัยทำให้ห้องเรียนน่าอยู่และเรียนได้เต็มที่
  • ข้อใดเป็นคำนำที่ใช้ได้ — เลือกข้อที่บอกหัวเรื่องสั้น ๆ ตรงประเด็น ไม่ใช่ข้อที่ยกตัวอย่างยาวหรือสรุปเสียตั้งแต่ต้น
  • เขียนแล้วรู้สึกว่าวกวน ควรทำอย่างไร — กลับไปดูแผนภาพโครงเรื่อง เขียนประเด็นกำกับไว้ก่อนแต่ละย่อหน้า แล้วตัดประโยคที่พูดซ้ำประเด็นเดิมออก
  • ตรวจงานเขียนก่อนส่ง — อ่านทวนทีละย่อหน้า ถามว่าแต่ละย่อหน้าพูดเรื่องอะไร มีใจความเดียวหรือไม่ และมีครบทั้งคำนำ เนื้อเรื่อง สรุปหรือยัง
  • ถ้าโจทย์ให้ «เขียนเรียงความเรื่องความกตัญญู» ต้องเริ่มจากอะไร — เริ่มจากวางแผนภาพความคิดก่อน แล้วจึงเขียนคำนำ เนื้อเรื่องตามประเด็นที่วางไว้ ไม่ใช่ลงมือเขียนทันทีโดยไม่รู้ว่าจะจบตรงไหน

ภาพและไดอะแกรม

flowchart LR
    A[คำนำ<br/>บอกเรื่องที่จะเขียน] --> B[เนื้อเรื่อง<br/>ขยาย 2-3 ประเด็น]
    B --> C[สรุป<br/>ย้ำแนวคิดหลัก]

คำบรรยายภาพ: แผนภาพสามส่วนของเรียงความ เรียงจากซ้ายไปขวา คือคำนำที่บอกเรื่องที่จะเขียน เนื้อเรื่องที่ขยาย 2-3 ประเด็น และสรุปที่ย้ำแนวคิดหลัก

ข้อควรระวัง

  • แผนภาพโครงเรื่องไม่ใช่คำตอบ — ถ้าโจทย์ให้เขียนเรียงความ ต้องเขียนเป็นย่อหน้า 3 ส่วน ไม่ใช่ส่งผังความคิด
  • เรียงความต้องครบ 3 ส่วน — ไม่มีสรุปหรือขึ้นเนื้อเรื่องทันทีโดยไม่มีคำนำ เป็นข้อที่มักถูกหักคะแนน
  • หนึ่งย่อหน้า หนึ่งประเด็น — เขียนหลายประเด็นในย่อหน้าเดียวแล้วจะอ่านยาก และดูเหมือนเขียนวกวน
  • ย่อความห้ามเติมความเห็นและห้ามลอกทั้งท่อน — ต้องเขียนใหม่ด้วยถ้อยคำของตัวเองและคงเฉพาะใจความสำคัญ
  • ย่อความไม่ใช่การตัดทีละย่อหน้า — ต้องอ่านทั้งเรื่องก่อน แล้วเรียบเรียงใหม่ทั้งเรื่องให้ต่อเนื่องเป็นความเรียงเดียว
  • ย่อความกับเรียงความสลับกันไม่ได้ — ย่อความสรุปของคนอื่น ส่วนเรียงความเขียนความคิดของตัวเอง ถ้าจำสลับจะตอบผิดทันที

แหล่งอ้างอิงและตัวชี้วัด

  • ขอบเขตสอบ: ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ลิสต์เนื้อหา/ภาษาไทย.csv (ลำดับ 58–60)
  • แหล่งติวเตอร์ยืนยันว่ามักออก: [WE-GEN] [WE-THAI] [MKD] [TWA] [KCR69] [KCR-THAI20] — ../_ref/ขอบเขตสอบเข้า-ม1/ไทย-สังคม-อังกฤษ.md §1.2
  • ตัวชี้วัด ป.6: ท 2.1 ป.6/3 (เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิด) · ท 2.1 ป.6/4 (เขียนเรียงความ) · ท 2.1 ป.6/5 (เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน) — ../_ref/p6-indicators.md
  • ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (สพฐ.) — https://academic.obec.go.th/images/document/1559639270_d_1.pdf (สืบค้น 17 ต.ค. 2569)
  • ที่มาของตัวอย่างจากงานเขียนจริงที่ใช้ในไฟล์นี้
    • «ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่» — นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน ผู้แต่งไม่ปรากฏ (เล่าสืบต่อกันมา) ฐานข้อมูลนิทาน ตำนาน เรื่องเล่าพื้นบ้าน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร https://folktales.sac.or.th/folktale-details.php?id=3 (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
    • «นิราศภูเขาทอง» — สุนทรภู่ (กลอนแปด) ฉบับที่เผยแพร่บนวิกซอร์ซ https://th.wikisource.org/wiki/นิราศภูเขาทอง (ตรวจ 17 ต.ค. 2569: เปิดได้)
  • งานทั้งสองเรื่องพ้นลิขสิทธิ์แล้ว (ผู้แต่งเสียชีวิตเกิน 50 ปี หรือเป็นนิทานที่เล่าสืบต่อกันมา)

อ่านสรุปเนื้อหาหัวข้อนี้ครบแล้ว

พร้อมลองทำโจทย์เพื่อประเมินความเข้าใจและสะสมเหรียญรางวัลแล้วหรือยัง?